/>

เบื้องหลัง "8 คทากรแห่งเตรียมอุดมศึกษา" เพราะชีวิต ม.ปลายมีแค่ 3 ปี จึงต้องเต็มที่กับชีวิต! []

วิว
     บ่อยครั้งที่กิจกรรมกีฬาสีถูกนำมาเป็นประเด็นดราม่าหลักประจำโรงเรียนมัธยมฯ ด้วยเหตุผลหลักที่ว่าเป็นการสนับสนุนให้เด็กๆ นำเงินของผู้ปกครองมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยกับการเตรียมการแสดงต่างๆ โดยได้ประโยชน์กลับมาแบบได้ไม่คุ้มเสีย เพราะชุด ฉาก และพร็อพที่ได้สรรหาหรือทำขึ้นมาไม่สามารถนำมาใช้การต่อได้ จำต้องทิ้งไปแล้วปีหน้าก็ค่อยซื้อหากันใหม่วนลูปเดิม     
      
     สำหรับดราม่าที่ว่านี้ เราทุกคนรู้กันดีว่ากลุ่มกิจกรรมที่ถูกหมายตาว่าสิ้นเปลืองเสมอ ก็คงจะหนีไม่พ้นสแตนเชียร์ ผู้นำเชียร์ และดรัมเมเยอร์ ที่มักตกเป็นจำเลยที่ถูกคนภายนอกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ทุกปี ทว่าจะมีสักกี่คนที่เคยรับรู้ถึงทัศนคติที่มีต่อการทำกิจกรรมของพวกเขาจริงๆ วันนี้พี่ส้มจึงขอพาชาว Dek-D.com ไปฟังความจากฝั่งคนที่ทำกิจกรรมนี้กันบ้าง รับประกันเลยว่าการพูดคุยกันในครั้งนี้ มีข้อคิดดีๆ มาฝากให้ได้ลองเปิดมุมมองใหม่ที่น่าใจอย่างแน่นอน
    
น้องนิว-วรพล ตรังพาณิชย์, น้องภัทร-ณัฐภัทร วัตนะกุล, น้องพิม-พิม เสริมศักดิ์ศศิธร, น้องลูกแก้ว-จิราวัน ล่ำซำ,
น้องมิน-ชยิสรา สกุลคู, น้องพิมพิช-พิชญ์สินี ปฐมกุลมัย, น้องการย์-เอื้อการย์ มายะการ และน้องบอส-กิตติณัฏฐ์ พรหมสุทธิ์
            
     ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับ ทีมคทากร จากชมรมเชียร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กันได้เลยจ้า งานนี้นำทีมโดย...น้องนิว-วรพล ตรังพาณิชย์, น้องภัทร-ณัฐภัทร วัตนะกุล, น้องพิม-พิม เสริมศักดิ์ศศิธร, น้องลูกแก้ว-จิราวัน ล่ำซำ, น้องมิน-ชยิสรา สกุลคู, น้องพิมพิช-พิชญ์สินี ปฐมกุลมัย, น้องการย์-เอื้อการย์ มายะการ และน้องบอส-กิตติณัฏฐ์ พรหมสุทธิ์
      
     
"3 ปีในเตรียมฯ มันสั้นนะน้อง" อยากลองเป็นดรัมเมเยอร์ก็ก้าวเข้ามา!
     
สังคมของชาวเตรียมอุดมศึกษา มักมีวลีติดปากที่พูดต่อกันมาแบบรุ่นสู่รุ่นว่า "สามปีในเตรียมฯ มันสั้นนะน้อง" เพื่อเตือนใจเด็กเตรียมฯ ทุกคนได้ใช้เวลาในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ให้คุ้มค่า ด้วยการศึกษาวิชาความรู้ให้เต็มที่ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากกิจกรรมนอกห้องเรียนตามที่ตัวเองสนใจ ซึ่งจุดนี้ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาทั้งแปดคน ก้าวเข้ามาเป็นดรัมเมเยอร์ประจำโรงเรียน
    
          
"พวกเราได้รับคำเชิญชวน จากอาจารย์ รุ่นพี่ ซึ่งแต่ละคนก็ชอบทำกิจกรรมกันอยู่แล้ว บางคนเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ถือป้ายโรงเรียนมาบ้าง พวกเรารู้สึกว่าดรัมเมเยอร์เป็นสิ่งที่ท้าทาย สามารถฝึกฝนอะไรให้กับเราได้หลายอย่าง ทั้งบุคลิกภาพ การเข้าสังคม เป็นโอกาสให้ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ แถมงานนี้ยังมีรุ่นพี่ที่เป็นไอดอลของพวกเรามาฝึกสอนให้เอง เลยสนใจอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นคทากรของเตรียมฯ" ทั้งแปดคนกล่าวพลางอมยิ้ม 
       
      
คทากรโรงเรียนเตรียมฯ ไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้เป็นกันง่ายๆ
         
กว่าจะได้เป็นคทากรประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอะไรนั้นต้องมาฟังจากเจ้าตัวค่ะ
      
น้องมินเล่าว่า "การคัดเลือกดรัมฯ ของโรงเรียนเราปีนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการคัดตัวแทนจากแต่ละตึกเรียนมาให้อาจารย์เลือกคนที่เหมาะสมอีกรอบหนึ่ง เป็นการเปิดรับสมัครที่ไม่ต้องผ่านการคัดตัวแทนจากแต่ละตึกเรียน ใครสนใจก็สามารถมาหยิบใบสมัครไปเขียนได้เลยค่ะ"
     
    
 "การคัดเลือกดรัมฯ รูปแบบใหม่ เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยากเป็นดรัมฯ มากขึ้น ใครๆ ก็สมัครได้ เลยได้รับความสนใจจากนักเรียนมากกว่าที่ผ่านมา ปีนี้มีคนมาสมัครกว่าร้อยคนเลยค่ะ" น้องพิมพิชกล่าวเสริม
    
    
ส่วนน้องภัทร ก็ได้อธิบายว่าคนที่ป็นคทากรประจำโรงเรียนได้ จะต้องมีคุณสมบัติอะไรในตัวบ้าง? "ในใบสมัครจะมีคุณสมบัติระบุไว้ หลักๆ เลยคือเรื่องความสูง ผู้ชายต้องสูงไม่น้อยกว่า 175 เซนติเมตร ผู้หญิงต้องไม่ต่ำกว่า 165 เซนติเมตร แล้วก็มีเรื่องเกรด จะต้องได้มากกว่า 3.2 เพื่อแสดงว่าเราสามารถรับผิดชอบตัวเองในการเรียนและทำกิจกรรมไปพร้อมๆ กันได้ และอีกส่วนสุดท้ายที่สำคัญคือเราต้องสามารถออกค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมเองได้ ถ้าหากเกินจากงบประมาณสนับสนุนจากทางโรงเรียน เช่น ถ้ามีไม้ดรัมฯ ให้ซ้อมอยู่แค่ 3 ไม้ แล้วคนในทีมเรามีมากกว่า ก็ต้องซื้อหากันเองครับ"
    
    
น้องนิวได้เล่าถึงบรรยากาศของการออดิชั่นว่า "ถ้าใครอยากเป็นดรัมฯ ก่อนอื่นเลยต้องตั้งใจเรียนครับ คือถ้าใครสมัครเราจะมีคอร์สเวิร์คช็อปก่อนออดิชั่นหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเรียนรู้ว่ามีท่าพื้นฐานอะไรบ้าง ยกไม้ยังไง เดินแบบไหน ระหว่างนี้ก็ต้องดูแลตัวเองครับ โดยเฉพาะผู้หญิงตอนมาคัด จะต้องใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าส้นสูง ให้กรรมการดูหุ่น ดูบุคลิกตอนเดินด้วย ถ้าไม่เป๊ะก็อาจจะตกรอบได้(หัวเราะ)"
   
       
"สำหรับวันคัด เราทุกคนจะถูกติดป้ายหมายเลข แล้วเรียกเข้าห้องไปทีละคน อาจารย์ที่เป็นกรรมการจะให้เราลองสั่งขบวนด้วยท่าพื้นฐานดูครับ Attention เป็นท่ายืนตรง Horns up เอาไม้ขึ้น แล้วก็ Forward March เดินไปเดินกลับให้ดู ถ้าซ้อมมาไม่แม่นก็อาจจะพลาดเลยล่ะ" น้องบอสกล่าวปิดท้าย     
    
    
ผ่านด่านออดิชั่น แต่ความมันส์ยังไม่จบเพียงเท่านี้!
     
ฟังคำบอกเล่าของน้องๆ ทั้งแปดคน ก็คงพอจะทราบแล้วนะคะว่ากว่าจะได้เป็นคทากรโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หลังจากได้รับตำแหน่งแล้วก็ใช่ว่าจะได้อยู่ชิลล์ๆ สบายๆ เพราะพวกเขาต้องเข้าคอร์สการฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อรับหน้าที่ในงานสำคัญของโรงเรียน เช่น กีฬาสี งานกีฬาประเพณีเตรียมอุดม-เตรียมทหาร งานเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ งานโอเพ่นเฮ้าส์ และทุกงานอื่นๆ ที่โรงเรียนต้องการค่ะ
    
      
น้องลูกแก้วเล่าว่า "ทุกเย็นหลังเลิกเรียนในวันจันทร์ - พฤหัสฯ ช่วงสี่โมง - หกโมงเย็น จะมีรุ่นพี่มาช่วยดูแลการซ้อม เราต้องเริ่มด้วยการวอร์มเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการชูไม้สูงค้างไว้ๆ เพื่อฝึกกำลังแขน แล้วก็วิ่งรอบสนามสองรอบด้วยค่ะ ซ้อมกันอย่างนี้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีก่อน ตอนนี้ก็ครึ่งปีแล้วค่ะ"
    
    
"ท่าที่รุ่นพี่ช่วยฝึกซ้อมก็จะเป็นท่าเบสิค ควงหน้า ควงหลัง ควงบน ส่วนท่ายากๆ ที่โชว์เดี่ยวเราก็แกะจาก YouTube บ้าง บางทีก็มีเพื่อนจากเตรียมทหารมาช่วยสอนบ้าง ในการซ้อมเราจะฝึกนับจังหวะกันเอง แล้วไปรันกับวงโยธวาทิตในช่วงใกล้วันจริงค่ะ"  น้องพิมกล่าวเสริม
    
    
ส่วนน้องการย์ ในฐานะน้องเล็กสุดที่เพิ่งเข้ามาในรั้วเตรียมอุดมศึกษาเป็นปีแรก ก็ได้บอกเล่าความในใจที่มีต่อการฝึกซ้อมว่า "หนูเพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่เป็นปีแรกก็ต้องปรับตัวหลายอย่าง มาเรียนที่ใหม่ก็ต้องแบ่งเวลาเรียน เวลาซ้อมดรัมฯ ท่าดรัมของที่ก็ไม่เหมือนกับของโรงเรียนเก่า เลยต้องพยายามใช้สกิลที่มีอยู่มาเป็นพื้นฐานในการฝึกเยอะพอสมควร ซึ่งหนูก็ตั้งใจเก็บรายละเอียดให้เยอะที่สุด เพราะในปีหน้าหนูก็ต้องกลายเป็นรุ่นพี่ ที่เอาวิธีพวกนี้มาสอนดรัมฯ รุ่นน้องต่อไปค่ะ"
    
         
     
หัวใจของการเป็นคทากร ที่สอนอะไรให้พวกเราได้หลายอย่าง...
    
จากการพูดคุยครั้งนี้ ทำให้พี่ส้มมองถึงเห็นความทุ่มเทแรงกายแรงใจของน้องๆ ทั้งแปดคนที่มากมายเกินร้อย ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการเป็นคทากรนั้นมีดีอะไร ทำไมพวกเขาถึงให้ความสำคัญกับมันได้ขนาดนี้?
    
    
ทุกคนต่างช่วยกันเล่าว่า "หัวใจสำคัญของการเป็นดรัมฯ คือความสามัคคี ความพร้อมเพรียง ถ้าเราไม่ตั้งใจฝึกซ้อม เราก็จะสื่อสารกันได้ไม่ดี วันจริงก็ประหม่า ทำออกมาไม่พร้อมมันก็ไม่สวย ไปเดินกับวงโยฯ ก็ยิ่งพังไปใหญ่ ดังนั้นการอยู่ร่วมกันจึงเป็นเวลาที่เราได้แชร์ความคิด แชร์ประสบการณ์ดีๆ ช่วยกันสอนเพื่อนที่ไม่ทัน หรือถ้าเรายังไม่ทันเพื่อนก็ต้องพยายามแอคทีฟตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงของทีม ด้วยการทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ฝึกบุคลิกภาพ ตั้งใจมากขึ้น พวกเราคอยดูแลกันแบบนี้ ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อน พวกเราจึงได้ทำความรู้จักแต่ละคนมากขึ้น และยินดีที่จะช่วยเหลือกันแบบนี้ไปตลอด"
    
          
      
กีฬาสีที่ชอบมีดราม่า เกิดจากการให้คุณค่าของกิจกรรมในต่างมุม?
    
ปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นคทากรมาแน่นเต็มพิกัดแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องยิงคำถามคาใจ ว่าในฐานะที่มีหลายสายตาเพ่งเล็งว่ากิจกรรมที่พวกเขาทำอยู่เป็นส่วนหนึ่งของความสิ้นเปลือง พวกเขาคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้?
    
    
ทั้งแปดคนช่วยกันตอบแบบตรงประเด็นว่า "จากเมื่อก่อนพวกเราก็เคยสงสัยเหมือนกัน ว่าทำไมคนที่ทำกิจกรรมโชว์แบบนี้ ถึงยินดีจ่ายเงินได้ขนาดนั้น แต่พอได้เข้ามายืนในจุดนี้ หน้าที่ของการเป็นคทากรคือการเป็นหน้าตาของโรงเรียน ในเวลาที่พวกเราออกไปโชว์ในงาน ได้เห็นรอยยิ้มของชาวเตรียมอุดมศึกษา เห็นว่าพวกเขามีความสุข พวกเขาภาคภูมิใจ ในขณะที่พวกเราเองก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่าง ฝึกการเข้าสังคม การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ได้มิตรภาพ พวกเราเลยคิดว่าเงินที่จ่ายไปก็คุ้มค่ามากกับสิ่งที่ได้มา"
    
   
"แต่ด้วยความที่ผู้คนมีฐานะที่ต่างกัน การใช้เงินจึงขึ้นอยู่กับมุมมองว่าใครจะรู้สึกอย่างไร ถ้าใครใช้แล้วรู้สึกว่าเปลืองเกินไปก็ไม่ควรจ่าย เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะมองแล้วตัดสินว่าตัวเองควรทำอย่างไรในการเก็บเงินกีฬาสี ซึ่งควรเป็นความสมัครใจไม่ใช่การบังคับ ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงลดทอนปัญหาดราม่าได้บ้าง"
    
    
     
ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากอยากเรียนดี และได้เต็มที่กับการทำกิจกรรมไปด้วย!
    
สำหรับน้องคนไหนที่กำลังขัดใจตัวเองลึกๆ ว่าใกล้จะเข้ามหา'ลัยเต็มที่แล้ว ตัวน้องนี้ต้องทุ่มเทเวลาให้การเรียนสิ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากออกไปหาอะไรสนุกๆ ทำบ้าง เพราะจบ ม.ปลายไปคงไม่มีโอกาสทำอีกแล้ว อะไรจะอึดอัดเบอร์นี้ พี่ส้มแนะนำให้ลองฟังข้อคิดดีๆ จากเพื่อนๆ คทากรดูค่ะ...
      
       
"ม. ปลาย มีแค่สามปีเท่านั้น แบ่งเวลาให้ถูกต้อง
แล้วมาลองทำกิจกรรมที่ชอบสักครั้งต่อปีก็ไม่ได้ทำให้การเรียนเสียหาย
สร้างวินัยให้ตัวเอง อย่าใช้กิจกรรมเป็นข้ออ้างมาทำให้เราไม่เต็มที่กับการเรียน
เราสามารถทำให้ตัวเองมีคุณค่าได้เสมอ ขอแค่ทุกคนกล้าแสดงมันออกมา
ผลที่ได้ก็มีแค่สำเร็จกับไม่สำเร็จ แต่ถ้าเรากลัวเมื่อไหร่ เท่ากับสิ่งที่เราฝันไว้ไม่มีทางเกิดขึ้น"
    
    
     เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว มั่นใจ เบอร์ใหญ่ซะขนาดนี้ แถมยังมีทัศนคติเชิงบวกต่อการทำกิจกรรม ไปพร้อมๆ กับการทำความเข้าใจแนวความคิดที่เห็นต่างอีกด้วย พี่ส้มคงจะปล่อยผ่านไปไม่ได้ และต้องขอมอบรางวัล Idol กิจกรรมให้น้องๆ คทากร จากชมรมเชียร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาไว้ ณ โอกาสนี้ ยินดีด้วยจ้า!!!
     
          
     ส่วนใครที่อยากเป็น Idol กิจกรรมแห่ง Dek-D.com พร้อมรับถ้วยเด็กกิจกรรมเท่ๆ แบบนี้ไปครอง สามารถส่งเรื่องราวเด็กกิจกรรมที่น่าสนใจของตัวเอง บรรยายความยาว 1 หน้ากระดาษมาได้ที่ Methawee@dek-d.com คนไหนเจ๋งจริง เดี๋ยวพี่ทีมงานจะรีบติดต่อกลับไปหาเลยค่ะ
    
ก่อนจากไป ฝากกดไลก์เพจ "เด็กมีของ" ใครมีของเข้าไปโชว์กันได้!!
          
          
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=som

พี่ส้ม - ผู้เขียน

คนทำคอนเทนต์ออนไลน์ ที่เชื่อว่าใครก็เป็นเด็กดีได้ในสไตล์ของตัวเอง

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เด็กกิจกรรม #คทากร #กิจกรรม #ดรัมเมเยอร์ #โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา #กีฬาสี #ชมรม #เชียร์ลีดเดอร์ #ดราม่า

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป