เปิดใจ ‘ครูตุ๊กติ๊ก’ ผู้ให้นักเรียนได้ที่ 1 ยกห้อง และสตอรี่การค้นพบ “ความถนัดของเด็ก” ที่ไม่ธรรมดา! []

คำตอบจากครูยุคใหม่ “ไอเดียนี้มาจากไหน?” “ทำแล้วเด็กได้อะไร?” “แล้วเรื่องวิชาการจะถูกมองข้ามไปรึเปล่า?”
10,533 2

“แก๊งนางฟ้าบ้านนา” ผู้ปลุกเสน่ห์แดนชนบทด้วยแฟชั่นสไตล์ท้องถิ่น (คลิป 5 ล้านวิวการันตีความแซ่บ!)

 
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D วันนี้คอลัมน์ของเราจะขอเปลี่ยนลุคเป็น “ครูพลังบวก” สักวันนึงนะคะ เพราะเขาคนนี้ทำให้มีเด็กพลังบวกเกิดขึ้นอีกหลายคนเลย น้องๆ จำข่าวเมื่อวันก่อนได้มั้ยคะที่ครูสกลนครให้นักเรียนสอบได้ที่ 1 ยกห้อง ซึ่ง “ความที่สุด” ของแต่ละคนก็แตกแขนงไปหลายด้าน เช่น หาปลาเก่ง นวดฝ่าเท้าเก่ง นำเสนอโครงงานวิทย์เก่ง ฯลฯ ทำให้หลายสื่อออกมาชื่นชมที่มุมหนึ่งของวงการการศึกษาไทยไม่ได้บูชาแค่คะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับครูคนดังกล่าวเพื่อหาคำตอบกันค่ะว่า ทำไมถึงเกิดไอเดียนี้? ทำแล้วเด็กได้อะไร? แล้วเรื่องวิชาการจะถูกละเลยไปมั้ย?
 


 
 ครูตุ๊กติ๊ก ป.6/1 
 
        “สวัสดีครับ ‘ครูชินกร พิมพิลา’ ชื่อเล่นว่า ‘ครูตุ๊กติ๊ก’ เป็นครูมาแล้วเกือบ 8 ปีแล้วครับ ^^ สอนวิชาภาษาไทยและสังคม และเป็นครูประจำชั้น ป.6/1 โรงเรียนบ้านนาสีนวลครับ”
 
        สำหรับโรงเรียนนี้ จัดเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 เลยค่ะ ถ้านับรวมก็มีนักเรียนร่วม 600 คน และครูอีก 40 คน โดยห้องที่ครูตุ๊กติ๊กประจำชั้นอยู่มีนักเรียนจำนวน 17 คนเท่านั้น
 เพราะการจัดลำดับอาจเป็นการสร้างกำแพงให้เด็ก 
 
        “ถ้าให้ผมจัดลำดับแล้วจะหนักใจ แต่ทำแบบนี้แล้วมีความสุขครับ เพราะเด็กทุกคนแตกต่างกัน มีความถนัดที่โดดเด่นของตัวเอง ผมเลยคิดว่าไม่น่าจะเอาผลการเรียนมาจัดลำดับ 1-17 เพราะถ้าทำแบบนั้น เด็กที่ได้ลำดับท้ายๆ มาตลอดตั้งแต่อนุบาลถึง ป.5 แล้วยังจะมารั้งท้ายตอน ป.6 อีก เค้าอาจตั้งกำแพงกับการเรียนก็ได้ เหมือนเราไปสร้างตราบาปให้เค้า เดี๋ยวเค้าจะคิดไปว่าตัวเองไม่มีอะไรดีพอจะไปเรียนต่อระดับมัธยม” 
 
        “ดังนั้นผมเลยอยากให้เด็กรู้จักตัวตนของตัวเอง รู้ว่ามีความสามารถอะไรที่เราต่อยอดไปได้ ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเก่งต่างกัน พอทำแบบนี้แล้วเค้าดีใจที่ได้เห็นผลการเรียนว่าตัวเองได้ที่ 1 และนั่นเป็นสิ่งที่เค้าทำได้จริงๆ” 
        แล้วผลตอบรับจากพ่อแม่เป็นแบบไหนคะ? “เด็กๆ ได้เห็นว่าตัวเองได้ลำดับที่ 1 เค้าก็ภูมิใจครับ พอให้ผู้ปกครองดูเค้าก็ยิ้มได้ ดีใจที่เห็นผลการเรียนแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน บางท่านตั้งเงื่อนไขให้ลูกว่าถ้าสอบได้ลำดับที่ 1-5 จะซื้อนั่นนี่ให้ พอเห็นผลออกมาแบบนี้เค้าก็ยอมรับ เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ เข้าใจลูกมากขึ้น”

 
 ไม่ได้ทิ้งวิชาการอย่างที่บางคนเข้าใจ 
 
        แน่นอนว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ก็มีบางคนแอบสงสัยว่าวิธีนี้จะทำให้เด็กมองข้ามเรื่องวิชาการไปมั้ย? ครูตุ๊กติ๊กตอบว่า “นี่ไม่ใช่การให้คะแนนครับ การให้คะแนนคือมีรายวิชาพื้นฐาน 10 วิชา ซึ่งเค้ามีคะแนนออกมา เกรดก็ออก แต่เราแค่ไม่เอาเกรดเฉลี่ยมาจัดเรียงลำดับ เราให้ทุกคนเป็นลำดับ 1 ทั้งหมด เรามีใบแจ้งผลการเรียนที่มีข้อมูลครบทั้งผลการเรียนในรายวิชาพื้นฐาน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การสอบโอเน็ต และสิ่งที่เพิ่มมาคือ 'การจัดลำดับ' แต่ละคนเป็นด้านอะไรก็ระบุลงไป”
 
        “เรื่องวิชาพื้นฐานเราก็ทำครับ มีแผนรองรับตลอด การติวโอเน็ต สอนเสริม เพิ่มศักยภาพให้เด็ก และมีเสริมความสามารถเฉพาะด้านไปด้วย ดังนั้นเราไม่ได้ทิ้งเรื่องวิชาการไปแน่นอนครับ”
 ที่ 1 ของแต่ละคน...ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย! 
 
        การที่เด็กห้องนี้ได้ที่ 1 ครบทุกคน ย่อมเกิดจากความใส่ใจของครูอยู่แล้ว โดยเขาเล่าว่าครูประจำชั้นต้องคลุกคลีกับเด็กเป็นธรรมดา แถมยังเป็นครูประจำชั้นพวกเค้ามาตั้งแต่ ป.5 ด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เค้าเห็น “ของ” ในตัวเด็ก ก็มาจากประสบการณ์ทำงานของพวกเขานั่นเองค่ะ 

        ครูตุ๊กติ๊กเริ่มยกตัวอย่างเด็กบางคนให้ฟังว่า “ถ้าเป็น ‘ผู้ช่วยครูสอนรุ่นน้องที่เก่งที่สุด’ คนนี้จะชอบช่วยครูพาน้องเล่นเกมตอนเที่ยง เช่นเกมภาษาไทยภาษาอังกฤษ แบบลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้น่ะครับ แล้วมีวันนึงเค้าได้ไปแข่งทักษะทางวิชาการเป็นครั้งแรกตอน ป.6 เพราะเราได้สร้างกำลังใจเสริมแรงเชิงบวกให้เค้า ในที่สุดก็ได้เขารอบลึกๆ และได้รางวัลกลับมา เราเลยบอกได้ว่าเค้าคือครูสอนรุ่นน้องที่เก่งที่สุด”

        “พูดถึง ‘นักหาปลาที่เก่งที่สุด’ กันบ้างครับ เราเห็นว่าในวันหยุดหรือตอนเย็นหลังเลือกเรียน เค้าจะออกไปใส่เบ็ดหาปลาแบบชีวิตชนบท แล้วมีวันนึง เราจะสูบน้ำออกจากสระที่โรงเรียนเพื่อเอาปลา นักเรียนคนนี้แหละครับคือผู้ช่วย ทักษะชีวิตของเค้าวัดไม่ได้ด้วยผลการทดสอบใดๆ เค้าใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเอาตัวรอดได้และหารายได้ให้ครอบครัวด้วย บางทีเค้าอาจต่อยอดไปเป็นนักประมงที่กลับมาพัฒนาลุ่มน้ำในชุมชนก็ได้ครับ”

        “หรืออย่างโปรเจกต์การย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ เด็กคนนึงที่เค้าอ่านหนังสือไม่ได้ แต่สามารถย้อมฝ้ายจากสีธรรมชาติได้สวยมาก เค้ารู้ว่าสีนี้ย้อมมาจากเปลือกอะไร ต้นอะไร ส่วนนึงก็เพราะหมู่บ้านเค้ามีการทอผ้าด้วย ผมเลยให้เค้าเป็น 'นักย้อมสีผ้าจากธรรมชาติที่เก่งที่สุด'

        “ส่วน ‘นักนวดฝ่าเท้าที่เก่งที่สุด’ เค้านวดดีมาก แรงนวดพอเหมาะ รู้จักเส้นเอ็น แล้วนวดเหมือนหมอนวดจริงๆ เราได้สอนทำโครงงานอาชีพ ‘ฮักเท้า’ เราเองเนี่ยสอนไปสอนมาลืมเอง แต่เค้าจำสเต็ปได้ครับ555 เด็กไปออกนวดตามหมู่บ้าน เข็นรถตั้งตามศาลา หาเงินได้ด้วย เราก็เหมือนได้สร้างแรงบันดาลใจเสริมแรงบวกให้เค้า”
        และแน่นอนว่าความใส่ใจไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับนักเรียนห้องเดียว เพราะบรรดาครูและผู้บริหารของโรงเรียนนี้พยายามคิดโปรเจกต์เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ตลอดเวลา “การที่เราได้พบความสามารถเฉพาะบุคคลก็เหมือนเราได้เจอเพชรครับ เราเคยทำโปรเจกต์กับนักเรียน ม.ปลาย เช่น การศึกษาเรื่องความหลากหลายของสายน้ำ เล่าก่อนว่าชุมชนของเรามีแม่น้ำสงครามไหลผ่าน เราก็สงสัยว่าถ้าวันนึงรัฐทำเขื่อนกั้น แล้วปลาที่อยู่เหนือกับใต้เขื่อนจะต่างกันมั้ย เลยทำโปรเจกต์ขึ้นมา แล้วเด็กได้ลงมือทำจริงๆ และค้นพบว่าตนสนใจด้านประมง จากนั้นเขาสามารถเอารายงานของโปรเจกต์ไปทำพอร์ตโฟลิโอยื่นเข้าสาขาประมง คณะเกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น แล้วก็ผ่าน” 

        “ที่ผ่านมาผมสอนว่าการเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ต้องก้าวออกไปแล้วใช้ชุมชนเป็นฐานเรียนรู้ด้วย แล้วเด็กจะเกิดแรงบันดาลใจในการกลับมาพร้อมกับคำว่า ‘ฮักบ้านเกิด’ ครับ ทำให้เด็กเห็นว่าชุมชนของเรามีอะไรดี ผมว่ามันคือการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งวิชาการและทักษะชีวิตที่นำไปใช้ได้จริง เรามีทั้งครูในโรงเรียน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิทยาศาสตร์ร่วมมือกัน ส่วนทางเราก็เน้นเรื่องกระบวนการ”
 ทิ้งท้ายจากครูรุ่นใหม่ 
 
        “อันดับแรกฝากถึงครูก่อนครับ เพราะครูมีพลังในการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือกล้าที่จะทำหรือคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์มั้ย ถ้าเรากล้า ให้แสดงพลังเหล่านั้นออกมา ให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้มากที่สุด ส่วนผู้ปกครองต้องเข้าใจเด็กให้มากขึ้น เข้าใจยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นยังไง”
 
        “ตัวเด็กต้องค้นตัวเองครับว่าเราถนัดอะไร มีความสามารถอะไร หาให้เร็วที่สุด มันจะเป็นตัวขับเคลื่อนของเรา ถ้ารู้แล้วมีผู้ปกครองสนับสนุน + ครูส่งเสริม เค้าจะมีความสุขกับการเรียน อย่าบังคับแค่ว่าต้องตื่นเช้าไปเรียนพิเศษเพียงอย่างเดียว”
        เรียกได้ว่าครูตุ๊กติ๊กเป็นหนึ่งในครูที่ใส่ใจเด็กมากๆ ท่านนึงเลยค่ะ แถมยังเป็นผู้ที่กล้าลุกขึ้นมา เปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เป็นไปในทางที่ดีมากขึ้น เราไม่ได้หวังแค่ว่าผู้ใหญ่จะมองเห็นความสามารถของเด็กแต่ละคน แต่เรายังหวังอีกว่าน้องๆ ที่กำลังอ่านเรื่องราวของครูตุ๊กติ๊กและนักเรียนชั้น ป.6/1 จะเกิดพลังบวกเพื่อค้นหาตัวเองจนเจอ รวมถึงสามารถบาลานซ์เรื่องเรียนและทักษะด้านอื่นๆ ให้อยู่ในจุดพอดีได้ด้วยเช่นกันค่ะ ^^
#เด็กกิจกรรม #เด็กพลังบวก #ครูตุ๊กติ๊ก #ผลการเรียน #สอบได้ที่1

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป