Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

[รีวิว] การสอบชิงทุนเรียนปริญญาตรีที่ฮังการี ฟรี 3 ปี! Stipendium Hungaricum (ล่าสุด) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เรียนต่อ #เรียนนอก #ทุน #นักเรียนนอก #นักเรียน
!! คนที่สนใจรีบ ๆ สมัครกันนะ ทุนจะปิด 15 มกราคมนี้ ปีนี้เด็กไทยได้เพิ่มขึ้น  ได้ 60 ทุน !!
 
บทความนี้ ผมเขียนครึ่งใหม่อีกทีหนึ่ง เป็นเวอร์ชั่นที่อัพเดทขึ้นมาจากบทความผมเวอร์ชั่นออริจินัล อัพเดทวิธีการได้ทุน อัพเดทตำแหน่งทุนที่เปลี่ยนไปในปีนี้ และ ประสบการณ์เพิ่มเติมจากการเรียนที่ ม.ELTE มา 1 เทอม

สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนอีกครั้ง สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านบทความนี้เวอร์ชั่นแรก ผมชื่อวิท สอบได้ทุนการศึกษา Stipendium Hungaricum ระยะเวลา 3 ปี ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (วิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.ELTE) ตอนนี้เพิ่มเริ่มเรียนที่นี่มาได้ 1 เทอมแล้ว วันนี้ผมอยากที่จะมาแชร์ประสบการณ์สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจในการเรียนต่อที่ต่างประเทศ โดยใช้ทุนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ว่าทำยังไง ใช้แนวทางไหน ต้องผ่านอะไรบ้าง ถึงจะสามารถนำทุนนี้มาครอบครองได้ครับ

ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนในที่นี้มีความฝันที่จะไปเรียนต่างประเทศ ทั้งที่อยากจะไปเจอประสบการณ์ใหม่ที่ต่างแดน การได้รับโอกาสที่มากกว่าในชีวิต และการตามหาความฝันของตัวเอง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีความฝันที่จะได้ไปต่างประเทศเช่นกันตั้งแต่เด็กตั้งแต่มีโอกาสได้ไปประเทศสิงค์โปร์และได้ไปเห็นความเจริญของประเทศนั้น แต่การมาต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ยากเกินจินตนาการสำหรับคนที่ไม่เคยมา  เนื่องด้วยทั้งเรื่องเงิน เรื่องการเดินทาง ค่าเทอมที่มีราคาสูงหลายแสนบาท และ รวมไปถึงคนที่จะมาดูแล และ วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้หลาย ๆ คนได้ทิ้งโอกาสที่จะทำตามความฝันนั้นไป เนื่องด้วยข้อจำกัดเหล่านี้


(ภาพ เทศมลฑลและเมืองใหญ่ในประเทศฮังการี)
 
แต่ผมขอบอกว่า หากใช้เวลาเตรียมตัว ไม่ว่าจะครึ่งปี หนึ่งปี หรือ สองปี ไม่ว่าจะเรียนมัธยมปลายอยู่ กำลังสอบเข้าม.6 หรือ ขึ้นมหาลัยมาแล้ว หรือ กำลังจะจบป.ตรี ทุกคนยังมีโอกาสที่จะได้รับโอกาสนี้ขึ้นมาได้ แค่ต้องทำในแนวทางที่ถูกต้องเท่านั้น
 
ตอนที่ผมสอบเอาทุนนี้ ผมไม่ได้มีใครที่เคยได้ทุนแล้วให้ปรึกษา ทุนนี้มันดูเป็นปริศนามากและไม่น่าเป็นไปได้สำหรับผม ดังนั้นผมก็เลยอย่างที่จะเอาแนวทางของผมมาบอกเล่าให้เพื่อน ๆ ทุกคนฟังว่าเราจะได้ทุนนี้ได้ยังไง

ทุน ๆ นี้มอบโอกาสให้กับนักเรียนทั่วโลก ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ให้ทำตามความฝัน เรียนหนังสือในประเทศได้ โดยไม่ต้องใช้ทุนของตัวเอง เป็นทุนจากรัฐบาลฮังการี ที่ให้กับนักเรียนทั่วทุกมุมโลก ให้เรียนฟรีในประเทศฮังการีได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเทอม หรือ ค่าที่พัก (ค่าครองชีพพอ ๆ กับกรุงเทพ หรือ ต่ำกว่า) ขอเพียงแต่พูดภาษาอังกฤษให้ได้ แล้วก็มีความตั้งใจในการเรียน (ควรมีผลงานระหว่างเรียน และ ความสามารถเฉพาะตัวบางอย่างด้วย แต่ก็ไม่ได้ required)

ทุนนี้มีชื่อว่า Stipendium Hungaricum (สติเพนเดียม ฮุงการิคุม) เป็นภาษาละติน แปลว่า “ทุนฮังการี” เป็นทุนที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของรัฐบาลฮังการีกับรัฐบาลอื่นบนโลก เพื่อให้โอกาสกับนักเรียนประเทศอื่นๆให้เรียนมหาลัยที่ฮังการีได้ โดยตัวทุนนั้นจะเปิดทุกเดือนพฤษจิกายน ถึง มกราคม ทุก ๆ ปี (11 – 01) โดยจะมีการอัพโหลดเอกสารต่าง ๆ (ช่วงแรก) การสอบคัดเลือก (ช่วงที่ 2) และ การรอคอยทุน (ช่วงที่ 3)
 
ทุนนี้จะให้นักเรียนที่ได้ทุน เรียนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัยประเทศฮังการีได้ โดยเสียค่าเล่าเรียน 0 บาท มีค่าหอ 4000 บาท (พอสำหรับหอใน) และ ค่าอยู่อาศัย 4400 บาท เป็นทุนที่ดีมาก ปรกติแล้ว ราคาเรียน 1 เทอมของมหาวิทยาลัยในฮังการีในอยู่ที่ 1 แสนบาท ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มมาก และ การศึกษาที่ฮังการีนั้นได้รับการยอมรับอย่างมากในสหภาพยุโรป

ทุกคนสามารถไปดูทุนได้ที่เว็บไซต์เลย ปีนี้ปิด 15 มกราคมนี้ ใครยังไม่ได้เข้าไปดู เข้าไปเขียน essay สอบเอาผล IELTS และ ตรวจสุขภาพ ต้องรีบไปทำ:
https://apply.stipendiumhungaricum.hu/

เกี่ยวกับหลักสูตรที่มีการให้ทุน จากที่ค้นดูตอนนี้ เจอที่เป็นหลักสูตรปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ (เมืองบูดาเปสต์ แซแก็ด แอแกร์ เปช และ แดแบร็ตแซ็น) สำหรับผู้ที่ถือสัญชาติไทยป.ตรี อยู่ทั้งหมด 124 หลักสูตร 48 คณะ ครับ (ปีก่อนมีแค่ 87 และมีคณะน้อยกว่า และก็ปีนี้คนไทยได้ทุนเพิ่ม)  โดยมีหลักสูตรดังนี้ 2021/2022:
 
  1. วิศวกรรมเกษตร
  2. โบราณคดี
  3. วิศวกรรมไบโอเคมี
  4. ชีววิทยา
  5. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
  6. เคมี
  7. วิศวกรรมโยธา
  8. วิทยาศาสตร์การสื่อสารและมีเดีย
  9. วิทยาการคอมพิวเตอร์
  10. วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
  11. บัลเล่
  12. การเต้นแบบโมเดิร์น
  13. ดีไซเนอร์
  14. วิทยาศาสตร์โลก
  15. วิศวกรรมไฟฟ้า
  16. อเมริกันและอังกฤษศึกษา
  17. วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
  18. การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
  19. วิศวกรรมอาหาร
  20. ภูมิศาสตร์
  21. การป้องกันโรคระบาด
  22. วิศวกรรมโรงเรือนเกษตรกรรม
  23. วิศวกรรมอุตสาหการ
  24. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เยอะมาก)
  25. วิศวกรรมโลจิสติกส์
  26. วิศวกรรมวัสดุศาสตร์
  27. คณิตศาสตร์
  28. วิศวกรรมเครื่องกล
  29. วิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์
  30. การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์
  31. อนิเมชั่น (โมชั่นพิกเจอร์)
  32. ดนตรี
  33. พยาบาลศาสตร์
  34. ศึกษาศาสตร์
  35. การแสดง
  36. ฟิสิกส์
  37. นักบินเครื่องบิน
  38. จิตวิทยา
  39. การศึกษา
  40. การศึกษาเกี่ยวกับชาวยิปซี
  41. วิศวกรรมการพัฒนาเขตชนบท
  42. สังคมศาสตร์
  43. การจัดการเชิงเทคนิก
  44. วิศวกรรมการตัดไม้
  45. วิศวกรรมยานยนต์
  46. วิศวกรรมการจัดการทรัพยากรน้ำ
  47. วิศวกรรมการจัดการทรัพยากรสัตว์ป่า
  48. Visual Representation



สำหรับปริญญาโทนั้น มีหลักสูตรที่เยอะกว่าปริญญาตรี  เช่น เภสัช บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ สถาปนิก ปริญญาเอกนั้น ยิ่งมีจำนวนมากกว่าปริญญาโท ได้เงินใช้จ่ายมากกว่าปตรีกับปโท สองเท่า (เดือนละหมื่นกว่า ๆ)

คนที่จบปตรีหรือกำลังเรียนอยู่ ก็มีโอกาสเป็นนักเรียนทุนได้นะ!

การเลือกมหาวิทยาลัยที่เราอยากเรียนนั้น เราจะสามารถเลือกได้สองที่ ผมได้เลือกอันดับที่หนึ่ง สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเอิตเวิช โลรานด์ (ชื่อเล่น: ELTE) และอันดับที่สอง ผมเลือก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์บูดาเปสต์ (ชื่อเล่น: BME) ทั้งสองอันเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ (ระวังเลือกเป็นภาษาฮังการีนะ) และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้นของประเทศฮังการี ในกรุงบูดาเปสต์

เอกสารที่ต้องเอาอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์นั้น มีเยอะ ๆ กับระบบ TCAS ของไทย เท่าที่ผมจำได้นั้นจะมีประมาณนี้คือ
·         ข้อมูลส่วนตัวที่ต้องกรอกลงเว็บ เช่น รูปภาพ ชื่อ โรงเรียน เกรด ผลงานทางวิชาการ ความสามารถพิเศษ GPA มัธยมปลาย
·         อัพโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง ภาษาอังกฤษ เช่น ใบจบมัธยม, ใบเกรดสามปี ที่สำคัญคือ ต้องมีผลทดสอบภาษาอังกฤษ IELTS หรือ TOEFL ถ้าไม่มีมหาวิทยาลัยจะไม่รับ
·         ใบเอกสารการตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลเป็นภาษาอังกฤษ ตามที่ทุนบอก ตรงนี้เราจะมาแยกแยะกันว่ามีอะไร

ในส่วนของเกรด ม.ปลาย จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาลัย เช่น บางอันคิดเฉพาะคะแนนสอบเข้า (ซึ่งจะมีการสอบเอนทรานซ์ด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย หลังจากผ่านไประยะนึง) แต่ยิ่งได้ GPA เยอะยิ่งดี เพราะบางมหาวิทยาลัย คิดเกรดและผลงานที่เคยทำไว้ เป็นคะแนน 50 เปอร์เซ็น เช่น มหาวิทยาลัยแดแบร็ตแซน

ผมแนะนำว่า ถ้าตั้งเป้าหมายว่าอยากจะเรียนคณะอะไร ก็ควรมีเกรดด้านนั้น ๆ ที่สูง เช่น คณะวิศวะ ก็ควรมีเกรดวิทย์ คณิตสูง คณะมนุษย์ ก็ควรมีคะแนนอิงก์สูง (หรือถ้าเกรดไม่ดีมาก ก็ควรมีผลงานหรือกิจกรรมที่ทำ ที่เอาไปเขียนใน essay เรียงความได้ กิจกรรมนั้นต้องแสดงอยู่ทั้งหมดสองอย่าง 1.คุณเป็นคนมีความสามารถ เช่น มีความรับผิดชอบ มีความทะเยอทะยาน มีความคิดสร้างสรร 2.คุณมีความรู้ เช่น เคยไปแข่ง เคยทำโปรเจค เคยทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้น หรือ มีความชอบทางด้านนั้นมาก)

แต่ว่า ที่สำคัญยิ่งกว่าเกรด คือ ตอนสมัครทุนต้องพูดภาษาอังกฤษได้! การพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็จะสอบไม่ได้แต่แรก ภาษาอังกฤษจะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเรียน เป็นสื่อในการรับข้อมูล มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใน Stipendium Hungaricum จะกำหนดผล IELTS Academic ไว้ที่ 5.5/9.0 ขึ้นไป และ TOEFL 70++ หรือวัดระดับที่ B2 ระดับการรับรู้ภาษาอังกฤษที่ B2 นั้น ถือว่าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นจะราบรื่นอย่างแน่นอน ถ้าไม่ถึงตามเกณฑ์เฉพาะที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ ตั้งไว้ ก็จะไม่ผ่านการคัดออกรอบแรกของมหาวิทยาลัย และ ผลสอบต้องอายุไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น การจะสอบควรเตรียมตัวไว้สำหรับคนที่ยังไม่ได้คล่องภาษาอังกฤษมาก ค่าสอบแพงมาก ประมาณ 6000 – 7000 บาท แต่ว่าถ้ามั่นใจว่าตัวเองพูดรู้เรื่อง สอบเลย เพราะผมคิดว่าการประเมินของเค้าก็น่าจะเทียบความสามารถเราที่มีได้อยู่
 
เรื่องของ Essay ที่ต้องเขียนให้กับมหาวิทยาลัยนั้น จะให้เขียนทั้งหมด 2000 ตัวอักษร เพื่ออธิบายว่าทำไมคุณถึงควรได้ทุน และ อะไรคือเป้าหมายของคุณในการได้ทุน ผมแนะนำว่า ควรเขียนให้แสดงถึงศักยภาพทางภาษา ใช้คำที่กระชับ แต่มีพลัง เนื้อหาที่เขียน ให้เน้นความสำเร็จที่เคยทำในอดีต นี่แสดงถึงศักยภาพส่วนบุคคล ความเก่ง และ ความสามารถที่มี ที่จะแสดงให้เห็นว่าคุณมี personality trait ที่เหมาะสมต่อการให้ทุน อาทิ การสอบได้ที่ 1 ที่ 2 การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน การเป็นประธานนักเรียน การเป็นทูตเยาวชน การทำโปรเจคแข่งกับเพื่อน การเป็นโปรแกรมเมอร์ การทำงานพิเศษทางวิชาการ การเข้าร่วมค่ายโอลิมปิกวิชาการ การเป็นหัวหน้าโครงการ การเปิดรับต่อประสบการณ์ใหม่ ๆ การมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น นอกจากนั้น สามารถเขียนความฝันของตนเองจากใจจริง ว่าทำไมถึงอยากสำเร็จ ทำไมถึงอยากเรียนที่ประเทศฮังการี และ ต้องการทำอะไรให้กับโลกใบนี้บ้าง มีความฝันอะไรบ้าง จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมากในการแสดงวิสัยทัศน์ที่ดีของตัวเองออกมา ให้กรรมการเห็น สรุปคือ มีอะไรดี ๆ จัดมา! ประมาณว่า “What is your goal for the world, and how would you achieve it?”

มาถึงเรื่องของการตรวจสุขภาพ จะเสียเงินสุทธิประมาณ 1,500 บาท ตรวจ x-ray ตรวจตับอักเสบบี ตรวจเอดส์ ตรวจการฉีดวัคซีน โดยโรงพยาบาลประจำจังหวัด น่าจะทำเอกสารให้ได้หมดทุกโรงพยาบาล ให้โรงพยาบาลออกหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ ใครมีสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนตั้งแต่เด็ก ๆ ก็สามารถนำมาให้โรงพยาบาลรับรองได้ ถ้าไม่มี อาจต้องฉีดใหม่

พอส่งเอกสารให้กับโครงการแล้ว มหาวิทยาลัยที่เราสมัครจะมีการติดต่อมาทางอีเมลล์ -- อีเมลล์มีความสำคัญมาก ต้องเช็คบ่อย ๆ ทั้งก่อน และ หลังได้รับทุน – แล้วจะแจ้งวิธีการสอบเอนทรานซ์โดยมหาวิทยาลัยว่าทำอย่างไร มหาวิทยาลัยบางที่สอบปากเปล่าทั้งหมด ให้ทำข้อสอบต่อหน้ากรรมการผ่าน skype เช่น ELTE (ใน skype ควรตั้งชื่อสไกป์เป็นชื่อจริง มิฉะนั้นกรรมการอาจโทรมาอันที่เป็นชื่อเรา แต่ inactive ไปแล้ว) บางมหาวิทยาลัย เช่น BME ให้สอบ 100% ผ่านในเว็บไซต์ และบางอันเช่น Debrecen อาจเอาแค่ 50% คะแนนสอบ อีกครึ่งเป็นสอบปากเปล่า แล้วแต่แต่ละที่ว่าจะจัดการสอบแบบไหน
 
การสอบที่ผมเจอนั้น สองที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ที่แรก Computer Science, ELTE สอบผ่าน skype จะมี narrator 1 คน และ กรรมการสอบอีก 1 ชุดที่จะฟังอย่างเดียว มีสองวิชาคือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ โดยของผมเป็นวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ที่ใช้จะเป็น วิยุตคณิต คือ คณิตศาสตร์ไม่ต่อเนื่อง อาทิ ลอการึทึม สมการพหุนาม พีชคณิต ทฤษฎีเซต ทฤษฎีกราฟ (พวกจุดโหนดที่เอามาต่อกันเป็นรังผึ้ง) ต่างกับวิศวกรรมศาสตร์ ที่ใช้คณิตศาสตร์ต่อเนื่องมากกว่า อาทิ แคลคูลัส ตรีโกณมิติ พีชคณิต (ตรงนี้ออกเหมือนกัน เพราะทั้ง computer science และ engineer ใช้ตรงนี้เหมือนกัน)

ในส่วนของภาษาอังกฤษ ตรงนี้ไม่ได้ยากเท่าไหร่ กรรมการอยากรู้ว่าเรารู้ภาษาพอที่จะสื่อสารได้ไหมเท่านั้น จะมีธีมมาให้เรา อาทิ ธีมครอบครัว ธีมการเมือง ธีมประเทศ ธีมสถานที่ท่องเที่ยว ธีมการเรียน เป็นต้น ไม่มีทางที่จะรู้ว่าจะได้อันไหน

การสอบ Computer Engineering ของ BME ไม่มีการพูดคุย เป็นการสอบ 15 ข้อ 2 ชุด 30 ข้อ มีวิชาคณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ คณิตและฟิสิกส์เนื้อหาเดียวกับม.ปลายไทย มีแบบฝึกหัดให้ฝึกในเว็บสอบเอนทรานซ์ของ BME โดยความยากให้ 3/5 หมายถึง ง่ายกว่า GATPAT อย่างมีนัยสำคัญ การสอบทั้งสองชุด ต้องทำให้เสร็จใน 90 นาทีโดยประมาณ คณิตศาสตร์ยากกว่าฟิสิกส์ ควรเตรียมตัวไว้มากกว่า สำหรับคนที่ต้องการเข้า BME นะครับ

ทีนี้พอสอบเสร็จแล้ว จะถึงช่วงเวลาแห่งความเงียบ (Silence and silence)  4 เดือน มหาวิทยาลัย และ สถาบัน ไม่มีการส่งอะไรมาเลยหลังจากการสอบ จนถึงเดือนกรกฎาคม ผมก็คิดว่า คงไม่ได้ละ =.= เงียบขนาดนี้ เลยลงเรียนที่กทม.ไว้ม.นึง (บางมด) จ่ายค่าเทอมไปแล้ว แล้วมันก็มา ผมได้กดเลือกมหาวิทยาลัยที่ผมเลือกไว้อันดับที่ 1 คือ ELTE คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ครับ



ในเดือนกรกฎาคม ช่วงที่ผมสอบนั้น ยังไม่มีการระบาดของโควิด แต่ตอนนี้มีโควิด ทำให้การทำวีซ่า จองตั๋ว การตรวจคนเข้าเมือง ยาก หลังจากประกาศทุนแล้ว จะมีการติดต่อจำนวนมาก จากมหาวิทยาลัย และ สถาบันเทมปัส และ สถานทูตฮังการีในไทย

ทางสถาบันกับสถานทูต มีข้อตกลงร่วมกันที่จะยกเว้นค่าทำวีซ่าให้กับนักเรียนทุน Stipendium Hungaricum ทุก ๆ คน มีการจัดหอให้อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เลือกอยู่ที่หอนอกได้คับ

ในการรับทุนนี้ มีข้อแม้อยู่ไม่มากครับ ทำให้นักศึกษาไม่ต้องกังวลที่จะต้องโดนไทร์อยู่ตลอดเวลา
อย่างที่ 1 เกรดไม่มีการ fix ว่าจะต้องมากกว่า 3 หรือ 2.5 แค่ขอให้หน่วยกิตผ่านตามเกณฑ์เป็นพอ
อย่างที่ 2 ไม่มีค่าสนับสนุนตั๋วเครื่องบินให้ ต้องจ่ายเอง ไปจากที่ไทย ราคาประมาณ 20000 บาทครับ
อย่างที่ 3 นักศึกษาปี 1 จะมีการสอบวัดผลท้ายปี ในวิชาภาษาฮังการี เพราะตามข้อตกลง บังคับให้ต้องเรียนคอร์สสองเทอม ถ้าสอบไม่ผ่าน จะโดนลดเงินต่อเดือนเหลือ 3,000 บาท
และ อย่างที่ 4 บางคณะมี Preliminary Semester ให้หนึ่งเทอมเพื่อที่จะเตรียมตัวได้


(ภาพ คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ม.ELTE ติดแม่น้ำดานูบ)

ทุนนี้มีข้อแม้คือจะต้องสอบภาษาฮังการีระดับ B2 ให้ผ่านภายในปีแรกได้ (ข้อสอบไม่ค่อยยาก)ภาษาฮังการี เป็นภาษาที่ยาก แม้ว่าจะอ่านได้ไม่ยากเกินไป ไม่มีวรรณยุกต์ และเขียนด้วยอักษร abc แต่ภาษานี้ไม่เหมือนกับภาษาไหนเลยโดยรอบ ไวยกรณ์ไม่เหมือนอังกฤษ หรือ ไทย หรือ รัสเซีย เพราะเป็นภาษาที่มีจุดกำเนิดมาจากไซบีเรีย การจะฝึกจะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ได้ชื่อว่าเป็นภาษาที่ไวยกรณ์ยากที่สุดในโลก ร่วมกับภาษาฟินแลนด์ (หากว่าง ๆ ผมจะมารีวิวการเรียนภาษาฮังการีให้กับเพื่อน ๆ ที่สนใจนะครับ) มีไวยากรณ์ภาษาฮังการีให้ดูในวิกิพีเดียนะคับ
 
ในด้านคุณภาพการศึกษาที่มหาวิทยาลัย การศึกษาของประเทศฮังการีนั้น ได้ชื่อว่ามีความเข้มข้น เน้นความคิดสร้างสรรค์ และ เน้นการเรียนเพื่อนำไปใช้จริง อีกทั้งการเรียนการสอน เน้นเสรีภาพ และ ความเท่าเทียม

มหาวิทยาลัยในฮังการีนั้นมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก บางมหาวิทยาลัยของประเทศฮังการีนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 3 ศตวรรษเลยทีเดียว เช่น มหาวิทยาลัยเอิตเวิช โลรานด์ (ELTE) ที่ผมได้ทุนนั้น มีอายุถึง 385 ปี เลยทีเดียว! มีนักวิทยาศาสตร์ และ นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับโลก ที่ได้รับรางวัลโนเบล และ อาเบล (มีผู้ได้รับรางวัลโนเบลทั้งหมด 5 คน เช่น ผู้ค้นพบวิตามินซี และ รางวัลอาเบลซึ่งเป็นรางวัลคอมพิวเตอร์ระดับโลก ซึ่งรับไปในปี 2012) และก็จอน ฟอน นิวมันน์ หนึ่งในบิดาวิทยาการคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึม เรียนจบป.ตรีที่ ELTE

ในเรื่องของ life style และ สิ่งแวดล้อม เมืองต่าง ๆ ของประเทศฮังการี มีความสวยงาม สถาปัตยกรรม การออกแบบผังเมือง และ ธรรมชาติรอบ ๆ นั้น มีความสวยงามมาก ได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกอันดับที่ 2 ในปี 2018 มีค่าครองชีพที่ต่ำ โดยเมืองที่แพงที่สุด คือ กรุงบูดาเปสต์ มีค่าครองชีพเท่ากับกรุงเทพ แต่ค่าเดินทางนั้นต่ำกว่ามาก อยู่ที่เดือนละ 350 บาท (สำหรับนักศึกษา) ขึ้นได้ทุกอย่าง ไปไหนก็ได้ในเมือง และ เป็นแบบนี้ทุก ๆ เมือง ทั้งแซแก็ด แปช แดแบร็ตแซน ทุกเมืองมีสถานที่ให้ออกกำลังและรีแล็กซ์ทั่วทั้งเมือง อาหารมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งอิตาลี ฮังการี และ เอเชีย ประเทศฮังการีนั้น มีความปลอดภัยสูงมาก มีระดับอาชญากรรมที่ต่ำ มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ไปมากมาย และ ยังไปเยี่ยมเยือนประเทศอื่น ๆ ในสหภาพ เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส กรีก ฯลฯ ได้อีกด้วย แต่ตอนนี้มีโควิด ตอนนี้อาจจะอยู่ยากกว่าตอนอื่น ข้อดีคือไม่ต้องดื่นเข้า 55
 
ผมเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนที่ต้องการสมัครทุนปริญญาตรีในปีนี้ทุก ๆ คน และหวังว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จในความฝันที่ทุกคนมีครับ   สำหรับคนที่ยังไม่ได้ปีนี้ ปีหน้าก็ไม่สายไปนะครับ
ทุกคนสามารถติดตามชีวิตการเป็นนักศึกษา ณ กรุงบูดาเปสต์ ของผมได้ ในโอกาสต่อไปนะครับ (มีบทความอยู่อันนึงแล้วคับ)


 
 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

1 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป