/>

นางเอกยอดนิยมจากวรรณคดี [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

นางเอกยอดนิยมจากวรรณคดี
ไม่ต้องอ่านตัวอักษรสีดำๆก็ได้นะ มันเป็นเหมือนกับประวัติย่อๆ

กลุ่มแรก :  สวย  ดีจนเป็นที่กล่าวขวัญถึง  ได้แก่

1.  นางสีดา  จากเรื่องรามเกียรติ์

        นางสีดาเป็นมเหสีของพระราม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอวตารหนึ่งของพระนารายณ์มาปราบยักษ์ คือทศกัณฐ์  รูปโฉมของนางสีดานั้นเป็นที่เลืองลือว่างามล้ำเลิศจนไม่มีมนุษย์หรือเทพธิดาใดสามารถเทียบได้  ทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกามาลักพาตัวไป จนเกิดศึกชิงนางยืดเยื้อนานถึงสิบกว่าปี  พระรามจึงรบชนะทศกัณฑ์พานางกลับมาได้ นางสีดาก็ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจและความจงรักภักดีด้วยการลุยไฟต่อหน้าพระรามพระสวามี ดังนั้นนอกจากความสวยงามแล้ว การพิสูจน์ความรักด้วยการลุยไฟของนางสีดา ก็เป็นสิ่งถูกนำมามาพูดกันอยู่เสมอ


 

2.  นางสาวิตรี  จากเรื่องสาวิตรี

        นางสาวิตรีไม่ใช่คนดัง นางเป็นพระธิดาของท้าวอัศวบดี  เมื่อโตเป็นสาว  พระบิดาให้เลือกพระสวามีเองตามใจชอบ นางได้เลือกพระสัตยวานซึ่งได้รับการทำนายว่าจะมีอายุอยู่ได้อีกเพียงปีเดียว  แม้จะถูกทัดทานอย่างไร นางก็ไม่เปลี่ยนใจและได้แต่งงานกันในที่สุด  ต่อมาอีกปีพระสัตยวานก็ตายลงดังคำทำนาย  นางสาวิตรีได้พบกับพระยมและเดินตามพระยมที่พาวิญญาณสวามีไป  ระหว่างทางนางได้ใช้สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดโต้ตอบกับพระยมด้วยถ้อยคำอ่อนน้อมไพเราะ จนพระยมใจอ่อนให้พรตามที่นางขอโดยลำดับ แต่มีข้อห้ามว่า ห้ามขอชีวิตสวามี นางได้ขอพรว่าขอให้นางมีโอรสที่เรืองฤทธิ์ร้อยองค์ พระยมกำลังให้พรเพลินก็ลืมฉุกใจคิด ให้พรตามที่ขอ นางจึงบอกต่อพระยมว่าพรสุดท้ายที่ขอนั้นไม่อาจจะสำเร็จได้  หากไม่มีสามีคือพระสัตยวาน ในที่สุดพระยมจึงต้องคืนสวามีให้

        จึงเป็นอันกล่าวได้ว่านางสาวิตรีเป็นนางเอกที่เฉลียวฉลาดและรู้จักใช้วาทศิลป์จนได้ในสิ่งที่ปรารถนา  และยังมีความกล้าหาญไม่กลัวพระยมที่เป็นเจ้าแห่งความตายด้วย

3.  นางเอื้อย จากนิทานพื้นบ้านเรื่อง ปลาบู่ทอง

        ปลาบู่ทองเป็นเรื่องที่คนไทยรู้จักกันดี แม่นางเอื้อยถูกพ่อทุบตีจนตกน้ำตาย กลายเป็นปลาบู่ทองมาหาลูก ส่วนตัวนางเอื้อยเองก็ถูกกลั่นแกล้งจากแม่เลี้ยงและนางอ้ายลูกแม่เลี้ยงต่าง ๆ นานา นางเป็นคนที่มีความกตัญญูรู้คุณยิ่ง แม้ว่าแม่จะเป็นปลาก็ยังหาอาหารไปให้แม่ ครั้นแม่ปลาถูกฆ่าตายกลายไปเป็นต้นมะเขือ ก็พยายามบำรุงรดน้ำต้นมะเขืออย่างดี ครั้นมะเขือถูกทำลายก็หาทางนำเมล็ดไปปลูกใหม่จนกลายเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง และต่อมาได้เข้าวังเป็นสนมเอกในพระเจ้าพรหมทัต ระหว่างนี้ถูกหลอกให้มาเยี่ยมพ่อ  และถูกแม่เลี้ยงทำอุบายฆ่าตายกลายเป็นนกแขกเต้าในที่สุด

        ต่อมาภายหลังนางเอื้อยก็ได้ฤษีชุบชีวิตและให้ความช่วยเหลือจนได้กลับครองรักกับพระเจ้าพรหมทัตใหม่อีกครั้งนับเป็นนางเอกแสนดีแม้จะถูกทารุณกรรม แต่ก็มีความกตัญญูยิ่ง

 

กลุ่มที่ 2  :  ประเภทรักลำบาก พลัดพรากจนถึงต้องสังเวยชีวิต  ได้แก่

 

1.  นางรจนา จากเรื่องสังข์ทอง

        นางรจนาเป็นพระธิดาองค์สุดท้องในจำนวนพระธิดาเจ็ดองค์ของท้าวสามลจากเรื่องสังข์ทอง  พี่ ๆ เลือกคู่ได้พระสวาได้สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว แต่นางรจนายังเลือกใครไม่ได้ จนต้องป่าวประกาศอีกครั้ง เจ้าเงาะได้มาให้นางเลือกด้วย เนื่องจากบุพเพสันนิวาสจึงทำให้นางเห็น  “รูปสุวรรณชั้นใน รูปเงาะสวมไว้ให้คนหลง”นางจึงเลือกเจ้าเงาะรูปชั่วตัวดำจนถูกเยาะเย้ยถากถาง ท้าวสามลกริ้วสุด ๆ จึงขับไล่นางกับเจ้าเงาะไปอยู่กระท่อมปลายนา ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามประสายาก พระอินทร์ทนไม่ได้ จึงต้องแปลงร่างมาท้าตีคลีเพื่อช่วยให้เจ้าเงาะได้ถอดรูปให้ทุกคนเห็นรูปทองในที่สุด

        ดังนั้นสาว ๆ คนใดไม่ยอมแต่งงานมักจะถูกล้อว่า “ทำไมไม่ลองเสี่ยงพวงมาลัย” หรือถ้าควงแฟนที่หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ มักถูกหาว่าเป็นนางรจนาควงเจ้าเงาะ

 

2.  นางเมรี  จากวรรณกรรมท้องถิ่นเรื่องนางสิบสอง

       นางเมรีเป็นลูกนางยักษ์ ซึ่งเดิมได้เลี้ยงนางสิบสองมา นางยักษ์โกรธแค้นที่นางสิบสองหนีมา จึงได้ทำอุบายจนได้เป็นมเหสีของท้าวรถสิทธิ์ พระสวามีนางสิบสอง และใช้มารยาควักลูกตานางสิบสองเสีย ยกเว้นนางเภา – น้องสุดท้องที่ถูกควักตาเพียงข้างเดียวและเป็นคนเดียวที่ไม่ได้กินลูกเพราะความหิวโหย จนลูกคือ พระรถเสนได้เจริญวัยขึ้น เมื่อความทราบถึงพระรถสิทธิ์ พระองค์ก็ให้รับตัวเข้าวัง ต่อมานางยักษ์ได้ออกอุบายจะฆ่าพระรถเสนโดยแกล้งป่วยแล้วให้ไปเอายาในเมืองที่นางเมรีอยู่ โดยฝากสารสั่งให้นางเมรีว่า “ถึงเมืองเมื่อไรก็ให้ฆ่า(พระรถเสน)เมื่อนั้น”

        ระหว่างเดินทาง พระรถเสนได้พบกับพระฤๅษีตนหนึ่ง พระฤๅษีก็ได้แปลงสารเป็นว่า  “ถึงเมื่อไรก็ให้แต่งงานเมื่อนั้น” ซึ่งท้าวรถเสนเองเห็นนางก็หลงรักและแต่งงานกัน แต่เนื่องจากมีงานสำคัญคือช่วยแม่และป้าที่รออยู่  พระรถเสนจึงได้มอมเหล้านางเมรีพร้อมขโมยลูกตาและยาที่จะช่วยแม่กับป้าไป นางเมรีเมื่อสร่างเมา ตามไปก็ถูกพระรถเสนใช้ของวิเศษขัดขวางนางทำให้ตามไปไม่ได้ นางจึงคร่ำครวญจนสิ้นใจตาย ถือเป็นนางเอกที่มีรักแท้แต่เพราะน้ำเมาจึงต้องเสียทั้งคนรักและชีวิตตนในที่สุด  คนจึงมักเรียกสาว ๆ ที่ขี้เหล้าว่า นางเมรีขี้เมา  และก็มักเปรียบเวลาเปลี่ยนข้อความในจดหมายหรือหนังสือต่าง ๆ ว่าเป็น “ฤๅษีแปลงสาร”

3. พระเพื่อนพระแพง  จากวรรณคดีเรื่องลิลิพระลอ

        พระเพื่อนพระแพง - สองพระธิดาผู้เลอโฉมของเมืองสรอง ได้ยินคำร่ำลือชมรูปโฉมที่เลอเลิศของพระลอ  กษัตริย์หนุ่มแห่งเมืองแมนสรวงก็เกิดตกหลุมรัก จึงใช้อุบายและทำเสน่ห์จนพระลอซึ่งแม้จะมีมเหสีอยู่แล้ว ก็ทิ้งมเหสีและบ้านเมืองตามไปหาพระเพื่อนพระแพงที่เมืองสรอง  แต่ที่สุดก็กลายโศกนาฏกรรมรัก เพราะทั้งพระลอและพระเพื่อนพระแพงต่างต้องมาตายด้วยความแค้นของเจ้าย่าที่ไม่ยอมให้อภัยพ่อของพระลอที่ฆ่าสามีตน หรือปู่ของพระเพื่อนพระแพงนั่นเอง แม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่เมื่อใครเอ่ยถึงสาวใดว่าเป็นเหมือนพระเพื่อนพระแพง ส่วนใหญ่จะมีความหมายว่าหน้าตาคล้ายกัน หรือแต่งตัวเหมือน ๆ กันมากกว่าจะพาดพิงไปถึงเนื้อหาดังกล่าวข้างต้น



เพื่อนแพง

กลุ่มที่ 3  :  ประเภทรักหลายคน สวยเซ็กซ์  ได้แก่

        นางวันทอง โมรา กากี จัดเป็นนางเอกประเภทสวยเอ็กซ์ คือ นอกจากสวยแล้วคงต้องเซ็กซี่ มีเสน่ห์แรงด้วย ถึงมีชายเข้าหาอยู่เสมอ จึงทำให้มีแต่เรื่องฉาวคาวโลกีย์ และถูกประณามหยามหมิ่นมากที่สุด  ปัจจุบันกลุ่มนี้ได้ถูกนำมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ว่านางชั่วเพราะใคร หากจะพิจารณาในแง่มุมของชาย แน่นอนผู้หญิงเหล่านี้ประพฤติผิดความเป็นลูกผู้หญิง  แต่ถ้าได้พินิจพิเคราะห์ถึงสภาพแวดล้อม และความจำยอมของแต่ละคนแล้วล่ะก็ อาจจะสงสารเห็นใจนางก็ได้ อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของนางเอกเหล่านี้ก็ยังถูกหยิบมาต่อว่าหญิงอยู่เสมอ คือ

1.  นางวันทอง จากเรื่องขุนช้างขุนเผน

        นางวันทอง เดิมชื่อพิมพิลาไลย เป็นนางเอกในเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน (เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อแก้เคล็ดให้หายป่วย ตอนขุนแผนไปรบ) นางถูกยื้อไปแย่งมาระหว่างขุนแผน และขุนช้าง จนในที่สุดพระพันวษาต้องให้นางเลือกว่าจะอยู่กับใครระหว่างขุนแผนหรือขุนช้าง แต่นางวันทองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะถึงแม้ขุนแผนจะเจ้าชู้จนมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหึงหวงกันอยู่เสมอ แต่ก็เป็นรักแรกและยังมีลูกด้วยกันคือพลายงาม ส่วนขุนช้างแม้จะขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็มีรักจริงและรักเดียว แถมดูแลนางอย่างดีเพราะมีเงินทองร่ำรวย การที่นางไม่สามารถตัดสินใจได้เด็ดขาดนี่เอง จึงทำให้ถูกพระพันวษาสั่งประหารชีวิตด้วยความกริ้ว และเป็นเหตุให้ถูกประณามว่า เป็นวันทองสองใจบ้าง นางวันทองสองผัวบ้าง ทั้ง ๆ ที่ชีวิตนางวันทองน่าเห็นใจไม่น้อย  เพราะถูกสองหนุ่มยื้อกันไปยื้อกันมา แม้ไม่เต็มใจ แต่ก็อยู่ในภาวะจำยอมเพราะช่วยตัวเองไม่ได้

พิมพิลาไลย หรือ วันทองสองใจ

2.  นางโมรา  จากเรื่องจันทโครพ

        เรื่อง จันทโครพ เจ้าชายจันทโครพได้ไปศึกษาเล่าเรียนอยู่กับพระฤๅษีตนหนึ่งจนสำเร็จวิชา อาจารย์เลยให้ผอบทองซึ่งมีสาวสวยคือนางโมราอยู่ข้างใน  โดยพระฤษีได้กำชับว่าอย่าเปิดผอบระหว่างทาง แต่จันทโครพห้ามความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ จึงเปิดผอบออกมาเห็นนางโมราก็ตกหลุมรักและได้นางเป็นชายาที่กลางป่านั่นเอง แต่ขณะที่ทั้งคู่เดินทางกลับเมือง  ได้เจอโจรป่าเข้า เลยจึงถูกปล้นหวังจะชิงนางโมรา ทั้งสองได้ต่อสู้กันขึ้น ท้ายสุดพระขรรค์หลุดจากพระหัตถ์ของจันทโครพ จันทโครพตะโกนให้นางส่งพระขรรค์ให้ แต่นางกลับส่งให้โจรจนฆ่าจันทโครพตาย  ส่วนโจรเมื่อได้นางโมราแล้ว เกิดไม่แน่ใจกลัวถูกทรยศ จึงแอบหนีนางไป ทำให้นางต้องระหกระเหินหิวโหยอยู่ในป่า พระอินทร์จึงแปลงเป็นเหยี่ยวคาบชิ้นเนื้อมาลองใจ  ว่าให้ชิ้นเนื้อแล้วนางต้องมาเป็นภรรยา นางโมราก็ไม่แสดงอาการขัดข้อง พระอินทร์เห็นเช่นนั้น จึงโกรธว่าเป็นหญิงมักมากในกามคุณ ไม่เลือกว่าโจรหรือสัตว์  แล้วสาปนางโมราให้กลายเป็นชะนีส่งเสียงร้องโหยหวนว่า “ผัววว........" นางโมราจึงเป็นอีกนางหนึ่งที่ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นหญิงไม่ดี เป็นคนหลายใจ และที่ว่าชะนีร้องหาผัวก็มาจากเรื่องนี้นี่เอง

3.  นางกากี  จากเรื่องกากี

        กากีเป็นนางเอกที่อื้อฉาวที่สุดก็ว่าได้  นอกจากจะมีรูปกายงดงามราวกับเทพธิดาแล้ว  นางยังมีกลิ่นกายหอมเป็นเสน่ห์พิเศษอีกอย่างหนึ่ง ชายใดที่แตะต้องสัมผัสนางกลิ่นกายนางก็จะหอมติดชายคนนั้นไปถึงเจ็ดวันเลยทีเดียว นางกากีเป็นพระมเหสีของท้าวบรมพรหมทัต  ซึ่งโปรดการเล่นสกามาก และมีพระยาครุฑเวนไตยซึ่งแปลงร่างเป็นมานพรูปงามมาเล่นสกาอยู่ด้วยเนืองๆ จนวันหนึ่งเล่นเพลิน มิได้ไปหานางกากี นางจึงมาแอบดู และสบตาเข้ากับพระยาครุฑแปลง ต่างก็เกิดอาการหวั่นไหว ภาษาสมัยใหม่ก็ต้องว่าเกิดอาการ”ปิ๊ง”กัน  ต่อมาพระยาครุฑได้บินมาลักพานางไปอยู่ที่วิมานฉิมพลี ทำให้ท้าวพรหมทัตกลัดกลุ้มพระทัย  คนธรรพ์นาฏกุเวร (คนธรรพ์คือเทวดาชั้นผู้น้อยที่มีความชำนาญด้านดนตรี) ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของท่านท้าวก็อาสาจะพานางกลับมาให้  จึงได้แปลงตัวเป็นไรแทรกขนครุฑตามไปวิมานของครุฑ   ครั้นพระยาครุฑบินออกไปหาอาหาร  นาฏกุเวรคนธรรพ์ก็ออกมา แต่แทนที่จะพานางกลับเมือง กลับเกี้ยวพาและเล้าโลมนางจนได้เสียกัน แล้วกลับมารายงานท่านท้าวว่านางกากีจะอยู่กับครุฑและตนได้เสียกับนางแล้วเพื่อให้ครุฑรังเกียจนาง ท่านท้าวก็โกรธแต่ทำอะไรมิได้ ต่อมาพระยาครุฑแปลงมาเล่นสกาอีก ก็ถูกคนธรรพ์เล่นพิณเยาะเย้ย เมื่อสอบถามได้ความจริง พระยาครุฑก็โกรธนางกากี นำกลับมาปล่อยไว้ในเมือง ครั้นท่านท้าวเห็นนางก็ว่าถากถางและนำนางไปลอยแพกลางทะเล ต่อมานางได้รับความช่วยเหลือจากนายสำเภา ซึ่งได้รับนางเป็นภรรยา แต่เคราะห์กรรมนางก็ยังไม่หมด  ต่อมาถูกนายโจรมาลักพาตัวไปเพราะหลงใหลในความงาม  ปรากฏว่าในหมู่โจรก็เกิดการแย่งชิงนางขึ้นมาอีก นางหนีไปได้ ต่อมาได้เป็นมเหสีของท้าวทศวงศ์ กษัตริย์อีกเมือง สุดท้ายปรากฏว่านาฏกุเวรที่ได้ครองเมืองแทนท้าวบรมพรหมทัตที่สวรรคตลง ก็ตามไปชิงนางคืนมาและฆ่าท้าวทศวงศ์เสีย เรื่องก็จบลง นับดูแล้วนางกากีมีสามีถึง ๕ คน แสดงว่าต้องเป็นคนที่เซ็กซี่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างมาก จึงต้องตกระกำลำบากถูกสังคมประณามเพราะเสน่ห์แรงเกินไปนี่เอง








สรุปก็คือ สวยทุกคน แต่สวยคนละแบบ

เครดิต:http://poobpab.com/content/gred_wan_ka_dee/nangeeg.htm

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

8 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป