/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

วิวัฒนาการกว่า 50 ปีของบอยแบนด์และแฟนคลับ! []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com น้องๆ ชอบฟังเพลงแนวไหนกันคะ แล้วมีวงโปรดในดวงใจกันรึเปล่าเอ่ย พี่พิซซ่า ก็ฟังได้แทบทุกแนวเลยนะคะ ตั้งแต่เพลงคลาสสิกของโมสาร์ตไปจนถึง K-Pop เพราะแต่ละสไตล์ก็เพราะกันคนละแบบค่ะ พี่ก็เลยเป็นแฟนคลับของศิลปินหลายกลุ่มมาก ทั้งไทย ตะวันออก และตะวันตก แต่เน้นเฉพาะบอยแบนด์หรือวงชายล้วนนะคะ หุหุหุ เวลาเห็นศิลปินมาโชว์ตัวหรือแสดงคอนเสิร์ต ก็จะมีเด็กๆ ตั้งแต่วัยประถมยันคนทำงานวิ่งตามกรี๊ดๆ ซึ่งหลายคนก็คงมองแล้วถอนหายใจว่า "เด็กสมัยนี้ เฮ้อ" ทั้งที่จริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์แฟนคลับกรีดร้องให้ศิลปินจนน้ำตาไหลพรากไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะคะ ดีไม่ดี ผู้ใหญ่ที่น้องรู้จักก็อาจจะเคยเป็น "แฟนเพลง" ของบอยแบนด์ระดับโลกเหล่านี้เหมือนกัน



บอยแบนด์ในตำนานของโลก




     บอยแบนด์ระดับโลกวงแรกที่ทำให้ทั่วโลกต้องตะลึงกับพลังของสาวๆ แฟนคลับก็คือ The Beatles หรือ 4 เต่าทอง เดอะบีตเทิลส์ค่ะ วงดังที่สุดของที่สุดในโลกเลยในช่วงปี 1960 จนเหล่าแฟนคลับถูกเรียกว่าเป็นโรค Beatlemania เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ยินอะไรเกี่ยวกับวงนี้ กุลสตรีเรียบร้อยพูดน้อยเป็นแม่ศรีเรือนก็จะกลายเป็นผู้หญิงอีกคนที่ครอบครัวไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งยุคนี้ก็เปรียบได้กับ "ติ่ง" ค่ะ พวกเธอจะกรีดร้องสุดเสียงจนแทบขาดสติ ไม่รับรู้อีกแล้วว่าตอนนั้นทำอะไรอยู่ที่ไหน ยิ่งกว่าผีเข้าซะอีก อย่างภาพนี้คือส่วนหนึ่งของแฟนๆ ของ 4 เต่าทองที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตในสนามกีฬา ที่รัฐนิวยอร์กเมื่อปี 1965 คอนเสิร์ตนี้มีผู้ชมทั้งสิ้น 55,000 คน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ตอนนั้น และทำให้ครั้งต่อๆ มาวงนี้ต้องจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้ง เพราะคนล้นทะลักสนามกีฬาค่ะ ต้องขอบคุณวงนี้ที่ทำให้โลกรู้จักการจัดคอนเสิร์ตขนาดยักษ์สำหรับศิลปินกลุ่มเดียวแบบกลางแจ้ง



วงที่แฟนคลับมั่นคงที่สุด




     วง The Osmonds จากอเมริกา อาจไม่ค่อยดังมากนักในบ้านเราเมื่อเทียบกับวงแรก แต่ในปี 1973 วงนี้ก็เป็นวงต่างชาติวงแรกที่มีเพลงฮิตติดชาร์ตของประเทศอังกฤษถึง 13 เพลงในเวลาเดียวกัน เพราะนอกจากความสามารถแล้ว สไตล์ของวงนี้คือเนี้ยบ สะอาด แบบ "คุณชาย" ของยุคนั้นค่ะ แถมเพลงของพวกเขายังสอดแทรกเนื้อหาคำสอนทางศาสนาไว้ด้วย เรียกว่าโดนใจกลุ่มสาวเมืองผู้ดีเข้าอย่างจัง แถมยังเป็นรักปักใจยาวนานอีกต่างหาก เพราะเมื่อปี 2003 นักร้องนำของวงนี้ได้เดินทางไปลอนดอนอีกครั้งหลังไม่มีผลงานมานาน เพื่อโปรโมตอัลบั้มรวมฮิตของวง แล้วเชื่อมั้ยคะว่าที่สนามบินมีแฟนคลับมารอต้อนรับเขาเกิน 60 คน แถมแต่ละคนก็เป็นคุณป้าอายุประมาณ 50 ปีทั้งนั้นด้วย มั่นคงสุดๆ เลยค่ะ



ครั้งแรกของเสื้อแฟนคลับ




     ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปคอนเสิร์ตใดก็ตาม กลุ่มแฟนคลับมักจะนัดกันใส่เสื้อประจำเว็บบอร์ด หรือเสื้อสีของวงนั้นๆ แต่ครั้งแรกของการพร้อมใจใส่ชุดที่มีธีมเหมือนกันเพื่อแสดงตัวว่าเป็นแฟนคลับของใครนั้น เห็นชัดเจนที่สุดในปี 1976 เมื่อวง Bay City Rollers ได้กลายเป็นไอดอลยอดนิยมของสาวๆ ทุกทวีป นักวิจารณ์ทั่วโลกต่างชื่นชมความสามารถของบอยแบนด์จากสกอตแลนด์วงนี้ ว่าเป็นวงแรกที่เทียบชั้นกับ The Beatles ได้ตั้งแต่เต่าทองออกจากวงการไปเมื่อปี 1970 หลังจากโรคคลั่งบีตเทิลส์เริ่มหายไป โลกก็รู้จักกับโรคใหม่ในนาม Rollermania แทน แฟนคลับทั่วโลกต่างพร้อมใจใส่เสื้อผ้าลายสก็อต หรือหาเครื่องประดับลายนี้มาไว้ติดตัว เป็นการโปรโมทสกอตแลนด์ไปในตัวด้วย หลายประเทศที่ไม่เคยเห็นแฟชั่นลายสก็อตมาก่อนก็ได้รู้จักตอนที่วงนี้เดินสายทัวร์ทั่วโลกค่ะ



ต้นกำเนิด "สินค้าที่ระลึกสำหรับแฟนคลับ"




     ขยับจากยุคที่คุณแม่ยังเด็กมาถึงยุคที่พี่ใกล้จะเกิดค่ะ 5555 ช่วงปี 1990 วงที่ดังสุดๆ ก็คือ New Kids on the Block ที่เป็นผู้เริ่มต้น "การตลาด" ไปพร้อมๆ กับการแสดงค่ะ โดยมีของที่ระลึกอย่างป้าย หนังสือการ์ตูน รูปโปสเตอร์ หรือโมเดลจำลองสมาชิกแต่ละคนที่ขายหน้าคอนเสิร์ต แถมยังมีเบอร์ 1-900 ที่ให้แฟนๆ โทรไปฟังเสียงอัดเทปของพวกเขา และมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลส่วนตัวแบบไม่ลับเกินไปแก่แฟนคลับด้วยค่ะ คล้ายกับเป็นเว็บบอร์ดของกลุ่มแฟนคลับวงนี้เลย แม้วงนี้จะสลายตัวในปี 1994 แต่พวกเขาก็รวมตัวกันอีกครั้งในปี 2008 แถมตั๋วคอนเสิร์ตก็ขายเกลี้ยงจนต้องเพิ่มที่นั่งและเพิ่มรอบหลายรอบกันเลยทีเดียว



จุดเริ่มต้นกระแสนักดนตรีที่ผันตัวไปเป็นทุกอย่าง




     ขณะที่ฝั่งอเมริกามีวง New Kids on the Block ที่กำลังโด่งดังสุดๆ ฝั่งอังกฤษก็มีวง Take That ซึ่ง Robbie Williams นักร้องชายค้างฟ้าของอังกฤษ (ประมาณพี่เบิร์ดของเรา) ก็เป็นสมาชิกวงนี้ด้วย วงนี้ทำลายสถิติในวงการเพลงมากมาย เช่น อัลบั้มที่ขายหมดเร็วที่สุดในโลก อัลบั้มที่ขายหมดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ (เมื่อตอนนั้น ปัจจุบันหล่นมาเป็นอันดับ 2) ตั๋วคอนเสิร์ตขายหมดเร็วที่สุดในอังกฤษ และเมื่อปีก่อนนิตยสาร Forbes ก็จัดวงนี้ไว้เป็นอันดับ 5 ของศิลปินที่มีรายได้สูงสุดของโลก

     นอกจากนี้
Take That ยังเป็นวงแรกๆ ของโลกที่สมาชิกแยกออกมามีผลงานเดี่ยวตลอดเวลา แต่ก็กลับไปออกผลงานรวมได้เสมอเช่นกัน และเป็นนักดนตรีคนแรกๆ ที่ได้ขึ้นปกนิตยสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดนตรีเลย เช่นนิตยสารผู้หญิง นิตยสารสุขภาพสำหรับผู้ชาย พวกเขายังมีรายการทีวีวาไรตี้เป็นของตัวเอง สารคดีเล่าความเป็นมาของวง และยังมีเกมเป็นของตัวเองสำหรับ PlayStation 3 อีกด้วย 



เปิดโปงสัญญาทาสของค่ายเพลง และผู้จัดการวงจอมโกง




     แม้จะมีผลงานเพลงแค่ 3 อัลบั้มในเวลา 7 ปีที่ 'N Sync อยู่ในวงการบันเทิง แต่อัลบั้มของพวกเขาก็ขายได้ถึง 1 ล้านแผ่นในวันแรกที่วางจำหน่าย แถมยังได้รับเลือกให้ร้องเพลงในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐอย่าง Super Bowl และในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก รวมไปถึงเป็นนักร้องรับเชิญที่ซุปเปอร์สตาร์หลายคนอยากให้มาร้องเพลงด้วยกันอย่างท่านเซอร์เอลตัน จอห์น, วงแอโรสมิธ, ไมเคิล แจ็คสัน, เซลีน ดิออน, และบริทนีย์ สเปียร์ส ที่เป็นแฟนเก่าของจัสติน ทิมเบอร์เลค หนึ่งในสมาชิกของวง ทุกอย่างดูสดใสไปหมดสำหรับหนุ่มๆ ทั้ง 5 ทว่าก็เกิดเรื่องดราม่าจนได้เมื่อผู้จัดการวงและค่ายเพลงยักยอกรายได้จากการขายอัลบั้ม และไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่สมาชิกทุกคนลงนามไว้ในตอนแรก 'N Sync กับฝ่ายผู้จัดการและค่ายเพลงจึงฟ้องร้องกันไปมาอยู่เป็นเวลานาน และเป็นครั้งแรกที่ทั่วโลกรับรู้ถึงสัญญาทาส และความเห็นแก่ตัวของค่ายเพลงและผู้จัดการศิลปิน 

     แม้ 'N Sync จะชนะคดีในที่สุด แต่การทำเพลงก็สะดุดไปพักนึง จนยุบวงในปี 2002 สมาชิกต่างแยกย้ายไปมีผลงานเดี่ยว จนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2013 ที่เพิ่งผ่านมา ทั้ง 5 คนก็มารวมตัวกันแบบเฉพาะกิจเพื่อแสดงโชว์ให้งาน 2013 MTV Video Music Awards แต่ยังไม่มีแผนที่จะรวมวงจริงๆ จังๆ กันอีก



การออดิชั่น เทรนนิ่ง และการเปิดตัวว่าเป็นเกย์




     สมัยก่อนกว่าจะมาเป็นบอยแบนด์ได้ก็มักมาจากเวทีแสดงความสามารถระดับท้องถิ่นที่แมวมองไปเจอพอดี ลูกศิษย์ของครูเพลงหรือศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ผลงานที่ทำเพลงด้วยตัวเองแล้วส่งให้ค่ายเพลงฟัง หรืออาจเป็นดาราเด็กที่มีแวว แต่วงที่สมาชิกทุกคนมาจากการออดิชั่นระดับประเทศ แถมกลายเป็นวงที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็คือวง Boyzone จากไอร์แลนด์ค่ะ ผู้จัดการศิลปินได้ประกาศลงหนังสือพิมพ์เรื่องการออดิชั่นวัยรุ่นทั่วประเทศมาเป็นบอยแบนด์ระดับ Take That แต่เป็นเวอร์ชั่นชาวไอริช ผู้สมัครทุกคนจะถูกบันทึกเทปการร้องเพลงตามโจทย์ และคณะกรรมการจะคัดเลือกเหลือ 50 คนเพื่อเข้าสู่รอบที่สองที่ต้องร้อง 2 เพลงตามใจชอบ และคัดจนเหลือ 10 คนสุดท้ายที่จะนำไปเทรน และดูว่าใครจะสามารถเป็นนักร้องได้จริงๆ หลายคนมีปัญหากับที่บ้านจนต้องถอนตัว แต่ในที่สุดก็ได้สมาชิก 5 คนที่ต้องการ

     
Boyzone มีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละผลงานที่ออกมาจนกระทั่งปี 2000 เมื่อสตีเฟ่น เกตลี่ หนึ่งในสมาชิกของวงออกมาประกาศว่าเขาเป็นเกย์ และกำลังคบหาดูใจกับนักร้องอีกวงหนึ่งอยู่ แฟนเพลงหลายคนทั่วโลกช็อกกับข่าวนี้มาก หลายที่ยังไม่ยอมรับเรื่องรักร่วมเพศ ทำให้ผลงานของวงนี้ชะงักไป สมาชิกแต่ละคนจึงแยกย้ายไปมีผลงานเดี่ยว ในที่สุดก็มีข่าวคอนเสิร์ตรวมวงในปี 2008 บัตร 200,000 ใบขายหมดในไม่ถึง 3 ชั่วโมง Boyzone กลับมาเป็นพี่ใหญ่ของวงการบันเทิงยุโรปอีกครั้งหนึ่ง และเริ่มเดินสายแสดงทั่วยุโรป พร้อมทำอัลบั้มใหม่

     แต่ก่อนที่อัลบั้ม
ใหม่จะเสร็จสมบูรณ์ไม่นานนัก สตีเวน เกตลี่ก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในเดือนตุลาคม 2009 สมาชิกที่เหลือจึงแก้อัลบั้มนี้ โดยใส่เพลงเพิ่ม 2 เพลง เพลงแรกแต่งขึ้นใหม่เพื่อรำลึกถึงเพื่อนที่จากไป และอีกเพลงคือเพลงที่สตีเฟ่นเคยอัดไว้แต่ไม่ได้รับเลือกให้ใส่ในอัลบั้มนี้ สมาชิกที่เหลือจึงนำมาแก้ไขโดยร้องคอรัสเพิ่ม แต่เสียงสตีเฟ่นยังคงเป็นเสียงหลักของเพลงนี้อยู่



การระบาดใหม่อีกครั้งของโรค "ติ่ง"




     หลังจาก The Beatles ก็มีไม่ถึง 10 วงเท่านั้นที่จะมีแฟนคลับคลั่งรุนแรงระดับโลก (ลองคิดดูว่าตอนนั้นไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มียูทูบ ไม่มีช่องต่างประเทศให้ชม ทีวียังมีกันไม่กี่บ้านเอง แต่ก็มีแฟนคลับวงนี้อยู่ทั่วโลก ถ้าเทียบกันแล้ว แฟนคลับทุกวันนี้ดูเด็กๆ ไปเลย) จนกระทั่งโลกได้รู้จักกับ One Direction ในปี 2010 และแม้จะไม่ได้เป็นผู้ชนะเลิศในรายการ The X Factor ฤดูกาลที่ 7 แต่วงนี้ก็ได้ใจสาวๆ ทั้งที่บ้านเกิดและต่างแดน สาวกของวงนี้มีชื่อว่า Directioners และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการบันเทิงตอนนี้ ซึ่งก็เคยเห็นหรือเป็นโรค Beatlemania มาเมื่อเกือบ 50 ก่อนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "อาการเหมือนกันเป๊ะ" เพียงแต่เราจะรู้สึกว่ามัน "เยอะ" กว่า เพราะยุคนี้ข้อมูลข่าวสารไปไวมาก ใครทำอะไรที่ไหนก็รู้ได้ทันที หลายคนจึงรู้สึกรำคาญ และแอนตี้ศิลปินหลายคนเพราะเกลียดแฟนคลับบางกลุ่มของศิลปินนั้นๆ ซึ่งก็ไม่ยุติธรรมกับตัวศิลปินสักเท่าไร




 
##สีของหัวสไลด์
1=ส้ม
2=ฟ้า
3=ชมพู
4=ม่วง
5=ฟ้า
6=เขียว##
ใส่สีเลขสีที่นี่หลังเครื่องหมายดอกจันทร์ห้ามมีเว้นวรรคนะ-> *1
ยลโฉมบอยแบนด์ในประวัติศาสตร์โลก



The Beatles



The Osmonds



Bay City Rollers



New Kids on the Block



'N Sync



Boyzone



One Direction



Take That




     ก่อนจากกันก็ขอฝากข้อคิดสำหรับติ่งและแอนตี้ด้วยว่าเราจะรัก จะชอบ จะชื่นชมใคร ก็เป็นสิทธิของเรา แต่อย่าลืมนึกถึงสิทธิของคนอื่นด้วย เช่น ไม่คุยเรื่องศิลปินคนโปรดเสียงดังโวยวายในที่สาธารณะที่ไม่ใช่งานรวมตัวของแฟนคลับศิลปินนั้น หรือไม่วิจารณ์ศิลปินที่คนอื่นชอบให้เสียหาย หรือเมื่อเกลียดใครแล้ว ก็ไม่ควรสนใจเรื่องของคนนั้น อย่าเอาเรื่องของคนที่เราแอนตี้มาจดจำ เก็บเนื้อที่ในสมองไว้สำหรับสิ่งที่เราชอบจะดีกว่า และที่สำคัญคือไม่นำศิลปินมาเปรียบเทียบกัน ถ้าพ่อแม่เอาเราไปเทียบกับเด็กข้างบ้านที่เรียนเก่งกว่า เราจะชอบมั้ย หรือถ้าแฟนเราเอาเราไปเปรียยบเทียบกับแฟนเพื่อนว่าทำไมไม่ทำตัวน่ารักแบบนั้นบ้าง เราจะรู้สึกอย่างไร และอย่าดูถูกหรือต่อว่ารสนิยมคนอื่น รวมทั้งไม่ยัดเยียดรสนิยมตัวเองให้คนอื่น ไม่กระทบกระทั่งกันนะคะ




TWITTER: @PiZZaDekD
ข้อมูลและภาพประกอบ
www.telegraph.co.uk/culture/10252245/From-The-Beatles-to-One-Direction-50-years-of-frenzied-fans.html
en.wikipedia.org
boyzonenetwork.com

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Beatles #1D #band #Boy #บอยแบนด์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?