เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล []

ทำความรู้จักงาน PR หรือ Public Relation ว่าทำอะไรกันแน่
2,260 0
      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... ถ้าพูดถึงงาน "พีอาร์" หลายคนคงนึกอาชีพที่มีภาพลักษณ์ที่ดีและคอยเป็นหน้าเป็นตาให้แก่บริษัท .... แต่บอกเลยว่า จริงๆ แล้วงานพีอาร์เป็นงานที่กดดันและท้าทายมากไม่แพ้อาชีพอื่น

       หลายคนอาจจะยังไม่รู้หรือยังไม่เข้าใจว่างานพีอาร์เค้าทำอะไรกันแน่  วันนี้จะมาเล่าให้ฟังแบบเข้มข้นเลยค่ะ

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล
cr:pixabay
 

      พีอาร์ (PR) ย่อมาจาก Public Relation แปลตรงตัวคือ "ความสัมพันธ์ต่อสาธารณะ" ในที่นี้หมายถึง คนที่ทำงานในตำแหน่งที่ต้องติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กรที่ตนเองทำงานให้ และ สาธารณะ ซึ่งหมายถึงสื่อมวลชน นักข่าว รวมถึงบุคคลทั่วไปค่ะ พูดง่ายๆ ให้เห็นภาพก็คือ หากบริษัทของเรามีข่าวอะไรที่ต้องการประชาสัมพันธ์หรือบอกต่อให้คนนอกรู้ พีอาร์จะเป็นคนที่ทำหน้าที่ในการนำข่าวสารนั้นไปบอกต่อผ่านทางสื่อมวลชน และให้สื่อมวลชนลงข่าวประชาสัมพันธ์ให้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรค่ะ
   
      ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ เช่น "ลิซ่า" ทำงานเป็นพีอาร์ให้แก่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง หน้าที่หลักๆ ที่ลิซ่าต้องทำมีดังต่อไปนี้

1. เชิญนักข่าวสื่อมวลชนต่างๆ มาร่วมงาน

      บริษัทจะมีการแถลงการณ์ผลประกอบการณ์ในไตรมาสแรก ลิซ่าจะต้องเขียนหมายเชิญนักข่าว และส่งออกไปตามสำนักข่าวต่างๆ จากนั้นต้องโทรตามเพื่อขอคอนเฟิร์มว่านักข่าวคนไหนจะมาบ้าง พอก่อนถึงวันงาน ลิซ่าต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จะใช้แจกในงานซึ่งเราเรียกว่า Press Kit เช่น ประวัติบริษัท ประวัติผู้บริหาร ใจความสำคัญของงานที่จัดในวันนั้น เพื่อให้นักข่าวนำกลับไปเขียนข่าวต่อ
 
       และถ้างานแถลงการณ์ผลประกอบการณ์นี้เป็นงานใหญ่มากกกก ต้องจ้างบริษัทจัดอีเวนต์เข้ามาช่วย ลิซ่าก็จะต้องติดต่อและทำงานกับบริษัทอีเวนต์ด้วยค่ะ      

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล
 
      ทุกงานมักมีกำหนด KPI หรือเป้าหมายว่า ควรจะต้องเชิญสื่อมวลชนได้จำนวนเท่าไหร่ นี่คือความกดดันและท้าทายค่ะ เพราะลิซ่าจะต้องพยายามโน้มน้าวเชิญนักข่าวให้มาให้ได้ แถมยังเป็นอะไรที่เห็นผลทันทีว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เช่น ถูกกำหนดมาว่าต้องเชิญให้ได้ 20 สื่อ แต่หน้างานมาจริงๆ แค่ 15 สื่อ จะแก้ไขปัญหายังไงดี? แถมในวันที่จัดงาน อาจมีอะไรที่เราคาดไม่ถึง เช่น ฝนตกหนัก นักข่าวมาไม่ทัน หรือ อีกปัญหาหลักที่มักทำให้พีอาร์เครียดมากๆ คือ ดันจัดตรงกับงานใหญ่งานอื่น ทำให้นักข่าวเฮโลเลือกไปอีกงานมากกว่าจะมางานของเรา ทั้งหมดนี้คือความยากและความท้าทายสุดๆ ที่จะต้องหาทางแก้ไขให้ได้ค่ะ แต่บอกเลยว่า ถ้าทำงานไม่ถึงตาม KPI หลังเลิกงาน ผู้บริหารอาจขอเรียกพบเลยก็ได้ค่ะ (เครียดกดดันสุดๆ)
 

2. ติดตามเนื้อหาข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณชน

      หลังจากจัดงานเสร็จแล้ว ลิซ่าต้องตามมอนิเตอร์ว่า สำนักข่าวไหนลงข่าวให้บ้าง? ลงไปแล้วมีใจความสำคัญว่าอะไร? ถ้าสำนักข่าวไหนลงข่าวผิด ใจความสำคัญหายไป อาจจะมีการโทรหรือส่งอีเมลไปขอ(ร้อง)ให้ช่วยแก้ไขให้หน่อย 
   
      ทุกบริษัทต่างหวังว่า ข่าวของตนเองจะมีโอกาสได้ลงสื่อระดับ Tier1 หมายถึงสื่อระดับท็อปๆ ที่มีคนเข้าเยอะ (อย่าง Dek-D ก็ถือว่าเป็นเว็บไซต์ Tier1 นะ) ลิซ่ามีหน้าที่ต้องคอยโทรตามติดต่อกับสื่อระดับท็อปๆ เพื่อขอให้เค้าลงข่าวให้ค่ะ ในบางครั้ง ข่าวของเราอาจได้ลงในหลายสื่อ แต่เป็นสื่อเล็กๆ ที่คนติดตามน้อย บางทีผู้บริหารก็ไม่ปลื้มค่ะ ต้องสื่อใหญ่ๆ ดังๆ เท่านั้น! 

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล

        หรือในเวลาปกติที่ไม่ได้มีอีเวนต์อะไร ลิซ่าต้องคอยติดตามดูว่า มีข่าวพูดถึงบริษัทของเราว่ายังไงบ้าง? ถ้ามีข่าวเสียหายเชิงลบออกมาหรือข่าวโคมลอย ลิซ่าจะอยู่เฉยไม่ได้ค่ะ ต้องรีบหาทางแก้ไขที่เหมาะสม เช่น จัดงานแถลงข่าวให้ผู้บริหารออกมาพูด หรือ ทำจดหมายประกาศออกมาเพื่อแถลงข้อเท็จจริง


3. จัดคิวสัมภาษณ์ผู้บริหาร

      ระหว่างนั้น อาจมีสื่อมวลชนสำนักข่าวบางรายเกิดอยากขอสัมภาษณ์ผู้บริหารแบบ Exclusive ลิซ่าต้องเป็นตัวกลางในการประสานงานค่ะ เช่น ขอประเด็นที่สื่อมวลชนต้องการสัมภาษณ์ แล้วนำมาคัดกรองคำถามเพื่อแจ้งให้ผู้บริหารทราบว่าจะมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้น ไม่หมดแค่นั้น ลิซ่ายังต้องเป็นคนเขียนแนวทางการตอบคำถามให้ผู้บริหารด้วย นั่นแปลว่า ลิซ่าจะต้องรู้เรื่องราวหรือสถานการณ์ต่างๆ ภายในบริษัทเป็นอย่างดี เพื่อจะได้วิเคราะห์ว่า ผู้บริหารควรตอบแบบไหนไปแล้วจะเกิดผลดีที่สุดต่อองค์กร
     
      รวมถึงในวันที่มีการสัมภาษณ์ ลิซ่าจะต้องคอยดูแลกำกับตลอดจนจบ ตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผมของผู้บริหาร โพสท่าการถ่ายภาพ คอยฟังว่านักข่าวถามคำถามอะไรที่หลุดๆ เกินไปหรือเปล่า

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล
   
       หรือในบางกรณี สื่อมวลชนไม่ได้เป็นคนมาขอสัมภาษณ์เอง แต่บริษัทอาจมีประเด็นสำคัญมากๆ และต้องการให้มีนักข่าวมาสัมภาษณ์แบบ Exclusive ลิซ่าจะต้องเป็นคนติดต่อไปหานักข่าวก่อน และต้องขายประเด็นให้นักข่าวสนใจเพื่อยอมมาสัมภาษณ์ผู้บริหารไปลงข่าวค่ะ หรือในบางกรณี ติดต่อไปยังไงก็ไม่มีนักข่าวไหนสนใจจะมาสัมภาษณ์เลย ลิซ่าอาจจะต้องพิจารณาว่า จะเปลี่ยนเป็นการว่าจ้างจ่ายเงินซื้อพื้นที่โฆษณาดีมั้ย? นักข่าวถึงจะได้ยอมมา 


4. ติดต่อกับบรรดาเหล่า Influencer/Blogger/คนดัง
     
       บริษัทเปิดตัวคอนโดใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยใจกลางเมือง เน้นลูกค้าเป็นนิสิตนักศึกษาที่มีฐานะดี หนึ่งในวิธีที่ต้องโปรโมตโครงการนี้คือการจ้างบล็อกเกอร์ชื่อดังมารีวิว ลิซ่าต้องหาว่า บล็อกเกอร์คนไหนที่เหมาะสมจะมาเป็นคนรีวิวให้ ติดต่อขอสอบถามราคาค่าจ้าง นำมาคัดเลือก และคอยติดตามการทำงานของบล็อกเกอร์นั้นๆ จนได้เป็นคลิปวีดีโอรีวิวออกมา

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล


5. ดูแลกิจกรรม CSR

      บริษัทต้องการทำ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ลิซ่าต้องวางแผนว่า จะเป็น CSR อะไรดี? ไปทีไหน อะไรยังไง? และในวันที่ลงมือทำ CSR นั้นจริงๆ หากต้องเชิญนักข่าวสื่อมวลชนให้ไปทำข่าว ลิซ่าก็จะต้องติดต่อไปเหมือนในข้อ 1 นั่นเองค่ะ

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล


6. จัดการฝึกอบรมให้แก่ผู้บริหาร

       หากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหุ้น มักมีการทำเทรนนิ่งผู้บริหารในประเด็นต่างๆ เช่น การตอบคำถามต่อสื่อในสภาวะปกติ การตอบคำถามต่อสื่อในสภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะทางมากๆ ไม่ใช่พีอาร์ทุกคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ ดังนั้นลิซ่าอาจจะต้องเป็นคนไปจัดหา "ผู้เชี่ยวชาญ" เข้ามาเทรนให้แก่ผู้บริหารค่ะ เพราะวันดีคืนดี อาจเกิดวิกฤตต่อธุรกิจ เช่น คอนโดมีรอยร้าวและคนแห่ถ่ายภาพลงโซเชียล บริษัทงานเข้า สื่อจะแห่มาขอสัมภาษณ์ ซึ่งหากผู้บริหารไม่เคยได้รับการเทรนเรื่องพวกนี้ รับรองว่าไปต่อไม่ถูกเลยค่ะ

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล


7. เยี่ยมเยียนสื่อมวลชน

      ทุกๆ 1 ครั้งต่อปี จะต้องมีการไป Media Visit นั่นก็คือการเยี่ยมกองบรรณาธิการข่าวหรือสื่อมวลชนต่างๆ ถึงออฟฟิศเค้า พร้อมมีของติดไม้ติดมือไปฝากตัวและขอบคุณที่ช่วยลงข่าวให้ตลอดปี ถือเป็นการกระชับสัมพันธ์กับสื่อนั่นเองค่ะ โดยใน 1 วันนั้น บอกได้เลยว่าไปทีเป็นสิบๆ สื่อ ยกมือไหว้สวัสดีกันรัวๆ เลยค่ะ

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล


8. จัดทริปสื่อมวลชนทั้งในประเทศและนอกประเทศ

      บริษัทไปลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้าในประเทศมาเลเซีย ต้องการเชิญนักข่าวให้บินไปทำข่าวทั้งนักข่าวชาวไทยและชาวต่างประเทศ เน้นในภูมิภาค AEC บอกเลยว่าลิซ่าจะต้องเหนื่อยมากกกกกกก เราเรียกกันว่า Media Trip หากเป็นนักข่าวไทยก็ทำตามสเต็ปเดิมค่ะ คือส่งหมายเชิญไป ใครตอบรับมาก็ทยอยจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก จัดการดำเนินการกับทัวร์ ส่งตารางของทริปให้นักข่าว นัดเจอที่สนามบิน คอยดูแลจนจบทริปเดินทางกลับถึงเมืองไทย และคอยตามว่า นักข่าวนั้นๆ ลงข่าวว่ายังไงบ้าง

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล
   
       หากเป็นการเชิญนักข่าวต่างชาติ อาจจะยากหน่อยค่ะ หากบริษัทไม่ได้มีคอนเนคชั่นกับนักข่าวต่างชาติเป็นทุนเดิม ลิซ่าจะต้องไปหาว่า จะจ้างใครให้ช่วยดี เช่น ติดต่อจ้างเอเจนซี่ในประเทศอื่นๆ ให้ช่วยดำเนินการเชิญนักข่าวในประเทศนั้นๆ ให้แทน ซึ่งลิซ่าก็ต้องคอยตามอัปเดตเรื่อยๆ ว่า ได้กี่สำนักข่าวแล้ว? คอนเฟิร์มมั้ย? แล้วสำนักข่าวที่จะมานั้นดังมากน้อยแค่ไหนอะไรยังไง?


เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล
     

       ฟังดูแล้วหลายคนอาจถึงกับกุมขมับว่าทำไมงานเยอะขนาดนี้? แต่เอาจริงๆ แล้ว บางบริษัทก็แบ่งทีมพีอาร์ออกเป็นหลายทีมค่ะ ทีมนี้ดูแลนักข่าว อีกทีมดูเรื่อง CSR ไปอย่างเดียว หรือบางบริษัทก็จะเน้นจ้างเอเจนซี่ข้างนอกให้ช่วยทำงานให้แทน ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระของพีอาร์ได้เยอะมาก

        อ่านถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงพอนึกภาพออกแล้วว่า คนที่เหมาะสมจะเป็นพีอาร์ ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

1. มีคอนเนคชั่นที่ดีกับเหล่านักข่าวและสื่อมวลชน ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้นักข่าวหลายคนผันตัวมาทำงานพีอาร์ค่ะ เพราะมีพื้นฐานในการรู้จักสื่อมวลชนด้วยกันเยอะ รู้ว่างานนี้ควรเชิญสำนักข่าวไหนหรือไม่ควรเชิญสำนักข่าวไหน รู้วงนอกวงในเกี่ยวกับสื่อต่างๆ เป็นอย่างดี

2. ชอบติดต่อพบปะผู้คน ในแต่ละงานนั้นต้องเจอผู้คนไม่ซ้ำหน้า ถ้าใครเป็นแนว Introvert สไตล์ที่เก็บตัวมากๆ คงไม่แฮปปี้กับงานนี้แน่นอน

3. สามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ในขณะที่เรากำลังโทรคอนเฟิร์มนักข่าวที่จะมางานอีเวนต์พรุ่งนี้ เราอาจจะต้องวางแผนสำหรับอีเวนต์ในเดือนหน้าไปพร้อมๆ กันก็เป็นได้

4. มีบุคลิกที่ดี ไม่ได้แปลว่าต้องสวยตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ควรยิ้มแย้มแจ่มใส วางตัวดี เพราะถือเป็นหน้าเป็นตาให้แก่องค์กรค่ะ

5. รู้จักและเข้าใจเรื่องราวในบริษัทเป็นอย่างดี เพราะเรามีหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ให้แก่บริษัทและผู้บริหาร รวมไปถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เช่น ผู้บริหารคนนี้ไม่ชอบถ่ายภาพหน้ามุมขวา 

6. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้และแบกรับความกดดันได้เป็นอย่างดี เช่น พรุ่งนี้จัดอีเวนต์ แต่วันนี้ผู้บริหารที่จะขึ้นเวทีเกิดป่วยกระทันหัน, จะเช็คอินไปต่างประเทศพร้อมนักข่าว นักข่าวลืมเอาพาสปอร์ตมา, สื่อลงข่าวไม่ตรงตามใจความที่ต้องการ เป็นต้น

เจาะลึกงาน "พีอาร์" อาชีพ(สร้าง)ภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ได้ยืนสวยไปวันๆ กับความกดดันมหาศาล


      สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากทำอาชีพนี้ สาขาคณะที่ตรงสุดๆ เห็นจะเป็นคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการประชาสัมพันธ์ แต่เอาจริงๆ คนทำพีอาร์ส่วนมากก็จบจากหลากหลายสาขามากๆ ค่ะ ขอแค่มีใจรัก สนุกกับการพบปะผู้คน ชอบความท้าทาย และพร้อมที่จะเจออะไรใหม่ๆ รับรองเลยว่าสุนกกับงานพีอาร์แน่นอนค่ะ

 
#พีอาร์ #PR #public relation #account executive

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป