‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว []

ถึงการมองเห็นจะเปลี่ยนไป แต่ความฝันของเขายังเหมือนเดิม
17,219 6
“แก๊งนางฟ้าบ้านนา” ผู้ปลุกเสน่ห์แดนชนบทด้วยแฟชั่นสไตล์ท้องถิ่น (คลิป 5 ล้านวิวการันตีความแซ่บ!)
 

        สวัสดีค่าชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากวัยรุ่นเจ๋งๆ ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และทำกิจกรรมเพื่อตัวเองและสังคมค่ะ

        เรื่องทุกข์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบ่อยครั้งก็ไม่มีทางเลี่ยง เหมือนเด็กคนหนึ่งที่ชีวิตเปล่ี่ยนเพราะปัญหาสุขภาพ จากที่เคยมองเห็นมาก่อน ตอนนี้ต้องเปลี่ยนมารับสัมผัสทางอื่นนอกจากดวงตา แต่เชื่อมั้ยคะว่าความทุกข์ที่ดูหนักในสายตาคนอื่น กลับเป็นเรื่องธรรมดาในมุมของเค้าตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มมีอาการแล้ว ...แถมทัศนคติและสิ่งที่เค้าทำมาตลอด ยังทำให้เขาได้รับรางวัลเยาวชนต้นแบบของชุมชน ประจำปี 2560 จากมูลนิธิดวงประทีปมาด้วยค่ะ รับรองว่าถ้าใครอ่านเรื่องราวต่อไปนี้จนจบ ต้องเข้าใจทั้งเขาและคนตาบอดมากขึ้นในอีกหลายมุมแน่นอน

 
แนะนำตัว
 
        “สวัสดีครับ ชื่อ ‘ปอน’ พชร ด่านประภา อายุ 21 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.5 สายศิลป์-คำนวณ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัยครับ”

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
เมื่อสวิตช์ไฟในโลกถูกปิดลงในวัย 15
 
        ความผิดปกติที่ปอนเจอตั้งแต่เกิดคือ ร่างกายไม่ผลิต ‘โกรทฮอร์โมน’ ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญพันธุ์ มีหน้าที่กระตุ้นการเจริญเติบโตและระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เขามีร่างกายที่เล็กกว่าปกติ แต่แล้วในวัย 15 ก็ต้องเจอกับโรคจอประสาทตาเสื่อม
 
        “ก่อนมองไม่เห็น ผมตาฝ้าครับ มองเห็นแค่เป็นแสง เลยตัดใจรีบหลับตานอนก่อน พอตื่นมาก็เห็นเป็นเลือดแล้ว เลยไปหาคลินิกแถวบ้านก่อน ด้วยความที่ตรวจละเอียดมากไม่ได้เลยรู้แค่ว่าเป็นเส้นเลือดฝอยในตาแตก เค้าก็ให้ยาฆ่าเชื้อมาหยอดครับ ผ่านไปชั่วโมงนึงเกิดอักเสบขึ้นมา แล้วเริ่มปวดทั้งหัว เลยไปโรงพยาบาลตรวจ แต่ตรวจไม่ได้เพราะเลือดคั่งอยู่ ต้องรอเป็นอาทิตย์เลยกว่าเลือดจะซาลง ช่วงนั้นปวดทรมานมากจนนอนไม่ได้เลยครับ ร่างกายก็โดนแดดไม่ได้ แดดส่องแขนก็ปวดหัว (อันนี้ไม่เข้าใจว่าทำไม) กว่าจะปกติก็ผ่านไปประมาณสองอาทิตย์ หมอบอกว่ามันเกิดจากความดันตาขึ้นสูง เลยทำให้ปวดหัวปวดตา ต้องใช้ยามาหยอดสักพักถึงจะลดลง สุดท้ายหมอก็บอกว่าเราจะมองไม่เห็นแล้ว

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum
 
        เขาเล่าความรู้สึก ณ เวลานั้นให้ฟังว่า “ช่วงแรกๆ ผมยังไม่เชื่อว่าตัวเองจะต้องตาบอด เลยไปหาประมาณ 4-5 โรงพยาบาล เค้าก็บอกว่าไม่เห็นจริงๆ ผมคิดว่าจะเอาไงต่อกับชีวิตดี คิดว่าต้องลำบากต้องแย่แน่นอน แต่แล้วก็ได้รู้ว่ามันมีโรงเรียนสำหรับคนตาบอดด้วย วันแรกที่เค้าพาไป คนตาบอดพาผมเดิน ผมก็เอ้ย...อึ้งอะ สงสัยว่าเค้ารู้ได้ไงเนี่ย กลายเป็นความประทับใจครับว่ามันก็ไม่ได้แย่นี่นา เราก็ค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม แล้วก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้^^” 
 
        เอาล่ะ ช่วยอัปเดตให้ฟังหน่อยสิ ตอนนี้คิดว่าเราใช้ชีวิตได้ปกติรึยัง? “ผมตีเป็น 95% แล้วกันครับ ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่างไม่ต่างกับเมื่อก่อนเลย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนเลย คือผมพยายามมากขึ้น ขวนขวายมากขึ้น คิดอะไรดีๆ มากขึ้น เมื่อก่อนก็มีเกเรนิดนึงนะ แต่ไม่มาก ^^”

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
“ทิ้งไว้กลางทาง” มาตรการหักดิบของอาจารย์นิสิต!
 
        “ตอนนั้นยังไม่อยากเดินคนเดียวครับ แล้วอยู่ๆ อาจารย์นิสิตของผมคนนึงก็แกล้งพาผมไปปล่อยกลางสนามหญ้า คราวนี้เค้ารู้ว่าถ้าปล่อยผมไว้คนเดียวผมต้องโทรหาเพื่อนแน่ๆ เค้าเลยยึดโทรศัพท์ไปด้วย แล้วส่งซิกไม่ให้รุ่นน้องไปช่วย ผมต้องยืนอยู่คนเดียวเป็นชั่วโมงเลยครับ T_T จากนั้นมาผมเลยเริ่มหัดเดินคนเดียวด้วยไม้เท้า ช่วงแรกๆ ฝึกนานมาก กว่าจะใจกล้าพอเดินคนเดียวได้ก็เกือบปีครับ” ...ถึงจะแอบโหดไปหน่อย แต่วิธีนี้ก็ได้ผลแฮะ
 
        นอกจากนี้ ยังต้องปรับตัวเรื่องการสื่อสารด้วย “อักษรเบลล์ผมจะเรียนเร็วนิดนึง คร่าวๆ ก็ 3 เดือนครับ แต่อ่านออกเขียนได้เลยก็ 5 เดือน ช่วงแรกที่เรียนผมรู้สึกยากนะ เพราะมันคือโค้ด ต้องจำโค้ดของแต่ละตัวอักษรให้ได้” แล้วตอนนี้เราอ่านอะไรบ้าง? “พวกบทความ นิยาย ตามเน็ตตามเว็บครับ เดี๋ยวนี้ก็มีหนังสือเสียงด้วย”
มีปัญหาเรื่องการเรียนอยู่บ้าง
 
        ปอนเล่าว่าตนถนัดวิชาภาษาไทยกับสังคม ส่วนวิทย์-คณิตก็ชอบ แต่ไม่ได้เก่ง และแน่นอนว่าเขาต้องมีปัญหากับวิชาเลขในบางเรื่อง “บางเรื่องนี่กว่าจะเข้าใจได้ก็นานมากครับ อย่างเรื่องเวกเตอร์สามมิติครับ ผมเข้าใจตรงคำนวณนะ แต่ตรงบวกลบเวกเตอร์แล้วต้องเอาหัวลูกศรมาต่อกัน มันงงครับ หรือไม่บางทีเป็นข้อสอบแบบมีภาพ พอมาทำเป็นภาพนูน เส้นที่ตัดๆ กันมันทำให้งงหนักกว่าเดิม”
 
        แล้วพวกโจทย์เลขที่วิธีทำซับซ้อนหลายตลบ เราทำยังไง? “ต้องคิดเป็นส่วนๆ ครับ อย่างผมเรียนฟังก์ชั่น ตรีโกณฯ มันเยอะๆ ใช่มั้ยครับ ผมก็ทำทีละก้อน จดคำตอบไว้”
 
        สำหรับเป้าหมายเรื่องการเรียนขั้นต่อไปของเขาคือสอบติดมหา’ลัยในคณะที่ใฝ่ฝัน “ผมอยากเข้าบริหารหรือเศรษฐศาสตร์ แต่ตอนนี้กำลังหาคนช่วยสอน PAT คณิตฯ และ GAT ภาษาอังกฤษอยู่ครับ ^^” 

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
ต้องเจอปัญหาจากคนทัศนคติคับแคบ
 
        “มีบางเรื่องที่ท้อครับ เรื่องเรียนงี้ พูดตรงๆ เลยว่ามีครูบางคนที่ยังทัศนคติแคบอยู่นะ เช่น ผมสอบวิชาศิลปะได้ 18/20  ตั้งใจเต็มที่ แต่เกรดออกมา 2.5 เพราะผมทำบางอย่างไม่ได้ ซึึ่งจริงๆ แล้วเขาควรให้ผมไปทำอย่างอื่นที่คนตาบอดสามารถทำได้ อย่างเช่นการปั้น” 
 
        ปอนยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้เฟลว่า “เคยมีงานตัวนึงที่รู้สึกเฟลนะ เป็นงานชมพระเมรุมาศ ผมโอเคผมได้อยู่แล้วก็เลยไป ได้รูปมาแล้วก็ปริ้นท์ เขียนบรรยายเสร็จส่ง แล้วเค้าบอกคะแนนจะน้อยนะ ต้องตกแต่งมาด้วย ซึ่งถ้าเค้ามองจริงๆ จะรู้เลยว่ามันไม่ได้ เพราะผมเขียนเองทำเองไม่ได้ มันควรมีข้อยกเว้นนิดนึงในกรณีแบบนี้”
 
        “หรือถ้าเป็นเด็กตาบอดในต่างจังหวัดในบางที่ จะเจอปัญหาโดนกดเกรด ครูสบประมาทว่าเรียนไม่ได้หรอก ทั้งที่ไม่เคยให้เด็กลองเรียนเลย จริงๆ ควรให้ลองก่อนจะได้รู้ไปเลยว่าเค้าทำไม่ได้จริงๆ รึเปล่า”

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum
 
        แล้วเรื่องเพื่อนๆ ล่ะ? “ผมดีอย่างตรงที่อัธยาศัยดีและอายุเยอะ เลยมีรุ่นน้องเยอะมาก เดินไปก็มีคนมาทักบ่อยๆ แล้วผมก็โชคดีด้วยครับที่เจอเพื่อนดี พาเดินไปเรียน พาไปกินข้าว แต่บางคนอาจไม่ได้โชคดีแบบผม มีรุ่นน้องตาบอดคนนึงโดนเพื่อนแกล้ง ผมเห็นชัดๆ เลยว่าเค้าท้อ ขาดกำลังใจ และความตั้งใจเรียนของเค้าลดลง”

 
เรื่องบีบคั้นหัวใจที่ทำให้สตรองขึ้น!
 
        “นอกจากเรื่องเรียนที่เจออาจารย์ไม่เข้าใจ ผมก็มีเรื่องที่ยายป่วย เดินไม่ได้ครับ ตอนที่ผมยังมองเห็นอยู่ ผมบอกให้เค้ารอนะ แล้วอายุ 24 ปีจะบวชให้ ความตั้งใจของเราคือสักวันนึงเราจะดูแลได้ แต่ตอนนี้ที่ยายป่วย เรากลับดูแลยายไม่ได้ จะช่วยทำความสะอาดก็มองไม่เห็น มีวันนึงยายบอกว่า ‘เค้าไม่อยากอยู่แล้ว อยู่แล้วเป็นภาระลูกหลาน’ ผมรู้สึก down มากๆ ร้องไห้เลย ใช้เวลานานกว่าจะสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ ตอนนี้ผมเลยพยายามบีบคั้นตัวเองให้มากที่สุด ถ้าสำเร็จ มีรายได้มากพอ ผมจะดูแลคนในบ้านให้ดีที่สุด”
 
        “ส่วนเรื่องประทับใจก็คือการที่ผมได้รับรางวัลนู่นนี่ ได้ออกรายการ เหมือนสังคมให้โอกาสเรา ทำให้รู้สึกตัวเรามีที่ยืนในสังคมครับ”
 
‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
มีหลายสิ่งที่คนภายนอกคิดว่าเขาทำไม่ได้
 
        “พอบางคนไปเจอคนตาบอด ก็สงสัยว่าใครป้อนข้าวอาบน้ำให้ แต่จริงๆ อยากให้รู้ว่าเราใช้ชีวิตได้ปกติมากๆ เลย ปัญหาหลักๆ มีแค่เดินทางเองลำบากเท่านั้นเอง ดังนั้นควรลองให้เค้าทำดูก่อนครับ อย่าเพิ่งไปห้าม อย่างสมมติการทำกับข้าว คนตาบอดทำได้นะครับ แต่คนอื่นจะกลัวว่าเดี๋ยวไหม้เดี๋ยวนู่นนี่นั่น เอาเป็นว่าลองให้เค้าทำแล้วคนอื่นคอยยืนดูคอยซัพพอร์ตก็ได้ครับ (...ปกติที่บ้านก็ไม่กล้าให้ผมทำเหมือนกันแหละ เลยหันมาทำพวกขนมแทน เช่น บลูเบอร์รี่ครีมชีส^^)”
 
‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
        “เรื่องเดินทางก็เหมือนกันครับ ถ้าเป็นเด็กมัธยม พ่อแม่ไม่กล้าให้ออกไปเจอโลกภายนอกแน่นอน แต่จริงๆ ควรให้ไปฝึกหาประสบการณ์ครับ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก” แล้วทุกวันนี้เราเดินทางยังไงบ้าง? “มีทั้งมอเตอร์ไซค์ บีทีเอส และแท็กซี่ครับ ^^ ถ้าเที่ยวก็มีไปเที่ยวห้างฯ บ่อย เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้ห้างฯ ส่วนเที่ยวธรรมชาติผมชอบนะ บรรยากาศดี ร่มรื่น แต่ผมมีโอกาสไปน้อยมากเลย”
 
        นอกจากนี้ เขายังมีเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกด้วยค่ะ “ผมศึกษาชูการ์ไรเดอร์ครึ่งปีแล้วก็ซื้อมาเลี้ยงครับ เล่นด้วยแล้วก็โอเคนะแต่เหมือนยังขาด เล่นเกมก็ไม่อิน เลยหัดเล่นดนตรีครับ (ไม่เคยเล่นมาก่อนเลย) เหตุผลที่เลือกอูคูเลเล่ก็เพราะเสียงน่ารักๆ ดี กลองก็ใหญ่ไป นิ้วสั้นไปก็เล่นกีตาร์ไม่ได้อีก ...ช่วงฝึกเล่นแรกๆ ก็เปิดจากยูทูบครับ เค้าสอนละเอียดมากว่าจับคอร์ดยังไง เริ่มเล่นจริงจังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้ไปเรียนกับครูอาสาที่โรงเรียนในคลองเตยครับ เคยไปเล่นออกงานด้วย”  

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
Photo Credit: Pond Pum Pum

 
อยากทำคู่มือแนะนำวิธีการช่วยเหลือคนพิการอย่างถูกวิธี
 
        “ผมคิดไว้นานมากเลยครับว่าอยากทำคู่มือแนะนำวิธีพื้นฐานในการช่วยเหลือคนพิการ เช่น ถ้าขึ้นบีทีเอสแล้วมีคนพูดว่า ‘หนูๆ ไปนั่งสิ’ ผมก็จะไม่รู้ครับ วิธีที่ถูกต้องจริงๆ คือไปแตะตัวเค้าก่อน ส่วนตอนพาคนตาบอดเดิน ควรจับแขนมากกว่าจับเสื้อครับ ผมเองเข้าใจแหละว่าเค้าอาจไม่รู้ แต่คนตาบอดคนอื่นๆ อาจคิดว่าโดนรังเกียจ แล้วอาจเป็นอันตรายด้วยครับ”
 
        จริงๆ ปอนเคยแชร์วิธีเหล่านี้ไว้ในเฟซบุ๊กของเขาด้วยค่ะ และเขายังเล่าให้ฟังอีกว่า ปกติแล้วคนตาบอดจะไม่พูดหรือตะโกนความช่วยเหลือจากใคร เพราะเดี๋ยวจะดูไม่ดี แต่ถ้ามีคนมาเสนอให้ความช่วยเหลือ เขาจะยินดีและรู้สึกดีใจมากๆ เลย ^^
 


 
หากดวงตากลับมามองเห็นอีกครั้ง...
 
        “ผมอยากใช้ตาที่ได้มาใหม่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ อยากสอนการบ้านให้เด็กๆ ที่ตาบอด เพราะเราเคยเป็นมาแล้ว เรารู้ว่าพวกเค้าต้องการอะไร” 

‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
 

         ระหว่างที่คุย เราเห็นเลยว่าน้องปอนเฟรนด์ลี่มาก แถมเล่าเรื่องเก่งด้วย และไม่ใช่น้ำเสียงของคนท้อแท้สิ้นหวังเลยค่ะ เราจึงเชื่อคำพูดที่เค้าบอกว่า เค้าใช้ชีวิตได้เหมือนเมื่อก่อนแทบจะ 100% แล้ว ^^ เราขออวยพรให้น้องปอนแฮปปี้มากขึ้นทุกวัน และทำตามความฝันสำเร็จนะคะ (ส่วนใครที่ถนัด PAT คณิตศาสตร์หรือ GAT ภาษาอังกฤษ แล้วอยากเป็นครูจิตอาสาช่วยน้องให้สอบติดมหา’ลัยที่ต้องการ ลองทักไปพูดคุยกับน้องที่เฟซบุ๊ก Pond Pum Pum ก่อนได้เลยจ้า ^^)


อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนหน้านะคะ><
‘ปังปอน’ เด็กชายผู้กระจกตาเสื่อมจนบอดตอน 15 แต่มุ่งฟิตเรียนเพราะฝันอยากดูแลครอบครัว
‘น้องแพรพาเพลิน’ อดีตเด็กที่โดนมองว่าแก่แดด
สู่การเป็นช่างแต่งหน้าในงานแฟชั่นที่ลอนดอน!
 
#เด็กพลังบวก #ปอน #ปังปอน #ตาบอด #โรคกระจกตาเสื่อม #มูลนิธิดวงประทีป

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ...
    Guest IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    นี่เรียนอยู่โรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนพี่เขาเลยเจอพี่เขาตรงแถวๆบันไดBTSทุกเช้าเลย พี่เขาจะมายืนรอเพื่อน พี่เขาดูใช้ชีวิตได้สตรองมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ กำลังเขียนนิยายที่มีตัวเอกเป็นคนตาบอดอยู่พอดี(กำลังหาข้อมูล) ได้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผู้พิการทางสายตาขึ้นเยอะเลยค่ะ อยากให้พี่ปอนเขียนคู่มือแนะนำช่วยเหลือคนพิการอย่างที่ตั้งใจได้จริงๆ มันจะทำให้ผู้พิการในสังคมใช้ชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้นเพราะเราสามารถช่วยพวกเขาเวลาต้องการความช่วยเหลือหรือช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างถูกวิธีเพราะเราเคยเจอผู้พิการทางสายตาที่หน้าโรงเรียน เขากำลังเดินไปรอรถประจำทาง เราอยากช่วยก็เลยไปดึงแขนเขามา แต่เขาคงคิดว่าจะฉุดเขารึเปล่าเลยเกร็งตัวไม่ขยับเลย จนเราต้องพูดว่า "จะไปไหนคะ? ให้หนูช่วยนะคะ" เขาถึงยอมตามมา อันนี้ยอมรับเลยว่าทำแบบผิดวิธีเพราะไปลากมาโดยไม่บอกไม่กล่าวเลย ตอนเราจะส่งเขาขึ้นรถสองแถวก็ถามว่าจะให้ช่วยพาขึ้นไหม เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เราเลยรู้ว่าความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาเท่าไร(เคยคิดว่าคนตาบอดต้องมีคนคอยติดตามคอยให้ความช่วยเหลือแจ แต่คนที่เราเจอมีแค่ไม้เท้าเป็นเพื่อนคู่ใจแล้วเดินคล่องทำอะไรคล่องเหมือนคนปกติเลย)แต่แอบสงสัยนะว่าเขามีวิธียังไงให้ลงถูกป้าย ยอมรับว่าตอนนั้นแอบกังวลหน่อยๆกลัวเขาไปไม่ถึงที่หมาย มีความคิดแวบๆว่าจะขึ้นรถตามไปส่งแล้วแต่ติดว่าต้องไปโรงเรียน55555
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ขอให้พี่ปอนด์ประสอบความสำเร็จ ชีวิตมีความสุขยิ่งๆขึ้นไปอีกนะครับ พี่ทัศนคติดีมาก และโชคดีที่มีสังคมดี เป็นกำลังใจให้นะครับ


    ปล. อยากรู้วิธีที่พี่เค้าเล่นเฟซบุ๊กอะครับ อ่านคอมเมนต์ยังไง พิมพ์ตอบยังไง นี่ถ้าไม่รู้จักก็ไม่รู้ว่าเป็นคนตาบอด เล่นเหมือนคนปกติมากกก

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สมัยอยู่มหาวิทยาลัย ดิฉันต้องนั่งรถประจำทางไปเรียนทุกวัน

    มีอยุ่วันหนึ่ง มีคุณลุงตาบอดโดยสารมาด้วย บังเอิญว่า ข่วงนั้นเป็นเทศกาลตรุษจีนพอดี

    เขาปิดถนนในตลาดที่รถต้องเข้าไปจอดหมดค่ะ

    ดิฉันก็ต้องเดินไปขึ้นรถในตลาดพอดี คนในรถก็ถามว่า มีใครไปลงในตลาดบ้างไหมครับ?

    วันนั้น ดิฉันใส่ชุดนักศึกษา ไปเรียน ดิฉันก็เลยถามว่า หนูไปส่งคุณลุงให้ถึงที่ได้ค่ะ ให้ช่วยมั้ยคะ?

    ดิฉันจับมือคุณลุงลงจากรถ คุณลุงเดินเกาะแขนดิฉันไปตามถนนในตลาดด้วยกัน

    จริงๆแล้วดิฉันรีบมาก แต่วันนั้นไปสายก็ยอมค่ะ

    สงสารแกมากจริงๆ ไม่มีใครเข้าไปในตลาดเลย

    พอไปส่งตรงสะพานที่แกต้องการแล้ว

    แกก็ขอบใจยกใหญ่เลยค่ะ

    มันเป็นความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่เราได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นบ้าง

    ดิฉันรู้สึกดีใจมาก ที่เห็นคนพิการได้ทำและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ

    เหมือนคนอื่นๆทั่วไปค่ะ


    ตอบกลับ

4 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ...
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      นี่เรียนอยู่โรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนพี่เขาเลยเจอพี่เขาตรงแถวๆบันไดBTSทุกเช้าเลย พี่เขาจะมายืนรอเพื่อน พี่เขาดูใช้ชีวิตได้สตรองมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ กำลังเขียนนิยายที่มีตัวเอกเป็นคนตาบอดอยู่พอดี(กำลังหาข้อมูล) ได้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผู้พิการทางสายตาขึ้นเยอะเลยค่ะ อยากให้พี่ปอนเขียนคู่มือแนะนำช่วยเหลือคนพิการอย่างที่ตั้งใจได้จริงๆ มันจะทำให้ผู้พิการในสังคมใช้ชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้นเพราะเราสามารถช่วยพวกเขาเวลาต้องการความช่วยเหลือหรือช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างถูกวิธีเพราะเราเคยเจอผู้พิการทางสายตาที่หน้าโรงเรียน เขากำลังเดินไปรอรถประจำทาง เราอยากช่วยก็เลยไปดึงแขนเขามา แต่เขาคงคิดว่าจะฉุดเขารึเปล่าเลยเกร็งตัวไม่ขยับเลย จนเราต้องพูดว่า "จะไปไหนคะ? ให้หนูช่วยนะคะ" เขาถึงยอมตามมา อันนี้ยอมรับเลยว่าทำแบบผิดวิธีเพราะไปลากมาโดยไม่บอกไม่กล่าวเลย ตอนเราจะส่งเขาขึ้นรถสองแถวก็ถามว่าจะให้ช่วยพาขึ้นไหม เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เราเลยรู้ว่าความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาเท่าไร(เคยคิดว่าคนตาบอดต้องมีคนคอยติดตามคอยให้ความช่วยเหลือแจ แต่คนที่เราเจอมีแค่ไม้เท้าเป็นเพื่อนคู่ใจแล้วเดินคล่องทำอะไรคล่องเหมือนคนปกติเลย)แต่แอบสงสัยนะว่าเขามีวิธียังไงให้ลงถูกป้าย ยอมรับว่าตอนนั้นแอบกังวลหน่อยๆกลัวเขาไปไม่ถึงที่หมาย มีความคิดแวบๆว่าจะขึ้นรถตามไปส่งแล้วแต่ติดว่าต้องไปโรงเรียน55555
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอให้พี่ปอนด์ประสอบความสำเร็จ ชีวิตมีความสุขยิ่งๆขึ้นไปอีกนะครับ พี่ทัศนคติดีมาก และโชคดีที่มีสังคมดี เป็นกำลังใจให้นะครับ


      ปล. อยากรู้วิธีที่พี่เค้าเล่นเฟซบุ๊กอะครับ อ่านคอมเมนต์ยังไง พิมพ์ตอบยังไง นี่ถ้าไม่รู้จักก็ไม่รู้ว่าเป็นคนตาบอด เล่นเหมือนคนปกติมากกก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สมัยอยู่มหาวิทยาลัย ดิฉันต้องนั่งรถประจำทางไปเรียนทุกวัน

      มีอยุ่วันหนึ่ง มีคุณลุงตาบอดโดยสารมาด้วย บังเอิญว่า ข่วงนั้นเป็นเทศกาลตรุษจีนพอดี

      เขาปิดถนนในตลาดที่รถต้องเข้าไปจอดหมดค่ะ

      ดิฉันก็ต้องเดินไปขึ้นรถในตลาดพอดี คนในรถก็ถามว่า มีใครไปลงในตลาดบ้างไหมครับ?

      วันนั้น ดิฉันใส่ชุดนักศึกษา ไปเรียน ดิฉันก็เลยถามว่า หนูไปส่งคุณลุงให้ถึงที่ได้ค่ะ ให้ช่วยมั้ยคะ?

      ดิฉันจับมือคุณลุงลงจากรถ คุณลุงเดินเกาะแขนดิฉันไปตามถนนในตลาดด้วยกัน

      จริงๆแล้วดิฉันรีบมาก แต่วันนั้นไปสายก็ยอมค่ะ

      สงสารแกมากจริงๆ ไม่มีใครเข้าไปในตลาดเลย

      พอไปส่งตรงสะพานที่แกต้องการแล้ว

      แกก็ขอบใจยกใหญ่เลยค่ะ

      มันเป็นความรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่เราได้มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นบ้าง

      ดิฉันรู้สึกดีใจมาก ที่เห็นคนพิการได้ทำและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ

      เหมือนคนอื่นๆทั่วไปค่ะ


      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป