Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ลูกและเมียของทศกัณฐ์ [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

     
                                 

       ทศกัณฐ์เจ้ายักษ์ร้ายในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นยักษ์เจ้าชู้ เห็นผู้หญิงสวยไม่ได้ จะต้องหลงรักและแย่งชิงมาเป็นของตน ทำให้ทศกัณฐ์มีเมียและลูกมากมาย ดังนี้
     ๑.นางกาลอัคคี เป็นธิดาของท้าวกาลนาคแห่งเมืองบาดาล ในตอนแรก ท้าวกาลนาคคิดจะยกนางกาลอัคคีให้แก่ท้าวลัสเตียนซึ่งเป็นบิดาของทศกัณฐ์ แต่ท้าวลัสเตียนเห็นว่าพระองค์เองก็ชรามากแล้ว จึงยกนางกาลอัคคีให้ทศกัณฐ์แทน ซึ่งในเวลาต่อมา นางกาลอัคคีก็มีโอรสกับทศกัณฐ์ คือ บรรลัยกัลป์ เมื่อบรรลัยกัลป์มีอายุได้ ๕ ขวบ ท้าวกาลนาคผู้เป็นตาได้ขอไปเลี้ยงดูที่เมืองบาดาล และได้อาบน้ำว่านศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ตัวของบรรลัยกัลป์มีความลื่น ไม่มีใครสามารถจับได้ และอาวุธก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ จะต้องแฉลบลื่นไปหมด 
        จนในเวลาต่อมา บรรลัยกัลป์ได้ต่อสู้กับหนุมานเพื่อแก้แค้นให้ทศกัณฐ์ผู้เป็นบิดา หนุมานไม่อาจสังหารบรรลัยกัลป์ได้จึงมาขอคำแนะนำจากฤๅษีทิศไพที่ตั้งอาศรมในแถบนั้น ฤๅษีทิศไพก็บอกใบ้ให้หนุมานรู้ด้วยการโปรยฝุ่นทรายลงบนพื้น หนุมานจึงซัดทรายใส่ตัวบรรลัยกัลป์ ทำให้สามารถจับตัวบรรลัยกัลป์ได้และสังหารบรรลัยกัลป์ได้ในที่สุด

                                           

                                          หัวโขนของบรรลัยกัลป์

      ๒.นางมณโฑ เดิมเป็นนางกบ อาศัยอยู่กับพระฤๅษีสี่ตน ในวันหนึ่ง ได้เห็นนางอนงค์นาคี ซึ่งแค้นที่พระฤๅษีมาพูดให้ตนอับอาย พ่นพิษใส่ถังน้ำนม หมายจะให้พระฤๅษีได้ฉันจนตาย นางกบจึงได้กระโดดลงไปในถังน้ำนมและดื่มน้ำนมพิษจนขาดใจตาย เมื่อพระฤๅษีมาเห็นก็นึกตำหนิที่นางกบตะกละดื่มนมจนตาย จึงได้ชุบชีวิตนางกบขึ้นมาเพื่อต่อว่า แต่นางกบก็เล่าความจริงให้ฟัง พระฤๅษีจึงซึ้งในจิตใจของนางกบและชุบนางกบให้เป็นนางงาม ตั้งชื่อว่า นางมณโฑ ก่อนจะนำนางมณโฑไปถวายเป็นข้ารับใช้ให้พระแม่อุมาเทวี ซึ่งหลังจากได้เป็นมเหสีของทศกัณฐ์แล้ว นางมณโฑก็มีโอรสและธิดากับทศกัณฐ์ ดังนี้
         ๑.)อินทรชิต เดิมชื่อรณพักตร์ แต่สามารถรบชนะพระอินทร์ได้ ทศกัณฐ์จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น อินทรชิต แปลว่า ผู้ชนะพระอินทร์ ซึ่งอินทรชิตเคยได้รับพรจากพระพรหมว่า หากอินทรชิตหัวขาดตกถึงพื้น จะเกิดไฟบรรลัยกัลป์ลุกท่วมโลก ต้องนำพานแว่นฟ้าของพระองค์ไปรองรับเท่านั้น จึงจะไม่เกิดไฟบรรลัยกัลป์ ซึ่งในเวลาต่อมา พระลักษมณ์ได้เป็นผู้แผลงศรไปตัดเศียรของอินทรชิตขาด และองคตซึ่งเป็นพี่ชายต่างบิดาของอินทรชิตได้เป็นผู้ไปนำพานแว่นฟ้ามารองรับเศียรของ
อินทรชิตไว้
 
                                    
                                           หัวโขนของอินทรชิต
               
      ๒.)นางสีดา เมื่อท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยาได้ทำพิธีขอโอรสจากสวรรค์ พระนารายณ์ พระลักษมี บัลลังก์อนันตนาคราช สังข์ จักรแก้ว และคทาวุธได้แบ่งภาคอวตารลงมายังโลกมนุษย์ โดยพระนารายณ์อวตารเป็นพระราม จักรแก้ว อวตารเป็นพระพรต สังข์และบัลลังก์อนันตนาคราชอวตารเป็นพระลักษมณ์ และคทาวุธอวตารเป็นพระสัตรุด ส่วนพระลักษมี อวตารเป็นธิดาของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ แต่เมื่อแรกเกิดร้องว่า "ผลาญราพณ์" ๓ ครั้ง และเมื่อพิเภกทำนายดวงชะตาก็พบว่าเป็นกาลกิณีกับกรุงลงกา ทศกัณฐ์จึงสั่งให้นำธิดาน้อยใส่ผอบลอยทิ้งน้ำไป
       ต่อมา ฤๅษีชนก อดีตกษัตริย์แห่งกรุงมิถิลาได้พบผอบเข้า จึงนำไปเลี้ยงดูเป็นธิดา แต่เมื่อมีธิดาก็ไม่มีสมาธิบำเพ็ญเพียร จึงนำผอบไปฝังดินเพื่อฝากให้เหล่าเทพารักษ์และนางไม้ช่วยดูแล จนเวลาต่อมา ฤๅษีชนกคิดจะกลับไปครองราชย์ดังเดิม จึงได้ให้ นายโสม บ่าวรับใช้ไปนำวัวและคันไถมาเพื่อไถดินเอาผอบขึ้นมา เมื่อนำผอบขึ้นมาได้ก็พบว่า พระธิดาโตเป็นสาวแล้ว จึงตั้งชื่อให้ว่า สีดา แปลว่า รอยไถ ซึ่งในเวลาต่อมา นางสีดาก็ได้อภิเษกสมรสกับพระราม ก่อนจะถูกทศกัณฐ์ซึ่งเป็นบิดาชิงตัวไปยังกรุงลงกา จึงเกิดสงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ขึ้น
     ๓.)ไพนาสุริยวงศ์ ในตอนที่ทศกัณฐ์สิ้นชีพนั้น นางมณโฑตั้งครรภ์ได้ ๑ เดือน และได้ประสูติพระโอรส ซึ่งท้าวทศคีรีวงศ์ (พิเภก) คิดว่าเป็นโอรสของตนจึงตั้งชื่อว่า ไพนาสุริยวงศ์และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ซึ่งไพนาสุริยวงศ์ก็คิดว่าท้าวทศคีรีวงศ์คือพ่อของตนมาโดยตลอด จนกระทั่งไพนาสุริยวงศ์มีอายุได้ ๑๓ ปี ก็ได้ทราบความจริงจาก วรณีสูร ผู้เป็นพี่เลี้ยง จึงเดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก ท้าวจักรวรรดิ แห่งเมืองมลิวัน สหายของทศกัณฐ์ ท้าวจักรวรรดิจึงยกทัพมาบุกกรุงลงกา และจับตัวท้าวทศคีรีวงศ์ไปขังคุกได้ ก่อนจะแต่งตั้งไพนาสุริยวงศ์เป็น ท้าวทศพิน กษัตริย์องค์ใหม่แห่งกรุงลงกา
         เมื่อพระรามทราบว่าท้าวทศคีรีวงศ์ถูกจับไปขังคุก จึงได้มีบัญชาให้พระพรต และพระสัตรุด พระอนุชาทั้งสองยกทัพไปช่วยท้าวทศคีรีวงศ์ และท้าวทศพินก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พระพรตจึงสั่งสำเร็จโทษท้าวทศพินและวรณีสูรทันที ก่อนจะยกทัพไปปราบท้าวจักรวรรดิต่อไป
                        
                                        
                                      หัวโขนของไพนาสุริยวงศ์

    ๓.นางปลา ซึ่งทศกัณฐ์ได้พบรักกับนางปลาตัวหนึ่งจนเกิดเป็นธิดาคือ นางสุพรรณมัจฉา 
       ในคราวที่พระรามคุมพลทหารวานรให้นำก้อนหินถมถนนเพื่อข้ามไปยังกรุงลงกา ทศกัณฐ์ได้สั่งให้นางสุพรรณมัจฉา นำบริวารปลาคาบก้อนหินไปทิ้ง หนุมานจึงลงไปตรวจสอบดู พบนางสุพรรณมัจฉาเข้าก็หลงรัก จนได้นางเป็นเมีย ต่อมา นางสุพรรณมัจฉาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายที่มีกายเป็นวานรขาวแบบหนุมาน แต่มีหางเป็นปลาเหมือนแม่ ตั้งชื่อให้ว่า มัจฉานุ ซึ่งนางสุพรรณมัจฉาเกรงว่าทศกัณฐ์อาจจะลงโทษตนถึงตายได้หากรู้ว่าไปมีลูกกับศัตรู จึงจำต้องทิ้งมัจฉานุเอาไว้บนเกาะ จนในเวลาต่อมา ไมยราพ แห่งเมืองบาดาลมาพบเข้า จึงนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม

   ๔.นางช้าง ทศกัณฐ์ไปพบรักกับนางช้างตัวหนึ่งเข้า ซึ่งในเวลาต่อมา นางช้างก็ให้กำเนิดโอรสฝาแฝด คือ ทศคีรีวัน และทศคีรีธร
       ต่อมา ท้าวอัชกรรณมารา แห่งเมืองดุรัม สหายของทศกัณฐ์ซึ่งไม่มีบุตร ได้ขอทศคีรีวันและทศคีรีธรไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อทั้งสองพี่น้องโตเป็นหนุ่ม ก็กลับมาเยี่ยมทศกัณฐ์ผู้เป็นบิดา และได้ช่วยทศกัณฐ์ทำศึกกับพระราม และได้ถูกพระลักษมณ์สังหารทั้งคู่

                                
          หัวโขนของทศคีรีวัน                              หัวโขนของทศคีรีธร

      ๕.นางสนมพันตน ซึ่งทศกัณฐ์มีโอรสกับนางสนมพันตนคือ สหัสกุมาร ซึ่งเป็นโอรสแฝดพันตน โดยทศกัณฐ์ได้มีบัญชาให้สหัสกุมารคอยเฝ้าสวนขวัญอันเป็นที่ประทับของนางสีดาให้ดี จนในเวลาต่อมา หนุมานได้รับบัญชาจากพระรามให้นำแหวนมาถวายให้นางสีดา ก่อนกลับ หนุมานคิดอยากลองกำลังพวกยักษ์ จึงทำลายสวนขวัญจนราบคาบ สหัสกุมารจึงออกมาต่อสู้ แต่ก็ต้องถูกหนุมานสังหารสิ้นชีพทั้งพันตน

    ๖.นางสนมสิบตน ทศกัณฐ์มีโอรสกับนางสนมสิบตนคือ สิบรถ ซึ่งเป็นโอรสแฝดสิบตน ตั้งแต่ผมอ่านมา ยังไม่เคยเจอฉบับไหนเลยที่มีบทบาทของสิบรถ



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มีนาคม 2553 / 13:50
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

24 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป