/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ธุดงค์ญี่ปุ่น : ตอนที่3 [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

   พอออกจากคอนโดของมหาวีโร ก็ใช้เวลาเดินสองชั่วโมงไปถึงสถานฑูต เพื่อฉันอาหารตามที่เขานิมนต์แล้วเดินทางต่อ คืนแรกหลังออกจากคอนโดก็ได้ไปพักที่วัดนิกายนิชิเรน เป็นวัดใหญ่ในกรุงโตเกียว ญานะซังมีหน้าที่เข้าไปเคาะประตูติดต่อขอพัก พอไปขอพักที่วัดนี้เขาก็อนุญาต เจ้าอาวาสออกมาปฏิสันถารต้อนรับอาจารย์ด้วยตัวเอง ท่านบอกว่าเคยไปประเทศไทย ได้ไปเยี่ยมวัดปากน้ำแล้วเห็นอุบาสกอุบาสิกาเป็นร้อยๆคนมาปฏิบัติธรรมที่วัด จากที่สอนกันมาว่าพุทธศาสนาในประเทศไทยเป็นนิกายนยาน เน้นปฏิบัติเพื่อความสุขเฉพาะตน แต่พอได้มาเห็นด้วยตัวเอง วัดในเมืองไทยมีผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมเยอะมาก ทำให้ท่านรู้สึกว่าวัดในไทยมี "กลิ่นของมหายาน" ที่เน้นการช่วยเหลือคนหมู่มาก ท่านว่าอย่างนั้น จากนั้นท่านก็จัดที่พักดีๆให้ อาจารย์ก็มีโอกาสได้นั่งสมาธิชมบรรยากาศในสวนญี่ปุ่น ตอนเช้าทางวัดก็นิมนต์ให้ฉันกับพระลูกวัดหนุ่มๆ อาหารสำหรับพระเป็นอาหารง่ายๆ ฉันแค่นิดหน่อยก็หมด แต่พระญี่ปุ่นฉันได้สามมื้อ ส่วนอาจารย์นี่ก็เป็นมื้อสุดท้ายของวันแล้ว

    นิกายนิชิเรนนี้เชื่อว่าคำสอนที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้าคือ พระสัทธรรมปุณฑริกสูตร และเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความเป็นพุทธอยู่ในร่างกายจึงสามารถบรรลุถึงความเป็นพุทธได้ในชาตินี้ ผู้ที่นับถือนิกายนี้จะสวดมนต์ว่า "นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว" แปลว่าขอนอบน้อมต่อพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร ผู้ที่เปล่งคำสวดนี้ออกมาพร้อมกับระลึกรู้ถึงธาตุพุทธะที่อยู่ข้างในก็จะสามารถบรรลุพุทธภาวะได้

   คืนที่สองหลังจากออกจากคอนโดอาจารย์ก็เดินไปจนถึงโยโกฮาม่า ฝนก็เริ่มตกและฟ้าก็มืดลงเรื่อยๆ ประมาณทุ่มหนึ่งก็ถึงสถานีรถไฟโยโกฮาม่า อาจารย์เลยตัดสินใจเข้าไปพักในสถานีรถไฟ แล้วก็นั่งดูผู้คนเดินผ่านไปมาเป็นหมื่นๆคน ทุกคนต่างก็มีที่ไป กลับไปทานข้าวกับครอบครัว กลับไปอาบน้ำ กลับไปที่พัก แต่สำหรับเราวันนี้ก็ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีอาหาร ไม่มีที่ให้อาบน้ำ ไม่มีที่นอน

   พอประมาณสามทุ่ม ร้านรวงในสถานีก็เริ่มปิดไล่มาเรื่อยๆ อาจารย์ก็ต้องค่อยๆย้ายออกมา จนถึงห้าทุ่มก็ปิดกันหมด อาจารย์ต้องไปนอนอยู่ตรงมุมหนึ่ง มีคนจรจัดนอนอยู่สี่ห้าคน ทีแรกก็กลัวอยู่ว่าจะโดนตำรวจหรือเจ้าหน้าที่สถานีมาไล่ออกไปข้างนอกไหม แต่พอเห็นคนจรจัดก็อุ่นใจว่าเราก็มีเพื่อนนอนที่นี่เหมือนกัน

   พอตีสี่ก็เริ่มมีคนมาขึ้นรถไฟเที่ยวแรกแล้ว อาจารย์ก็เลยต้องเก็บข้าวของแล้วเดินธุดงค์ต่อไป

ไดบุตซึ
   อาจารย์เดินทางไปจนถึงเมืองคามากุระ มีโยมคนหนึ่งมีญาติหรือเพื่อนอยู่ที่วัดโคโตะกุ พอไปถึงอาจารย์ก็โทรไปบอกว่า เราเป็นพระไทยเดินมาจากนาริตะมีโยมคนนั้นคนนี้แนะนำให้มาพัก ทางนั้นก็บอกว่าทราบเรื่องแล้ว ทางนั้นไม่ได้ให้อาจารย์ไปพักในวัด แต่ให้ไปพักที่เรียวกังหรือโรงแรมแบบญี่ปุ่นแทน ที่เรียวกังจะมีบริการอาหารเช้าให้ด้วย ก็ดีเหมือนกันเพราะจะได้อาบน้ำฉันอาหารสบายๆ

   วัดโคโตะกุนี้เป็นวัดนิกายโจโดชู ที่มีชื่อเสียงและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ภายในวัดมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่มีชื่อว่า"ไดบุตซึ" แปลเป็นภาษาไทยก็หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปของพระอมิตาภะพุทธะซึ่งสร้างตามพระพุทธรูปไดบุตซึของเมืองนารา เวลาคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มักจะมาที่วัดนี้ด้วย

   นิกายโจโดนี้แปลว่านิกายสุขาวดี คำสอนของนิกายนี้เน้นการเจริญพุทธสติถึงพระอมิตาภะพุทธะและปราถนาไปเกิดในแดนสุขาวดี นิกายโจโดเชื่อว่าการที่สรรพสัตว์จะพ้นทุกข์ได้นั้น จะต้องไปเกิดในแดนสุขาวดีของพระอมิตาภะพุทธะเสียก่อน หากไปเกิดในแดนนี้แล้วก็จะไม่มีทางตกลงไปสู่อบายภูมิอีก ผู้ที่จะไปเกิดในแดนสุขาวดีได้นั้น จะต้องมีคุณธรรมสามประการคือ กตัญญูกตเวที ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จิตมั่นคงต่อโพธิญาณ นอกเหนือจากนี้ต้องสวดมนต์ระลึกถึงพระอมิตาภะพุทธะ ตั้งปณิธานไปเกิดในสุขาวดีจึงจะได้ไปเกิดสมปราถนา คนแก่ที่ศรัทธาในนิกายนี้จะสวดคำว่า "นัมเมียวอมิตาบุตซึ" 1,000,000ครั้ง แปลว่าขอนอบน้อมแด่พระอมิตาภะพุทธะ ในเวลา5วินาทีจะสวดได้ประมาณ3ครั้ง ถ้าสวดต่อเนื่องวันละ8ชั่วโมงก็จะต้องใช้เวลาประมาณ60วันจึงจะสวดครบ1,000,000ครั้ง

   มีอีกครั้งหนึ่งที่อาจารย์เดินไปเจอกับพระนิกายโจโดที่ริมถนน แล้วท่านก็นิมนต์ให้ไปพักที่วัด ในวัดมีป้ายเขียนไว้ว่า "การนินทาด่าว่ากันก็เหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้า" อาจารย์ก็เคยได้ยินคำนี้และถือปฏิบัติมาตั้งแต่เด็ก พอมาเห็นเข้าอีกทีก็รู้สึกประทับใจ คนไทยในทุกวันนี้ก็ชอบด่าว่านินทากันทั้งเมือง ทำกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ จนลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่โตของบ้านเมือง ดังนั้นเราจึงไม่ควรด่าว่านินทากัน รู้จักเห็นโทษของการด่าว่านินทาว่าสุดท้ายแล้วคำพูดไม่ดีเหล่านั้นก็จะส่งผลไม่ดีกลับมาที่ตัวเราเอง

   พอไปถึงเมืองโกเท็มบะซึ่งอยู่ในเขตภูเขาไฟฟูจิเมื่อวันที่29เมษายน อาจารย์ก็ไปที่วัดของโยมโฮริอุชิ ชื่อวัดโกเท็มบะ เฮอิวะ โคเอ็น ที่นี่เป็นสวนกับเจดีย์ขนาดใหญ่ สวยมาก มีคนมาท่องเที่ยวเยอะ ช่วงนั้นทีมถ่ายทำสารคดีก็กำลังตามถ่ายอยู่ด้วย มีโยมญี่ปุ่นคนหนึ่งรู้ข่าวล่วงหน้าว่าอาจารย์จะมา จึงมานั่งรอพบอาจารย์ตั้งแต่เช้า โยมคนนี้เป็นวิศวะกรที่กำลังจะเกษียนอายุ อยากไปบวชที่สวนโมกข์ เลยมาขอให้อาจารย์แนะนำวิธีออกเสียงสวดคำขอบวชแบบ "อุกาสะ" ให้ (การบวชแบบอุกาสะคือฝ่ายมหานิกายสามารถรับปัจจัยได้ อีกแบบหนึ่งคือ การบวชแบบเอสาหังคือฝ่ายธรรมยุติ เช่นฉันข้าวมื้อเดียว ไม่รับปัจจัย)

   หลังจากนั้นพอญานะซังเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของวัดโกเท็มบะเพื่อขอพักค้างคืน ว่าจะให้พักที่ไหนมุมไหนก็ได้ขอให้มีหลังคาก็พอ ทางนั้นก็รู้ว่าเราเป็นใคร แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่สะดวก คืนนี้มีงาน ก็ไม่เป็นไร ภรรยาของโยมโฮริอุชิก็อยู่ที่วัด เขาเลยนิมนต์เข้าไปนั่งพักดื่มน้ำชากันก่อน แต่ก็ให้ค้างไม่ได้ เขาก็ถวายเงินทำบุญ 100,000เยน อาจารย์ก็ฝากให้ทางทีมถ่ายสารคดีช่วยเก็บไว้ให้ เงินจำนวนนี้ก็นำมาใช้เป็นเงินทุนในการก่อตั้งมูลนิธิมายา โคตมีในภายหลัง ส่วนอาจารย์ก็เดินทางหาที่พักต่อ

   จะว่าไปพระเจ้าหน้าที่ของวัดโกเท็มบะ เฮอิวะ โคเอ็นก็น่าสงสาร ตอนที่พวกอาจารย์ไปขอพักแล้วเขาปฏิเสธ ทีมงานก็ถ่ายอยู่ด้วย ญาณะซังเดินเข้าไปขอที่พัก เขาก็บอกว่า อืม..ก็ไม่ค่อยสะดวก ญาณะซังพยายามอธิบายแล้วว่าไม่ต้องให้นอนในห้องก็ได้ ขอที่ไหนก็ได้ที่มีหลังคาก็พอ เขาก็ไม่ให้ พอสารคดีออกอากาศไปแล้วก็มีข่าวว่าเขาโดนคนดูสารคดีตำหนิ โดนด่าว่าใจดำจากคนดูทั่วทั้งประเทศ คนดูก็เห็นอยู่ตั้งแต่ต้นว่าเป็นพระนักปฏิบัติ ตั้งใจจริง ขอพักแค่นี้ก็ไม่ให้ ถึงกับโทรไปตำหนิก็มี ที่จริงเขาก็แค่ตัดสินใจผิดนิดเดียวเท่านั้นเอง

   คนญี่ปุ่นค่อนข้างระวังคนแปลกหน้า สมัยก่อนเวลาคนจนๆไปเที่ยวก็ขอพักตามวัดได้ ไม่ต้องเสียเงิน แค่ช่วยงานกวาดวัดให้อะไรลักษณะนั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว กลัว ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า เพราะวัดสมัยนี้อยู่กันเป็นครอบครัวด้วย บางทีก็มีการถือนิกายกันด้วย ถ้านิกายต่างกันอาจจะมีกีดกันไม่ต้อนรับกัน แต่วัดที่ยินดีให้พักก็มีมากอยู่

   หลังจากถูกที่โกเท็มบะ เฮอิวะ โคเอ็นปฏิเสธไม่ให้พัก อาจารย์ก็ต้องออกเดินหาที่พักต่อ พอราวๆสี่ทุ่มก็ยังหาที่พักไม่ได้ เห็นสถานีดับเพลิงซึ่งมีคนทำงานทั้งคืน เลยเข้าไปอธิบายว่าเราเป็นใคร มาทำอะไร ขอที่เอนกายสักพักหนึ่งได้ไหม เขาก็โทรไปขออนุญาตหัวหน้า ปรากฏว่าได้ เขาก็ไปจัดที่เก็บของออกให้โล่งๆ จัดที่นอนให้ แล้วนิมนต์อาจารย์ดื่มชา


ธรรมชาติสวยๆที่ญี่ปุ่น

หมายเหตุ : 1.ตอนที่4จะนำมาลงวันเสาร์หน้านะคร้าบ(เสาร์ที่10 ก.ย. 54)
                      2.ขอขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ "ธุดงค์ญี่ปุ่น" ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก 
                         3.ลิงค์ตอนที่1 http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2249170
                            4.ลิงค์ตอนที่2 http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2254185
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป