Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

[REVIEW] CU-TEP 2020 ได้คะแนน 71 มาอย่างไรแบบฉบับคน (ตั้งใจ) ไม่เรียนพิเศษ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#cutep
[คำเตือน : กระทู้ยาวมากๆ ค่ะเพราะเปิดหมดทุกเคล็ดลับ ทุกวิธีการ เพราะฉะนั้นใครที่อยากเปลี่ยนมาเป็นการฟังการรีวิวของเก้าแทนการอ่าน ขอเชิญที่   ตรงนี้ ได้เลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากอ่าน ก็เชิญบรรทัดต่อไปได้เลย!]

สวัสดีค่าทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะคะ เราคือคุณเก้า หรือนักเขียนนิยายนามปากกา เก้ามหัศจรรย์ค่ะ จากหัวข้อกระทู้เลยคือเก้าเพิ่งไปสอบ CU-TEP รอบที่ 12/2020 (04 Oct.) ไม่นานมานี้ค่ะ ตลอดระยะเวลาการเตรียมตัวตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน เก้าไม่ได้เรียนพิเศษเพื่อการเตรียมตัวสอบใดๆ ทั้งสิ้น ใช้การอ่านหนังสือและเก็บเทคนิคด้วยตัวเอง จุดประสงค์ที่ทำแบบนี้เพราะเก้าอยากลองพิสูจน์ตัวเอง และถ้าคะแนนออกมาดี เก้าจะได้สามารถมาแชร์และหวังว่าจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่ขาดทุนทรัพย์ในการลงเรียนพิเศษได้ว่ายังมีคนที่ได้คะแนนดีโดยไม่ต้องเรียนพิเศษนั่นเองค่ะ
 
เก้าขอพื้นที่สารภาพว่าเก้ากลัวและกังวลว่าการที่ได้คะแนน 71 คะแนนแล้วออกมาแบ่งปันเรื่องราวจะดูเป็นการมั่นใจในตัวเองจนเกินไป หากใครรู้สึกแบบนั้นเก้าต้องขออภัยด้วยนะคะ เพราะที่จริงแล้ว คนที่ได้คะแนนเยอะกว่าเก้ามีตั้งเยอะ และดูจะน่าสนใจกว่าเก้าที่ได้ 71 คะแนน แต่อยากให้ลองฟังเก้าในคลิปดูนะคะว่าทำไมเก้าถึงตัดสินใจที่จะยังทำต่อไป
 
สำหรับการวางแผนเตรียมตัวของเก้ามีการวางแผนดังนี้ค่ะ
1. ระยะเวลาเตรียมตัวคือตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน [4 เดือนเต็มๆ]
2. อนุญาตให้พลาดได้แค่พาร์ทละ 10 คะแนน หมายถึง
                Listeing ต้องได้ตั้งแต่ 20/30 คะแนน
                Reading ต้องได้ตั้งแต่ 50/60 คะแนน
                Writing ต้องได้ตั้งแต่ 20/30 คะแนน
เพราะฉะนั้นบรรยากาศการเตรียมตัวมันจะเป็นการ Force ตัวเองหนักมากค่ะ
3. ต้องอ่านหนังสือทุกวัน ทำโจทย์อย่างน้อยวันละข้อก็ยังดี - ซึ่งในความเป็นจริงเก้าทำข้อสอบอย่างน้อยที่สุดคือ 60 ข้อ/วันค่ะ

เพราะฉะนั้นวิธีที่เก้าทำ  หากขาดวินัยและความพยายามเกิน 1 วันก็ล่มได้เลยนะคะ แต่สำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ สามารถนำไปปรับให้หย่อนลงกว่าที่เก้าทำก็ได้ค่ะ อย่าลืมคำนึงถึงสุขภาพกายและใจ รวมถึงเวลาว่างที่ตัวเองมีด้วยนะคะ
 
วันไหนที่เก้ามีคาบว่าง เก้าจะเอาหนังสือ CUTEP มาอ่าน กลับบ้านมาก็จะอ่านอีก ไม่มีวันไหนที่เก้าไม่อ่านเพราะรู้ตัวเองดีว่าถ้าหยุด วันต่อๆ ไปจะเกิดความขี้เกียจแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจะต้องอ่านทุกวันให้ไฟการอ่านมันลุกโชน
 
                 ถ้าถามว่าแบ่งตารางอ่านหนังสือยังไง พักระหว่างอ่านกี่นาที นั่งอ่านติดต่อกันนานเท่าไหร่
                ตอบได้เลยค่ะว่าเก้าไม่เคยวางตารางการอ่านรายชั่วโมงรายนาทีแบบนั้น ปกติเก้าอ่านหนังสือที่บ้านตอนกลางคืน 3-4 ทุ่มไฟกำลังมา ถ้าวันไหนอากาศเย็นจะมีฟีลอยากอ่านหนังสือง่ายมาก (บรรยากาศระหว่างอ่านเป็นสิ่งสำคัญนะคะ รวมไปถึงขนมและเครื่องดื่มซึ่งเก้าจะมีชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาวยี่ห้อที่ไม่เป็นสลิ่มกินทุกครั้งที่อ่านแม้กระทั่งวันสอบ) ปกติอ่านหนังสือต่อครั้งที่ไฟลุกโชนประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ แต่ถ้านับทั้งวันก็ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ยิ่งช่วงก่อนเปิดเทอมวันๆ นึงระยะเวลาอ่านรวมกันเกือบ 5 ชั่วโมงได้เพราะเก้าอ่านตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 3 ตี 4 ก็มีค่ะ
 
มาถึงในส่วนของหนังสือกันบ้างนะคะ เก้าใช้หนังสือทั้งหมด 6 เล่มด้วยกันค่ะ



1. Intensive CUTEP
ความเห็นส่วนตัว : เก้ายกให้เล่มนี้เป็นหนังสือทีความยากของโจทย์ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุดค่ะ มีทั้งพาร์ท Reading และ Writing ให้ฝึกทำ และยังมีในส่วนของเนื้อหาทั้ง 3 พาร์ทสรุปสั้นๆ มาให้ด้วย เก้ามองว่าเล่มนี้เนื้อหาสรุปพาร์ท Grammar น่าสนใจมากๆ มาเก็บเนื้อหา Grammar จากเล่มนี้เล่มเดียวจบยังได้เลยค่ะ และก็มีข้อสอบให้ทำ 5 ชุดด้วยกันค่ะ
 


2. ผ่านฉลุยตะลุย CUTEP
ความเห็นส่วนตัว : นี่คือหนังสือที่ช่วยชีวิตเก้าในพาร์ท Reading ค่ะ คำโฆษณาที่ว่า รวม 3 ติวเตอร์ชั้นนำมาร่วมกันเขียนหนังสือเล่มนี้บอกเลยว่าไม่ได้เกินจริง เทคนิคในการทำข้อสอบพาร์ท Reading เป็นอะไรที่ใช้ได้จริง บางคนที่รู้เทคนิคอยู่แล้วอาจจะเฉยๆ แต่สำหรับเก้า ผู้ที่อ่านหนังสือเอง ไม่เคยมีประสบการณ์ CUTEP ใดๆ เก้ามองว่านี่คือเทคนิคที่น่าสนใจมากๆ และมันอยู่ในเล่มนี้แล้ว พร้อมทั้งยังมีโจทย์ที่น่าสนใจให้ทำอีก 4 ชุดด้วย


 
3. ถอดรหัส Error และ 4. ตะลุยโจทย์ Error 500 ข้อ
ความเห็นส่วนตัว : หนังสือเล่มนี้ทำให้เก้ามีพื้นฐานในการทำข้อสอบพาร์ท Writing ได้แน่นมากขึ้นค่ะ แนะนำเล่มนี้เลยสำหรับใครที่ไม่แม่นข้อสอบ Error ซึ่งจริงๆ แล้วหนังสือของอาจารย์ท่านนี้เป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คนอยู่แล้วด้วย เก้าขอเป็นอีกเสียงยืนยันแล้วกันค่ะว่าเล่มนี้ดี


 
5. Anchor CUTEP Reading
ความเห็นส่วนตัว : ยากกว่าข้อสอบจริงไปไกลมากเลยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครซื้อมาทำแล้วได้คะแนนน้อยอย่าเพิ่งท้อนะคะ แต่เก้าก็ยังแนะนำเล่มนี้อยู่ดีค่ะ เพราะถึงแม้ข้อสอบจะยากเกินของจริงไปมากแต่คำศัพท์ในเล่มน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ
 


6. ETS TOEIC 2020 [Listening Part]
ความเห็นส่วนตัว : ตัวข้อสอบมีความคล้ายกับ CUTEP พาร์ท Listening พอสมควรเลยค่ะ ระดับความยากพอกัน เก้าใช้เล่มนี้ในการฝึกพาร์ท Listening ค่ะ แต่ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหากับการฟังเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่กำลังกังวลในพาร์ทนี้ ขอแนะนำเล่มนี้ค่ะ
 
                เตรียมตัวด้วยการอ่านหนังสือสอบเอง ไม่ลงเรียนพิเศษแบบนี้ มีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า?
                มีค่ะ ในเมื่อเราไม่มีอาจารย์มาคอยบอกเทคนิค เราก็ต้องขวนขวายหาเทคนิคเอง

                1) ทำไมถึงอ่านหนังสือนานหลักชั่วโมงได้
                1. บรรยากาศเย็นๆ ตอนกลางคืนค่ะ เก้าไม่เปิดแอร์นอน เปิดหน้าต่างรับลมก็จะเย็นสบาย คนละฟีลกับเวลาเปิดแอร์
                2. เก้าเป็นคนประหลาดค่ะ อ่านหนังสือในที่เงียบๆ ไม่ได้ (แต่วันสอบจริงก็มีสมาธิทำในห้องเงียบๆ ได้ปกตินะคะ บรรยากาศการสอบมันจริงจังเราเลยมีสมาธิมากกว่าตอนเตรียมตัว) คือเก้าทดสอบตัวเองแล้วพบว่าถ้าอ่านที่เงียบๆ จะหลุดง่ายมาก แต่เวลาฟังเพลงไปด้วยจะฝึกทำข้อสอบหรืออ่านหนังสือได้นานขึ้น เพราะฉะนั้นเก้าเปิดเพลงฟังระหว่างอ่านหรือทำข้อสอบไปด้วยค่ะ ฟังได้ตั้งแต่เสียงฝน เสียง Ambience ไปจนถึงเพลงสากล TPOP KPOP  ฟังได้หมดค่ะ บางครั้งก็เต้นบ้างยอมรับ 5555 ซึ่งจริงๆ แล้วคลื่นเสียงมีผลต่อสมองค่ะทำให้ประสิทธิภาพในการอานหนังสือดีขึ้น (มีการทดลองมีการวิจัยด้วยนะคะเรื่องนี้)
                3. ชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาวราคา 20 บาท หรือ 25 บาทช่วยได้ค่ะ
 
                2) เริ่มฝึกจากพาร์ทไหนก่อน
                เก้าเริ่มมองในพาร์ทที่ตัวเองถนัดน้อยที่สุดนั่นคือ Writing หรือการทำข้อสอบ Error นั่นเอง ทั้งๆ ที่เก้ามองว่าตัวเองไม่ได้ด้อย Grammar แต่เก้าไม่เคยทำข้อสอบ Error มาก่อนเลยทำให้เก้าต้องเริ่มจับจุดใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนที่เก้าจะทำโจทย์ในหนังสือ Error 500 ข้อ เก้าได้ลองทำในหนังสือเล่มหนึ่งที่ซื้อมาตอนไป Open house โรงเรียนเตรียมอุดมฯ มีข้อสอบทั้งหมด 10 ชุด ชุดละ 30 ข้อ เท่ากับ 300 ข้อที่เก้าลองทำ พบว่าคะแนนไม่ดีเลย ไม่ถึง 20 คะแนนตามที่ตั้งเป้า เก้าเลยตัดสินใจซื้อ Error 500 ข้อมาแล้วตั้งกติกากับตัวเองว่า
                1 ชุดมี 25 ข้อ ต้องทำจนกว่าจะได้คะแนนเกิน 20 คะแนนถึงจะผ่านไปทำชุดต่อไปได้ ถ้ายังไม่ถึงก็ทำซ้ำ
                ซึ่งเก้าจะทำทีละ 3 ชุด เช่นชุดที่ 1 2 3 ถ้ามีแค่ชุดแรกที่คะแนนเกิน 20 ครั้งต่อไปที่ทำก็จะเป็น ชุดที่ 2 3 4 แบบนี้ (ซึ่งครั้งต่อไปที่ทำก็คือทำต่อเนื่องไปเลยนะคะ ไม่ได้เก็บไว้ทำวันรุ่งขึ้น) ถามว่าท้อมั้ย ท้อค่ะเพราะกว่าจะผ่านไปชุดต่อไปได้ต้องทำซ้ำอย่างน้อย 3-4 รอบกว่าจะผ่าน

                พอเก้าฝึกพาร์ท Writing จนเล่ม Error 500 ข้อทำไปถึงชุดที่ 17 แล้วก็หยุดค่ะ แล้วไปทำพาร์ท Reading ซึ่งตอนแรกเก้าคิดว่านี่คือพาร์ทที่ไม่น่ายากอะไร แต่สุดท้ายก็พบว่ามันยากมาก และอัพคะแนนขึ้นยากกว่าตอนฝึก Writing อีก ทีนี้เก้าเลยไม่ใช้วิธีการทำซ้ำจนกว่าจะถึงเกณฑ์ค่ะ แต่ใช้วิธีการหาเทคนิค และไปเจอเทคนิคในหนังสือผ่านฉลุยฯ ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนสอบจริงและลองทำตาม พบว่าเราเริ่มทำข้อสอบได้คะแนนเพิ่มขึ้น สุดท้ายคือพาร์ท Listening เก้าฝึกทำข้อสอบ TOEIC และฟัง 6 minutes English ของ BBC Learning English ค่ะเพื่อทำให้หูของเราชินกับภาษาอังกฤษให้มากที่สุด และต้องฟังโดยไม่อ่าน Script ตามด้วยนะคะ
 
และนี่คือเทคนิค และวิธีในการเตรียมตัวสอบของเก้าที่เก้าใช้จริงๆ ทำจริงๆ ตลอด 4 เดือนเต็ม ถ้าใครจะนำไปใช้แล้วอยากปรับให้ไม่ตึงเครียดเท่าเก้าก็ได้นะคะ และในครั้งหน้าเก้าจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกระทู้ใหม่นั่นก็คือ
รีวิวการเตรียมตัวสอบ BMAT 2020 ฉบับไม่เรียนพิเศษและอ่านหนังสือเองทั้งหมดเช่นเดิม

สำหรับใครที่มีคำถามสามารถทิ้งคำถามไว้ในคอมเม้นท์ หรือ DM ไปถามใน Studygram ของเก้าได้นะคะ @mymmstudygram หรือ Youtube : MymmStudygram ก็ได้ค่ะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่า
 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป