ซ่อน
แสดง

>> มาดูเงินเดือนแพทย์//ทันตแพทย์//เภสัชกร//นักเทคนิคการแพทย์//วิศวกร และอีกหลายอาชีพกัน [ไม่ระบุให้แชร์]

อยากเป็นหมอฟัน
Guest IP
วิว
เปิดเงินเดือนเด็กจบใหม่แต่ละคณะ...


สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลอาชีพที่ได้รับเงินเดือนมากสุดในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ โดยพบว่าเป็นของ 3 อาชีพ คือ แพทย์ ทันตะ เภสัชกร ตามลำดับ


สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจค่าตอบแทนภาคเอกชน ประจำปี 2554
โดยพบว่า ระดับปริญญาหรือเทียบเท่า ที่เพิ่งจบการศึกษานั้น สำหรับเงินเดือนขั้นต่ำ


อาชีพแพทย์ ไม่หลุดการสำรวจในครั้งนี้ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดให้อยู่ในกลุ่มที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอกหรือเทียบเท่า โดยแพทย์-ทันตแพทย์จบใหม่ ระดับการศึกษานี้เทียบเท่าปริญญาเอก หากทำงานในภาคเอกชน แพทย์จะได้รับเงินเดือนประมาณขั้นต่ำ 51,285 บาท รองลงมาคือ ตำแหน่งทันตแพทย์ เงินเดือนภาคเอกชนขั้นต่ำ 48,359 บาท
เป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ


อาชีพที่ 3 คือ เภสัชกร เป็นตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือน คือ โดยเฉลี่ย 17,389 บาท รองลงมาคือ สถาปนิก โดยเฉลี่ย 15,756 บาท ส่วนอันดับ 4 มีหลายตำแหน่ง คือ วิศวกรสาขาต่างๆ วิศวกรไฟฟ้า เครื่องกล และพยาบาล และอันดับ 5 คือ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนักทรัพยากรธรณี โดยพวกเขาได้รับเงินเดือนใกล้เคียงกัน คือ โดยเฉลี่ยประมาณ 14,786 และ 14,457บาท ตามลำดับ


ส่วนเงินเพิ่มอื่นๆเฉลี่ยต่อเดือน แพทย์ก็ยังได้รับเงินเพิ่มอื่นๆ เฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุดเช่นกัน คือ ประมาณ 11,235 บาท รองลงมาคือทันตแพทย์ และเภสัชกร ได้รับเงินเพิ่มอื่นเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 10,449 บาท และ 10,000 บาท ตามลำดับ

ในขณะที่คณะทั้ง 3 ได้แก่ แพทย์ ทันตะและเภสัช จะไม่มีตกงานอย่างแน่นอนในปัจจุบัน เพราะรัฐบรรจุต่ำแหน่งราชการให้เป็น นายแพทย์หรือทันตแพทย์ปฎิบัติการ เพื่อไปใช้ทุนในจังหวัดต่างๆ



ในขณะที่สาขายอดฮิตอย่างวิศวะ, คอมพิวเตอร์, บริหารธุรกิจ และวิทยาศาสตร์ โอกาศได้งานยังน่าเป็นห่วง จากข้อมูลกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าภาคเอกชนทั้งหมด จะรับต่ำแหน่งงานได้เพียง 2-3 พันต่ำแหน่ง แต่มีผู้สมัครซึ่งจบวิศวะจากมหาลัยรัฐบาล 2-3 หมื่นคน และวิศวะจากมหาลัยเอกชนอีก 6 หมื่นคน รวมผู้สมัครมากถึง 9 หมื่นคนขึ้นไป

ในขณะที่ขณะยอดฮิตอย่างบริหารธุรกิจที่เปิดสอนในทุกมหาลัย มีผู้จบใหม่ร่วมแสนคน รวมทั้งคณะวิทยาศาสตร์ที่มีผู้จบใหม่หลายหมื่นคน โอกาศได้งานก็ยังน่าเป็นห่วง ถึงแม้จะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน ที่มีสาขาเดียวกัน เมื่อจบมาแล้ว ก็ไม่มีความแตกต่างในการหางานทำ
เนื่องจากต่ำแหน่งงานมีจำนวนจำกัดในหลักพันคน แต่มีผู้จบเป็นจำนวนมากระดับหลายหมื่นถึงแสนคน ทำให้ต้องแข่งขันกันหางานที่มากขึ้น เนื่องจากเป็นงานที่สามารถนำแรงงานมาทำงานทดแทนกันได้ โดยอาศัยการเรียนรู้งาน ซึ่งอาจใช้เวลาหางานมากกว่าสามเดือนขึ้นไป


โดยโอกาศได้งานขั้นสูงของสาขาวิศวะ  คือ 10%  
(ผู้สมัคร  10 คน  :  รับได้เพียง 1 คน)

โอกาศได้งานขั้นต่ำของสาขาวิศวะ  คือ 0.5%
(ผู้สมัคร 200 คน  :  รับได้เพียง 1 คน)



โอกาศได้งานขั้นสูงของสาขาวิทยาศาสตร์ คือ 5%
(ผู้สมัคร 20 คน : รับได้เพียง 1 คน)

โอกาศได้งานขั้นต่ำของสาขาวิทยาศาสตร์ คือ 1%
(ผู้สมัคร 100 คน : รับได้เพียง 1 คน)



โอกาศได้งานขั้นสูงของสาขาบริหาร  คือ 2%  
(ผู้สมัคร  50 คน  :  รับได้เพียง 1 คน)

โอกาศได้งานขั้นต่ำของสาขาบริหาร  คือ 0.01%
(ผู้สมัคร 1000 คน : รับได้เพียง 1 คน)


แต่โอกาศได้งานจะมากขึ้น หากทำเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป และมีผลสอบอังกฤษ TOEIC


สำหรับสาขาวิทย์ และศิลป์อื่นๆ มีค่าเฉลี่ยเงินเดือนภาคเอกชน ขั้นต่ำ 15,000 บาท, ขั้นสูง 25,000

รัฐวิสหกิจ เช่น การไฟฟ้า การสื่อสารแห่งประเทศไทย การประปา และการบินไทย ระบุเงินเดือน 14,000 บาท
กำหนดรับสมัครและคัดเลือกผู้มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.5 ขึ้นไป และมีผลคะแนนสอบ TOEIC > 500-550
จึงมีสิทธิสอบคัดเลือกเข้าเป็นพนักงาน

ภาคเอกชน เช่น โตโยต้า (เงินเดือน 16,500-18,500 บาท) เครือปูนซีเมนส์ไทยและรอยเตอร์ (22,000 บาท)
บริษัทจากยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา (20,000 - 25,000 บาท)
กำหนดรับสมัครและคัดเลือกผู้มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.8 ขึ้นไป และมีผลคะแนนสอบ TOEIC > 550

ฐานเงินเดือนวิศวกรจบใหม่

http://www.oknation.net/blog/WoET/2010/03/14/entry-1

นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 3 มีนาคมว่า ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรล่าสุด ในเดือนกุมภา 2555 พบว่ามีผู้ว่างงานประมาณ 450,000 คน  โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.)  มีอัตราการว่างงานสูงสุดถึง 3 แสนคน

เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบภาวะการว่างงานปีนี้กับปีที่แล้วพบว่า อัตราการว่างงานใน กทม. เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 โดยจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมดเป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 190,000 คน และเป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 260,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการ 130,000 คน ภาคอุตสหกรรม 90,000 คน และภาคเกษตรกรรม 40,000 คน


จากผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ที่จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยว่างงานสูงสุด 330,000 คน รอง ลงมาเป็นผู้มีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 120,000 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 110,000 คน ระดับประถมศึกษา 60,000  คน และผู้ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 30,000 คน ตามลำดับ

นาง ธนนุช กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผู้มีงานทำมีจำนวน 37.89 ล้านคน แยกเป็นผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม 22.40 ล้านคน หรือร้อยละ 59.1 และภาคเกษตรกรรม 15.49 ล้านคน หรือร้อยละ 40.9 โดยผู้มีงานทำในภาพรวมเพิ่มขึ้น 490,000 คน แยกเป็นผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรม เพิ่มขึ้นในสาขาก่อสร้าง 190,000 คน สาขาขายส่งและขายปลีกเพิ่มขึ้น 180,000 คน สาขาการขนส่งเพิ่มขึ้น 90,000 คน สาขาการบริหารราชการและการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น 70,000  คน สาขาการโรงแรมและภัตตาคารเพิ่มขึ้น 40,000 คน ส่วนสาขาการผลิตลดลง 290,000 คน ที่เหลืออยู่ในสาขาอื่น ๆ สำหรับผู้มีงานทำในภาคเกษตรกรรมลดลง 70,000 คน


จากสถิติของเด็กจบใหม่ทั้งหมด พบว่าคณะทันตแพทย์มีจำนวนคนจบน้อยที่สุด คือ 600 คน
และพบว่าคณะบริหารธุรกิจและวิศวะมีจำนวนคนจบมากที่สุดหลักเฉียด 1 แสนคน

ส่วนอันดับอาชีพรับเงินเดือนรวมสูงสุดของภาครัฐและเอกชนในการสำรวจครั้งนี้ คือ


แพทย์         จบปีละ 1500 คน   โอกาศที่จะได้งานภาครัฐและเอกชน 100%
ภาครัฐ         ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 30,000 - 100,000 บาท
ภาคเอกชน   ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 62,520 - 150,000 บาท

ทันตแพทย์   จบปีละ 600 คน   โอกาศที่จะได้งานภาครัฐและเอกชน 100%
ภาครัฐ         ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 30,000 - 65,000 บาท
ภาคเอกชน   ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 58,808 - 120,000 บาท

เภสัชกร      จบปีละ 1,300 คน   โอกาศที่จะได้งานภาครัฐ 100%
ภาครัฐ         ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 22,039 - 30,000 บาท
ภาคเอกชน   ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 20,000 - 60,000 บาท

วิศวกร  จบปีละ 90,000 คน โอกาศที่จะได้งานภาครัฐและเอกชน 0.5 - 10 %
ภาครัฐวิสหกิจ (การไฟฟ้า-สื่อสาร-ประปา-การบินไทย) รับเงินเดือนเริ่มต้นโดยเฉลี่ย 14,500 บาท
ภาคเอกชน   ช่วงการรับเงินเดือนเริ่มต้นรวมที่ 14,786 - 22,000 บาท

และเมื่อเปรียบเทียบชั่วโมงการทำงานแล้ว

พบว่าแพทย์ในภาครัฐ มีชม.ทำงานสูงที่สุด คือ 8-20 ชั่วโมงต่อวัน
มีชม.ทำงานโดยเฉลี่ย 14 ชม. ต่อวัน)


ขณะที่ทันตแพทย์ภาครัฐ มีชม.ทำงานต่ำที่สุด คือ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
มีชม.ทำงานโดยเฉลี่ย 6 ชม. ต่อวัน

และสาขาวิศวกรรม , บริหารธุรกิจและสาขาอื่นๆ
มีชม.ทำงานโดยเฉลี่ย 8 ชม. ต่อวัน


การสำรวจครั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เริ่มสำรวจระหว่างเดือนพฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป
ในสถานประกอบการ 5,686 แห่ง และเป็นข้อมูลจากของการดำเนินกิจการต่อเนื่องในปี 2553


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

>> ข้อมูลงานทุกคณะ ทุกอาชีพ ลักษณะงานที่ต้องออกไปทำ ?  เงินเดือนเท่าไร ?  ความก้าวหน้ามีแค่ไหน ?


search google พิมพ์คำว่า..............   เปิดเงินเดือนเด็กจบใหม่แต่ละคณะ unigang


*เลือกคณะ ยังต้องศึกษาสถิติ คะแนนเก่า ข้อสอบเก่า

*เลือกอนาคต ยิ่งก็ต้องศึกษาสถิติ ข้อมูลเงินเดือน ความก้าวหน้า

อย่าลืมศึกษาความก้าวหน้า-โอกาศได้งาน ก่อนเลือกคณะนะ  

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    หมอดอย
    Guest IP
    #15
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ผมเป็นหมอฟันครับ  แต่เป็นหมอฟันในมูลนิธิพอ.สว  ทำงานถวายในหลวง และทำเพื่อประชาชนที่ยากไร้  เรื่องค่าตอบแทนที่ได้รับ เยอะมากครับ ถ้าอยู่ในเมือง แต่ผมเลือกไปแต่ละที่แต่ละดอย  ผมได้มากกว่าเงินเดือนครับ  ได้เที่ยว ได้เห็น และที่สำคัญที่สุด ได้ความสุขจากการเสียสละเมื่อได้ดห็นรอยยิ้มขาดคนที่ขาดโอกาสจริงๆครับ    



    ปล.หมออย่างเราไม่รวยครับ แต่มีความสุข   ทำใจสิ่งที่ชอบแล้วเราจะสุขมากครับ
    ตอบกลับ

58 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป