/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ธุดงค์ญี่ปุ่น : ตอนที่4 [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

พระอาจารย์มิตซูโอะและท่านญาณรโตครั้งธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

   ที่เมืองชิสุโอกะนี้มีแต่ไร่ชาเต็มไปหมด บ้านเกิดอาจารย์ไม่มีไร่ชาแบบนี้เลย บรรยากาศของเมืองนี้สวยน่าประทับใจ มีภูเขาต่างๆมากมาย ถนนหนทางก็มักเป็นถนนยกระดับสูงใหญ่ตัดกับทิวทัศน์โดยรอบ

   คืนนั้นอาจารย์หาที่พักไม่ได้จึงต้องเดินต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มมืด ฝนก็ตกพรำๆ เลยต้องเข้าไปพักที่ป้ายรถประจำทาง ที่รอรถของที่นี่มีหลังคาและมีผนังกระจกสี่ด้าน เพิ่งเคยเจอป้ายรอรถแบบนี้ แถวๆนั้นมีแต่ไร่ชาไม่มีบ้านผู้คนเลย

   พอตกดึกฝนก็ตกหนัก ลมพัดแรง อากาศหนาวมาก ทั้งที่มีผนังกั้นสี่ด้านแต่ก็หนาวจนนอนแทบไม่หลับ ขนาดนั่งเอาผ้าร่มมาห่มคลุมตัวก็ยังหนาวไม่หาย

   บางครั้งอาจารย์ก็เดินเจอฝนจนตัวเปียก จะไปขอพักที่ไหนก็ไม่กล้าเพราะกลัวทำสถานที่เขาสกปรก ได้แต่นั่งหลบตามชายคาบ้าน มองดูรถราวิ่งผ่านไปมาแล้วก็รู้สึกเศร้าๆ ชีวิตคนเราก็มีหลายแบบ เมื่อสมัยมัธยมอาจารย์ก็มีความคิดแวบขึ้นมาในจิตว่าอยากลองไปเป็นขอทานริมถนนเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต เป็นนักคิดเป็นนักปราชญ์ เป็นผู้พิจารณาถึงชีวิต ทำใจกับการโดนดูหมิ่นดูแคลน ดูเรา ดูเขา ดูว่าชีวิตของมนุษย์คืออะไร

   แรงบันดาลใจของความรู้สึกนี้ก็มาจากพระ โดยเฉพาะพระนิกายเซ็นที่บรรลุชาโตริ คือได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว อาจารย์เซ็นเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ในวัดใหญ่โต แต่อยู่ตามป่าเขาปลูกผักเลี้ยงชีพ หรือนอนใต้สะพานอยู่กับขอทาน อาจดูเป็นคนซอมซ่อ แต่แท้จริงแล้วเป็นผู้บรรลุธรรม มาอาศัยอยู่เยี่ยงขอทานเพื่อเป็นการสอบอารมณ์ สมัยวัยรุ่นอาจารย์ก็นึกๆว่าเป็นอย่างนั้นบ้างก็ดีเหมือนกัน

   ด้วยความที่เป็นคนชอบปีนเขา ก็เลยท่องเที่ยวปีนเขาตามที่ต่างๆแบบคนจน บางครั้งก็อยู่กับขอทาน ตอนอยู่ในนิวเดลีก็นอนที่สถานีรถไฟ เมื่อสมัยอยู่เยอรมันนีอาจารย์ก็ทำงานฝีมือเล็กๆน้อยๆอยู่ในเกสต์เฮาส์เล็กๆ แล้วเอามานั่งขายอยู่ริมถนนตลอด ทำให้อาจารย์รู้สึกว่าข้างถนนคือบ่อเกิดแห่งปัญญา จนกระทั่งได้มาบวชวัดป่า ได้เป็นภิกษุที่แปลว่าผู้ขอตามที่เคยคิดไว้ แล้วได้กลับมายังญี่ปุ่นอีกครั้ง

  
จิโซ
   การเดินธุดงค์ใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนแบบนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองของอาจารย์ จากที่เคยมองว่าการตั้งรูปบูชาจิโซไว้ตามริมถนนเพื่อให้คุ้มครองรักษาเป็นเรื่องงมงาย แต่มาตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าเขาหวังดี มีเมตตา อยากให้ทุกคนปลอดภัย อาจารย์จึงรู้สึกขอบคุณในความหวังดีของผู้ที่นำมาตั้งไว้

   แม้เส้นทางที่อาจารย์เดินนั้นจะยาวไกล แต่มีสุภาษิตอยู่ประโยคหนึ่งว่า "เส้นทางพันลี้เริ่มต้นด้วยก้าวๆแรก" คนทุกคนบนโลกต่างก็มีถนนที่ต้องเดิน ไม่ว่าจะรวย จะจน จะเป็นนักเรียน เป็นคนอกหัก สอบตก ชีวิตมีความสุข หรือต้องสูญเสียคนที่เรารัก สิ่งที่เราหวงไปก็ตาม ทุกคนก็ต้องเดินต่อไป ไม่อาจหยุดอยู่ได้

  
ตอนนี้อาจารย์ก็ต้องเดินต่อไป แม้ว่าจะต้องผจญกับความลำบากขนาดไหนก็ตาม แต่โดยหลักๆแล้ว ใจสำคัญที่สุด

   ถ้าใจเราดี
หนักแน่น อดได้ ทนได้ รอได้ ต่อให้อยู่ในกองขยะ โดนดูหมิ่นดูแคลน หรือตกอยู่ในความเศร้า ความยากลำบาก จิตใจก็ยังเข้มแข็งได้ ถ้าเก่งจริงเราก็สามารถรักษาใจดีไว้ได้

   อาจารย์เองก็ลำบากตากแดดตากฝนอยู่ริมถนนเหมือนกันกับจิโซ เลยชวนให้นึกถึงกลอนของมิยาซาว่า เคนจิที่เคยอ่านเมื่อสมัยมัธยมแล้วประทับใจมาจนทุกวันนี้ กลอนบทนี้ก็คือ"ไม่ยอมแพ้กระแสฝน ไม่ยอมแพ้กระแสลม" ซึ่งอาจารย์ก็ได้แปลจากภาษาญี่ปุ่นและนำมาพิมพ์ไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นกัน

   อาจารย์ก็ตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะมาเดินธุดงค์แล้วก็จะไม่ยอมแพ้กระแสฝน ไม่ยอมแพ้กระแสลม คือไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวงเหมือนกัน
  
วัดนิตไทยจิ


พระพุทธรูปที่ประเทศไทยให้ประเทศญี่ปุ่น


พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งอยู่ที่บริเวณหน้าวัดนิตไทยจิ

   ตอนที่พักอยู่ในคอนโดของมหาวีโรที่โตเกียว โยมปรีดีที่เป็นเลขานุการสถานฑูตก็แนะนำว่า พอมาถึงเมืองนาโงย่า ให้ไปพักที่วัดนิตไทยจิ แปลว่าวัดไทยญี่ปุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ประเทศไทยมอบให้ประเทศญี่ปุ่น

   พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ ขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2441 ในพระสถูปที่ชายแดนประเทศเนปาล ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองกบิลพัสดุ์ โดยนายวิลเลี่ยม เปปเป ชาวอังกฤษ ผู้มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศอินเดีย บนผอบ(อ่านว่า พะ-อบ)ที่บรรจุมีอักษรโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดียเขียนไว้ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนที่กษัตริย์ศากยราช ในกรุงกบิลพัสดุ์ได้รับแบ่งมาเมื่อครั้งถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ภายหลังมหาปรินิพพานได้7วัน

   มาเควสเคอร์สันชาวอังกฤษที่ปกครองอินเดียอยู่ในขณะนั้นมีความคุ้นเคยกับสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5แห่งกรุงสยาม เห็นว่านอกจากพระองค์แล้วไม่มีกษัตริย์องค์ไหนในโลกที่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างท่าน จึงถวายพระบรมสารีริกธาตุให้พระองค์

   ทางประเทศไทยจึงส่งเจ้าพระยายมราชไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมายังเมืองไทย ประดิษฐานไว้ที่บรมบรรพตวัดสระเกศหรือที่เรามักเรียกว่าภูเขาทองนั่นเอง

   ในขณะนั้นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาก็ได้แต่งตั้งฑูตมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปบูชา โดยมีพม่า ศรีลังกา ไซบีเรียและญี่ปุ่น ในปีพ.ศ.2443 ราชวงศ์ไทยจึงได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้ประเทศญี่ปุ่นโดยรวม คือไม่ได้แบ่งให้นิกายใดเป็นการจำเพาะเจาะจง

   ทางประเทศญี่ปุ่นจัดพิธีฉลองพระบรมสารีริกธาตุอย่างยิ่งใหญ่ และสร้างวัดขึ้นใหม่ที่เมืองนาโงย่า เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ทางราชวงศ์ไทยจึงพระราชทานทรัพย์พร้อมทั้งพระพุทธรูปโบราณมาด้วย วัดที่สร้างขึ้นนี้จึงชื่อวัดนิตไทยจิ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั้งสอง สร้างแล้วเสร็จเมื่อพ.ศ.2447 มีเอกลักษณ์เป็นพิเศษทางพุทธศาสนาของญี่ปุ่น คือเป็นวัดเดียวที่รวมนิกายต่างๆเข้าด้วยกัน ไม่ถือว่าสังกัดนิกายใดนิกายหนึ่ง เจ้าอาวาสของวัดก็ให้หัวหน้าสงฆ์จาก19นิกายผลัดกันดำรงตำแหน่งวาระละสามปี

   ในบริเวณวัดนี้กว้างขวาง สะอาด ทั้งราชวงศ์ไทยหรือนักท่องเที่ยวทั่วไปถ้ามานาโงย่าก็ต้องแวะมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่วัดนี้

   เมื่อวันที่29 มราคม 2545 คุณสุคนธ์ ชาติตระการโกศล ทายาทของเจ้าพระยายมราชอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่หลงอยู่ในที่บรรจุเมื่อครั้งไปอัญเชิญมาจากอินเดีย และได้รับพระราชทานอนุญาตให้เก็บไว้บูชามาถวายให้อาจารย์ อาจารย์จึงสร้างเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่วัดสุนันทวนาราม

   พอไปถึงนาโงย่าเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2532 อาจารย์ก็แวะไปติดต่อขอพักตามที่ทางสถานฑูตแนะนำมา แต่ทางวัดปฏิเสธไม่ให้พัก เพราะอาจารย์ไปถึงตอนเย็นๆ พระในวัดจะกลับไปพักที่วัดต้นสังกัดของตัวเอง มีแต่เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่เท่านั้น อาจารย์เลยสวดมนต์สักการะพระบรมสารีริกธาตุสั้นๆ ก่อนออกหาที่พักสำหรับคืนนี้ต่อ


หมายเหตุ : 1.ตอนที่5จะนำมาลงวันเสาร์หน้านะครับ(เสาร์ที่17 ก.ย. 54)
                      2.ขอขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ "ธุดงค์ญี่ปุ่น" ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก 
                         3.ลิงค์ตอนที่1 http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2249170
                            4.ลิงค์ตอนที่2 http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2254185
                                 5.ลิงค์ตอนที่3 http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2259084
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป