/>

"ถึงเวลาเผือก" แคมเปญสอนไม้ตาย ยับยั้งการคุกคามทางเพศบนรถโดยสาร! []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com หลังจากที่ห่างหายกันไปซะนาน วันนี้พี่ส้มกลับมาพร้อมกับโหมดดราม่าแต่ขอบอกว่าได้สาระแน่นอน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ไม่ต้องเสียเวลาคาดเดา เราเพียงแค่ลองมองภาพเหตุการณ์จำลองจาก "Safe Citites for Women การรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง" แล้วไล่ลำดับความคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ!
     
   
     เพียงแค่ได้เห็นเหตุการณ์ในภาพ หลายคนก็คงพอจะสังเกตได้ว่านี่ไม่ใช่การเบียดกันธรรมดาบนรถโดยสารสาธารณะ แต่มันคือการคุกคามทางเพศ เพราะสุภาพสตรีท่านนี้กลับโดนผู้ชายยืนซ้อนจากข้างหลังในระยะประชิด ทั้งที่ในรถยังมีพื้นที่ว่าง! แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่หลายคนเคยพบเจอทั้งในฐานะผู้พบเห็นและผู้ถูกกระทำ ซึ่งถ้าพี่ส้มจะขอตั้งคำถามถึงทุกคนว่า "ที่ผ่านมาเรามีวิธีจัดการกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง?" ทุกคนก็คงทายได้เลยว่ามีเสียงตอบส่วนหนึ่งที่จำยอมปล่อยให้เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไป แม้ในใจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม...
    
    
 #ถึงเวลาเผือก แคมเปญที่ติดอาวุธให้สังคมไทยได้ยับยั้งการคุกคามทางเพศ 
    
เพราะมนุษย์ทุกคนมีสิทธิในร่างกายของตนเอง และการละเมิดสิทธิของผู้อื่นนั้นเป็นความผิด ปัญหาการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นทุกกรณีจึงควรได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีจากความร่วมมือของทุกคนในสังคม องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ได้แก่ แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายสลัมสี่ภาค จึงได้จัดตั้งโครงการรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง Safe Cities for Women ขึ้นมานั่นเองค่ะ
    
       
โดยโครงการดังกล่าวนี้ ก็ได้จัดงานเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีที่พี่ส้มได้มีโอกาสแวะเวียนไปร่วม "เผือก" หน้างาน ณ บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมาด้วย ต้องบอกเลยว่าแต่ละกิจกรรมของงานนี้ให้ทั้งความสนุก ความรู้ และข้อคิดดีๆ ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาการคุกคามทางเพศที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันได้จริงค่ะ เอาเป็นว่ามารีวิวไปทีละส่วนกันเลยเนอะ ^^
   
   
 สถิติของเรื่องเดิมๆ ที่เพิ่มเติมความน่าสลดใจให้ทุกวัน    
   
รันคิวงานกันตั้งแต่กิจกรรมแรกที่การเสวนาในหัวข้อ "เราจะสามารถยุติการคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะได้อย่างไร" ซึ่งมีการเผยสถิติที่มาจากการเก็บรวบรวมโดยทีมนักวิชาการผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ด้วยค่ะ โดยผู้หญิงมักตกเป็นเป้าที่ถูกคุกคามมากที่สุด และเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ถึงร้อยละ 50 รองลงมาเป็นมอเตอร์ไซค์ร้อยละ 11.4 แท็กซี่ร้อยละ 10.9 รถตู้ร้อยละ 9.8 และรถไฟฟ้า BTS ร้อยละ 9.6 ค่ะ
   
   
เมื่อได้เห็นตัวเลขแล้วก็ต้องบอกว่านี่ยังทำให้สลดใจไม่พอ เพราะว่าในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เคสการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะนั้นมักถูกมองเป็นเรื่องเล็กและถูกเพิกเฉยในสายตาคนรอบข้างอยู่เสมอ และถ้าจะพูดให้บาดใจเข้าไปอีกก็คงต้องบอกว่าแม้แต่ตัวผู้ถูกคุกคามเอง ก็ยังตัดสินใจว่าไม่แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดค่ะ T_T
        
  
 เผือกแบบถูกวิธี เผือกให้ได้ผลดี ต้องทำยังไง?    
    
เมื่อการเสวนาได้หยิบยกประเด็นปัญหาขึ้นมาเป็นตัวตั้ง สิ่งที่ตามมาย่อมต้องเป็นการแก้ไขที่ได้ผล และสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับการเฉยเมยเมื่อเราพบเห็นการคุกคามทางเพศ ก็คือการเผือกนั่นเอง! ว่าแล้วเราก็มาเรียนรู้วิธีเผือกอย่างเหมาะสมไปกับกิจกรรมฐานที่แบ่งออกเป็น 4 ฐานกันเลยจ้า ^^
    
  
ฐานที่ 1 ตอบแบบสอบถาม
   
สำหรับฐานนี้จะมีปากกาเคมีให้เราไปตอบแบบสอบถามบนบอร์ด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ปูพื้นฐานความเข้าใจทั้งตัวเราและปัญหาการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ว่าถ้าเราถูกคุกคามหรือเห็นเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ เราจะมีปฏิกิริยาในการแก้ไขหรือมีวิธีแก้ไขปัญหาอะไรที่อยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาใช้บ้าง
    
    
    
เมื่อตอบคำถามเสร็จสรรพ สตาฟประจำจุดก็ได้มอบพัดน่ารักๆ แบบนี้กลับบ้านคนละหนึ่งอัน...
   

ฐานที่ 2 จับสลากตอบคำถาม
   
เมื่อได้รับของที่ระลึกเป็นพัดเก๋ๆ ก็มาต่อคิวที่ฐาน 2 โดยสตาฟที่ดูแลจะให้จับสลากคำถามเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะตามที่เราเข้าใจค่ะ งานนี้ไม่ต้องแคร์ว่าจะตอบถูกหรือผิดยังไง เพราะเขามีเฉลยและให้แนะนำเพิ่มเติมด้วย
   
   
อย่างฐานนี้พี่ส้มจับสลากได้คำถามข้อที่ 5 ถามว่า "คุณเคยถูกคุกคามทางเพศบนรถโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะไหม ถ้าเคยแล้วมีวิธีแก้ไขยังไง" จึงได้ตอบคำถามไปตามประสบการณ์ตรงว่า "คิดว่าเคย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นการเบียดกันตามธรรมดารึเปล่าเพราะรถเมล์ค่อนข้างแน่น แต่พอขยับตัวหนีแล้วก็ยังรู้สึกว่าโดนตามมาเบียดแบบซ้อนจากทางข้างหลังอยู่ เลยไม่กล้าโวยวายเพราะกังวลว่าถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ จะเป็นการกล่าวหาเขาให้เสียหายรึเปล่า"
   
   
พอตอบคำถามปุ๊บ สตาฟประจำฐานก็เฉลยว่าการตัดสินใจขยับตัวหนีในเบื้องต้นเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้วค่ะส่วนการตัดสินว่านี่คือการคุกคามทางเพศหรือไม่ ขอให้เราเชื่อเซนส์ของตัวเองเป็นหลัก เพราะการสัมผัสร่างกายในการคุกคามแบบนี้ จะมีนัยทางเพศบ่งบอกที่เราสามารถรู้สึกได้ เช่น การสัมผัสกันเฉพาะส่วนอย่างอวัยวะเพศชายกับก้นของผู้หญิง เป็นต้น 
   
ฐานที่ 3 ส่อง VR ตีแผ่ความจริงในสังคม
   
เมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว ก็มาทดลองใช้เทคโนโลยีทันสมัยอย่าง VR หรือ Virtual Reality ที่ให้เราเห็นความจริงเสมือนที่จำลองสถานการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะ แล้วให้ข้อคิดว่าเราควรเป็น "ทีมเผือก" ที่เข้าไปหยุดยั้งการกระทำของผู้ละเมิดเพื่อช่วยเหลือผู้คนในสังคมได้อย่างไรนั่นเอง
    
   
ฐานที่ 4 กิจกรรม "เผือก" คุณจะเลือกทำอย่างไร?
    
เรียกได้ว่าฐานสุดท้ายนี้เป็นไฮไลต์ของงานเลยล่ะค่ะ เพราะทีมงานลงทุนเช่ารถโดยสารประจำทาง พร้อมพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารตัวจริงเสียงจริงมาจอดรอให้ผู้ร่วมงานได้ขึ้นไปร่วมกิจกรรมกัน โดยบนรถจะมีการจำลองสถานการณ์จำลองการคุกคามทางเพศ แล้วอนุญาตให้ทุกคนที่นั่งอยู่บนรถสามารถตัดสินใจทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยผู้ถูกคุกคามให้พ้นจากการละเมิดในแบบต่างๆ
   
    
และแล้วสถานการณ์ก็สร้างฮีโร่จริงๆ ค่ะ เพราะฮีโร่ที่เข้ามายับยั้งการคุกคาทางเพศมีทั้งนักศึกษาไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และบุคคลที่สนใจเข้ามาปกป้องนักแสดงฝ่ายหญิงที่กำลังโดนคุกคามทางเพศ เจ๋งสุดๆ ไปเลย!!!
   
    
หลังจากเสียงปรบมือชื่นชมเหล่าฮีโร่เงียบลง พิธีกรประจำงานก็ได้ทำการสัมภาษณ์พวกเขาและเธอที่เลือกเข้าช่วยเหลือนักแสดงสาวที่รับผู้ถูกคุกคามบนรถโดยสารประจำทาง ก็ได้แง่คิดที่น่าสนใจหลายด้านเชียวล่ะ...
   
ยกตัวอย่างคุณป้าท่านหนึ่ง เธอได้ใช้วิธีแกล้งทักนักแสดงสาวด้วยน้ำเสียงดังพอให้คนทั้งรถหันมามองในขณะที่โดนคุกคามว่าเป็นญาติกัน แล้วชวนลงรถพร้อมกันที่ป้ายหน้า ก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า "หลายครั้งที่การคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในที่สาธารณะแล้วถูกเพิกเฉย เพราะผู้ชายที่คุกคามมักอ้างว่าเป็นสามีของฝ่ายหญิง ทำให้คนอื่นไม่กล้ายุ่ง ถ้าเราสังเกตได้ว่ามันไม่ใช่ความจริง ควรใช้มุกกันท่าคนเหล่านี้ไปเลยว่าเราเป็นญาติเสียเอง"
   
   
หรือจะเป็นหนุ่มๆ สองคนนี้ ที่แม้จะต่างเชื้อชาติ แต่พวกเขาก็มีความคิดไปในทางเดียวกันว่าเขาต่างก็ทนเห็นเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงเขารัก หรือแม้กระทั่งผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบเข้าช่วยเหลือทันที!
   
   
หลังจากลงจากรถโดยสารประจำทางมาแล้ว ทางทีมงานก็มีบอร์ดสรุปความรู้ที่ได้ไว้ด้านหลังให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มาเขียนแสดงความคิดเห็น หรือเสนอไอเดียเจ๋งๆ ที่ได้จากการทำความเข้าใจปัญหาการคุกคามทางเพศไว้ที่ท้ายรถด้วยค่ะ เผือกแบบนี้สิถึงจะน่ารัก :)
    
    
 ไม้ตายที่ใช้ยับยั้งการคุกคามที่ทุกเพศต้องมีไว้!    
    
ได้ไปเยี่ยมเยือนถึงงานเปิดตัวแคมเปญที่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารารณะขนาดนี้แล้ว จะไม่ได้ไม้ตายในการเอาตัวรอดเมื่อถูกละเมิดมาฝากน้องๆ ได้ยังไงกัน มาค่ะ! นี่คือสิ่งที่ต้องจดจำ และนำไปใช้
   
   
1. แสดงออกชัดเจนว่ารู้ทันแล้วนะ และไม่พอใจด้วย! ;   
เมื่อเราแน่ใจแล้วล่ะว่ากำลังถูกคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย สายตา หรือวาจา ให้ชักสีหน้าไม่พอแล้วจ้องเขม็งไปที่ผู้ละเมิดได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็รีบเบี่ยงตัวหลบหนีออกไป
  
2. ไม่ต้องกลัวอาย พูดดังๆ ออกไปให้เขาหยุดทำ ;
ถ้ายังโดนไล่ตามมาอีก แสดงว่าชัดเจนแล้วล่ะว่าผู้คุกคามยังไม่ลดละความพยายามที่จะลวนลามเราค่ะ งานนี้ต้องเพิ่มความรุนแรงในการต้านทานมากขึ้น ด้วยการเปล่งเสียงดังๆ ออกมาว่า "ทำอะไรน่ะ" "หยุดเดี๋ยวนี้นะ" เพราะจะทำให้เขาชะงักได้ พร้อมทั้งเรียกความสนใจจากคนรอบข้างที่เป็นแรงกดดันชั้นดีเลยค่ะ
  
3. ขอความช่วยเหลือจากพนักงานขับรถ หรือพนักงานเก็บค่าโดยสาร ;  
แต่ถ้าผู้คุกคามยังตามราวีไม่เลิกโดนไม่แคร์สายตาผู้ที่มองมา หรือเกรงกลัวในสหบาทาของผู้โดยสารท่านอื่น ก็ขอให้น้องๆ อย่าเพิ่งถอดใจ เดินไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานขับรถหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ทันทีเลยค่ะ คราวนี้ไม่เชิญลงป้ายหน้าก็สถานีตำรวจแล้วล่ะ!
   
   
     ได้รับสาระแบบจัดเต็มไปทั้งเรื่องโครงการรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง Safe Citites for Women และทั้งรีวิวกิจกรรมดีๆ ที่เปี่ยมไปด้วยสาระไปเรียบร้อยแล้ว พี่ส้มก็หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ คงได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการคุกคามทางเพศที่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนและควรได้รับการแก้ไขด้วยการ "เผือก" อย่างทันท่วงทีแล้วนะคะ
  
   
     หากจะพัฒนาแผนการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ก็คงต้องได้การร่วมมือจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องตื่นตัวกับปัญหา ช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัย การรับแจ้งเหตุการคุกคามทางเพศ ตลอดจนมีการอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพด้วยเช่นกัน ฟังดูแล้วอาจจะต้องใช้เวลาสานต่อโปรเจกต์กันต่อ แต่ยังไงซะถ้ามีจุดเริ่มต้นแล้ว ความสำเร็จก็ย่อมตามมาในที่สุดแน่นอน พี่ส้มขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนเลยค่า ^^v
    
   
ขอบคุณข้อมูลจาก :
        
ก่อนจากไป ฝากกดไลก์เพจ "เด็กมีของ" ใครมีของเข้าไปโชว์กันได้!!
          
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=som

พี่ส้ม - ผู้เขียน

คนทำคอนเทนต์ออนไลน์ ที่เชื่อว่าใครก็เป็นเด็กดีได้ในสไตล์ของตัวเอง

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เด็กกิจกรรม #กิจกรรม #ผู้หญิง #ข่มขืน #อนาจาร #ล่วงละเมิดทางเพศ #คุกคามทางเพศ #ผู้ชาย #การขนส่งสาธารณะ #องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ #รถเมล์ #รถไฟฟ้า #BTS #ลวนลาม #เพศทางเลือก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป