/>

แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง []

วิว
     สวัสดีจ้าชาว Dek-D เหลืออีกเพียง 1 เดือนเท่านั้นที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมใหม่ สำหรับน้องๆ ที่กำลังดำรงตำแหน่งว่าที่เฟรชชี่อยู่หลายคนก็คงมีหลายความรู้สึกด้วยกัน ทั้งตื่นเต้น ทั้งกดดัน เพราะจะต้องปรับตัวเข้ากับที่เรียนใหม่ เพื่อนใหม่ และกิจกรรม "ต้อนรับน้องใหม่" ที่มีข่าวดราม่ากันได้ทุกปี
    
     ถึงแม้ระยะหลัง การรับน้องด้วยความรุนแรงจะเป็นสิ่งที่ทุกมหาวิทยาลัยเข้มงวดกวดขันไม่ให้เกิดขึ้น และสื่อหลายสำนักพยายามช่วยกันให้ข้อมูลเรื่องกฎหมายรับน้องว่า "การว้าก" ผิดกฎหมายและมีโทษถึงขั้นจำคุก แต่การต้อนรับน้องใหม่ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่ผู้ปกครองและตัวนักศึกษาใหม่เองก็ยังไม่มั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการร่วมกิจกรรมสักเท่าไหร่ เพราะเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีภาพการรับน้องที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนออกมาให้เห็นอยู่เสมอ จนทำให้เด็กรุ่นใหม่บางคนกลัวหรือมีอคติกับกิจกรรมนี้ไปซะก่อนแล้ว 
   
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
    
     จริงอยู่ที่การปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องนั้นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะนี่ไม่ใช่กิจกรรมบังคับแต่อย่างใด แต่ถ้าจะ 'Say no' ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจกิจกรรมรับกันก็อาจจะทำให้เฟรชชี่ต้องพลาดไฮไลต์สนุกๆ ไปอย่างน่าเสียดาย งั้นเอาเป็นว่าวันนี้เรามาเจาะลึกขอบเขตของกิจกรรมนี้ พร้อมกับศึกษาทางหนีทีไล่ถ้าหากใครต้องเจอกับสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลกันดีกว่า ^^
    
    

แค่ไหนที่เรียกว่า "ว้าก" กัน?  

เรียกได้ว่าที่ไหนพูดถึงเรื่องรับน้อง คำว่า "ว้าก" ก็ย่อมถูกกล่าวขึ้นมาอัตโนมัติเหมือนเป็นของคู่กัน ซึ่งคำกริยาที่ใครๆ ฟังแล้วก็เห็นภาพเลยว่ามันคือการเปล่งเสียงดังน่ากลัวของรุ่นพี่นั้นมีความหมายชัดเจนและลึกลงไปอีก โดยในระเบียบข้อตกลงในกิจกรรมประชุมเชียร์และรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งได้ระบุไว้ว่ามันคือการตะโกนในระยะประชิดตัว (คนว้ากอยู่ใกล้ตัวคนโดนว้ากประมาณ 2 ฟุต) ด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่รุนแรง หรือโมโหชวนทะเลาะ
   
   
จากการสอบถามประสบการณ์ตรงของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เคยโดนว้ากมาก่อน สายสืบเด็กดีพบว่าส่วนใหญ่แล้วจะเจอบรรยากาศกดดันด้วยเหตุผลคล้ายกัน เช่น ไม่ไหว้รุ่นพี่ ไม่แขวนป้ายชื่อ มาร่วมกิจกรรมไม่ครบจำนวนคน แต่งตัวไม่เรียบร้อย โดยพี่ว้ากจะใช้คำพูดเสียดสี แขวะ และมีการ "follow" หรือพี่เกิน 3 คน ช่วยกันพูดต่อๆ กันไปเป็นลูกคลื่นให้สถานการณ์บีบคั้นยิ่งกว่าเดิม เช่น "เมื่อไหร่จะมาครบรุ่นกันสักที" "พวกคุณไม่เห็นรุ่นพี่กันเหรอ ทำไมไม่ไหว้?" ซึ่งผิดกฏหมายอาญาในฐานข่มขู่ให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ตกใจ โดยการขู่เข็ญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือเสียค่าปรับหลักหมื่น
   
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
   
อีกทั้งยังอาจมีโทษเพิ่มขึ้นตามความรุนแรง เพราะยังมีกฎหมายข้ออื่นๆ ที่ระบุโทษเกี่ยวกับการรับน้องไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการจำคุก ที่สามารถส่งผลให้ตัวรุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมรับน้องอย่างไม่เหมาะสมต้องพ้นสภาพการเป็นนิสิตนักศึกษาไปได้เลย ซึ่งถ้าจะพูดกันตามตรงแล้ว ถ้าหากรุ่นพี่เพียงแค่ว้ากหรือสั่งซ่อมน้องเพียงเล็กน้อยแล้วโดนแจ้งความหรือร้องเรียนไปทางมหาวิทยาลัย พวกเขาเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และรุ่นน้องไม่จำเป็นต้องกลัวเลยด้วยซ้ำ!
   
   

'SOTUS' รากระบบอาวุโสที่เติบโตในสังคมไทย

คงไม่ต้องสาวไปถึงรากเหง้าของระบบ SOTUS (โซตัส) ให้ลึกนัก สายสืบเด็กดีก็เชื่อว่าคนไทยเองคงพอได้ยินกิตติศัพท์ของการปลูกฝังระบบอาวุโสนี้ลงไปผ่านกิจกรรมรับน้องมหา'ลัยกันมาหลายรุ่นแล้ว จนผลของมันได้สะท้อนให้เห็นจากการเลือกปฏิบัติในแวดวงอาชีพต่างๆ หากแต่ถ้าจะตัดสินว่ามันคือบ่อเกิดของการบังคับเข็ญใจ หรือความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะลำพังถ้ามีแค่หลักการเปล่าๆ แล้วไม่มีใครเชื่อถือและสืบต่อกันไปในเชิงลบ งานนี้ตบมือข้างเดียวยังไงก็ไม่ดัง ว่าแล้วก็มาใช้วิจารณญาณของแต่ละคนพิจารณากันเองดูดีกว่า ว่าถ้ามหาวิทยาลัยที่จะต้องเข้าไปเรียนนั้นยอมรับในหลักการนี้ น้องๆ จะยินดีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่มีโอกาสเจอระบบโซตัสกันรึเปล่า?
   
S (Seniority) การเคารพผู้อาวุโส อ่อนน้อมเพื่อรับการสั่งสอนจากผู้ที่คงแก่ความรู้และประสบการณ์มากกว่า
O (Order) เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี มีระเบียบและรักษาวินัย เพื่อให้การทำงานใหญ่ร่วมกันของคนในสังคมไปสู่ความสำเร็จ
T (Tradition) ภูมิใจในคุณงามความดี และปฏิบัติตามประเพณีจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อหล่อหลอมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน
U (Unity) ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน
S (Spirit) การฝึกจิตใจให้มีความเสียสละ มีน้ำใจ กล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อยืนหยัดอยู่ได้ในสังคมด้วยความนับถือในธรรมของตนเอง
   
จากความหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่าระบบโซตัสไม่ได้ระบุว่าต้องใช้ความรุนแรง และถ้ามองในเชิงบวกก็ดูเป็นหลักคิดที่หวังดีแบบพี่สอนน้องด้วยซ้ำ แต่หากจะวิเคราะห์กันให้ลึกขึ้นสักหน่อย สมมุติว่ามหาวิทยาลัยใช้หลัก SOTUS กับประเพณีเดิมๆ ที่เคยว้าก มีการสั่งทำโทษเล็กน้อยก่อนมอบเสื้อช็อปหรือให้รุ่น แล้วได้ผลเป็นบรรยากาศซึ้งกินใจจนคนรุ่นก่อนเคยเห็นว่าดีงาม จนทำแบบเดิมสืบต่อกันมาเป็นสิบปีแบบไม่มีทีท่าจะหยุด ก็คงไม่ใช่เรื่องสร้างสรรค์ที่ทุกคนจะยอมรับได้
   
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
   
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ก่อนที่เฟรชชี่จะตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกับทางมหาวิทยาลัย ก็ควรมีการสืบข้อมูลเบื้องต้น อาจจะสอบถาม ส่องเฟซบุ๊ก กันสักเล็กน้อยว่าสาขา คณะของเรานั้นมีวัฒนธรรมการพึ่งพาอาศัยกันและให้ความสำคัญกับการรับน้องใหม่มากแค่ไหน ที่สำคัญคือมีไฮไลต์เด็ดๆ คือประเพณีอะไรสอดแทรกอยู่ในนั้นบ้าง ถ้ารู้สึกว่า "ไม่ใช่ทางของเรา" ก็เตรียมแสดงจุดยืน แจ้งกับเพื่อนๆ รุ่นพี่ และอาจารย์ที่ปรึกษาเลยว่าขอไม่เข้าร่วมกิจกรรมนี้
  
   

รับน้องสอดไส้ ไม่โปร่งใส และยังสุ่มเสี่ยง!  

โดยทั่วไปแล้วเรามักรู้จักการรับน้องผ่านกิจกรรมที่มีชื่อว่า "รับน้อง" จริงๆ แต่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่แฝงรูปแบบการต้อนรับน้องใหม่แบบไม่น่าไว้ใจและต้องระวังอยู่ เพราะปัจจุบันกลับพบว่ามีรุ่นพี่หัวรุนแรงแถมหัวใส จัดงานรับน้องใสสะอาดตบตามหาวิทยาลัย แล้วโยกย้ายความโหดร้ายป่าเถื่อนกับรุ่นน้องไปไว้ในกิจกรรมอื่น เช่น มีทติ้ง ค่าย แบบจัดกันเองลับหูลับตาอาจารย์ ยกตัวอย่างเช่น มีทติ้งต่างจังหวัดจัดที่ทะเล ซึ่งเป็นทริปดื่มเหล้าสังสรรค์ ตีไพ่เล่นพนัน และพบปะกับพี่ๆ รุ่นเก๋า 
  
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
   
พูดก็พูดเถอะว่าต่อให้ไม่ต้องเตือนกันชัดๆ แบบนี้ เฟรชชี่หลายคนก็รู้แล้วว่ามีอะไรรออยู่บ้าง แต่สาเหตุที่หลายคนก็ยังเลือกจะไป ส่วนหนึ่งก็เพราะแรงกดดันจากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ ที่กลัวว่าถ้าไม่ไปก็จะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือความคึกคะนองของน้องพี่ที่อยากไปสนุกด้วยกัน ได้ลุ้น ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะที่ผ่านมามีเฟรชชี่จำนวนไม่น้อยที่อยู่ในโอวาทของผู้ปกครองมาตลอด บางคนได้ดื่มเหล้าครั้งแรกจนเมาเสียสติก็เพราะงานมีทติ้ง หรือยิ่งกว่านั้นก็ต้องมาเสียชีวิตเพราะเกิดอุบัติเหตุแล้วช่วยเหลือกันไม่ได้ เช่น กรณีรุ่นพี่พาน้องลงทะเลแล้วจมน้ำตายหมู่อย่างที่เคยเป็นข่าว T_T 
   
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
  
นอกจากนี้กิจกรรมประชุมเชียร์ ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งกิจกรรมที่หลายมหาวิทยาลัยนิยมจัดร่วมกับกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ โดยนอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความรัก ปลูกฝังความภูมิใจในสถาบัน ผ่านกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การร้องเพลง การฝึกระเบียบวินัยต่างๆ ที่นักศึกษาพึงปฏิบัติแล้ว การประชุมเชียร์ยังมีไอเดียของการยึดถือบทบาทของพี่และน้องที่สอดคล้องกับการรับน้องใหม่ ซึ่งทำให้พี่บางคนใช้อำนาจเลยเถิดจากแค่ "สอน" กลายเป็น "สั่ง" จนบ่อยครั้งก็พบว่ามีกรณีแอบว้าก สั่งซ่อม สั่งให้น้องร้องเพลงดังๆ ตบหน้าตกแรงๆ จนบาดเจ็บ เกิดขึ้นที่ห้องเชียร์ในมหาวิทยาลัยเช่นกัน เพราะฉะนั้นก่อนจะไปจอยกันจอยกันกับเขา ก็อย่าลืมห่วงสวัสดิภาพของตัวเองด้วยการเช็กให้ชัวร์ก่อนนะจ๊ะ
   
   

ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เรียกหาใครได้บ้าง?   

พูดถึงด้านลบในมุมลับของกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ในรูปแบบต่างๆ มาพอประมาณแล้ว เรามาไปให้สุดทางกันต่อเรื่องทางหนีทีไล่เลยดีกว่า ว่าถ้าโดนรุ่นพี่เล่นแผลงๆ แกล้งบังคับ ข่มขู่ เราขึ้นมานั้น จะหันหน้าไปพึ่งใครได้ 
   
อาจารย์ที่ปรึกษา
คนแรกที่อยู่ใกล้ตัวและสามารถช่วยเราได้ทันทีทันใด คืออาจารย์ที่ปรึกษาผู้ที่่นั่งทำงานอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลขณะเราเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ ซึ่งเราสามารถขอพบอาจารย์เป็นการส่วนตัวเพื่อร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะท่านคือผู้ที่มีหน้าที่สอดส่องดูแลและคอยแก้ปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน
   
ผู้ปกครอง
สำหรับใครที่ยังปรับตัวเข้ากับที่เรียนใหม่ไม่ได้ คนที่เราไว้ใจจะปรึกษาปัญหาต่างๆ และสามารถช่วยเหลือเราได้มากที่สุดก็คือผู้ปกครอง ซึ่งถ้าเฟรชชี่คนไหนยังไม่มั่นใจที่จะติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง สายสืบเด็กดีแนะนำว่าให้ลองพูดคุยกับทางบ้านดูว่าเราเจออะไรมาบ้าง แล้วเข้าไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยกันก็ได้จ้ะ
   
สโมสรหรือองค์การนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
หลายมหาวิทยาลัยมักมอบหน้าที่หลักให้แก่สโมสรหรือองค์การนักศึกษาให้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใส อีกทั้งดูแลให้เกิดสวัสดิภาพแก่นักศึกษาใหม่เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ ซึ่งทีมนักศึกษาเหล่านี้จะสามารถเข้าตักเตือนรุ่นพี่ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ ตลอดจนเป็นกระบอกเสียง หรือตัวแทนนักศึกษาผู้ถูกละเมิดสิทธิ์ต่างๆ ในการร้องเรียนไปถึงรองคณบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ที่มีอำนาจหน้าที่แก้ปัญหา ยุติการจัดกิจกรรม หรือร่วมหารือตัดสินลงโทษนักศึกษาผู้กระทำผิดในขั้นเด็ดขาดได้เลย
   
ตำรวจ
อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นบทความว่ามีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับน้องอยู่ ซึ่งถ้าการกระทำใดของรุ่นพี่ได้ละเมิดสิทธิ์ของเราและละเมิดต่อกฏหมาย เฟรชชี่ก็สามารถแจ้งความเอาผิดกับรุ่นพี่ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีพยาน หลักฐาน และอยู่บนเงื่อนไขว่าต้องไม่ใช่ข้อตกลงที่ตัวน้องใหม่ยินยอมทั้งที่รู้อยู่แล้วเอง เช่น เฟรชชี่ยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมรับประชุมเชียร์ซึ่งต้องกลับบ้านค่ำ โดยมีเอกสารจากผู้ปกครองเซ็นใบอนุญาตมาแล้ว แต่น้องขอกลับก่อนเวลาโดยไม่มีเหตุจำเป็น ก็จะไปแจ้งความว่ารุ่นพี่ไม่ให้กลับบ้านก็ไม่ได้นะจ๊ะ
   
สายด่วนกรมสุขภาพจิต
ส่วนข้อนี้ จัดมาสำหรับคนที่ยินดีเข้าร่วมกิจกรรมแล้วเกิดความเครียดขึ้นมากลางคัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าโดนรุ่นพี่กลั่นแกล้งจนอยู่ไม่ได้ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะเสียสุขภาพกายทำลายสุขภาพจิตกันไปเปล่าๆ จึงต้องมีที่ปรึกษา หรือระบาย เติมกำลังใจให้สักหน่อย เอาเป็นว่าถ้าใครเหนื่อยๆ หงอยๆ แต่ไม่อยากบ่นให้ที่บ้านเป็นห่วงก็สามารถทักแชตสายด่วนกรมสุขภาพจิต หรือโทร. 1323 ได้เลย
   
    

"เปิดใจ" คำสำคัญที่คนอยากและไม่อยากรับน้องต้องเรียนรู้

ไล่เรียงประเด็นรับน้องกันแบบเรียลๆ ไปแล้ว เรื่องสุดท้ายที่จะมองข้ามไปไม่ได้ก็คือความเป็นจริง ที่เมื่อเฟรชชี่แต่ละคนต่างต้องปรับตัวเข้าหาสังคมในมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นหนึ่งวิธีการละลายพฤติกรรมอย่างสร้างสรรค์ ที่ช่วยทำให้น้องใหม่ได้รู้จักเพื่อนและเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จากการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ ผู้ตาม ตลอดจนการตัดสินใจแก้ไขปัญหาร่วมกัน
   
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
   
และสำหรับคนที่คอยกระตุ้นเฟรชชี่ได้มาทำกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ก็คือรุ่นพี่ที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิไม่ต่างกันมาก ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ตั้งใจมารับน้องอย่างบ้าระห่ำ พวกเขาก็เป็นที่ปรึกษาในการใช้ชีวิตเด็กมหา'ลัยให้กับน้องใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะพวกเขามีประสบการณ์ตรงที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ พร้อมจะถ่ายทอดให้ และกำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นไปไม่ต่างกัน เช่น แนะนำเรื่องเรียน หอพักใกล้มหาวิทยาลัย การกินอยู่ การติดต่อขอรับบริการต่างๆ จากมหาวิทยาลัย ฯลฯ ซึ่งนี่ก็คงพอจะเป็นเหตุผลได้ว่าทำไมต้องมีกิจกรรมรับน้องใหม่โดยให้รุ่นพี่เป็นคนดูแล
  
แค่ไหนถึงเรียกว่า "ว้าก"? ความจริงที่เฟรชชี่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง
เครดิต : GMMTV
    
แต่เนื่องจากการทำกิจกรรมรับน้องใหม่ต้องไม่เป็นกิจกรรมบังคับ ต่อให้กิจกรรมจะถูกพัฒนาขึ้นมาให้เป็นประโยชน์สักแค่ไหน ถ้าหากเฟรชชี่ไม่สะดวกจะเข้าร่วมก็ย่อมเป็นสิทธิ์ขาดที่รุ่นน้องจะเลือกอยู่ดี ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ คนที่เลือกเข้ากิจกรรมรับน้องก็ควรเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของเพื่อนๆ โดยไม่มองแรงใส่ หรือหาเรื่องแบนเขาไปตั้งแต่ต้น จนกว่าจะได้รู้จักตัวตนของเขาจริงๆ นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นก็อย่าด่วนปิดใจกับกิจกรรมและเพื่อนกันไปก่อนล่ะเด็กๆ
   
      
     เป็นยังไงกันบ้างบรรดาเฟรชชี่ทั้งหลาย ได้เห็นทั้งด้านมืดและด้านสว่างของการรับน้องกันแล้ว คราวนี้จะตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่ ก็คงไม่ต้องคิดไปเองหรือกลัวสปอยล์แล้วนะจ๊ะ ใช้วิธีการสืบเสาะล้วงข้อมูล แล้วมาคำนึงถึงหลักความปลอดภัยอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันดีกว่าเนอะ :)
   
  
ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=dekdspy

สายสืบเด็กดี - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เด็กกิจกรรม #กิจกรรม #รับน้อง #พี่ว้าก #ว้าก #กฎหมาย #ตำรวจ #อาจารย์ #มหาวิทยาลัย #เฟรชชี่ #รุ่นพี่ #รุ่นน้อง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป