Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

TCAS คืออะไร? เด็กม.ปลายต้องรู้ไว้ได้ใช้แน่! #ฉบับอัปเดต64 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#สอบเข้ามหาลัย #tcas #dek66 #dek65 #dek64

เคยได้ยินคำว่า “TCAS” มั้ย? แล้วรู้หรือเปล่าว่าคืออะไร? เด็ก ม.6 หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้ อาจจะเคยได้ยินจากรุ่นพี่ คุณครู หรือเคยเห็นผ่าน ๆ ในโลกออนไลน์ แล้วเคยสงสัยมั้ยว่าคืออะไร ทำไมเด็ก ม.6 ต้องพูดถึง วันนี้เรามีคำตอบ! ไม่เพียงแค่เด็ก ม.6 ที่ควรจะต้องรู้ แต่เด็ก ม.ปลายถ้ารู้ไว้ได้ใช้แน่ 

          “TCAS” ย่อมาจาก Thai University Center Admission System เป็นระบบการคัดเลือกนักเรียนหรือบุคคลเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยที่ดูแลโดยอธิการบดีแห่งประเทศไทยหรือ ทปอ. นั่นเอง โดยที่นักเรียนที่เรียนจบชั้น ม.ปลาย เด็กซิ่ว หรือบุคคลที่ต้องการจะเรียนมหาวิทยาลัยจะต้องใช้ข้อสอบกลางเพื่อยื่นคะแนนคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ TCAS สำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อ การยื่นคะแนน จะดำเนินการผ่าน ทปอ. โดยจะส่งข้อมูลต่าง ๆ ของเราให้มหาวิทยาลัย เช่น คะแนนสอบ การคำนวณคะแนน เป็นต้น และการประกาศผลการคัดเลือก ก็จะประกาศผ่าน ทปอ.เช่นกัน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ทปอ. เป็นหน่วยงานตัวกลางประสานงานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ และ TCAS เป็นระบบหนึ่งที่ ทปอ. ใช้ดำเนินการนั่นเอง และเป็นระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่ว่ามีบางมหาวิทยาลัยมีระบบรับตรงเองโดยไม่เข้าร่วม TCAS เช่น มหาวิทยาลัยเอกชน เป็นต้น สามารถตรวจสอบรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ TCAS ได้ผ่านทาง https://www.mytcas.com ได้เลย

           ข้อสอบกลางที่ต้องสอบเพื่อใช้คะแนนในการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS มีด้วยกัน 3 ประเภทด้วยกันคือ GAT/PAT, O-Net และ 9 วิชาสามัญ แต่ละคนสามารถสมัครได้ทุกวิชา หรือเฉพาะบางวิชาที่ใช้ยื่นในคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ แต่ต้องศึกษาเกณฑ์การคัดเลือกของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัยอย่างเอียดเพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การคัดเลือก และรายวิชาที่นำมาคิดคะแนนที่แตกต่างกัน และที่สำคัญคือ สามารถสอบได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าหากพลาดอาจจะต้องเปลี่ยนคณะหรือมหาวิทยาลัย หรือแย่ไปกว่านั้นอาจจะต้องดรอปและสอบใหม่ในปีถัดไปเลย สำหรับข้อสอบแต่ละประเภทก็จะมีรายวิชาย่อยด้วย

(1) GAT/PAT นั่นก็คือ ข้อสอบที่ใช้วัดความถนัดในแต่ละวิชานั่นเอง เช่น GAT จะเป็นข้อสอบวัดความรู้ในวิชาภาษาอังกฤษและการคิดวิเคราะห์ภาษาไทย PAT เป็นข้อสอบความถนัดทางคณิตศาสตร์ และ PAT7 จะเป็นความถนัดทางด้านภาษา ซึ่งจะแยกย่อยเป็นแต่ละภาษาอีกที นั่นก็คือ PAT7.1 PAT7.2 เป็นต้น

(2) O-Net เป็นการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้ระดับชาตินั่นเอง เชื่อว่าทุกคนเคยผ่านการทดสอบในระดับชั้น ม.3 กันมาแล้ว ในอดีตเป็นวิชาที่บังคับให้นักเรียนชั้น ม.6 สอบทุกคน แต่ แต่ แต่ว่า ปี 2563 เป็นต้นไป สามารถเลือกได้ว่าจะสอบหรือไม่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม บางมหาวิทยาลัยก็ยังใช้คะแนน O-net เป็นเกณฑ์การคัดเลือกด้วย และที่สำคัญ จะนำคะแนน O-net ไปคิดคำนวณเกรดหลังใบปพ. ด้วยนะ ถ้าหากใครไม่ได้เข้าสอบ ในส่วนนั้นก็จะกลายเป็น 0 ทันที ทำให้เกรดเฉลี่ยรวมกับคะแนน O-net ของเราลดลงทันที และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ บางวิชานำไปใช้แทนคะแนนสอบวิชาสามัญด้วยนะ

(3) วิชาสามัญ เป็นการสอบที่มีรายวิชาคล้าย ๆ กับ O-net นั่นก็คือ คณิต สังคม ภาษาไทย และวิชาวิทยาศาสตร์จะแบ่งย่อยเป็น วิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ในปี 64 มีการยกเลิกวิชาคณิตศาสตร์ 2 และวิทยาศาสตร์ทั่วไป เป็นวิชาสำหรับคนที่ใช้คะแนนเพื่อยื่นในคณะสายศิลป์นั่นเอง แต่เปลี่ยนมาใช้คะแนนจากวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากการสอบ O-net แทน

           เนื้อหาและการปรับข้อสอบในปี 64 จะมีการออกข้อสอบโดย สสวท. มีการปรับเนื้อหาเล็กน้อย แต่อยู่ในกรอบเนื้อหาที่เรียนใน ม.ปลาย แน่นอน วิชามีการปรับเปลี่ยน นั่นก็คือ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ของการสอบ O-net , วิชาคณิตศาสตร์1 ฟิสิกส์ เคมี  และชีววิทยา ของข้อสอบวิชาสามัญ และข้อสอบ PAT1 และ PAT2 สำหรับในบางคณะและสาขาวิชา อาจจะมีการใช้คะแนนวิชาเฉพาะในการคำนวณคะแนน ดังนั้นควรจะศึกษาว่าควรจะสอบวิชาไหนเพิ่มเติมบ้าง เพื่อจะได้ไม่พลาด ไม่มีคะแนนสอบ 

           และการสมัครของระบบ TCAS จะมีทั้งหมด 4 รอบด้วยกันคือ

(1) รอบที่ 1 Portfolio เป็นรอบที่วัดความสามารถของเราที่เราได้ทำมาตลอด 3 ปี ใครมีไม้เด็ดอะไรก็ต้องควักออกมาโชว์ ใครเกรดดีก็ต้องจะดีมาก ๆ เพราะรอบนี้จะฟาดฟันกันที่ผลงานที่ผ่านมา  แต่การรับคัดเลือกของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัยก็จะแตกต่างกันไป และต้องอ่านคุณสมบัติดี ๆ เพราะบางที่จะมีกำหนดว่า ต้องมีผลงานระดับประเทศ 

(2) รอบที่ 2 Quota เป็นรอบที่สามารถสมัครได้เฉพาะบางพื้นที่ หรือเฉพาะการทำ MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่เราเรียนอยู่ เช่น โควตาภาคเหนือของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็สามารถสมัครได้แค่นักเรียนที่จบจากโรงเรียนในภาคเหนือเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราก็จะมีคู่แข่งเฉพาะในพื้นที่ของเรานั่นเอง

(3) รอบที่ 3 Admission เป็นรอบที่ต้องแข่งขันกันทั่วไปประเทศ และเราสามารถสมัครที่ไหนก็ได้ในประเทศไทยเลย และในรอบนี้จะแบ่งการประมวลผลออกเป็นอีก 2 รอบ คือ Admission 1 และ Admission 2 โดยสามารถเลือกสมัครได้สูงสุด 10 อันดับ พอประมวลรอบแรกแล้วประกาศผล สามารถยืนยันสิทธิ์หรือถ้ายังไม่ถูกใจก็ขอประมวลรอบที่ 2 ได้ การจัดอันดับในรอบนี้สำคัญมาก เพราะระบบจะคัดเลือกในอันดับแรกก่อน ดังนั้นโอกาสที่จะติดอันดับที่ 1 มากกว่า 2 เสมอ แต่จะระบบจะนำอันดับ 2 เข้าคัดเลือกก็ต่อเมื่อคะแนนเราได้น้อยกว่าคนที่ผ่านการคัดเลือกคนสุดท้ายเท่านั้น

(4) รอบที่ 4 Direct Admission เป็นรอบรับตรงอิสระ ซึ่งรอบนี้คล้าย ๆ กับว่าเป็นรอบเก็บตกสำหรับนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียน ส่วนมากจะมีที่นั่งรับรองค่อนข้างน้อย และเปิดรับแค่บางคณะเท่านั้น

           สรุปแล้ว TCAS นั่นก็คือระบบ ๆ หนึ่งที่ใช้สำหรับการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้ระบบสำหรับนักเรียน ม.6 นั่นเอง ซึ่งจะใช้ข้อสอบการร่วมกลาง จะช่วยให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยง่ายขึ้น ประหยัดค่าเดินทาง ค่าสมัคร และไม่ต้องเดินทางไปสอบด้วยตนเอง และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่เหมือนในอดีต แต่ก็มีข้อเสียคือ มีการจัดสอบแค่ครั้งเดียว วัดดวงกันไปเลย! เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวและการหาข้อมูลสำคัญมาก ถ้าหากผิดพลาดนิดเดียวอาจจะเปลี่ยนชีวิตได้ ควรจะติดตามข่าวสารจาก ทปอ. และมหาวิทยาลัยอยู่ตลอดเพราะแต่ละที่ใช้เกณฑ์การคัดเลือกในแต่ละรอบไม่เหมือนกัน และอาจจะมีข่าวลือว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในรอบของ dek65-66 ดังนั้นอย่าลืมไปทำการบ้าน หาข้อมูลกันให้ละเอียดไปเลย

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป