/>

เหตุที่ครุฑกับนาคเป็นศัตรูกัน [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

         ใครที่เคยอ่านวรรณคดี หรือดูละครจักรๆ วงศ์ๆ คงจะเคยเห็นว่า ครุฑ และนาคนั้นเป็นศัตรูกัน แต่สงสัยหรือไม่ว่า ทำไม

                 vs.         
     
         เรื่องมีอยู่ว่า มีมเหสีของฤๅษีกัศยัป ๒ องค์ คือ นางกัทรุ และนางวินตา โดยนางทั้งสองปรนนิบัติฤๅษีกัศยัปจนเป็นที่พอใจ ทำให้ฤๅษีกัศยัปได้ให้พรตามที่นางทั้งสองต้องการ โดยนางกัทรุ ขอมีลูกเป็นนาค ๑,๐๐๐ ตัว และนางวินตาขอให้มีลูกที่มีฤทธิ์กว่าลูกของนางกัทรุ
         และพรก็สัมฤทธิ์ผล นางกัทรุให้กำเนิดบุตรเป็นนาค ๑,๐๐๐ ตัว ส่วนนางวินตาก็ให้กำเนิดบุตรเป็นไข่ ๒ ฟอง แต่ด้วยความใจร้อน อยากเห็นหน้าลูกเร็วๆ นางวินตาจึงเอาท่อนไม้ทุบไข่ฟองหนึ่ง ปรากฏว่า เป็นเด็กผู้ชายครึ่งตัว เพราะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ นางวินตาก็มาทุบไข่ไปเสียก่อน เมื่อโตขึ้น บุตรชายของนางมีร่างกายที่ใหญ่โต และได้รับการตั้งชื่อว่า อรุณ
       อรุณมีความแค้นเป็นอย่างมาก ที่นางวินตาทำให้ตนต้องเกิดมาพิการเช่นนี้ เขาจึงได้สาปแช่งนางวินตาผู้เป็นมารดาให้ต้องตกเป็นทาสของนางกัทรุจนกว่าลูกคนที่ ๒ ของนางจะเกิดมา
       ขณะนั้นเอง พระพรหม ทอดพระเนตรเห็นว่า พระอาทิตย์นั้นเปล่งรัศมีร้อนแรง เป็นที่เดือดร้อนแก่ชาวโลก จึงได้ให้ อรุณ ไปเป็นสารถีขับราชรถให้พระอาทิตย์ เพราะร่างกายที่ใหญ่โตของอรุณ จะดูดซับความร้อนได้ ดังนั้น เราจึงเห็นรุ่งอรุณก่อนจะได้เห็นพระอาทิตย์นั่นเอง
       วันหนึ่ง นางกัทรุและนางวินตาได้พนันกันว่า ม้าอุจไฉศรพะ พาหนะของพระอินทร์มีหางสีอะไร โดยหากใครแพ้ ต้องตกเป็นทาสของผู้ชนะ โดยนางกัทรุทายว่า ขนหางเป็นสีดำ ส่วนนางวินตาทายว่า ขนหางเป็นสีขาว
       นางกัทรุได้ให้ลูกที่เป็นนาคของนางเหาะขึ้นไปดูว่าขนหางเป็นสีอะไร หากเป็นสีขาวก็ให้พ่นพิษใส่ขนหางให้เป็นสีดำซะ และหางของม้าอุจไฉศรพะก็เป็นสีขาว นาคจึงได้พ่นพิษใส่จนเป็นสีดำ (แต่บางตำราก็กล่าวว่า พวกนาคได้แทรกตัวไปตามขนหางม้า ทำให้ดูเป็นสีดำ)
        เมื่อม้าอุจไฉศรพะเหาะลงมา ก็ปรากฏว่า หางเป็นสีดำ ทำให้นางวินตาแพ้พนัน และต้องตกเป็นทาสรับใช้ของนางกัทรุ ตามคำสาปแช่งของอรุณ
        จนกระทั่งไข่ฟองที่สองฟักตัว ก็ปรากฏร่างเป็น มนุษย์นก เรียกว่า ครุฑ หรือ พญาเวนไตย ซึ่งเมื่อครุฑรู้ว่า มารดาของตนกำลังตกเป็นทาสของนางกัทรุ จึงได้ไปเจรจากับพวกนาคว่าต้องทำอย่างไร มารดาของตนจึงจะพ้นจากการเป็นทาส พวกนาคก็บอกให้ครุฑไปนำน้ำอมฤตมาให้พวกตนดื่ม แล้วนางวินตาจะเป็นอิสระ ครุฑจึงเหาะไปยังสวรรค์ทันที
        ระหว่างทาง ครุฑได้พบกับฤๅษีกัศยัปผู้เป็นบิดา ซึ่งฤๅษีกัศยัปได้แนะนำให้ครุฑไปทางทะเลสาบทางทิศเหนือ จะพบช้างและเต่ายักษ์กำลังต่อสู้กัน ให้จับพวกมันกินเสีย แล้วจะมีพละกำลังมหาศาล ครุฑจึงทำตามนั้น 
       
*ช้างกับเต่ายักษ์นั้น ชาติก่อนเคยเป็นยักษ์ และเป็นพี่น้องกัน เมื่อบิดาตาย ก็ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงสมบัติ ก่อนตายก็ได้สาปใส่กัน ชาตินี้จึงได้มาเกิดเป็นช้างและเต่ายักษ์ต่อสู้กัน

 
      ครุฑจับสัตว์ทั้งสองเหาะมาเรื่อยๆ และมาหยุดบนกิ่งไทรต้นหนึ่งเพื่อที่จะกินสัตว์ทั้งสอง แต่ว่า ด้วยน้ำหนักที่มาก ทำให้กิ่งไทรหัก และบนกิ่งไทรนั้น มีฤๅษีแคระกลุ่มหนึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ ครุฑเกรงว่า ฤๅษีแคระจะตกลงไปตาย จึงค่อยๆ นำกิ่งไม้ลงมาวางบนพื้นอย่างปลอดภัย ฤๅษีแคระจึงได้ตั้งชื่อว่า ครุฑ แปลว่า ผู้แบกรับภาระอันหนักไว้ ให้
        เมื่อได้กินสัตว์ทั้งสองแล้ว ครุฑก็บุกไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์เพื่อนำน้ำอมฤตลงไป พระอินทร์จึงได้ยกทัพมาต่อต้าน แต่ก็ถูกครุฑใช้ปีกพัดจนกองทัพเทวดากระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
        เมื่อมาถึงที่เก็บหม้อน้ำอมฤต ก็พบว่า มีงูยักษ์สองตัวซึ่งมีตามรณะ คอยเฝ้าอยู่ และยังมีกงจักรหมุนอยู่รอบๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปเอาน้ำอมฤตได้ ครุฑจึงกระฟือปีกพัดฝุ่นเข้าไปในดวงตาของงูยักษ์เพื่อให้ตาของมันปิดลง และแปลงร่างเป็นนกตัวน้อยๆ บินลอดกงจักรเข้าไปเอาหม้อน้ำอมฤตออกมา
        ครุฑนำหม้อน้ำอมฤตเหาะไปในท้องฟ้า แต่แล้ว ก็พบพระนารายณ์ขวางอยู่ จึงได้ต่อสู้กัน แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะซึ่งกันและกันได้ จึงได้ยุติการต่อสู้กัน และพระนารายณ์ยังชื่นชมครุฑว่ามีความซื่อสัตย์กตัญญู ไม่ดื่มน้ำอมฤตเสียเอง และยังให้ครุฑขอพรจากพระองค์ด้วย โดยครุฑขอให้มีชีวิตเป็นอมตะ และขอให้จับนาคกินเป็นอาหารให้หายแค้น พระนารายณ์ก็ให้พรตามนั้น แต่ในเรื่องของการกินนาคนั้น พระนารายณ์ของดเว้นไม่ให้ครุฑกินพญาอนันตนาคราชซึ่งเป็นบัลลังก์ที่ประทับของพระองค์ และพญาวาสุกรี ซึ่งเป็นจ้าวแห่งนาคทั้งหมดด้วย
        พระอินทร์เห็นครุฑเอาหม้อน้ำอมฤตไปได้ จึงได้ออกมาขัดขวางโดยใช้ วชิราวุธ อาวุธประจำกายของพระองค์ แต่วชิราวุธก็ทำอะไรครุฑไม่ได้ พระอินทร์จึงเกรงในอิทธิฤทธิ์ของครุฑมาก แต่ว่า ครุฑต้องการรักษาเกียรติภูมิของพระอินทร์ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของตน จึงได้มอบขนปีกให้พระอินทร์เส้นหนึ่ง เรียกขนนี้ว่า สุบรรณ และเป็นอีกชื่อหนึ่งของครุฑในเวลาต่อมา
        ครุฑได้ขออนุญาตนำน้ำอมฤตไปไถ่อิสรภาพให้มารดาชั่วคราว และขอให้พระอินทร์รีบไปนำกลับคืนมา
        ครุฑนำหม้อน้ำอมฤตวางไว้บนหญ้าคา และให้พวกนาคลงไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สบายก่อน และรีบพานางวินตาเหาะจากไปทันที ส่วนพระอินทร์ก็ได้เหาะลงมานำหม้อน้ำอมฤตกลับคืนไป โดยที่พวกนาคยังไม่ได้ดื่มกิน
        เมื่อพวกนาคขึ้นมาจากน้ำ เห็นน้ำค้างบนหญ้าคาก็คิดว่าเป็นน้ำอมฤต จึงเอาลิ้นเลีย ทำให้ลิ้นถูกหญ้าคาบาดเป็นสองแฉก พวกงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกนับแต่นั้นมา และครุฑก็จับนาคกินเป็นอาหารนับแต่นั้น
                                           
ที่มา : หนังสือการ์ตูนสาวดอกไม้กะนายกล้วยไข่



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มีนาคม 2553 / 20:25
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป