10 ประเทศอันตราย (จริงหรือ?? เพราะอะไรถึงอันตราย!!) [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

ไปอ่าน20 ประเทศอันตรายมา เออ....ก็เลยไปหาข้อมูลดูว่ามันจริงอย่างว่าหรือเปล่า ผลเหรอ....ตามที่เห็นนี้แหละ แต่ถ้าเราเอาข้อมูลว่ามันอันตรายขนาดไหนของประเทศต่างๆ เอามาเปรียบเทียบกับไทยดูปรากฏว่า ไทยนั้นน้อยกว่า 19 ประเทศที่ติดมาก แม้ผมไม่เคยไปประเทศเหล่านี้ก็จริง แต่ก็เห็นจากสารคดีหรืออ่านจากหนังสือแน่นอนประเทศเขาอันตรายจริง

10อันดับแรกของโลกมีดังนี้  http://wwwback.dek-d.com/board/view.php?id=1199494

 


1. อิรัก
(Iraq)

 อิรัก

อิรักซึ่งครั้งอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมของโลก มาบัดนี้กลายเป็นประเทศสวรรค์แห่งก่อการร้าย แม้สงครามอ่าวใน ค.ศ.1990 ซึ่งทหารฝ่ายอิรักเสียชิวิตกว่า 100,000 นายในการปะทะกับกองกำลังฝ่ายพันธมิตรจะจบไปแล้ว แต่จุดที่หมายสำคัญๆ ในอิรักก็ยังคงถูกโจมตีอยู่เป็นเพราะขบการก่อการร้ายนั้นยังคงเกลียดชังตะวันตก ซึ่งเห็นได้ข่าวอยู่เป็นระยะๆ คนตายเพราะมือระเบิดฆ่าตัวตายแทบเป็นปกติ อีกทั้งสองมุสลินก็หาเรื่องฆ่ากันตายไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งล่าสุดโอบาม่าคิดวางแผนถอนกำลังทหารจากอิรักซึ่งผมบอกเลยว่าเป็นเรื่องยากมากๆ


2. อัฟกานิสถาน (Afghanistan)

 อัฟกานิสถาน

กองทหารตาลีบันยังคงต่อด้านสหรัฐอยู่และประเทศนี้ยังมีทั้งกับระเบิดและการก่อการร้ายต่างๆ อยู่เยอะ  แม้สหรัฐจะขับไล่แต่สงครามในอัฟกานิสถานยังไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น

 

3. เชชเนีย (Chechen Republic)

 

เชชเนีย เป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองของสหพันธรัฐรัสเซีย และยังเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัสเซียอีกด้วย ที่อันตรายระดับ 3 ก็เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มกบฏเชเชนยังเคลื่อนไหวก่อการร้ายอยู่เนื่องๆ มักใช้การจับพลเรือนเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องความสนใจจากนานาชาติเกี่ยวกับการเรียกร้องเอกราชของพวกเขา

หลังสิ้นสงครามเชเชนครั้งแรกในปี 1996 เชเชนกลายเป็นดินแดนไร้กฎหมาย กลุ่มขุนศึกที่เป็นปฏิปักษ์กันก่อศึกรบราฆ่าฟันกันเองอย่างดุเดือด การลักพาตัว และฆาตกรรม มีการจับตัวชาวต่างชาติที่ทำงานให้ความช่วยเหลือไปคุมขังนานนับปี ข้อมูลจากบริษัทความมั่นคง Kroll Associates UK คาดการณ์ว่า ในปี 1998 มีชาวต่างชาติถูกจับเป็นตัวประกันในเชชเนียราว 100 คน

 

 4. แอฟริกาใต้ (The Republic of South Africa)

 

เป็นอีกอันดับ ที่ผมไม่รู้ติดได้ยังไง ความจริงนี้ประเทศแอฟริกาใต้นี้เจริญมาก แถมเป็นเวทีในการจัดมหกรรมฟุตบอลโลกด้วย ผมว่ามันอาจเป็นเพราะปัญหาการแบ่งแยกผิวสีในประเทศระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำที่มักมีปัญหากระทบกระทั้งเป็นระยะ จนเกิดการจารชนอยู่บ่อยครั้งก็เป็นไปได้


5. จาเมกา (Jamaica)

               

จาเมก้า(บางคนเรียกจาไมก้า) ประเทศนี้ไม่มีกลุ่มก่อการร้ายก็จริง แต่คนดำแถบคาริบเบียนนี่นี้หน้าตาจะไม่ค่อยรับแขก และหารอยยิ้มก็ยากเหลือเกิน (ขนาดยิ้มให้แล้วยังไม่ยอมยิ้มกลับ) ค่าครองชีพที่นี่สูงมาก แต่ความสะดวกสบาย ความเจริญต่ำ และไว้ใจใครไม่ค่อยได้ อาชกรรมเยอะ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาว่างงานสูงและปัญหายาเสพต์ติด โรคเอดส์

 

6. ซูดาน (Sudan)

 ซูดาน

ซูดาน ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ถูกบริหารโดยรัฐบาลทหารและพลเรือนอย่างไร้เสถียรภาพต่อเนื่องกันมา นับตั้งแต่ประเทศแห่งนี้ได้รับเอกราชในปี 1956 ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมายาวนานระหว่างชาวมุสลิมอาหรับทางตอนเหนือของซูดาน (เป็นที่ตั้งของรัฐบาล) และแอฟริกันผิวดำที่เป็นชาวคริสต์ทางตอนใต้ ความขัดแย้งดังกล่าวรุนแรงขึ้นภายหลังการกฎหมายชาเรียในปี 1983 ในรัฐบาลของประธานาธิบดีไนเมอรี กองทัพปลดปล่อยชาวซูดาน (เอสพีแอลเอ) เริ่มโจมตีภาคเหนือหนักขึ้นจนถึงขั้นสงครามกลางเมืองเต็มรูปในกลางทศวรรษ 1980 การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายการเมืองของกลุ่มเอสพีแอลเอมีขึ้นในปี 1988/9 แต่ก็มีอันต้องล้มเลิกไปเพราะสถานการณ์ต่างๆ ตอนที่นายพลโอมาร์ ฮัสซัน อาห์หมัด อัล-บาชีร์ทำรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนมิถุนายน 1989 ในทศวรรษที่ 1990 กองกำลังรัฐบาลได้เปิดฉากการโจมตีทางอากาศไปยังเป้าหมายพลเรือนในซูดานตอนใต้ คาดว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้มากกว่า 1.2 ล้านคน เหตุการณ์นี้เองที่สร้างความย่อยยับให้กับเศรษฐกิจของซูดาน

 

7. ไทย (Thailand)

 

คุณคงรู้แล้ว ผมคงไม่เล่าอะไรมาก แต่มีข้อมูลเสริมนิดหน่อยตรงที่ประเทศไทยยังเป็นประเทศสวรรค์ในการค้ามนุษย์ อาชญากรข้ามชาติ และสนับสนุนการก่อการร้าย อย่างที่เห็นในข่าว เช่น การให้ขบการก่อการร้าย"อัล มานาร์"เช่าสัญญาณดาวเทียมไทยคมเผยแพร่รายการไปทั่วโลก การสนับสนุนที่ซ่อนตัวอาชญากรระดับโลกระเบิดบาลี


8. โคลัมเบีย (Columbia)

 โคลอมเบีย

สงครามกลางเมืองในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดของโลก ได้ดำเนินมาโดยไม่มีผู้ใดห้ามปรามถึง 35ปีแล้ว แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตนับพันๆ คน กำลังคนราว 15,000 นายจากฝ่ายกองโจรกลุ่มต่างๆ ห้ากลุ่มสามารถควบคุมพื้นที่ในชนบทไว้ได้ถึง 60% ฝ่ายตรงข้ามกับพวกกบฏก็คือกองกำลังรักษาความมั่นคงของโคลอมเบีย และกลุ่มทหารฝ่ายขวาที่ไม่ได้สังกัดหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งรู้จักกันในว่าองค์กรกึ่งทหาร ถึงตอนนี้อำนาจเศรษฐกิจและการเมืองของโคลอมเบียยังคงอยู่ในมือของชนชั้นสูงซึ่งเป็นผู้บริหารมาโดยตลอด แต่ความขัดแย้งในประเทศนี้มีมากกว่าเรื่องการเมือง แต่สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของประเด็นความขัดแย้งได้แก่การควบคุมกเส้นทางขนย้ายยาเสพย์ติดและการคอรัปชั่นต่างหาก


9. เฮติ (Haiti)

 

เฮติไม่มีกลุ่มขัดแย้งทำไหร่ แต่ปัญหาก็คือประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตค่อนข้างต่ำ และสุขอนามัยต่ำ ล่าสุดมีการก่อการจลาจลปัญหาความยากจนและวิกฤตราคาอาหารแพง  ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วหลายราย

 

10. เอริเทรีย (Eritrea)

 เอริเทรีย

ในปี 1993 เอริเทรียก็ได้รับเอกราชภายหลังการต่อสู้อันยาวนาน แต่มีปัญหากับเอธิโปเปียเรื่องเแนวพรมแดนที่ทอดยาวระหว่างกัน การต่อสู้ได้ปะทุขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.1998 ในบริเวณซึ่งเรียกว่าสามเหลี่ยมแบดเม ซึ่งมีพื้นที่ 400 ตร. กม. การต่อสู้ระหว่างสองประเทศเป็นเหตุให้ประชาชนนับร้อยล้มตายลงและอีกนับพันไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อถึงเดือนเมษายนปี 2000 การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบ



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ธันวาคม 2551 / 16:24

PS.  อ้วนนรก ณ ทุ่งสังหาร
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

23 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป