L o a d i n g . . .

ตะลุยแปลงนา ไปลั้นลาแปลงผัก

โพสต์ 12 มี.ค. 58 13:59  เบญจรัตน์ สินสงวน  508
  •  ประเภท : Event
  •  ระยะเวลา : 12 มี.ค. 2558 - 12 ก.ย. 2558
  •  กลุ่มเป้าหมาย : เด็กประถมและต่ำกว่า


 ตะลุยแปลงนา ไปลั้นลาแปลงผัก
พาวัยซนนานาชาติ ตะลุยแปลงนา ไปลั้นลาแปลงผัก
เรียน-รู้วิถีอินทรีย์สุขใจ ที่สวนสามพราน
******************************

เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการบริโภคของคนในทศวรรษหน้า ที่มีแนวโน้มต้องการอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ และมูลนิธิสังคมสุขใจ            หนึ่งในองค์กรที่ตื่นตัวและตระหนักในเรื่องดังกล่าว ได้เปิดห้องเรียนธรรมชาติ ในศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์สุขใจ ในพื้นที่สวนเกษตรอินทรีย์ของสามพราน ริเวอร์ไซด์ ให้กับครอบครัววัยซนจากโรงเรียนบางกอกพัฒนา กรุงเทพมหานคร กว่า 50 ครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรม เรียน-รู้วิถีอินทรีย์สุขใจ ซึ่งเป็นกิจกรรมนำร่องที่จัดขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับเด็กและผู้ปกครอง ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ เรียนรู้ที่มาของแหล่งอาหารปลอดภัยวัตถุดิบอินทรีย์ และซึมซับวิถีเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน เพื่อจะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และ ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับวิถีไทย วิถีอินทรีย์ สู่เพื่อน และสังคมในวงกว้าง

นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ และเลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ กล่าวว่า กิจกรรม เรียน รู้ - วิถีอินทรีย์สุขใจ เป็นกิจกรรมนำร่องที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ ให้กับเด็กนานาชาติที่มีความรู้และทักษะด้านภาษา พร้อมกลุ่มครอบครัวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ ได้เรียนรู้การทำเกษตรแบบอินทรีย์ยั่งยืน  ผ่านการลงพื้นที่จริง  หัดทำจริง  ซึ่งภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์ ที่ไม่ได้ใช้สารเคมี หรือยาฆ่าแมลงใดๆ  ในกระบวนการเพาะปลูกเลย ก้อนดินทุกก้อน  แปลงนา แปลงผัก ต้นไม้ทุกต้น  ในสวนเกษตรอินทรีย์ของสวนสามพราน สามารถทำหน้าที่เป็นห้องเรียนธรรมชาติให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี และปลอดภัย

กิจกรรมที่จัดขึ้น เราเน้นให้ความรู้เรื่องที่มาของอาหารปลอดภัย วัตถุดิบอินทรีย์ ที่นำมาประกอบอาหาร เรื่องวิถีชีวิตที่เกี่ยวโยงกับวิถีเกษตรอินทรีย์ เช่น  การทำนา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงควาย การปลูกผักและเก็บผัก การทำขนมจากวัตถุดิบที่เก็บจากในสวนเกษตรอินทรีย์    อาทิ ขนมครก จากข้าวกล้อง กล้วยแขก ไอศครีมโบราณจากน้ำสมุนไพร การหุงข้าวไรส์เบอรี่แบบเช็ดน้ำบนเต่าถ่าน เป็นต้น                        ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะสอดแทรกความรู้แบบบูรณาการ ให้เขาได้สนุกกับการได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความประทับใจให้จดจำและอยากนำไปบอกต่อ

ด้าน นายอนิรุทธิ์ ขาวสนิท หรือ ลุงเขียดของเด็กๆ ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้เรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ และเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สุขใจสวนเกษตรอินทรีย์ของสวนสามพราน บอกว่า ทุกเดือนจะมีผู้คนหลั่งไหลแวะเข้ามาเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมอย่างไม่ขาดสาย เพราะเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต สามารถสัมผัสและ  ลงมือปฏิบัติได้จริง ซึ่งตนจะเน้นให้ทุกคนได้ลงมือ หัดทำ หัดปลูก ได้อย่างเต็มที่

เมื่อเขาได้มาเห็นวิถีชีวิตชาวนา และได้ลงมือทำนาด้วยตัวเอง เข้าไปเก็บผักสดๆ   เราก็เชื่อว่าเขาจะประทับใจและค่อยๆ ซึมซับ เรื่องความสำคัญของการเลือกกินอาหารปลอดภัย เพราะเมื่อเขารู้ที่มาของวัตถุดิบที่มาเป็นอาหารของพวกเขาในแต่ละวัน เขาก็จะรู้ว่า การใช้เคมีนั้นเป็นอันตราย พวกเขาจะต้องเลือกวัตถุดิบที่ปลอดภัยมาเป็นอาหาร  เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี

บรรยากาศการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ในครั้งนี้เป็นไปอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกิจกรรม ครึ่งวันกับลุงเขียด ที่ลุงเขียด จะเป็นผู้นำกิจกรรม อธิบาย รวมทั้งสาธิตวิถีชีวิตชาวนา   ซึ่งแม้ว่าลุงเขียด จะไม่เก่งในการพูดภาษาอังกฤษนักแต่ด้วยใจที่เกินร้อย  ก็สามารถใช้ภาษาท่าทาง บอกเล่า สาธิต รวมทั้งสอนเด็กๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างสนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะ เรียกคำถาม ได้ตลอดการทำกิจกรรม ขณะที่เด็กๆ  ต่างประทับใจ เดินตามติดคุณครูเกษตรคนใหม่ของพวกเขาอย่างมีความสุข  

อย่างไรก็ตาม จากกิจกรรมในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองนักเรียนนานาชาติ ทั้งไทย จีน            อเมริกัน อินเดีย  ร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมด้วย อาทิ ตะลุยสวนผัก เก็บผักบุ้งเพื่อนำกลับไปทำอาหาร ดูการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ การเลี้ยงไส้เดือน  ชิมกล้วยน้ำว้าหวานๆ เก็บสดๆจากสวน  พร้อมร่วมลุ้นลูกหลาน ที่ขอหัดปีนต้นหมากกันอย่างสนุกสนาน

ฐานกิจกรรมที่เด็กๆ ชอบและสนุกมาก คือ  การหัดทำนาข้าวอินทรีย์  ซึ่งเด็กๆ ได้หัดทำตั้งแต่           ถอนต้นกล้า ดำนา เกี่ยวข้าว ฟัดข้าว สีข้าว เลี้ยงควาย  ตอนแรกไม่กล้าลง เพราะกลัวโคลน  แต่พอได้ลงไปแล้ว ก็ไม่ค่อยอยากจะขึ้น หรือกลับ บางคนขอทำกิจกรรมจนเสร็จ  ขณะที่เด็กหลายคนนั้น ติดใจกับกิจกรรมทำขนมครัวไทย เช่น ทำข้าวหลาม การหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ กล้วยแขก ขนมครก ทำกันสดๆ จาก                 วัตถุดิบอินทรีย์ที่เก็บได้จากในสวน เพราะทำให้เด็กและผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการลงมือทำร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ด.ช.ศุภากร ศรีสกุลชวาลา (น้องเวียร์) อายุ 5 ขวบ ชั้น Year 1 โรงเรียนบางกอกพัฒนา วันนี้มากับ   คุณแม่ราชกุมารี ศรีคุรุวาฬ  แม่ลูกคู่นี้บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้พาน้องเวียร์ออกมาทำกิจกรรมข้างนอก  รู้สึกได้ว่าน้องเวียร์สนุกมาก ถือว่าคุ้มมากได้ความรู้ ได้ประสบการณ์มากมาย เพราะเราอยู่ในเมือง เวลาว่างส่วนใหญ่ก็จะเลือกพาลูกไปห้างสรรสินค้า พอรู้ว่ามีกิจกรรมแบบนี้ก็อยากให้ลูกมาลองทำดู ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมากให้ความรู้หลากหลาย เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ช่างจดจำ เมื่อเขาได้พบเห็นในสิ่งที่เขาชอบ                จากความรู้สึกก็กลายเป็นความประทับใจ ส่วนน้องเวียร์เองบอกว่า อยากมาทำกิจกรรมแบบนี้บ่อย ชอบธรรมชาติ ชอบการทำนา สนุกดี ได้วิ่งเล่นในสวนกว้างๆ เห็นการปลูกผัก


ส่วน ด.ญ.พราวภัทร เรืองจรุงพงศ์ (น้องพราว) อายุ 5 ขวบ ชั้น Year 1 โรงเรียนบางกอกพัฒนา  มาพร้อมกับคุณแม่ศุวรรณ ครอบครัวนี้ ให้เหตุผลที่เลือกมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ปกติก็พาน้องพราวไปทำกิจกรรมบ่อยๆ แต่ครั้งนี้เห็นว่ามีหลายอย่างที่น่าสนใจ อยากให้น้องพราวได้ลองมาเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนๆ  ซึ่งกิจกรรมบางอย่างเขาอาจจะไม่ถนัด เราก็เป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำ ให้เขาได้เรียนรู้อย่างสนุก และมีความสุข ซึ่งน้องพราว บอกว่า หากมีกิจกรรมแบบนี้อีกจะขอให้คุณแม่พามาอีก ชอบข้าวหลาม  ขนมครก อร่อยดี สนุกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ที่สำคัญน้องพราวได้ผักบุ้งกำใหญ่ที่เก็บจากสวนกลับไปทำอาหารมื้อเย็นอีกด้วย    

สำหรับโรงเรียนที่ต้องการนำนักเรียนมาทำกิจกรรม เรียนรู้วิถีไทย วิถีเกษตรอินทรีย์  หรือผู้ปกครองที่ต้องการรวมกลุ่มลูกหลานมาทำกิจกรรมช่วงปิดเทอม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกิจกรรมและหาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวเกษตรอินทรีย์ก่อนได้ ที่เว็บไซต์  www.sampranriverside.com  หรือสอบถามเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ โทร. 034-322-588-93


ข่าวอัพเดทแบรนด์ชั้นนำ