Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

แต่งตัวยังไงไปสวิสฯหน้าหนาว ><;; [ไม่ระบุให้แชร์]

Cantabile19
Guest
วิว
คือเราจะไปสวิสเซอแลนด์ธันวาคมนี้ค่ะ กำลังเป็นหน้าหนาวเบยยยย

เราไม่แน่ใจว่าการแต่งกายปกติที่ควรจะใส่ควรจะเป็นอย่างไร(ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า) เราจะไปซื้อน่ะค่ะ

ช่วยบอกลำดับการใส่ สถานที่ซื้อ และราคาคร่าวๆให้ด้วยจะขอบคุณมากค่ะ

รักเลย
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      monoploy
      Guest
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      คือไม่แน่ใจว่าอุณหภูมิจะเท่าไหร่ จะถึงติดลบเลยรึเปล่า แต่จากประสบการณ์หนาวที่สุดที่เคยเจอ ประมาณลบ 17 อ่ะ ถ้าหนาวขนาด 0 ถึงติดลบไม่สามารถใส่กางเกงได้ชั้นเดียวแน่ ๆ ต่อให้เป็นกางเกงยีนส์ก็เถอะ เราจะใส่ legging ข้างในก่อน สำหรับเราแล้วไม่ต้องขนาดลองจอห์นหรอก เราไม่ค่อยเป็นคนขี้หนาวมากอ่ะ หลังจากนั้นใส่กางเกงยีนส์ทับอีกชั้นนึงก็อุ่นแร๊ะ แต่ถ้าใส่ legging สองชั้นอันนี้ก็อุ่นนะ (สำหรับเรา)แต่อุณหภูมิไม่เกิน 0 ถึงลบ 3 องศา ส่วนเสื้อคือเราว่าเสื้อที่ซื้อที่ไทยไม่ค่อยอุ่นอ่ะจะเน้นสวย แต่ก็ใช้ได้นะ แต่เราว่าของ North Face กะ Columbia อ่ะเริ่ด เพราะบางรุ่นเสื้อมันจะทำมาสองชั้นเลย เพราะยังไงก็ต้องใส่สองชั้นเป็นอย่างต่ำ ข้างในเป็นเสื้อไหมพรมหรือเสื้อมีฮู้ดก็ได้ส่วนชั้นนอกจะเป็นเสื้อกันหนาวจริง ๆ แนะนำว่าเสื้อตัวนอกยังไงก็ควรจะต้องมีฮู้ดนะ ถ้ามีขนรอบ ๆ ฮู้ดจะดีมาก เพราะสามารถกันหิมะได้ในระดับนึง แล้วเราจะชอบเสื้อกันหนาวที่เป็น water resistant หรือ water repelling อ่ะเพราะเวลาหิมะตกใส่มันจะไม่เปียก



      ถัดมาก็ต้องถุงมือเน๊อะเพราะเค้าบอกว่าถ้ามือกะเท้าอุ่นแล้วเราจะไม่หนาวมาก ถุงมือจริง ๆ เป็นไหมพรมก็แอบไม่อุ่นอ่ะ ถ้าตัวเองเป็นคนขี้หนาวก็ใส่ถุงมือสองชั้นก็ได้ ข้างในแบบไหมพรมบาง แต่เราว่าเอาแบบข้างนอกเป็นหนังแต่ข้างในบุขนดีกว่า จริง ๆ แล้วถุงมือบางรุ่นมันจะเป็นแบบเปิดนิ้วได้เราชอบนะ สะดวกเวลาหยิบจับหรือใช้โทรศัพท์ ต่อไปก็หัวถ้าไม่ชอบใส่หมวกเหมือนเราก็ใช้ ear muff หรือที่ปิดหูก็ได้แล้วก็ใส่ฮู้ดทับอีกที หรือไม่ก็หาหมวกที่สามารถปิดหูได้อ่ะ



      ต่อมาก็ถุงเท้าจะใส่แบบสองชั้น หรือแบบยาว ๆ ที่สาวญี่ปุ่นชอบใส่ก็ได้เพราะมันแอบคลุมมาถึงขานิดนึง แต่เราว่าเลือกแบบหนา ๆ แล้วอันเดียวดีกว่าเวลาใส่ก็แอบเอาถุงเท้าคลุมทับ legging เพื่อไม่ให้มีลมลอดเข้ามาในการณีที่ใส่ผ้าใบ แต่ถ้าจะใส่บู้ทก็ช่างมัน รองเท้าบู้ทเวลาซื้อดูที่พื้นรองเท้าด้วยนะถ้าไม่ค่อยมีดอก มีลายเวลาเดินบนหิมะที่เกาะแข็งแล้วจะลื่นอ่ะ บู้ทหนังเพื่อความสวยงามแต่ถ้าอยากใส่แนะนำให้ใส่กับถุงยาวยาว ๆ แบบเด็กญี่ปุ่น ส่วนบู้ทอีกแบบจะเป็นคล้าย ๆ ผ้าแบบยี่ห้อ ugg อ่ะ อันนี้อุ่นจริงไรจริง แต่พื้นไม่ค่อยมีลายจะลื่นง่าย เลือกเป็นหนังแล้วบุขนข้างในก็ได้



      ป.ล.ผ้าพันคอก็ตามสะดวกเลยเราไม่ค่อยชอบไหมพรมเพราะมันคันอ่ะ เอาเป็นผ้าบาง ๆ ก็ได้เพราะต้องพันหลายรอบอยู่แล้ว ฮ่ะ ๆๆ กว่าจะแต่งเสร็จก็เหงื่อออกพอดี ยังไงก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ เราโชคดีไปตอนที่อากาศกะลังดี เมืองกำลังสวยเลย ชอบมากกกกกก โดยเฉพาะซูริคถ้ามีโอกาศจะไปอีก



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี่จะไปเดินดู



      เราไม่ได้ลงเครื่องซูริค แต่ลงที่เจนีวาเลย อยากขึ้นจุงเฟรา แล้วก็ตามรอยคุณชายปวรรุจ ^^เยี่ยม
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Pimee
      Guest
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ถ้าเอาให้เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ประมาณนี้ค่ะ ลองปรัปใช้ดูนะคะ

      มาจากบทความปอกเปลือกฝรั่งเศษ การแต่งกายน่าจะใกล้เคียงกัน แต่สวิสคงเบากว่าค่ะ



      เนสขอนำเสนอรูปแบบการแต่งกายที่ผู้หญิงฝรั่งเศส ( ส่วนใหญ่ ) ใส่กันในฤดูหนาว ทั้งนี้เราอาจจำกัดความวิธีการแต่งตัวของเขาได้ว่า " อุ่นและทันสมัย " กล่าวคือ เขามีวิธีการเลือกเสื้อผ้าและมีสไตล์การแต่งตัวที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและไม่ละทิ้งแฟชั่นในแต่ละปีอีกด้วย



      ในฤดูหนาวแต่ละปีทั้งผู้หญิงและผู้ชายฝรั่งเศสส่วนใหญ่นิยมใส่แต่เสื้อผ้า " สีดำหรือสีเทา " เขาคิดว่าสีดำเป็นสีที่โก้หรู และเมื่อคนอื่นใส่สีดำกัน ฉันก็ใส่ตามบ้าง แต่บางคนก็คิดว่าอากาศหนาว ฟ้ามืดเร็ว ใบไม่ร่วง ให้อารมณ์เ-่ยวเฉา เลยใส่สีดำหรือสีเทาดีกว่า ดังนั้น " สีเข้ม " จึงกลายเป็นสียอดฮิตในหมู่นักเรียน วัยรุ่น ตลอดจนคนทำงาน



      กล่าวคือ " ท่อนบน " เขาจะใส่เสื้อแขนยาวสีใดก็ได้ไว้ด้านใน และสวมเสื้อโค้ทหรือเสื้อหนาวคลุมยาวถึงเข่าไว้ด้านนอก เสื้อนอกนี้คนส่วนใหญ่มักใส่เป็นผ้าร่มหรือเสื้อหนังที่ไม่อมน้ำ เพราะเมื่อฝนตกจะได้ไม่เปียก ส่วนเสื้อนอกที่ทำด้วยผ้าสักกะหลาดนั้น เขาจะใส่กันถึงแค่ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งอากาศยังไม่หนาวมาก แต่พอใกล้สิ้นปีแบบนี้ เขาก็ต้องเปลี่ยนมาใส่เป็นเสื้อหนาวบุขนเป็ดด้านใน เพื่อจะสู้กับความหนาวมากๆได้



      บางคนก็เลือกเสื้อนอกแบบมีฮู้ท บางคนก็ไม่มีฮู้ท สุดแล้วแต่รสนิยม ทั้งนี้ฮู้ทไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น ขอแค่ให้เสื้อนอกนั้นมี " สีดำหรือเทาเข้ม " เป็นพอ แต่เสื้อหนาวที่มีขนฟูๆออกมาตรงแขนเสื้อนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยม



      เรื่องหมวก วัยรุ่นส่วนใหญ่จะฮิตหมวกไหมพรมที่มีจุก เทคนิคการใส่หมวกของเขาคือ โกยผมมาข้างหน้าเยอะๆ ให้ปิดหู และแลดูเหมือนมีผมหน้าม้า แล้วดึงจุกหมวกไปข้างหลังเยอะๆ จึงจะดูน่ารัก



      ส่วนเรื่องถุงมือ บางคนก็ใส่ถุงมือไหมพรมสีเข้ม ไม่ต้องมีลวดลายการ์ตูน สีชมพูหวานแหวว หรือมีตุ้มห้อยไปมานั้นเขาไม่ใส่กัน แต่บางคนก็ใส่ถุงมือหนังสีเข้ม เมื่อฝนตกจะได้ไม่เปียก



      " ท่อนล่าง " นั้นส่วนมากมี 2 แบบ คือไม่ใส่กางเกงยีนส์ ก็ใส่เลกกิ้ง สำหรับกางเกงยีนส์ เขามีเทคนิคให้อุ่นมากขึ้นคือใส่ถุงน่องก่อน แล้วค่อยใส่ยีนส์ทับ ถุงน่องที่ว่านี้คือถุงน่องสีเนื้อธรรมดาที่ขายตามซุปเปอร์ แต่มันมีคุณสมบัติเก็บความอุ่นได้ดีมาก ส่วนสาวๆบางคนที่ใส่เลกกิ้ง เขาก็จะเลือกเลกกิ้งคุณภาพดีหน่อย แพงหน่อย ถึงแม้จะบางแต่อุ่นมาก เมื่อเจอลมเย็นพัดมาก็สู้ไหว



      รองเท้านิยมใส่อยู่ 3 แบบ ได้แก่ แบบแรกคือ รองเท้าผ้าใบที่มีข้อสูงขึ้นมา เขามักไม่เลือกใส่ผ้าใบที่เป็นผ้ากันในฤดูนี้ เพราะเมื่อฝนตกมาแล้วน้ำจะซึมเข้าเท้าได้ แต่เขามักเลือกผ้าใบที่ทำจากหนังปนพลาสติก เพราะไม่ชุ่มน้ำ อีกทั้งยังต้องเลือกที่ด้านในบุด้วยขน เพราะเมื่อลมเย็นพัดมา ข้อที่สูงขึ้นนั้นจะช่วยบังลมได้ดีและขนนุ่มๆภายในรองเท้าจะช่วยให้เราอุ่นสบาย ถึงแม้ต้องเดินเยอะก็ไม่เมื่อย



      รองเท้าแบบที่ 2 คือ รองเท้าบู้ท ช่วงประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่ผ่านมา สาวๆฝรั่งเศสยังใส่บู้ทสั้นได้อยู่ แต่ตอนนี้เริ่มใส่บู้ทยาวกันแล้ว ตามร้านค้ามักมีบู้ท 2 แบบให้เลือก คือ ทำด้วยหนังปนพลาสติก หรือเป็นหนังกลับ ข้อเสียของบู้ทหนังกลับคือ หากฝนตกจะทำให้บู้ทคู่สวยของเราเป็นด่าง ดังนั้นเราจึงต้องซื้อสเปรย์พิเศษจากร้านขายรองเท้ามาคอยพ่นรองเท้าหนังกลับของเราสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการเคลือบไม่ให้น้ำฝนทำลายผิวรองเท้า



      ท้ายที่สุด คือ รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าคัทชูที่เป็นหนังแท้ รองเท้าชนิดนี้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใหญ่หรือคนทำงาน เพราะสวยงามและสุภาพ แต่มีข้อเสียคือเราจะใส่คู่กับถุงเท้าหนาๆไม่ได้ มันไม่เข้ากัน ดังนั้นพวกผู้ใหญ่จึงมักจะใส่ถุงน่องยาวแค่ครึ่งเข่าสีเนื้อหรือสีดำไว้ด้านใน เพื่อช่วยให้อุ่นเท้ามากยิ่งขึ้น



      และที่ขาดไม่ได้คือ เรื่องของกระเป๋าถือ จากภาพเราจะเห็นว่า วัยรุ่นโดยทั่วไปไม่ได้ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม แต่เขาจะใช้กระเป๋าสะพายที่เป็นหนังปนพลาสติก เพราะฝนตกแล้วไม่เปียก วางบนพื้นได้ตามสบาย ไม่ต้องกลัวเลอะ และไม่ต้องกลัวขาด อีกประเด็นหนึ่งซึ่งผู้หญิงฝรั่งเศสบางส่วนคิดต่างจากคนไทยคือ เขาไม่ชอบใช้กระเป๋าแบรนด์เนมเพราะมันเกร่อ มันซ้ำกับคนอื่น มันดูไม่มีสไตล์เป็นของตัวเอง หากเขาเดินไปตามถนนและเจอคนที่สะพายกระเป๋าเหมือนเขา แบรนด์เนมยี่ห้อเดียวกัน สีเดียวกัน รุ่นเดียวกัน เขาจะรู้สึกเสียความมั่นใจมาก ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงการใช้กระเป๋าแบรนด์เนมที่ผลิตมาหลายพันหลายหมื่นใบเพื่อส่งขายทั่วโลก



      ทั้งนี้ ข้อความทั้งหมดเป็นเพียงรูปแบบการแต่งกายโดยภาพรวมของชาวฝรั่งเศสที่เนสสังเกตเห็นมา เราไม่อาจสรุปได้ 100% ว่าทุกคนต้องมีรสนิยมในการแต่งตัวแบบนี้ หากท่านกำลังวางแผนจะมาเที่ยวฝรั่งเศสและหาซื้อเสื้อผ้าแนวนี้จากไทยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฝรั่งเขาแค่เห็นว่าเราเป็นคนเอเชีย เป็นนักท่องเที่ยว เขาก็ไม่ได้วิจารณ์การแต่งกายของเราอยู่แล้ว แต่หากบางท่านที่ต้องการจะแต่งกายให้เข้ากับสังคมฝรั่งเศสจริงๆ ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกมากนัก หรืออยากให้คนอื่นมองว่าท่านเป็นเนทีฟตัวจริง ท่านก็สามารถยึดหลักการเบื้องต้นนี้ได้ค่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอบคุณมากเลยค่ะ ^^รักเลย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      monoploy
      Guest
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนที่ไปไปแค่สองเมืองเองเจนีวาหรือคนสวิสจะเรียกว่าเจนีฟกะซูริค เพราะคุยกะเพื่อนแล้วว่าเวลาแค่สองวันคงทำไรไม่ได้มาก ต้องไปประเทศอื่นต่อ เลยเลือกเป็นเจนีวากะซูริคแอบอยากไปจุงเฟราเหมือนกัน แต่ที่โน้นเค้าอ่านว่ายุงเฟราอ่ะ ขำมากกกก เพราะตอนนั่งรถไฟจากซูริคไปเจนีวาเจอป้าเจ้าถิ่นคนนึงแก่ใจดีมากอ่ะ คอยชี้สถานที่สวย ๆ ให้ดูตลอดเราก็แอบแบบว่าชั้นง่วงอ่ะ ของีบแป็ปได้ป่ะ แต่นิสัยคนไทยขี้เกรงใจเลยนั่งฟังไปเรื่อย ๆ เราเลยถามเรื่องจุงเฟรา ป้าแกแอบงงจนต้องกางแผนที่แล้วป้าแกก็ร้องอ๋ออออ ยุงเฟรา เราก็เพื่อนก็เออ อันนั้นแหละ 5555 คนสวิสพูดภาษาอังกฤษได้กันค่อนข้างเยอะถ้าเทียบกับอิตาลีแล้วก็ใจดีมาก น่ารักสุด ๆ นี่คือเหตุผลที่ชอบสวิสด้วย ถ้ากลับมาแล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะค๊ะ มาแชร์ประสบการณ์กัน
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ไม่ใช่คุณชายรุจ
      Guest
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้สวิสหนาวมากๆๆๆ ถ้าขึ้นเขาต้องเตรียมเยอะนะ ขาดไม่ได้คือการรักษาสุขภาพก่อนมา

      ถ้าโชคดี เราอาจได้เจอกัน เจอคนไทยที่นี่ทักได้หมด เป็นสังคมเล็ก คนไทยที่นี่อบอุ่นฮ้ะ :]

      ปล.เรียนอยู่สวิส ตอนนี้อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง ติดลบจ้า
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ได้เลยค่ะ...ครั้งแรกเราก็ไปแค่สามวันเอง เลยไปได้แค่เจนีฟ (ใช่ป่ะ :D) กะเมืองอะไรไม่รู้อ่านย้ากยาก Montreux (ไม่สามารถออกเสียงได้) คราวนี้เป็นหนที่สองค่ะ เลยแก้มือไปซะสิบกว่าวัน จะมะแชร์ประสบการณ์กันแน่นอนค่ะ



      สู้สู้ คราวนี้จะปีนยุงเฟราให้ได้ :)
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อยากโชคดีเหมือนกันค่ะ :) เขาว่ากันว่าคนไทยและคนที่โน่นน่ารัก เรียนที่เมืองไหนเหรอคะ ^^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      ช่วงนี้อากาศหนาวมากพอควรครับ

      เรื่องคำแนะนำขอให้คนอื่นๆช่วยแนะนำดีกว่า

      ขอแวะมาเป็นกำลังใจให้ไกลๆ

      // ผมก็เรียนอยู่ Switzerland ครับ

      // เอ๊ะความเห็นที่ 3 นี่คุ้นๆนะครับเนี่ย ^^ บังเอิญจริงๆ

      (สงสัยสวิสมันเล็ก 555)


      ตอบกลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป