/>

รู้จัก 'ครูสีฝุ่น' กับความอบอุ่นเบื้องหลัง "พานก็อตจิ" ที่ใช้งบน้อย-น่ารักหนักมาก! []

วิว

 
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก Special” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากผู้ที่มีแพสชันในการทำสิ่งที่รัก และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในสังคมกันค่ะ

        ช่วงก่อนวันไหว้ครู หลายคนน่าจะได้กดไลก์กดเลิฟให้กับ "พานก็อตจิ" ของครูและนักเรียน ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง สิ่งที่ทั้งเราและชาวเน็ตชื่นชอบไม่ใช่ความน่ารักของน้องบนพานอย่างเดียวนะคะ แต่ยังมีเรื่องการนำของง่ายๆ มาครีเอตผลงานได้แบบเส้นผมบังภูเขาสุดๆ แล้วเรื่องพานนี่แหละ ทำให้เราได้รู้จักครูประจำชั้นและครูศิลปะที่น่ารักเพิ่มอีก 1 คน ถ้าใครได้เรียนกับเขา ถ้าไม่ถึงขั้นตกหลุมรักวิชาศิลปะ อย่างน้อยๆ ก็ไม่เจ็บปวดกับวิชานี้แน่นอน เรามาอ่านเบื้องหลังพานไหว้ครูและสไตล์การสอนนักเรียนของเขากันค่ะ ^^
 

 
แนะนำตัว
 
        "สวัสดีครับ 'ครูสีฝุ่น' ธนเทพ วงค์เมือง จบศิลปะศึกษา สาขาประยุกต์ศิลป์ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ตอนนี้เป็นครูประจำชั้น ป.4 โรงเรียนวีรยาเชียงใหม่ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คน เพร่ะเป็นนักเรียน ป.4 ปีแรก (โรงเรียนเพิ่งเปิดระดับประถมปีนี้เป็นปีที่ 2)"


 

เปิดเบื้องหลัง "พานก็อตจิ" ที่ถูกใจชาวเน็ต!
 
        "ตอนแรกผมคุยกับนักเรียนว่า โรงเรียนเราจะให้แต่ละห้องช่วยทำพานไหว้ครูนะ แล้วกลุ่มครูก็แซวๆ กันครับว่าเราเป็นครูศิลปะ ต้องคิดไอเดียเจ๋งๆ ไว้แล้วแน่ๆ แต่จริงๆ ผมแค่มีความคิดว่าอยากให้การทำพานเป็นเรื่องสนุกสำหรับเด็กๆ เอง 555 เราเริ่มจากมาระดมสมองกันในห้องว่าจะทำพานออกมาแบบไหนดี แล้วมีนักเรียนคนนึงเห็น 'แก้วน้ำก็อตซิลล่า' ที่วางในห้องเรียน ซึ่งผมได้จากการไปดูหนังแล้วเอามาใส่เครื่องเขียน เด็กๆ เลยมีไอเดียว่า'เอาตัวนี้ค่ะๆ ผมก็ถามย้ำว่าเอาตัวนี้เหรอ แล้วมันเกี่ยวกับการไหว้ครูยังไง? เขาก็บอกว่า ก็อตซิลล่า = ครูสีฝุ่น ถ้าเด็กดื้อครูจะพ่นไฟ แต่ก็มีคนบอกว่า 'แต่ก็อตซิลล่าช่วยโลกนะ' (ในหนังมันจะช่วยถ่วงสมดุลไม่ให้โลกถูกทำลาย) เราก็ เอ้อ..เด็กพยายามเข้าข้างเราด้วย!! "

        "ส่วนเรื่ององค์ประกอบ จริงๆ เขาบอกว่ามันต้องมีดอกบานไม่รู้โรย หญ้าแพรก ดอกมะเขือ ดอกเข็ม ฯลฯ แต่เราไม่อยากตีกรอบให้เด็ก น่าจะเพราะผมเป็นครูศิลปะด้วยครับ อยากให้เขาปล่อยของเต็มที่"
 
        "เราให้เด็กๆ ทำพานดอกไม้ไปก่อน ส่วนผมมาทำพานธูปรอ ซึ่งพานธูปก็คือก็อตจินั่นแหละ ก็ต้องมานั่งแกะสลัก เพราะเด็กๆ ยังทำไม่ได้ แล้วตอนแรกผมตั้งใจจะทำตัวสูงๆ ใหญ่ๆ แต่ด้วยความที่ผมต้องแบ่งโอเอซิสไปให้เด็กจัดในพาน (โอเอซิส = โฟมจัดดอกไม้ที่เป็นสีเขียวๆ ที่เขาเอามาแกะสลักเป็นก็อตจิ) เราเลยลดเหลือแค่ตัวอ้วนๆ ป้อมๆ น่ารัก พอเด็กๆ ทำทางนู้นเสร็จก็มาสมทบทางนี้ มาเสนอว่าจะตกแต่งยังไงกันต่อดี"


        จากนั้นครูสีฝุ่นก็เล่าบรรยากาศการเสนอไอเดียของเด็กๆ ค่ะ อยากให้นึกภาพตามนะ น่ารักมากกกก "ตอนแรกผมเอาใบเฟิร์นเสียบหลังให้เหมือนครีบ แต่เด็กๆ บอกไม่สวย ดูไม่แข็งแรง เลยช่วยกันนั่งเสียบดอกรักแทนครับ พอออกมาก็สวยดี แล้วตอนแรกมีพ่นไฟด้วยนะ แต่ลองทำออกมาแล้วมันย้อยๆ เด็กบอกไม่สวยเลยเอาออก ส่วนมือที่อุ้มดอกดาวเรืองก็คือไอเดียพวกเขาอีกเหมือนกันครับ ลองวางแล้วเป๊ะเลย 5555 รวมๆ แล้วตั้งแต่รับอุปกรณ์มาทำ ใช้เวลาทำ 2 พาน = 3 ชั่วโมงครับ"



ปลูกฝังให้เด็กใช้เงินอย่างรู้คุณค่า

        จากที่เห็นพานน้อยน่ารักราคาประหยัด เลยพอเดาได้ว่าเวลามีกิจกรรมอื่นในโรงเรียน เขาน่าจะมีไอเดียสร้างสรรค์โดยไม่ให้เด็กใช้งบเยอะอีกเหมือนกัน "ส่วนมากจะเป็นแบบนั้นครับ เพราะนโยบายโรงเรียนจะปลูกฝังให้เด็กใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สมมติเป็นงานประจำปีแล้วเด็กต้องเต้น ผมก็จะนั่งคุยกับผู้บริหาร ผู้ปกครองและเด็กว่า เราจะซื้อของที่ใช้ต่อได้นะ ไม่ใช่ซื้อมาใช้งานเดียวจบ"

        "ยกตัวอย่างเช่นงานกีฬาสี อะไรทำเองได้เราก็ทำ ป้ายไวนิลประกอบฉากที่ทำยาวๆ ก็ใช้ได้หลายปี ลูกโป่งใช้น้อยๆ เน้นให้สวย อาจมีสายรุ้ง 20 บาทมาประดับหน่อย ใช้งบให้คุ้มที่สุด อย่างมากผมก็ใช้เงินส่วนตัวเติมไปนิดหน่อย หรืออย่างเวลามีงานโรงเรียน ผมไม่ได้ให้แค่เด็กเต้นอย่างเดียว มันดูธรรมดาเกินไป เลยใช้เพลง 'ปิ้งย่าง' วางฉากให้ร้านมีลูกค้า แล้วพนักงานเสิร์ฟเต้น ทุกคนได้กินด้วยเต้นด้วย ฉากไหนตาเรากินก็เต็มที่ แฮปปี้กันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครองเลยครับ"


        "ปกติทุกวันตอนเช้าก่อนเริ่มคาบแรก ครูประจำชั้นจะได้คุยกับเด็กว่าตอนนี้มีข่าวหรือเรื่องสำคัญอะไร หรือไม่ก็ปรับทุกข์กัน เราก็ใช้เวลาตรงนี้ไปสอนเด็กเรื่องการใช้เงิน เน้นให้ซื้อของที่มีคุณค่าทางจิตใจ สมมติจะซื้อของที่ราคาสูงหน่อยแต่คุณภาพดีก็ยังมีเหตุผล แต่ไม่ควรซื้อเพราะเป็นแฟชั่นหรือซื้อมาอวดกันแบบนั้น เราไม่อยากปลูกฝังทุนนิยมให้เด็ก"


บทบาทครูศิลปะ
ให้อิสระ + แหกกรอบได้อย่างมีสติ

 
        จากที่เริ่มคุยเรื่องพาน ก็มาเข้าเรื่องสไตล์การสอนของครูศิลปะท่านนี้ที่ทำให้เด็กหลงรักวิชานี้ได้ไม่ยาก หรืออย่างน้อยก็ไม่เกลียดฝังใจแน่นอน "เรามาเป็นครูศิลปะเพราะตอนเด็กๆ เรารู้ตัวว่าเป็นคนพูดเยอะ แล้วมีคนฟัง พอช่วงมหา'ลัยมีโอกาสได้ไปช่วยครูสอนพิเศษด้วยครับ เรารู้สึกอยู่กับเด็กแล้วโอเค เด็กฟังเราแล้วชอบ + ที่บ้านทำงานสายศิลปะด้วย เลยคิดว่าเดินทางสายนี้เหมาะกับเราแล้ว"


 
        "พอมาเป็นครูผมก็ยึดว่า ตอนเด็กๆ เราอยากได้ครูแบบไหน พอโตมาก็พยายามเป็นครูแบบนั้นให้เด็ก ลองแทนตัวเราก็ได้ ถ้าเรารักครูคนไหน ก็จะเปิดใจทุกอย่าง รู้สึกอยากเรียน แล้วก็เรียนวิชานั้นได้ดี แต่ถ้าตรงกันข้าม ครูไม่มีเหตุผล ดุจนเกลียด สอนดีแค่ไหนเราปิดรับ สำหรับผมคือ 'รัก...แต่ต้องเข้มงวด' เราจะรับฟังเด็ก ทำให้เด็กกล้าเล่า ถ้าไม่เห็นด้วยก็แสดงเหตุผลได้ เรายินดีรับฟัง ไม่ใช่เอะอะก็ดุ ตี ด่า พอเด็กอธิบายก็หาว่าเถียง"

        "ส่วนเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ถ้าจะแหกกรอบต้องศึกษาสิ่งที่อยู่ในกรอบให้มากพอก่อน อย่างน้อยๆ พื้นฐานต้องได้ แล้วจะพลิกแพลงยังไงค่อยว่ากัน เช่น ผมสั่งเด็กวาดดอกไม้ ผมจะบอกว่า เป้าหมาย = ดอกไม้ แต่ไม่จำกัดวิธีการ จะดินสอหรือสี จะวาดตะแคงตีลังกายังไงก็ได้ เพราะจุดประสงค์คือผมอยากให้เขาแสดงศักยภาพที่มีออกมา ถ้าเรากดไว้จะไม่มีทางได้เห็นศักยภาพของเขา"
 
        "เหมือนอย่างเวลาผู้ใหญ่อยากผลักดันให้เด็กอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย แต่ดันยกไว้บนหิ้งจนเด็กเอื้อมไม่ถึง เช่น เด็กพยายามผสมผสานความเป็นสมัยใหม่เข้าไป เช่น เอาไปประยุกต์เป็นเกม การ์ตูน ฯลฯ แล้วผู้ใหญ่บางคนออกมาด่าๆๆ ก็ไม่แปลกที่เด็กจะหันไปเรียนอย่างอื่น แต่ในขณะเดียวกัน เราจะสอนให้เขาเข้าใจความแตกต่างในสังคมด้วย เราไม่ควรเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ถ้าความคิดอะไรที่สุ่มเสี่ยงจะโดนกระแสสังคมโจมตี เราก็จะปรามไว้"
 

        เทคนิคการฝึกอะไรที่ครูสีฝุ่นอยากบอกเด็กๆ? "ถ้าเราทำอะไรบ่อยๆ เราจะเก่งอันนั้น เราบอกตัวเองตลอดว่า ทำซ้ำ..ทำซ้ำ..ทำซ้ำ ทำไปเรื่อยๆ แต่ต้องทำซ้ำในวิธีที่ถูกต้อง ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ถ้าผิดก็แก้ไขแล้วไปต่อ ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ โดยเราจะดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ทำให้เขากลัวที่จะเดินไปข้างหน้าครับ ซึ่งเด็กที่ผมสอนก็ทำออกมาได้น่าพอใจ แม้เด็กบางคนไม่เก่งศิลปะ แต่เราเน้นให้ทำถูกต้องตามหัวข้อและส่งตรงเวลา เพราะอยากฝึกความรับผิดชอบ และเข้าใจว่าเด็กไม่ได้โตมาเพื่อทำงานสายนี้กันทุกคน"




 
มารู้จักเด็กพลังบวกคนก่อนกันค่ะ ^^
‘ครูกอล์ฟ’ ครูหนุ่มที่หอบสกิลและเทคนิคการสอนสุดเจ๋ง
เติมเต็มให้นักเรียนปกาเกอะญอ!
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เด็กกิจกรรม #ครูศิลปะ #พานไหว้ครู #พานไหว้ครู62

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป