Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

โทษของการขาด "สติ" [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
 

  

   เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2547 มีเด็กชายวัยรุ่นที่เป็นเพื่อนกันสมัยมัธยมต้นนัดรวมกลุ่มกัน 20 คน มาเลี้ยงฉลองวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง นัดมาเจอกันที่ชายหาดริมทะเล กินอาหารกัน เล่นกันตามประสาวัยรุ่น แล้วก็มีการเล่นเกมส์กัน คิดกันว่าให้คนที่แพ้ต้องพายเรือออกไปในทะเล ปรากฏว่ามีคนที่แพ้ 7 คน ต้องยอมทำตามกติกา ทั้งๆที่ไม่มีเรือของตัวเองมาสักลำ ก็แอบไปโขมยเอาเรือขายอุปกรณ์ตกปลาของชาวบ้านที่เขาผูกไว้กับหลักมา 3 ลำ เป็นเรือเล็กๆ จึงต้องแบ่งกันไป ลำละ2คนสองลำ และลำละ3คนหนึ่งลำ ได้เรือแล้วแต่ยังไม่มีไม้พาย เด็กๆก็มองหาไม้แถวๆริมชายหาดเอามาทำเป็นพาย ทั้ง 7 คนก็พูดกันเล่นๆว่า "เราจะพายเรือออกมหาสมุทรไปสหรัฐอเมริกาด้วยกัน" แล้วต่างก็ออกเรือไปในทะเลพร้อมกัน ขณะนั้นเป็นเวลาตี 2 ย่างเข้าวันที่ 12 มกราคมแล้ว อากาศช่วงนั้นหนาวจัด ยิ่งในทะเลอุณหภูมิประมาณ 3 องศาเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เรือลำหนึ่งก็กลับเข้าฝั่ง เป็นเรือลำที่มีคน 2 คน คนหนึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลาย อายุ 16 ปี อีกคนอายุ 21 ปี เมื่อ2คนนี้กลับเข้ามาแล้วก็รอเพื่อนอีก 5 คน คอยอยู่จนเกือบ3ชั่วโมงผ่านไปแล้วก็ไม่เห็นวี่แวว เลยพากันไปแจ้งหน่วยงานกู้ภัยทางทะเลให้รีบช่วยเหลือ ทางหน่วยงานเมื่อรับแจ้งข่าวแล้ว ก็ต้องให้ตำรวจน้ำนำเรือกู้ภัยขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ และส่งเฮลิคอปเตอร์ออกตระเวนหาเรือพาย 2 ลำนี้อย่างเร่งด่วน จนถึงเวลา 7 โมงเช้า เฮลิคอปเตอร์จึงมองเห็นเรือลำหนึ่งลอยอยู่ห่างจากฝั่งไปได้ประมาณ 800 เมตร ในเรือเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 15 คนหนึ่ง และอายุ 16 คนหนึ่ง และอีกเกือบ 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น คือเวลา 8:40 นาฬิกา เฮลิคอปเตอร์จึงพบเรืออีกลำลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากฝั่ง 6 กิโลเมตร เรือลำนี้เป็นลำที่มีวัยรุ่นอายุประมาณ 18 ปี พายออกไปด้วยกัน 3 คน

เด็กทั้ง 5 คนนี้ เมื่อเรือกู้ภัยช่วยให้กลับเข้าฝั่งได้แล้ว ก็ต้องนำส่งโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ เพราะร่างกายออ่นเพลียมาก ต้องเผชิญกับอากาศหนาวอยู่กลางทะเลหลายชั่วโมง เมื่อสุขภาพดีขึ้นแล้ว ตำรวจจึงสอบสวนและลงบันทึกทำทัณฑ์บนไว้ในข้อหาโขมยเรือ และมีการกระทำที่ประมาทขาดสติ เพราะความคึกคะนอง เป็นเหตุให้รัฐต้องเสียงบประมาณหลายล้านเพื่อช่วยชีวิต

อีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อประมาณต้นปี 2547 มีข่าวจากเมืองเคลฟแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ประมาณ 10 คน เกิดนึกสนุกซ่อนตัวอยู่ในดงข้าวโพด แล้วปามะเขือเทศไปยังรถที่แล่นอยู่บนถนน เจ้าของรถหลายคนรู้สึกแปลกใจ บางคนก็ขำ บางคนก็โมโห แต่มีชายคนหนึ่งอายุ 58 ปี เกิดโมโหมาก จนถึงกับชักปืนออกมายิง และถูกหนุ่มอายุ 23 ปีคนหนึ่ง จนถึงแก่ความตาย และมารู้ความจริงภายหลังว่า ครอบครัวของผู้ตายและครอบครัวของผู้ยิงปืนเป็นเพื่อนกัน

การเล่นสนุกในทำนองนี้มีอยู่มากไม่ว่าในสังคมประเทศไหน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ที่คึกคะนอง คิดแต่จะสนุกเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเหตุให้ประมาท ไม่รู้เท่าทันว่า การกระทำของตนจะทำให้เกิดผลเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน และชีวิตของตนเองและผู้อื่นอย่างไร ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์น่าจะเป็นบทเรียนช่วยเตือนสติเราได้เหมือนกัน

ฝึกรักษาสติ ด้วย อานาปานสติ


อานะ แปลว่า ลมหายใจเข้า

อาปานะ แปลว่า ลมหายใจออก

อานะ + อาปานะ คือ อานาปานะ แปลว่า ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก

สติ แปลว่า ความระลึกรู้

อานาปานสติ คือ การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งและยังช่วยให้สุขภาพใจดีอีกด้วย


สุขภาพใจที่ไม่ดีคืออย่างไร

สุขภาพใจที่ไม่ดี หรือว่าใจไม่สะอาด ก็คือ ขี้เกียจ ขี้กลัว ขี้ฟุ้งซ่าน ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ขี้โกรธ ภาษาไทยก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่า ขึ้นชื่อว่าขี้ มันก็ไม่สะอาด ไม่ดี ทีนี้ให้เราตั้งใจ โดยเฉพาะก่อนนอนสัก 20 นาที กำหนดลมหายใจ โดยก่อนที่เราจะนั่งสมาธิ พยายามจัดการธุระต่างๆให้เรียบร้อย อาจจะทานข้าวพอสมควร อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด จัดเตรียมสถานที่ที่เราจะอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครรบกวน ก่อนที่จะตั้งใจกำหนดลมหายใจ ให้เราพิจารณาดูความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ว่ายังมีอะไรต้องคิดบ้าง คิดให้มันเสร็จ พรุ่งนี้มีอะไรต้องทำ เราก็หากระดาษมาจดไว้ จะได้ไม่เป็นกังวล เมื่อเรียบร้อยแล้วก่อนจะนอน ก็ให้กำหนดลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ

สมาธิ หรือ Meditation เรื่องนี้ชาวตะวันตก ชาวอเมริกัน ยุโรป เขาก็ได้มีการทดลองปฏิบัติ โดยส่วนใหญ่กำหนดเวลาประมาณวันละ 20 นาที ซึ่งก็มีการยืนยันว่า เป็นประโยชน์ต่อชีวิต ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ชีวิตครอบครัว ตลอดจนหน้าที่การงาน โดยเขาได้มีการทำวิจัยมาแล้ว มีตัวเลขมายืนยัน

    
  
   บริษัทประกันชีวิตของประเทศแคนาดาแห่งหนึ่ง ได้สรุปผลการศึกษาวิจัยที่ทำอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 7ปีกว่า ลูกค้าที่อยู่ในโครงการประกันสุขภาพที่ทำสมาธิวันละ 20 นาทีทุกวันไปใช้บริการที่โรงพยาบาลน้อยครั้งกว่าลูกค้าที่ไม่ได้ทำสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บริษัทเขาสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลในโครงการประกันสุขภาพไปได้ถึง 13% พูดง่ายๆก็คือ ถ้าคนกรุงเทพทุกๆคน ตั้งใจนั่งสมาธิวันละ 20นาทีแล้ว รัฐบาลก็จะประหยัดงบประมาณค่ารักษาพยาบาลได้เป็นพันๆล้าน ถ้าเราไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง อาจจะถามว่า นั่งสมาธิวันละ 20 นาทีมีประโยชน์อะไร วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง นั่งสมาธิ 20 นาที จิตใจสงบได้ก็ไม่กี่นาที เพราะเรานั่งแล้วก็ฟุ้งซาน ไม่สงบ ตั้งใจทำไปอาจจะสงบได้แค่ 5 นาที 6 นาที

   หากเรามองไม่เห็นประโยชน์ว่า ทำใจสงบ 5-6 นาที ดีอย่างไร ให้เปรียบเทียบกับร่างกายนี้ วันหนึ่งใช้งานอยู่ตลอดวัน การอาบน้ำทุกวันวันละ 20 นาทีก็ดี 10 นาทีก็ดี ทำให้เรารักษาความสะอาดความเป็นปกติของร่างกายไว้ได้  ถ้าเราไม่ได้อาบน้ำอยู่ 1 วัน 2 วัน 7 วัน ร่างกายไม่สะอาด เราก็ทนไม่ไหว  ดังนั้น ถ้าเราตั้งใจนั่งสมาธิวันละ 20 นาที ช่วงเวลา 5 นาที 10 นาที ที่สงบสบาย ก็เป็นการทำจิตใจให้สะอาด เป็นสุขภาพใจดี การได้สัมผัสกับสุขภาพใจดี  5 นาที 10 นาทีนั้นเป็นการตั้งต้นใหม่ ของใจที่สะอาด เป็นปกติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งวัน ทำอยู่อย่างนี้ทุกๆวัน เราจะสามารถรักษาความเป็นปกติในชีวิตประจำวันได้


  

ที่มา : หนังสือ "สติเป็นธรรมเอก" และ "เรื่องของใจ"
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 20:31
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 20:41
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 20:59
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 21:07
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 21:09
แก้ไขครั้งที่ 6 เมื่อ 12 มกราคม 2556 / 21:13
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป