Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ถ้ามีคนมาพูดแแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร (ระบาย) [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
ปกติจะเป็นพวกชอบส่อง นานๆครั้งจะมาตั้งกระทู้สักที สืบเนื่องมาจากเมื่อวานไปงานแต่งงานญาติทางฝ่ายแม่ เป็นพิธีที่จัดขึ้นที่บ้าน ระหว่างพิธีเรากับแม่และญาติคนอื่นๆก็นั่งอยู่ด้านนอก ซึ่งมันก็เหมือนกับงานรวมญาติที่นานๆเจอกันที หลายคนมาจากต่างจังหวัด เราก็ถือนิยายไปด้วยสองเล่ม แม่บอกว่าให้เอาไปให้ป้าที่รู้ว่าเราเขียนนิยายแล้วอยากเห็นหนังสือหลาน พอมีคนถาม แม่ก็คอยตอบแทนเรา ยิ้มหน้าบานเลย (เราเข้าใจนะ อะไรก็ตามที่เป็นความสำเร็จของลูก แม้เล็กๆ น้อยๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ภูมิใจ) เมื่อมานั่งรวมญาติกัน ส่วนใหญ่ก็จะแบบเก่งจัง เขียนยากไหม เราเองก็มีตอบบ้าง แต่ตอบเฉพาะที่เขาถาม ไม่ได้จะโอ้อวดอะไร เพราะเป็นนักเขียนโนเนมเขียนเพราะสนุกและมีความสุขเท่านั้น เราก็บอกนะว่าเดี๋ยวนี้มีนักเขียนเยอะ เราไม่ได้เก่งอะไร แต่มีอยู่คนหนึ่งนั่งโต๊ะเดียวกับแม่ นั่งหันหลังชนกับเรา เพราะญาติเยอะเลยนั่งสองโต๊ะ เขาก็พูดขึ้นมาเสียงดังว่า เป็นนักเขียนได้ ก็ต้องเป็นพวกที่ชอบเรื่องเพ้อฝันสิ แม่เราก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะหันไปเม้าเรื่องอื่นแล้ว แต่ดูเหมือนนางจะไม่ยอมจบ พูดเสียงดังกว่าเดิมคราวนี้หันหลังกลับมาทางเรา แสดงว่าชอบเพ้อฝันเลยเขียนหนังสือได้ ตัวเขาไม่อ่านนิยายหรอกเพราะไม่ชอบเพ้อฝัน -เราก็พยายามไม่คิดอะไรนะ (แต่นำ้เสียงและสีหน้านางหัวเราะเย้ยๆ ราวกับเป็นนางอิจฉาในนิยายอิฉันเลย ) ยังไม่ยอมจบ นางยังบอกว่านางคงทำไม่ได้เพราะไม่มีเวลามานั่งเพ้อพกเพ้อฝันอะไรประมาณนี้เวลานางมีค่า เราเลยพูดด้วยนำ้เสียงปกติว่าเดี๋ยวนี้เขาส่งสริมให้เด็กไทยรักการอ่าน เด็กนักเรียนเดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่ก็อ่านนิยายกันมาก บางคนก็เป็นนักเขียนเอง หนังสือแต่ละแบบ แต่ละเรื่องก็มีคุณค่าในตัวของมัน ถึงไม่ได้ให้ความรู้เท่าหนังสือวิชาการแต่ก็ช่วยให้ผ่อนคลายและบันเทิง บางอย่างก็อ้างอิงมาจากความเป็นจริง (อารมณ์ตอนนั้นคิดไรได้ก็พูดไปก่อน) นางก็ทำสีหน้าแบบไม่เชื่อถือ เพราะคงมองว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เกือบวัยกลางคนแล้วล่ะ) ทำงานในอนามัยมีการงานมั่นคง แต่เราก็ไม่ใช่ว่าจะเด็กกว่าเขามาก งานหลักเราก็มี อีกอย่างแทบจะไม่ค่อยเจอกันเลย นางอวยพรทิ้งท้ายว่า ก็ให้ได้พิมพ์รอบสองก็แล้วกัน ญาติเราที่มาด้วยกันเลยบอกว่า ตีพิมพ์รอบสามแล้ว หน้านางดูเหวอๆไป แต่ยังอุตส่าห์บอกว่า แสดงว่ายังขายได้ เราเลยพยักหน้ายิ้มๆ บอกว่าก็พอขายได้ จริงๆถ้าเขาพูดหยอกๆเราคงไม่รู้สึกอะไร คงร่วมว่าตัวเองไปกับเขาด้วย แต่สีหน้าท่าทางไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าหยอกล้อเลย แถมพยามพูดให้ญาติผู้ใหญ่คนอื่นในโต๊ะคล้อยตามไปกับเขา เพิ่งเคยเจอคนแบบนี้ บอกตรงๆ ว่าเพลีย ปกติเราก็ไม่ค่อยบอกเรื่องเขียนนิยายเท่าไหร่ ถ้าเขาไม่ถาม จนตอนนี้ยังคงติดใจคำว่า พวกชอบเพ้อฝัน ส่วนตัวไม่เคยคิดถึงคำๆ นี้เลย เมื่อกี้เปิดไปอ่านเจอกระทู้ด้านล่างที่เปรียบเทียบระหว่าง เพ้อฝัน กับการใช้จิตนาการ. (ขออภัยที่มีการพาดพิงถึงนะคะ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแค่ยกตัวอย่างค่ะ) สำหรับนิยายคือการบอกเล่าเรื่องราวในแนวทางความคิดของเรา มันอาจจะจับจ้องไม่ได้ แต่ก็สร้างความสุขให้คนอ่านและคนเขียน ส่วนเรื่องเงินก็เป็นผลพลอยไดด เพราะถึงไม่ได้ตีพิมพ์เราก็เขียนต่อไป (แต่อาจจะช้าหน่อย ออกทะเลบ้าง ) สุดท้ายนี้เลยอยากรู้ว่าถ้าเพื่อนคนอื่นๆเจอแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร ถ้าพิมพ์อะไรพาดไปก็ขออภัยค่ะพิมพ์ในแอฟไม่ค่อยถนัด ขอบคุณค่ะ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

51 ความคิดเห็น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป