"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ! []

พาไปรู้จัก "พี่ลูกเป็ด" ศิลปินสุดอินดี้ประจำ ม.รามฯ ที่คอยร้องเพลงตามห้องอ่านหนังสือให้กำลังใจนักศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงาน
5,795 0
     สวัสดีค่ะชาว Dek-D ในเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค หรือต้องรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ในชีวิตจนเกิดความเหนื่อยล้า สิ่งแรกที่ผลักดันให้คนเรามีแรงฮึดที่จะจัดการกับปัญหาก็คือ 'กำลังใจ' ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง และมอบมันให้ผู้อื่นได้เช่นกัน...
   
     อาจเป็นเพราะความไพเราะของเนื้อร้องและดนตรีที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ เราจึงพบเห็นผู้คนร้องเพลงให้กำลังใจกันอยู่เสมอ แต่บนโลกใบนี้จะมีคนสักกี่คนที่ยินดีมายืนร้องเพลงให้กำลังใจเพื่อนมนุษย์แบบฟรีๆ ได้ยาวนานนับสิบปี ได้อย่างผู้ชายคนนี้ล่ะเนี่ย?
   
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
        

"พี่ลูกเป็ด" ตู้ชาร์จกำลังใจเคลื่อนที่ของชาวรามฯ

   
ถ้าใครเคยแวะเวียนเข้าไปในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็อาจจะเคยพบเจอกับชายร่างเล็กแต่งกายด้วยชุดสีสด สะพายเป้รูปเป็ด ถืออูคูเลเล่เดินแหวกความเงียบเข้าไปบรรเลงบทเพลงขับขานให้กำลังใจนักศึกษารามฯ อยู่บ้าง ซึ่งถ้ามองอย่างผิวเผินก็คงงุนงงกันสักหน่อยว่า "ตาคนนี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้ออกมาแต่งตัวตลกโปกฮา แถมยังกล้าร้องเพลงเสียงดังท่ามกลางฝูงชนแบบนี้?"
   
งานนี้นอกจากเจ้าตัวแล้ว ก็คงไม่มีใครที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับนายนิวัฒน์ ยืนยงค์ หรือ "พี่ลูกเป็ด" ของชาวรามฯ กันเถอะค่ะว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่...
   
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
เครดิต : รอบรั้วรามฯ
    
"จริงๆ แล้ว พี่ชื่อลูกหมูครับ แต่ตอนเด็กๆ อยากชื่อลูกเป็ดมากกว่า เลยแย่งชื่อนี้มาจากพี่ชาย แล้วก็กลายมาเป็นคาแร็กเตอร์ลูกเป็ด-ซุปเปอร์ฮีรั่ว ที่ใช้คุมโทนการแต่งตัวออกไปร้องเพลงทุกครั้ง ซึ่งมันก็เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากคนดูคนฟังได้ก่อนอันดับแรกเลย เพราะพี่คิดว่ามันคือพฤติกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสุขครับ"
    
"แต่สิ่งที่พี่ต้องการที่แท้จริงคือ เสริมแรงบันดาลใจ  ซ่อมแซมใจ นักศึกษารามฯ ด้วยกันครับ ซึ่งเพลงที่พี่เลือกร้องจะมีเนื้อหาจริงจังมาก เช่น เพลงศรัทธา - หิน เหล็ก ไฟ เพราะพี่ก็เป็นศิษย์ที่นี่มาก่อน"
   
   
"เราจำวันที่เดินทางจากบ้านเกิดที่นครศรีธรรมราชมากรุงเทพฯ ได้ ตอนเข้ามาเรียนที่นี่มีหลายความรู้สึก มีเหนื่อย มีท้อ กดดัน แต่อีกมุมก็ได้เจออะไรแปลกใหม่ เจอเพื่อน เจอสังคมที่ดี พี่เลยเลือกจะให้กำลังใจคนอื่นบ้าง เพราะคิดว่าเขาก็คงกำลังรู้สึกแบบที่เราเคยผ่านมาเหมือนกัน"
   
เอาล่ะ! ได้สัมผัสถึงไฟในตัวของชายผู้อุทิศตัวเองให้กลายเป็นตู้ชาร์จกำลังใจเคลื่อนที่คนนี้กันพออุ่นเครื่องแล้ว ประเด็นต่อไปเราจะชวนคุยลงลึกถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นศิลปินผู้ปันความสุขให้ชาวรามฯ กันบ้าง
   
    

เส้นทางศิลปิน แบบที่สุขใจจะเป็น...

 
  
พี่ลูกเป็ดเล่าว่าเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาในคณะศิลปกรรมศาสตร์ เขาเคยใฝ่ฝันที่จะเป็นศิลปิน และเคยทำเดโม่ไปเสนอตามค่ายยักษ์ใหญ่แต่ไม่ผ่าน เลยหันมาทำเพลงอัดลงเทปคาสเซ็ทและซีดีขายเอง นอกจากนี้ก็ยังใช้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นเวทีในการแสดงผลงานของตัวเองด้วยค่ะ
   
"พี่ตระเวนร้องเพลงไปทัวรามฯ ทั้งรามฯ 1 (วิทยาเขตหัวหมาก) และรามฯ 2 (วิทยาเขตบางนา) จะมีจุดประจำอยู่ที่ห้องอ่านหนังสืออาคารเวียงผา ห้องอ่านหนังสือศรีอักษร ใต้อาคารศิลาบาตรและตามชั้นเรียนช่วงเปลี่ยนคาบ แต่ในช่วงสอบจะอยู่ที่อาคารกงไกรลาศกับห้องอ่านหนังสือที่เป็นหลัก"
   
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
      
"เรียกว่าการร้องเพลงในสมัยเรียนคือความบ้าบิ่นแบบเด็กๆ ด้วยก็ได้ คือเราอยากร้องตรงไหนก็ร้องมันเลยตรงนั้น ยังจำความรู้สึกวันแรกที่ไปร้องเพลงได้ มันก็เขินอยู่นะ รู้ลึกๆ ด้วยว่ามันเสี่ยงจะโดนตื้บได้เพราะท่าทางเราดูกวนโอ๊ย แต่อีกใจก็รู้ล่ะว่ามันต้องฮา เลยทำใจอยู่แป๊บเดียว แล้วลุยเลยครับ"
  
"แต่ก็ใช่ว่าที่ซ่าไปป่วนเขาเนี่ยจะไม่โดนอะไรนะ พี่ก็เคยโดนคนตะโกนใส่ด้วยความไม่พอใจที่เรามายืนร้องเพลงก็มี แต่ในใจตอนนั้นคือ The show must go on เลยตั้งสติร้องเพลงต่อไปจนจบ คนที่ว่าเราเลยต้องถอยออกไปเอง แต่ตอนนั้นก็มีคนอื่นๆ ปรบมือให้ดังอยู่ เลยโล่งใจไป 555555"
   
   

'นักร้อง' ผู้ไม่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง

   
อาจดูเหมือนเส้นทางฝันของคนที่อยากเป็นศิลปินอย่างพี่ลูกเป็ดดูแปลกไปจากนักร้องทั่วไป ตรงที่เขาเลือกร้องเพลงในสถานศึกษา ซึ่งไม่มีใครที่ตั้งใจเดินทางมาฟังแบบนักร้องตามสถานบันเทิงแน่นอน แต่เขากลับมีเหตุผลที่น่าสนใจไว้อธิบายให้เราได้เข้าใจอยู่ค่ะ
   
"ที่พี่ไม่เลือกร้องเพลงตามผับ บาร์ ก็เพราะว่าเราเป็นคนไม่กินเหล้า สูบบุหรี่เป็นทุนเดิม  เลยเลือกสถานที่ร้องเพลงที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่า นั่นก็คือมหา'ลัยที่เราผูกพัน ซึ่งพี่ก็มีความสุขที่ได้ร้องเพลงท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้แหละครับ"
    
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
เครดิต : รอบรั้วรามฯ
  
"ซึ่งมันก็มีกระแสตอบรับที่ทำให้เราแฮปปี้ในแบบของเรานะ ทุกครั้งที่ร้องเพลงก็มีนักศึกษายิ้มให้ เข้ามาขอถ่ายรูปบ้าง บางทีก็มีผู้ปกครองเข้ามาให้กำลังใจ บอกให้เราทำต่อไป สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้พี่รู้ว่า เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพียงเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่เรายังมีคุณค่ากับสังคมและโลกใบนี้อยู่"
    
พี่ลูกเป็ดได้เปิดใจว่าเมื่อเขาได้รู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองที่มีต่อสังคม ก็เหมือนกับความฝันที่เขาตั้งใจไว้ได้ดำเนินมาเจอเจอกับวิถีทางของศิลปินในแบบที่ใช่สำหรับตัวเองแล้ว เขาจึงก็ไม่ได้เลือกที่จะดั้นด้นเป็นศิลปินดังที่ออกเทปอีกต่อไป แต่ตัดสินใจทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อที่จะทำหน้าที่ของพี่ลูกเป็ดอย่างที่เขารักและภูมิใจค่ะ
   
   

ความงอกงามของแรงบันดาลใจ <3

   
หลังจากที่การสนทนากับพี่ลูกเป็ดได้พาเราไปเห็นแรงบันดาลใจและทัศนคติของเขาอย่างชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาติดตามกันค่ะว่าสิ่งที่เขาตั้งใจทำลงไปนั้นมันออกดอกออกผลยังไงบ้าง 
   
"อย่างที่บอกว่าการเป็นพี่ลูกเป็ดเนี่ยมันเติมเต็มกำลังใจให้เราได้มาก เราเลยรู้สึกไม่เบื่อที่จะทำมันต่อไปเรื่อยๆ แต่ทำให้มันอยู่ในระเบียบของมหาวิทยาลัย มีการขออนุญาตให้เรียบร้จัดทำเป็นโครงการดนตรีดลใจ ออกไปป่วนให้กำลังใจนักศึกษาเป็นชิ้นเป็นอันมันซะเลย"
   
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
เครดิต : รอบรั้วรามฯ
   
"พอเราโตขึ้นแล้วเนี่ย เราก็ยิ่งมองเห็นประโยชน์ของการร้องเพลงให้กำลังใจว่ามันทรงพลังมากๆ พี่เลยพยายามขยายประโยชน์ของมันให้มากขึ้นเท่าที่เราจะทำได้ อย่างตอนนี้ก็ไม่ได้ร้องเพลงแค่ในรามฯ นะ มีไปช่วยยืนร้องเพลงหน้ากล่องบริจาคตาม BTS MRT เพื่อเชิญชวนให้เขามาร่วมทำบุญกันก็มี แต่ตัวเราไม่จับเงินนะ ร้องจบแล้วก็ไป"
   
"พี่ลูกเป็ด" นักร้องผู้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้ชาวรามฯ โชว์ได้ทุกที่ตั้งแต่ชั้นเรียนยันตึกสอบ!
เครดิต : รอบรั้วรามฯ
    
"สำหรับพี่ การร้องเพลงมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ก็ตั้งใจว่าจะร้องต่อไปเรื่อยๆ และผลักดันให้มันมีประโยชน์ต่อสังคมนี่แหละครับ ซึ่งเพลงที่จะร้องก็ยังคงเป็นเพลงที่มีคุณค่าทางจิตใจตลอดไป แต่ก็จะร้องเพลงของตัวเองให้มากขึ้นครับ"
    
   
   เรียกได้ว่าการพูดคุยกับพี่ลูกเป็ดในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้ผลสำเร็จของความฝันในชีวิตของปุถุชนคนทั่วไป ที่มักไม่ได้เป็นตามที่เคยวาดหวังไว้ตั้งแต่แรกร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่านั่นไม่ใช่ความพยายามที่ไปไม่ถึงเป้าหมาย หากแต่เป็นเพราะเราทุกคนล้วนต้องพบกับประสบการณ์ชีวิตที่สอนให้เราปรับตัว และเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับตัวเองก็เท่านั้น ซึ่งสิ่งที่เราใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดกรองก็คือความสุขนั่นเองค่ะ ^^
#เด็กกิจกรรม #กิจกรรม #ร้องเพลง #ศิลปะ #ลูกเป็ด #มหาวิทยาลัยรามคำแหง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป