Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รีวิวซิ่วไปเรียนไป vs ซิ่วอยู่บ้าน [ยินดีให้แชร์]

wannabe.story
Guest
วิว
#dek64 #dek65 #dek66 #เด็กซิ่ว #studygram

สวัสดีค่าา มาจาก studygram : wannabe.story นะคะะ ตอนนี้ศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี ม.วลัยลักษณ์ (อินเตอร์ด้วยน้าา ปีเราเพิ่งรุ่นที่4 ไปตำกันได้นะ(°°)) ตามหัวกระทู้เลย จะมารีวิวการซิ่วทั้ง 2 แบบให้จากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ !

ซิ่วไปเรียนไป

**ลาออกจากคณะตั้งแต่ก่อนมิดเทอม**

⁂ ซิ่วที่ไหน : ซิ่วจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬา สาขาสัตววิทยาค่ะ
⁂ บรรยากาศ : มหาลัยใหญ่มากก ขึ้น mrt เดินออกจากจามจุรีสแควร์ นิดเดียวก็ถึง มีสามย่านมิตรทาวน์อยู่ใกล้ๆ ศูนย์หนังสือจุฬากับร้านเสื้อก็อยู่ชั้นล่าง ตึกเรียนก็สูงมากก ห้องก็ใหญ่ อุดมสมบูรณ์สุดๆ มีอาจารย์ประจำกลุ่มคอยสอนอย่างดีเลย
⁂ เพื่อน+รุ่นพี่ : เพื่อนที่นี่มีจำนวนมากมายมหาศาลมากๆ เพราะคณะนี้รับค่อนข้างเยอะและคณะ(โคตร)จะใหญ่ แต่แน่นอน ประชากรซิ่วก็เยอะไม่แพ้กัน แต่เพื่อนๆช่วยกันเรียนนะ คอยแบกกัน ซึ่งมันดีมากๆ เราเปิดใจคุยกันเรื่องซิ่วเลยแต่บางคนก็ไม่ได้จะซิ่วก็มี ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นมาที่นี่ไม่ต้องกังวลเรื่องเพื่อนเลย แล้วเพื่อนก็มาจากทั่วไทย เหนือใต้ออกตกมาหมด ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเพื่อน ! ส่วนรุ่นพี่ก็น่ารักมากๆๆๆ ต้อนรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่ประกาศผลก็เริ่มเทคแคร์น้องกันแล้ว ต้อนรับดีมากๆ คอยประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ การรับน้องในสาขา ในคณะหรือแม้กระทั่งนอกคณะ รุ่นพี่จัดการดีมากๆเลย
⁂ อาจารย์ : จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาตามสาขา เราเรียนอยู่สาขาสัตววิทยาก็มีอยู่ไม่ถึง 20 คนมั้ง น้อยมาก55555 (แต่สาขานี้เรียนรวมกับสาขาชีววิทยาน่าจะร้อยกว่าคน แต่จะแยกวิชาตอนปี 3 ล่ะมั้ง) อาจารย์ก็ค่อนข้างเฟรนลี่หลายคนเลย มีดูดวงให้ด้วย555 แต่ก็มีอาจารย์ดุเหมือนกันแต่น้อย
⁂ เนื้อหาการเรียน : วิชาที่เรียนจะมี ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แคลคูลัส ภาษาอังกฤษ จะเขียนแยกรายวิชาเพื่อความเข้าใจง่ายๆนะ [ ปล.ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จะมีแยกวิชา gen กับ lab ]

แต่! ก่อนที่เราจะได้เรียนแล็ปเราต้องสอบความปลอดภัยให้ผ่านก่อน ซึ่งเราคิดว่ามีทุกมหาลัยเพื่อให้นศ.ปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง เอกสารยาวมากก มีครูสรุปให้ก็จริงแต่ก็ยาวอยู่ดี เหมือนรางๆว่าที่นี่ต้องได้เต็มถึงจะผ่าน(ลืม5555) เราทำซ้ำหลายล้านรอบมากกว่าจะได้เต็ม ดีนะที่โจทย์น้อยแล้วทำซ้ำกี่รอบก็ได้ เพื่อนก็บ่น555555555

• ฟิสิกส์ : วิชาเจนคือวิชาเลคเชอร์ที่เราเรียนออนไลน์ 100% อาจารย์ที่เราเจอค่อนข้าง alert เลยทีเดียว ถามตอบตลอดเวลาเลย บางทีเราก็เขินๆไม่กล้าตอบเนาะ555 แต่ตอบแล้วได้คะแนนนะ อจ.จดชื่อเลย เนื้อหาก็จะเหมือนม.ปลาย เรียนเรื่องแรง การเคลื่อนที่ต่างๆ(มีแคลผสม) มีสอบย่อยทุกอาทิตย์ บางบทข้อสอบไม่ซับซ้อนเท่าตอนสอบเข้าแต่ก็ยากพอๆกัน **แต่นี่คือสอบย่อย ไม่ใช่กลางภาค มันก็ต้องง่ายกว่าเป็นธรรมดา** วิชาแล็ป แล็ปก็วัดๆเหมือนตอนม.ปลาย ละก็มีพวกคาบการแกว่ง คือเราเรียนแค่นี้เพราะลดวิชาตั้งแต่เรียนครั้งแรก555555555 เราอยากเก็บเวลาเอาไว้เยอะๆก็เลยลดอันที่ไม่ชอบ สุดท้ายเราลดทั้งเจนและแล็ปเลย
• เคมี : วิชาเจนเรียนเป็นภาษาอังกฤษเป็นตั้งแต่เรื่องแรก,ปริมาณสาร,สมบัติสารต่างๆ สอบทุกอาทิตย์เช่นกัน ข้อสอบก็ประมาณสอบเข้านั่นแหละ แต่บางเรื่องก็จะล้ำหน่อยอย่างเรื่องอะตอมปกติเราจะเรียนแค่การจัดเรียงอิเล็กตรอนแบบ shell แต่นี่เราเรียนแบบ 3 มิติ การวางอนุภาคแบบไหน ธาตุนี้เรียงอนุภาคยังไง ก็จะยากระดับนึง ส่วนแล็ปเราค่อนข้างชอบนะ มีโต๊ะเป็นของตัวเอง นั่งทีเดิมทุกอาทิตย์ อจ.ก็จะอธิบายการทดลองต่างๆแล้วรอดูเราทำเอง ได้ใส่เสื้อแล็ปยาวๆด้วย สนุกมากๆ
• ชีวะ : เนื้อหาการเรียนล้ำกว่าม.ปลายอยู่นะ มาถึงเราได้เรียนระบบร่างกายเลย ไม่ต้องไปนั่งเรียนชีวเคมี (แต่ปีสูงๆก็อาจจะเรียน) แต่เราดองคลิปหนักมาก เพราะเขาสอนเบื่อ5555 พอมีสไลด์ให้เราก็นั่งอ่านดูทีหลัง ส่วนแล็ปคือได้ส่องกล้องดูชนิดเลือด เซลล์กล้ามเนื้อ ได้ผ่ากบหาโน่นนี่นั่น มีอาจารย์ประจำโต๊ะคอยสอนคอยช่วยตลอดเป็นวิชาที่ชอบที่สุดเลย แต่งานต้องส่งใบงานในคาบเลยก็ต้องวิ่งวนทำงานไปในห้องนั่นแหละ วิชานี้ก็ได้ใส่ชุดแล็ปกับถุงมือนะ เท่มาก
• แคลคูลัส : วิชานี้มันต้องลดดด ไม่ไหวเลยย ยากมากกกกก แงวTT เราลดตั้งแต่สัปดาห์แรกๆเลย เลยไม่รู้ว่าเรียนอะไรยังไงต้องขอโทษด้วย แต่เห็นเพื่อนสอบบ่อยอยู่ แต่ไม่เหมือนม.ปลายเลยซักนิด มัน ยาก!! แต่ถ้าใครไหวก็เรียนนะ อย่าฟังเรามาก เพราะเราไม่ถนัดเลขเลย55555 ลองเชื่อตัวเองก่อนนะ
• อังกฤษ : เป็นวิชาที่สุ่มอาจารย์และเซคหนักมากเพราะคนในคณะค่อนข้างเยอะและแทบจะทุกคณะต้องเรียนวิชานี้แต่ 1 เซคมีอยู่ 20 คนเอง ใครได้อจ.ใจดีก็ดีไป เราได้อจ.ที่ค่อนข้างเคร่งเลย เปิดกล้อง ให้พูดตามหนังสือ (มีหนังสือเรียนที่เราต้องหาซื้อเองนะ ของที่เราเรียนเป็น UNlock ของ-บริดจ์) แล้วก็มีการสอบพูดสนทนากลุ่ม ให้เราคิดหัวข้อที่จะพูดแล้วสนทนาโต้เถียงกัน อย่างของเราก็ได้แนวๆวัฒนธรรม แต่ถึงอาจารย์จะออกแนวเคร่งๆแต่ให้คะแนนตู้มต้ามมหาศาลมากๆ สรุปก็คืออจ.ใจดีนั่นแหละแต่แค่เคร่งบางเรื่องเฉยๆ สำเนียงอจ.ดีมากก ชอบบ บางเซคอาจจะได้ฝรั่งเนทีฟกดเกรดก็ได้5555

⁂ ความรู้สึก : ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรนะ การซิ่วเป็นเรื่องปกติ มีแต่ความเหนื่อยที่ถาโถมเข้ามาเฉยๆ55555 เพราะมีเพื่อนที่ซิ่วเยอะด้วยมั้ง รุ่นพี่กับอาจารย์ก็ไม่ได้กดดันอะไร ตอนบอกอจ.ว่าจะลาออกอจ.ยังให้กำลังใจอีกต่างหาก ความรู้สึกแย่มีแค่ตอนไปยื่นใบออกแหละเพราะพี่ทะเบียนดุมาก5555555555555 ไม่รู้ทำไมเป็นทุกที่เลยที่คนห้องทะเบียนดุเนี่ย555555 แล้วก็อาจจะใจแป้วนิดนึงที่เราจะต้องออกจากที่นี่ เราจะได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกมั้ย อะไรประมาณนี้

เดี๋ยวแนบตารางสอนให้ในเม้นนะคะะ

จากที่เล่ามาก็เรียนค่อนข้างหนักเลย จะเห็นว่าเรามีวันพักแค่วันสองวันเพราะสอบย่อยบ่อย แต่ก็ยังดีที่มหาลัยมีนวัตกรรมที่เรียกว่า “การลดวิชา” ใครไม่ไหวก็ลดนะ แต่ต้องช่วงที่เค้ามีให้ลด ไม่งั้นจะลด/ถอนไม่ได้แล้วติด W หรืออีกทางคือ “การดรอป” เพราะไม่งั้นจะสอบชนกับสอบเข้า ซึ่งก็ยิ่งชัดขึ้นไปอีกว่าถ้าจะซิ่วไปเรียนไปก็ต้องแบ่งเวลาให้ดีพอสมควร ต้องอ่านสอบเข้าและคณะมันเหนื่อยมากๆ แต่ถ้าใครแบ่งเวลาได้ก็จะสบายไป

※ข้อดี
- มีเพื่อนคอยฮีลให้ตลอดทั้งคนที่ซิ่วและไม่ได้ซิ่ว ช่วยกันเรียน
- มีที่เรียนรอถ้าหากไม่ติด
- สามารถลดวิชาเรียนได้ หากต้องการเวลาอ่านหนังสือเพิ่ม

※ข้อเสีย
- แบ่งเวลายาก เพราะบางทีมีงานกลุ่มที่ต้องทำกลับเพื่อน อาจจะไม่ได้อ่านหนังสือ
- ไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะสอบบ่อย วิธีที่จะน้อยก็มีแค่ลดวิชาจริงๆ;-;
- กดดันถ้าไม่ติดก็ต้องเรียนต่อ ถ้าเราโอเคกับคณะมันก็ดี แต่ถ้าไม่ เราต้องอดทนไปอีกนาน ซึ่งเราพอเรียนก็เริ่มไม่โอ ซึ่งเจอแบบนี้ลาออกเลยดีกว่า จะได้เวลาเต็มที่ด้วย
- เนื้อหาการเรียนต่างกับการสอบเข้า เวลาอ่านหนังสือมันก็ค่อนข้างจะตีกัน
- ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จะรวบเรียนเรื่องตั้งแต่ม.4-ม.6มาใน 1 เทอม ยากกว่าอีกต่างหากมันเหน่ย

รีวิวซิ่วอยู่บ้าน

นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ใครหลายคนอยากจะทำมากกว่าแต่ติดตรงที่ผู้ปกครองไม่ยอม ดังนั้นตรงนี้เราจะต้องอธิบายสาเหตุให้เคลียร์ เทียบข้อดีข้อเสียให้เห็นได้ง่ายและชัดเจน ค่อยๆอธิบายว่าการซิ่วทั้ง 2 แบบต่างกันยังไงเพราะอะไรที่เราอยากซิ่วอยู่บ้าน ถ้ายังไม่ยอมเราต้องเริ่มหาพวก อาจจะเป็นลุงป้าน้าอาหรือพี่สาวพี่ชาย หาทีมเพื่อไปสู้555 ไม่ก็พูดทุกวัน คอยพูดเกริ่นว่าอยากลาออกนะ ไม่ไหวแน้วหรืออาจจะตั้งเงื่อนไขของการอยู่บ้านไว้ อันนี้ก็แล้วแต่คน แต่ถ้าเครียดมากจริงๆลองปรึกษาจิตแพทย์ก็ดีนะเพราะยังไงก็ให้คำแนะนำและวิธีการพูดได้ดีกว่าเราและผู้ปกครองคนอื่นแน่ๆ

⁂ การเตรียมตัวและวางแผน : พอเราลาออกก็ช่วงตุลาแล้วมั้ง ก็ต้องมานั่งวางแผนใหม่ ทำแบบฝึกหัดตอนไหน ให้ลองเขียน studyplan อาจจะเป็นแบบรายเดือนหรือรายสัปดาห์ก็ได้ เราอยากเตือนว่าเราเน้นอ่านอย่างเดียว ไม่ค่อยทำแบบฝึกหัด คะแนนเราเลยไม่ได้ดีเท่าทีควร วิชาที่ทำแบบฝึกหัดกับอ่านเฉยๆคะแนนมันต่างอย่างเห็นได้ชัดเลย ทำไม่ได้ก็เปิดเฉลย ดีกว่าไม่ได้ทำ แต่ต้องทำให้มากๆและสม่ำเสมอด้วย ในหนึ่งวันเราจะอ่าน 3 ช่วงคือเช้า บ่าย กลางคืน ถ้าอ่านช่วงละ 3 ชั่วโมงก็จะได้วันละ 9 ชั่วโมงเลย ถ้าเราอ่านแค่บ่ายกับกับกลางคืนก็หมายถึงเราอ่านได้ 2 ใน 3 ของวันแล้ว ทำแบบนี้ก็จะได้ไม่เครียดกับการอ่านมากเกินไป **การอ่านมากไม่ได้ดีที่สุด แต่การอ่านที่ดีที่สุดคืออ่านเข้าใจและมีประสิทธิภาพ** นวัตกรรมที่ขอแนะนำคือ study with me เปิดหาได้เลยในยูทูป จะเป็นคลิปคนนั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อนเรานั่นเอง เราจะได้มีสมาธิ หรือมาลองเปิด studygram เพิ่มความรับผิดชอบก็ได้ เราชอบสังคมมากๆเพราะทุกคนช่วยกันเรียนแม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันก็ตาม5555 และอีกเรื่องที่สำคัญคือให้เลิกเล่นโทรศัพท์ให้มากที่สุด มันกินเวลามากๆ อย่างน้อยก็แบ่งเวลาเล่นไว้

⁂ ความรู้สึก : อยู่บ้านเราว้าวุ่นแน่ๆเพราะไม่มีเพื่อนเลยซักคน เรายังพอมีเพื่อนใน studygram อยู่บ้าง แถมแม่ก็อยู่บ้านด้วยก็เลยยังมีคนคุยด้วยหน่อย วันๆเอาแต่เรียนจริงๆ ในส่วนนี้ก็ระวังจะซึมเศร้ากันด้วย และอีกความรู้สึกสุดยิ่งใหญ่เลยคือ ”ท้อ” อันนี้เป็นปัญหาสามัญชน การไม่ระบายนี่แหละคือปัญหา ทุกคนท้อเป็นค่ะ ถ้าเหนื่อยก็พัก เราไม่ควรจะรู้สึกผิดที่ไม่อ่านหนังสือ มันเป็นเรื่องปกติที่เราอยากจะพักค่ะ ส่วนช่องยูทูปที่เราดูไว้ฮีลใจก็คือแก๊งโบ๊ะบ๊ะนั่นเองง ชอบนั่งดูไฮไลท์ต่างๆ ไม่ก็ vlog ของคณะต่างๆ ดูเพลินมากๆ5555 สรุปคือคลิปอะไรก็ได้ที่เราชอบแล้วทำให้เราหายเครียดก็พอ แต่อย่าดูจนลืมอ่านหนังสือนะ นี่แหละคือปัญหาที่ตามมา555 เราจะดูเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น ในส่วนนี้ก็ต้องหักห้ามใจให้ได้ อาจจะแปะเป้าหมายไว้บนผนังหรือวางไว้บนโต๊ะ จะได้เห็นชัดๆ พอเราสติหลุดก็จะได้กลับมาอ่านได้ทันที

※ข้อดี
- สามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่
- ไม่มีคนคอยรบกวนและหม่มีการงานการบ้าน
- ประหยัดค่าการเดินทาง ค่าหอต่างๆ

※ข้อเสีย
- จะถูกคาดหวังสูงมากเพราะตอนนี้ไม่มีที่เรียนแต่ชาวบ้านมีกันหมดแล้ว
- วางแผนผิดชีวิตเปลี่ยน ดังนั้นต้องวางแผนให้ดี
- ไม่มีเพื่อนจ้า เหงามาก แต่ยังดีมีเพื่อนพอคอลบ้าง;-;

จบแล้ววว ขอพูดอีกรอบว่านี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ อาจจะเอาไปปรับใช้และเป็นแนวทางให้เลือกได้ว่าจะซิ่วแบบไหน เรื่องเงินทองก็เป็นปัจจัยที่อย่ามองข้ามเชียว บางทีเห็นค่าเทอมถูกก็อาจจะมีค่าหน่วยกิตอีกก็ได้ แต่ทางที่ดีทำเต็มที่ไปเลยดีกว่า การซิ่วควรจะเป็นชอยส์ทีหลังสุด อยากให้ทุกคนทำให้เต็มที่ก่อน อย่าเพิ่งจะคิดซิ่วทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้นะะ

ปล.สามารถทักไปถามเพิ่มเติมได้ที่ไอจีก็ได้น้าา

“การบริหารจัดการเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการซิ่ว ไม่ว่าจะเรียนไปด้วยหรืออยู่ที่บ้าน”

มีความฝันก็ต้องคว้าให้ถึงนะ ขอให้โชคดีค่าา ️('ω'️ )

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป