/>

5 เหตุการณ์กราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในอเมริกา #PrayForOrlando []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ช่วงนี้คงไม่มีข่าวไหนสะเทือนใจมากไปกว่าเหตุการณ์กราดยิงที่ไนท์คลับในมลรัฐฟลอริด้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 50 คนและถือเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกันสมัยใหม่ พี่พิซซ่า เลยขอพาน้องๆ ไปดูเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งก่อนๆ ในอเมริกากันค่ะ




     นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศขึ้นมาในปีค.ศ. 1776 สหรัฐอเมริกาก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สังหารหมู่หลายต่อหลายครั้ง บางครั้งก็เกิดจากความเชื่อผิดๆ ทางศาสนา บางครั้งเกิดจากความเกลียดชังระหว่างชาติพันธุ์ บางครั้งเกิดจากความเก็บกดที่สั่งสมมานาน และบางครั้งก็เกิดจากความผิดปกติทางจิต เหตุการณ์หลายครั้งผู้ลงมือมีเพียงคนเดียวแต่ก็เอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นสิบ เราลองมาดู 5 เหตุการณ์กราดยิงโดยผู้ลงมือคนเดียวที่ร้ายแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้กันค่ะ


พัลส์ไนท์คลับ มลรัฐฟลอริด้า จำนวนผู้เสียชีวิต 50 คน

     เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2016 ประมาณตีสองตามเวลาท้องถิ่น นายโอมาร์ มาตีน ใช้อาวุธปืนกราดยิงในไนท์คลับเกย์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 คนและบาดเจ็บกว่า 53 คน เหตุการณ์นี้ร้ายแรงและกระทบจิตใจคนทั่วโลก หลังเหตุการณ์นี้มีข้อมูลเปิดเผยต่อว่า FBI เคยเรียกตัวนายโอมาร์มาให้ข้อมูล 2 ครั้งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าเขามีความเสี่ยงที่จะก่อเหตุรุนแรงและมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม IS แต่ก็ปล่อยตัวไปเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ นอกจากนี้พ่อของนายโอมาร์ ภรรยาเก่า และอดีตเพื่อนร่วมงานก็ให้สัมภาษณ์ว่านายโอมาร์มีความเกลียดชังผู้รักร่วมเพศ และมีแนวโน้มที่จะทำอะไรรุนแรงอยู่แล้ว
     อ่านเรื่องราวเหตุการณ์นี้เต็มๆ ได้ที่ http://www.dek-d.com/studyabroad/41654/


มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค มลรัฐเวอร์จิเนีย จำนวนผู้เสียชีวิต 32 คน

     เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2007 นักศึกษามหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทควัย 23 ปี นายโชซึงฮี ชาวเกาหลีใต้ นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย ใช้อาวุธปืน 2 กระบอกบุกเข้าไปกราดยิงในอาคารหอพักรวมเวสต์เอมเบลอร์จอห์นสตันทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ผ่านไปสองชั่วโมงเขาก็เข้าไปในอาคารของสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเครื่องกลและเอาโซ่มาคล้องประตูใหญ่ทั้งหมด และเขียนโน้ตติดไว้ว่าถ้าใครพยายามเปิดประตูระเบิดจะทำงาน จากนั้นเขาก็เริ่มกราดยิงนักศึกษาและอาจารย์ในห้องเรียนต่างๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 30 คนก่อนจะยิงตัวตาย
     เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลกเพราะเป็นกรณีศึกษาเลยว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้นายซึงฮีทำแบบนี้ มีหลักฐานว่าเขาเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้มาโดยตลอด และมักถูกรังแกอยู่เสมอ ทำให้เขาหันมาสนใจความรุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นเหตุการณ์ที่เปิดประเด็นให้สหรัฐอเมริกาต้องทบทวนนโยบายการมีอาวุธในครอบครองใหม่ เพราะนายซึงฮีได้อาวุธปืนมาง่ายมาก


โรงเรียนประถมแซนดี้ฮุก มลรัฐคอนเน็คทิคัต จำนวนผู้เสียชีวิต 27 คน

     เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2012 นายอดัม แลนซ่า วัย 20 ปี ยิงแม่ตัวเองเสียชีวิตที่บ้าน ก่อนจะบุกไปยังโรงเรียนประถมแซนดี้ฮุกและกราดยิงจนนักเรียนวัย 6-7 ขวบเสียชีวิตถึง 20 คน ครูเสียชีวิตอีก 6 คน เมื่อตำรวจไปถึงนายอดัมก็ยิงตัวเองแล้ว เหตการณ์นี้ถือเป็นเหตุสังหารหมู่ในระดับโรงเรียนที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ นอกจากนี้ก็ทำให้นโยบายการครอบครองปืนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอีกรอบ (แต่ก็ไม่ไปไหนซักที) แถมชาวอเมริกันยังวิจารณ์เรื่องความรุนแรงของวิดีโอเกมอีกด้วย เนื่องจากนายอดัมติดวิดีโอเกมที่เขาสวมบทบาทเป็นมือปืน แต่จนปัจจุบันยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมนายอดัมถึงจงใจไปกราดยิงที่โรงเรียนประถมและเลือกเหยื่อเป็นเด็กเล็กโดยเฉพาะ


ร้านลูบี้ส์คาเฟเทเรีย มลรัฐเท็กซัส จำนวนผู้เสียชีวิต 23 คน

     วันที่ 16 ตุลาคม 1991 นายจอร์จ เฮนนาร์ด วัย 35 ปี ขับรถปิคอัพพุ่งทะลุหน้าต่างของร้านอาหารลูบี้ส์คาเฟเทเรียและกราดยิงผู้คนที่อยู่กันเต็มร้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 คนและบาดเจ็บ 27 คน ก่อนจะยิงตัวตาย นายจอร์จเป็นผู้มีอารมณ์รุนแรงผิดปกติอยู่แล้ว เขาเกลียดผู้หญิง คนผิวดำ คนอเมริกาใต้ และชายรักร่วมเพศ ก่อนจะกราดยิง เขาตะโกนว่า "ผู้หญิงทุกคนในเมืองคิลีนและเบลตันเป็นนังอสรพิษ นี่คือสิ่งที่พวกแกทำกับฉันและครอบครัวของฉัน นี่คือสิ่งที่เขตเบลทำกับฉัน นี่คือวันเอาคืน" เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผู้ได้รับบาดเจ็บบอกว่าบางครั้งนายจอร์จก็เลือกที่จะเดินข้ามผู้ชายไปเพื่อจ่อยิงผู้หญิงที่ศีรษะเลย


ร้านแมคโดนัลส์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย จำนวนผู้เสียชีวิต 21 คน

     วันที่ 18 กรกฎาคม 1984 ขณะที่หลายครอบครัวกำลังรับประทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ในร้านแมคโดนัลส์สาขาหนึ่งในซานดิอาโก้ นายเจมส์ ฮิวเบอร์ตี้ วัย 41 ปีก็บุกเข้ามากราดยิงในร้านทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 รายและบาดเจ็บ 19 ราย ก่อนนักแม่นปืนของหน่วยสวาทจะหยุดเขาได้ เหตุการณ์นี้มีเด็กเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายคนมาก
     จากการสอบปากคำภรรยาของนายเจมส์ในภายหลังให้การว่า ก่อนหน้านั้น 3 วัน นายเจมส์บอกภรรยาว่าเขาอาจมีอาการทางประสาท ในวันที่ 17 เขาจึงโทรหาคลินิกสุขภาพจิตเพื่อขอนัดและทิ้งเบอร์ติดต่อไว้กับโอเปอร์เรเตอร์ แต่รอหลายชั่วโมงแล้วก็ไม่มีใครโทรกลับมา นั่นก็เพราะการโทรไปแจ้งอย่างสุภาพของนายเจมส์ทำให้โอเปอร์เรเตอร์เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องด่วน ทำให้ถูกจัดอยู่ในหมวด "ติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง" นอกจากนี้สัปดาห์ก่อนหน้าเขาเพิ่งถูกไล่ออกจากงานด้วย


     แต่ละเหตุการณ์อ่านแล้วก็รู้สึกหดหู่มากเลยค่ะ สงสารผู้บริสุทธิ์ทุกคนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ และเสียใจกับครอบครัวของเหยื่อทั้งหมดด้วย รวมทั้งครอบครัวของมือปืนเอง เพราะคงไม่มีใครคิดว่าคนในครอบครัวตัวเองจะทำอะไรร้ายกาจแบบนี้ ครอบครัวและเพื่อนของมือปืนก็คงเสียใจเช่นเดียวกัน ได้แต่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่สังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์แบบนี้อีกนะคะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pizza

พี่พิซซ่า - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ฝ่ายเรียนต่อนอก

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#prayfororlando #orlandoshooting #สังหารหมู่ #กราดยิง #ออร์แลนโด #สหรัฐอเมริกา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?