/>

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้ []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com มีใครชอบดูหนังแนวโลกแตกเหมือน พี่พิซซ่า บ้างมั้ยคะ ช่วงนี้กำลังมีภาพยนตร์แนวมหันตภัยโลกมาอีกแล้ว เพื่อเกาะกระแสนี้ วันนี้เรามาดูคำพยากรณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดกับโลกในอนาคตไม่ใกล้ไม่ไกลนี้กันดีกว่า บอกก่อนว่าเป็นการคาดคะเนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อนะคะ พร้อมแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่านักวิทยาศาสตร์เขาคาดการณ์อะไรกันไว้บ้าง


1. ไฟป่าครั้งใหญ่ในสหรัฐ คาดว่าจะเกิดภายในปี 2015-2050

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้

     นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คาดการณ์ว่าภายในปี 2050 นี้ ฤดูไฟป่าในสหรัฐอเมริกาจะนานขึ้นอีกปีละ 3 สัปดาห์ มีควันมากขึ้น และรัศมีความเสียหายจะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี นอกจากนี้ผลการเก็บสถิติจากกรมป่าไม้ของสหรัฐก็แสดงว่าพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามีอาณาเขตเพิ่มมากขึ้น จาก 2.2 ล้านเอเคอร์ต่อปีในปี 1999 กลายเป็นปีละ 6.4 ล้านเอเคอร์แล้วตอนนี้

     ส่วนสาเหตุของความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นนั้น นักวิทยาศาสตร์จากฮาร์วาร์ดบอกว่าเกิดจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และยังบอกอีกด้วยว่าหลังจากนี้สหรัฐอาจเจอไฟป่ามากถึง 30,000-50,000 ครั้งต่อปี แล้วไม่นานนักที่นี่คงกลายเป็นนรกแน่ๆ


2. แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในชิลี คาดว่าจะเกิดภายในปี 2015-2065

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
2012 Columbia Pictures

     เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2014 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูดใกล้กับชายฝั่งประเทศชิลี ทำให้เกิดดินถล่มและคลื่นยักษ์สูง 2 เมตรซึ่งสร้างความเสียหายกับเมืองแนวชายฝั่งของประเทศชิลี ซึ่งแผ่นดินไหวในครั้งนั้นส่งผลให้สามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นในเร็วๆ นี้ได้

     แผ่นดินไหวในปี 2014 นั้นเกิดบริเวณเขตมุดตัวของเปลือกโลก โดยแผ่นเปลือกโลกนาซก้ามุดตัวลงใต้แผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้ บริเวณนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนไฟ (Ring of Fire) อีกด้วย เมื่อแผ่นเปลือกโลกหนึ่งเคลื่อนลงใต้อีกแผ่นหนึ่ง อาจทำให้เกิดพลังงานมหาศาลซึ่งพลังงานนี้จะปลดปล่อยออกมาในรูปของแผ่นดินไหว จากการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยเพนน์สเตตพบว่าพลังงานในครั้งนั้นเพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาเพียง 33% ในแผ่นดินไหวปี 2014 ทำให้คาดว่าจะต้องเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 8.5 แมกนิจูดใกล้ๆ กับชิลีในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆ


3. แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเกิดภายในปี 2017

     ดอกเตอร์มาซาอากิ คิมูระ นักแผ่นดินไหวและศาสตราจารย์เกียรติคุณแห่งมหาวิทยาลัยริวกิว ประเทศญี่ปุ่น ทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูดในญี่ปุ่นในปี 2017 ซึ่งใกล้เคียงกับแผ่นดินไหวที่โทโฮคุในปี 2011

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
Kyodo News/AP Photo

     เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูดห่างจากชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของโตเกียวไป 372 กิโลเมตร และทำให้เกิดสึนามิสูง 9 เมตรเข้าถล่มประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครั้งนั้นดร.คิมูระก็คาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วถึง 4 ปีแต่ไม่มีใครสนใจ

     สมมติฐานของเขาคิดตามหลัก 'earthquake eyes' หรือบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กถี่ๆ ดร.คิมูระเชื่อว่าบริเวณตาแผ่นดินไหวนี้เป็นตัวคาดการณ์ที่ดีที่จะช่วยให้คำนวณได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ไหนและเมื่อไหร่ ส่วนแผ่นดินไหวคราวหน้าที่ดร.คิมูระคำนวณไว้คือแผ่นดินไหวขนาด 9.0 แมกนิจูดบริเวณหมู่เกาะอิสึ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดสีนามิด้วย


4. การระเบิดของภูเขาไฟฟูจิ คาดว่าจะเกิดภายในปี 2015-2053

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
www.japantimes.co.jp

     อันนี้ก็เป็นการคาดการณ์ที่เกิดหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่โทโฮคุในปี 2011 เช่นเดียวกันค่ะ องค์กรอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้สำรวจภูเขาไฟในญี่ปุ่นและพบว่าหลังแผ่นดินไหวตอนนั้น ภูเขาไฟ 20 ลูกที่ยังมีพลังอยู่เริ่มมีพลังงานเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น โดยปกติแล้วญี่ปุ่นมีภูเขาไฟทั้งหมด 110 ลูก มีลูกที่ยังมีพลังอยู่ 47 ลูก นั่นคือทั้ง 47 ลูกนี้เคยปะทุภายในหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา ซึ่ง 1 ใน 47 ลูกที่ยังมีพลังงานอยู่คือภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

     ในเดือนกรกฎาคม 2014 ทีมนักวิทยาศาสตร์จากญี่ปุ่นและฝรั่งเศสได้ร่วมกันวิจัยจนพบว่าภูเขาไฟฟูจิมีแนวโน้มจะปะทุมากเป็นอันดับต้นๆ และหากปะทุจริงทั้งเมืองโตเกียวจะปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟ


5. แผ่นดินไหวและสึนามิที่รัฐโอเรกอน คาดว่าจะเกิดภายในปี 2015-2065

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
San Andreas Warner Bros.

     คณะกรรมการนโยบายความปลอดภัยหากเกิดแผ่นดินไหวของรัฐโอเรกอนคาดการณ์ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0-9.0 แมกนิจูดและเกิดสึนามิตามมาบริเวณชายฝั่งรัฐโอเรกอนภายใน 50 ปีนี้ ซึ่งการคาดการณ์นี้มีมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว

     สาเหตุของภัยพิบัตินั้นคาดว่าเกิดจากบริเวณเขตมุดตัวของเปลือกโลกชื่อคาสคาเดีย ซึ่งอยู่ห่างจากรัฐโอเรกอนออกไป 97 กิโลเมตร แต่เดิมบริเวณนี้มีชื่อเล่นว่าเขตมุดตัวของเปลือกโลกที่เงียบที่สุด เพราะแทบไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรใหญ่ๆ เลย แต่ไม่นานมานี้บริเวณนี้กลับกลายเป็น 1 ในบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ ของเปลือกโลกแล้ว หากในอนาคตเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริงก็จะน่าจะทำให้แผ่นดินใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาแยกออกจากกัน


6. สึนามิที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา คาดว่าจะเกิดบริเวณแคริบเบียน

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
Deep Impact Paramount Pictures

     ดร.ไซมอน เดย์ จาก University College London และดร.สตีเว่น วอร์ด จาก University of California Santa Cruz คาดการณ์ว่าภูเขาไฟ Cumbre Vieja ในหมู่เกาะคานารี่จะปะทุและจะทำให้เกิดสึนามิที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ งานวิจัยของทั้งคู่ตีพิมพ์ออกมาในปี 2001 โดยตั้งสมมติฐานว่าการปะทุครั้งล่าสุดของภูเขาไฟลูกนี้ทำให้โครงสร้างของตัวภูเขาไฟเสียหายไปพอสมควรแล้ว ด้านซ้ายของภูเขาไฟเริ่มไม่แข็งแรง หากภูเขาไฟลูกนี้ปะทุอีกครั้ง ซีกซ้ายของมันน่าจะถล่มลงมาทำให้เกิดสึนามิสูงสุดได้ถึง 100 เมตร และเดินทางเร็วถึง 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจะไปถึงฟลอริด้าและประเทศอังกฤษเลยด้วย

     แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ เท่านั้น เพราะมีความเป็นไปได้สูงเหมือนกันที่ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุแล้วจะไม่พังครืนลงมาทีเดียว แต่จะค่อยๆ ไถลลงทะเล ซึ่งอาจทำให้ไม่เกิดสึนามิตามมา


7. แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 'Big One' ที่แคลิฟอร์เนีย คาดว่าจะเกิดภายในปี 2015-2045

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
2012 Columbia Pictures

     องค์กรสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐคาดว่าภายใน 30 ปีนี้มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูดขึ้นไป 7% และมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5-7.0 แมกนิจูดมากถึง 30% เหตุการณ์นี้มีชื่อเล่นในวงการว่า 'Big One'

     สาเหตุที่เกิดนั้นคาดว่าเกิดจากรอยเลื่อนซานแอนเดรียส์ (San Andreas แบบในหนังเลย) ที่จะขยายตัวเข้าไปด้านในแผ่นทวีปมากขึ้น หรืออาจเกิดจากรอยเลื่อนเฮย์เวิร์ดก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเพราะรอยเลื่อนใดเป็นเหตุก็ตาม นักวิทยาศาสตร์กว่า 300 คนร่วมกันวางแผนอพยพและช่วยเหลือประชาชนในแคลิฟอร์เนียไว้แล้ว โดยทำเป็นโปรแกรมจำลองเสมือนจริงว่าจะเกิดคลื่นสั่นสะเทือนแรงถึง 11,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงตามมา

     ทางทำเนียบขาวได้สนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านเหรียญให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Caltech, UC Berkeley และ University of Washington เพื่อทำระบบแจ้งเตือนประชาชนก่อนเกิดแผ่นดินไหวได้นานขึ้นกว่าเดิม เพราะระบบที่มีตอนนี้สามารถเตือนล่วงหน้าได้เพียง 10 วินาทีก่อนเกิดเหตุเท่านั้น


     นี่เป็นเพียงการพยากรณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติส่วนหนึ่งเท่านั้น มันอาจจะเกิดตามนี้จริง หรืออาจไม่เกิดก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องระลึกคือเราต้องมีสติอยู่เสมอ ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราจะต้องเจอเหตุการณ์วิกฤตแบบในหนังบ้าง ฉะนั้นเราต้องทำทุกวันให้เป็นวันที่ดีที่สุดนะคะ
 

7 ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ที่อาจเกิดเร็วๆ นี้
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ภัยพิบัติทางธรรมชาติ #natural disaster #แผ่นดินไหว #สึนามิ #ภูเขาไฟระเบิด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?