สอบถามเรื่อง คณะวิทยาศาสตร์ทางทะเล ของจุฬาอ่ะค่ะ [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
คือคะแนนแกทแพทเพิ่งออก ดูแนวโน้มแล้วมีโอกาสติดสูงเลย

อยากเรียนมาก แต่อยากรู้ว่าจบไปทำงานอะไรได้บ้าง

ตกงานไหม เงินเดือนประมาณไหน แล้วเวลาเรียน

เรียนเน้นวิชาอะไรบ้าง แล้วออกนอกสถานที่บ่อยๆรึเปล่า 

ได้กลับบ้านบ่อยรึเปล่าา



คือจะหาข้อมูลไปถกกับคุณแม่อ่ะค่ะ

คุณแม่ไม่ค่อยจะแนะนำ บอกว่ากลัวเราจะป่วย แบ่บ โดนแดดมาก ไม่ค่อยได้กลับบ้านไรเงี้ยอ่ะค่ะ

ถ้ามีพี่ที่เรียนอยู่ขอ ไลน์หรือ ที่ติดต่อหน่อยนะค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มิลินี
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      จุฬาที่ทราบข้อมูงมามันจะมี 2 สาขาย่อยอีกทีนะ มีแบบ พวกสิ่งแวดล้อม ปะการัง แบบรักษ์ธรรมชาติไรงี้ กับอีกแบบนึงเป็นภูมิศาสตร์ทางทะเล ดูแนวโน้มการเกิดภายุ ภัย ลมแรง คลื่น อะไรประมาณนี้มั้ง

      จบมาทำงานอันนี้ข้อมูลไม่แน่นอ่ะ ขอโทษนะ แต่เห็นบอกทำงานกับ บ.น้ำมันได้อยู่ แต่การต้องการงานน้อย อันนี้เราอ่านมานะ ถ้าผิดถูกผู้รู้อย่าพึ่งว่าเรานะ รอ คนอื่นมาตอบละกันจร้าา



      เราก็จะยื่นรับตรงวิท ฬ เหมือนกัน ธรณี นะ มาเรียนด้วยกานนก็ได้ ถ้าเราติดด้วยกัน 555



      ปล ส่วนตัวเราคิดว่าไม่ได้ไปกลางทะเลจนไม่ได้กลับบ้านหรอก555
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ไม่ใช่ละครับ

      แบ่งออกเป็นสองสายคือ

      - ชีววิทยาทางทะเลและประมง

      - สมุทรศาสตร์ฟิสิกส์และเคมี



      พี่เรียนอยู่ภาคนี้แหละครับ มีอะไรถามได้นะครับ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอบคำถามหนูนะครับ 
      Q : คือคะแนนแกทแพทเพิ่งออก ดูแนวโน้มแล้วมีโอกาสติดสูงเลย
      อยากเรียนมาก แต่อยากรู้ว่าจบไปทำงานอะไรได้บ้าง

      A : กรมประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งตามจังหวัดต่างๆที่ติดทะเล 

      กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กรมอุตุนิยมวิทยา CP CPF (ด้านอาหารทะเล) พรานทะเล SEAFDEC (อันนี้อินเตอร์หน่อยๆ) หรือไม่ก็ สถาบันทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ (ตรงเภสัชอะ สถาบัน 3)

      Q : ตกงานไหม เงินเดือนประมาณไหน แล้วเวลาเรียน
      เรียนเน้นวิชาอะไรบ้าง แล้วออกนอกสถานที่บ่อยๆรึเปล่า 
      ได้กลับบ้านบ่อยรึเปล่าา คือจะหาข้อมูลไปถกกับคุณแม่อ่ะค่ะ

      A : ตกงานมั้ย (ถ้าไม่เลือกงาน ตั้งใจเรียนก็ไม่ตกงานแน่นอนฮะ) อาจจะไปแข่งกับมารีนของเกษตรนิดนึงแต่งานมันกว้างอะหนู ไม่ตกงานหรอกพี่ว่า เรียนเน้นวิชาอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามารีนจุฬาฯ แบ่งออกเปนสองสายคือ

      - Marine biology and Fishery (เน้นชีวะวิทยาเป็นส่วนใหญ่)

      - Physical & Chemical Oceanography (ออกไปทางเคมีฟิสิกส์แคลเสียเยอะ) ต้องเก่งคำนวณละมั้ง ประมาณนี้ 


      ได้กลับบ้านบ่อยหรือเปล่า แล้วแต่หนูเลย เรียนจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์ไม่มีเรียน แต่พี่คิดว่าไว้กลับเดือนละครั้ง เสาร์อาทิตย์ (ถ้าบ้านใกล้ๆ) ก็โอนะ เผื่อมีงานภาคอะไรช่วงแรกๆ 


      ออกนอกสถานที่บ่อยมั้ย มีวิชาภาคสนามเริ่มตอนปีสองเทอมแรกครับ หลังจากนั้นก็จะมีเข้ามาเรื่อยๆเลย ส่วนมากไปฝึกที่เกาะสีชัง (มีสถานีวิจัยเป็นของตัวเอง โฮะๆ) และก็อาจจะไปที่อ่างศิลา (สถานีวิจัยสัตว์ทะเลอ่างศิลา เยื้องๆตลาดปลาอะ) ถ้าเรียนไบโอก็มีภาคสนามวิชา Ecology อันนี้ไปเขาใหญ่มั้ง 

      ภาคสนามของภาคเราเยอะครับ รองๆจากพวกจีโออะไรงี้เลยละ (:

      คุณแม่ไม่ค่อยจะแนะนำ บอกว่ากลัวเราจะป่วย แบ่บ โดนแดดมาก ไม่ค่อยได้กลับบ้านไรเงี้ยอ่ะค่ะ

      - ไม่ต้องซีเรียสนะครับ งานภาคสนามไม่หนักหรอก เผลอๆจะชิลเสียอีกมั้ง 

      คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ 

      ยังไงก็ขอให้ติดนะครับ โชคดีแล้วเจอกัน ฮี่ๆ 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      รอมารีน
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      คะแนนมีลุ้นเหมือนกันค่ะ อยากเรียนสาขานี้มาก รักมากค่ะ จบมายังไงก็ต้องหางานทำได้ค่ะ ถ้าไม่เลือกงาน มีความสามารถและความพยายามชาบู



      ปล. พี่เรียนปีไหนแล้วเหรอคะ
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      มีเนื้อหาที่เป็นข่าวลือซึ่งไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดการเข้าใจผิด บางครั้งมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ไม่จริงแล้วคนส่งต่อจนทำให้เข้าใจผิดกันเป็นวงกว้าง

      ถูกลบเนื่องจาก:
      มีเนื้อหาที่เป็นข่าวลือซึ่งไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดการเข้าใจผิด บางครั้งมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ไม่จริงแล้วคนส่งต่อจนทำให้เข้าใจผิดกันเป็นวงกว้าง
      พี่ซิ่วไปหมอแล้ว
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ปีนี้ เตือน น้องที่จะเข้าคณะวิทยาศาสตร์ เพราะคะแนนถึงโดยไม่ได้ศึกษาสิ่งที่จะเจอ!!!!!!!!!~



      เป็นคณะที่ใครก็เข้าเรียนได้ เพียงแค่เลือก แต่เกือบหลานคนเลือกซิ่วออกจากวิทยาศาสตร์มโหฬาร



      นอกจากผลลัพธ์ที่จบวิทยาไป หางานยากมาก ได้เงินเดือนน้อย ตอนเรียน จะต้องเจอกับ....





      ถ้าคุณคิดได้แค่ว่าการเข้าวิทยาศาสตร์มาแล้วเพราะคะแนนถึงอย่างเดียว กรุณาคิดใหม่ เพราะคณะวิทยาศาสตร์ไม่ได้เรียนง่ายแบบ ม.ปลาย แน่นอนคะ โดยเฉพาะ วิทยาศาสตร์ของ พวก จุฬา มก. มหิดล มศว ไรงี้ เนื้อหาที่ใช้ในการสอบค่อนข้างโหด ซึ่งพี่จะลองให้น้องๆได้เห็นตัวอย่างและหน่วยกิตที่น้องๆจะต้องเจอ และอาจจะเป็น 1 ใน พันคนที่ซิลออกจากคณะวิทยาศาสตร์เป็นอันดับ 1 ของปี 2555 บางคนบอกมาเรียนเพื่อรอซิล คิดผิดแล้ว เพราะคณะวิทยาศาสตร์กิจกรรมค่อนข้างเยอะทุกที่โดยเฉพาะ มก. ถ้ารู้ว่าตัวเองอีโก้สูงไม่ต้องเข้าเพราะคุณจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือของคุณ เพื่อเตรียมสอบหมอ หรือ GAT PAT ใดๆทั้งสิ้น!!! เพราะ มก. ปกครองแบบระบบ SOTUS และยังมี มหิดลอีกที่การเรียนค่อนข้างหนัก ถ้าคิดว่าเรียนเคมีอ.อุ๊มาแล้ว คิดว่าตัวเองต้องเรียนเนื้อหาในมหิดลได้ดีเหมือนกับ อ.อุ๊ ก็อย่าได้คิดแอดมินชั่น เพราะเคมีที่นี่มันยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆ และดรอปและไทร์กันเป็นร้อยหลายชีวิต เสียเวลามากๆ แล้วบอกไว้ก่อนว่าเนื้อหาที่ใช้เรียนส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ !! คะ ยิ่งตอน ปี 2 3 4 หา ภาษาไทยแทบไม่เจอ ใครที่ผ่าน Gen Chem 1 2 ไปได้ก็นับว่ายอดยิ่งแล้ว แต่มีตัวยากกว่านี้อีกคะ โอ้ยแค่พี่พูดก็ปวดหัวแล้ว ................... เอาละพี่จะมาแจงรายวิชาที่น้องจะต้องเจอ



      1. เคมี ตัวโหดๆ ในปีแรกที่เชือดเด็กปี 1 ก็มี GENCHEM I ตัวนี้เชือดตั้งแต่เทอมแรกเลย บางคนถึงกับดรอปไปเลยก็มี ซึ่งเสียเวลาของน้องๆมาก ไม่มีการเก็บคะแนนจากการบ้านเหมือน ม.ปลาย สอบ 50/50 ทั้งmid และ final ข้อเขียนทั้งหมด เวลา 3 ชั่วโมง 70 ข้อ มีให้วาด MOT แล้วก้การเขียนโครงสร้างแบบ BOT แบบซิกม่าของการจัดเรียนอิเล็กตรอน ปกติ ม.ปลายน้องจะเรียนมาง่ายแบบ จักแบบนี้ใช่ปะ 1s2. 2s2. 2p6. 3s2. 3p6. 4s2. 3d4 แต่มหาลัยน้องจะเจอแบบนี้คะ







      ซึ่งเวลาสอบจริงมีเวลาแค่ 3 ชั่วโมงคะ ถ้าไม่เซียนจริงทำไม่ทัน !!!!!!!!!!~ วิชานี้พี่ได้ B มาคะ เพราะพี่แอบศึกษามันอยู่ทุกวันไม่ได้เตรียมซิล



      2. ฟิสิกส์ พี่ว่าวิชานี้มันยากมาตั้ง ม.ปลายแล้ว และข้อสอบไม่มีข้อกาก เป็นข้อเขียน 5 ข้อใหญ่ 5 ข้อย่อย ซึ่งข้อละ 20 คะแนน อย่างข้อสอบเกี่ยวกับเรื่องของแข็งแกร่งปกติ ม.ปลายหน่วยจะรู้โมเมนต์ความเฉื่อยของมันใช่ปะคะ แต่มหาลัยไม่ใช่คะ น้องต้องดึงเนื้อของวัตถุนัน้มาสร้างสมการและอิทิเกรดหาสมการเองคะ- -* หรือเรื่องแก๊สใช้ให้พิสูจน์ ค่านิจโหดๆ ซึ่งพี่ได้เกรด C+ มาคะ - -*



      3. ชีววิทยา สำหรับตัวพี่พี่คิดว่าวิชานี้ละตัวแจกคะแนนสำหรับตัวพี่เพราะพี่ได้ A มาคะ แต่เฉลี่ยมันอยู่ที่ C



      4. Eng II ถ้า ใคร GAT เยอะแล้วมาเจออิงนี้ก็จ๋อยกันใหญ่คะ เพราะมีทั้งพูดสดๆ ฟังสดๆ แต่ข้อสอบไม่ยากคะ เป็นวิชาที่เก็บคะแนนได้สบายๆเหมือนชีววิทยา สำหรับตัวพี่นะคะ พี่ได้มา B



      5. LAB ต่างๆ เป็นวิชาที่ผู้คนไม่ค่อยชอบเลย เพราะมีการหักคะแนนเกิดขึ้นได้เยอะมาก แล้วเวลาสอบ มันเป็นเล็ปกริ่งถ้าไม่เร็วจริงก็จบคะ



      6. คณิตศาสตร์ ตัว นี้ครึ่งแรกไม่โหดเลยคะแต่ก็มีตกเยอะมากคะ เพราะไม่เข้าใจกฎลูกโซ่ แต่ครึ่งหลังดรอปกันแทบทุกคนคะ เพราะเจอ by pass บางคนไม่กล้าลงเลยคะ เพราะมันเป็นคณิตศาสตร์ที่ยากมากๆ แต่ก่อนจะถึงบายพาสก็ตายตั้งแต่ต้องจำสุตรอิทิเกรดทุกสูตรเข้าไปสอบทั้งหมด ให้ได้ตามภาพข้างก่อนแล้วคะ โดยทุกสาขาต้องเจอ ถ้าใครไม่ชอบคณิต อย่าคิดเข้าคณะวิทยาศาสตร์





      ฉะนั้น น้องจะเห็นว่าแต่ละอย่างบางทีมันก็ต้องดูความเหมาะสมของตนเองไม่ใช่คะแนนถึง ก็จะเข้าอย่างเดียวผลสุดท้ายคนที่เดือดร้อนมันคือตัวน้องเองคะ อย่างปีนี้ก็มีคนออกเยอะมากๆเลยคะ คณะวิทยา บางคนก็ติดหมอ บางคนก็ไม่ติดอะไรเลยแต่เรียนไม่ไหว ไปสายสังคมก็มีคะ บางคนถึงขนาดกลัวคณะวิทยาศาสตร์ไม่กล้าแอดเข้ามาอีกเลยคะ บางคนที่กลัวว่าจบไปแล้วจะไม่มีงานทำ (อันนี้ไม่จริงคะ แต่มันแค่ไม่คุ้มกับเงินเดือนที่แลกมากับเนื้อหาที่เรียนก้ยาก ปวดหัวก็ปวด แล้วเงินเดือนยังมาน้อยอีก คนเลยตัดสินใจออกกันเยอะคะ) เอา เป็นว่าถ้าน้องไม่ใจจริงอย่าเข้าคณะวิทยาศาสตร์คะ เพราะถ้าใจไม่ถึงพอ น้องได้ซิลแน่นอนคะ และพี่เชื่อมั่นเลยว่าร้อยละ 80% ของเด็กซิล กลัวคณะนี้ไปเลยคะ !!!!!!!!!!!!!!!
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      มีเนื้อหาที่เป็นข่าวลือซึ่งไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดการเข้าใจผิด บางครั้งมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ไม่จริงแล้วคนส่งต่อจนทำให้เข้าใจผิดกันเป็นวงกว้าง

      ถูกลบเนื่องจาก:
      มีเนื้อหาที่เป็นข่าวลือซึ่งไม่เป็นความจริง และก่อให้เกิดการเข้าใจผิด บางครั้งมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ไม่จริงแล้วคนส่งต่อจนทำให้เข้าใจผิดกันเป็นวงกว้าง
      พี่จบแล้วนะ
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      "จบวิทยาศาสตร์มาแล้วจะทำอะไรได้?" เพื่อนๆเคยโดนคำถามแบบนี้บ้างไหม



      เราเชื่อว่า ...คนที่ไม่ได้โดนคำถามนี้กับตัวไม่รู้หรอกว่ามันอึดอัดขนาดไหน



      ขนาดตอนที่เรายังเป็นเด็ก ผมยังรู้เลยว่าน้ำเสียงที่แฝงมากับคำถามนี้มันเป็นความหวังดีที่ปนน่าสมเพช ต่อการตัดสินใจเรียนต่อที่ดูแล้ว โคตรจะไม่มีอนาคตในสังคมไทยปัจจุบัน ประมาณว่า



      "จบวิทยาศาสตร์มาแล้วจะทำอะไรได้ เอ็งเปลี่ยนเหอะหวะ"





      ต่อให้สมมติว่าเราไม่คิดอะไรมากกับน้ำเสียงที่แฝงมา (ซึ่งจริงๆ เราคิดและคิดมาตลอด) คำตอบของเราก็วนเวียนอยู่แค่ "นักวิทยาศาสตร์-อาจารย์-นักวิจัย" ซึ่งว่ากันตามตรงก็ไม่มีอะไรผิดปกติหนิ ถ้านับเฉพาะที่ตรงกับสาขาที่เรียน คนจบแพทยศาสตร์ก็มีตัวเลือกแค่เป็นหมอหรืออาจารย์หมอ จบวิศวะฯ ก็ต้องเป็นวิศวะฯ คณะอื่นๆ อะไรก็ว่ากันไป





      แต่ทำไมเราม่เคยเห็นใครไปถามเด็กที่เลือกเรียนคณะดังๆ เช่น หมอ วิศวะเหล่านี้เลย ว่า

      "เรียนคณะ XXX แล้วจบมาทำอะไร?"





      ทีกับเด็กที่อยากเรียนวิทยาศาสตร์ หละถามจัง แล้วพอตอบว่า "นักวิทยาศาสตร์" แต่ละคนก็ทำท่าเหมือน "กูสิ้นหวังกับเมิงแล้ว" มีน้อยมากที่เราเจอว่าคนถาม จะพอใจและให้เกียรติกับคำตอบและการตัดสินใจของเด็กที่เลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์





      เราคิดว่าคำถามประเภทนี้มีส่วนตอกย้ำให้เด็กที่เลือกเรียนคณะวิทยา เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง การที่เด็ก ม. ปลายจะเลือกเรียนคณะที่ไม่ใช่คณะยอดนิยม ก็นับว่าขวางกระแสพอแล้ว เจอกับสิ่งบั่นทอนกำลังใจแบบนี้บ่อยๆ หลายคนก็มีสิทธิ์เปลี่ยนใจนะครับ



      คงมีส่วนมากที่ผลักให้คณะวิทยาศาสตร์ กลายเป็นคณะที่ไม่มีเด็กอยากเลือกเรียน พอไม่มีคนกล้าเลือกเรียน คณะวิทยาศาสตร์ก็กลายเป็นสุสานเด็กสายวิทย์ที่สอบคณะอื่นไม่ติด ยิ่งทำให้ภาพพจน์ของคณะวิทยา และนักศึกษาวิทยาดูงอกง่อยเข้าไปใหญ่ มันเหมือนวงจรที่วนทับกันไปเรื่อยๆ



      เด็กที่จบวิทยาศาสตร์มา เท่าที่รู้จักมากับตัว มีน้อยมากที่ทำงานตรงสาย

      (จะว่าก็ไม่ได้ หากทำงานตรงสายจะเอาข้าวที่ไหนกิน)

      เห็นแต่ละคนทำงานนี่จะงงมากว่าเด็กจบวิทย์ทำงานได้หลากหลายสุดๆ ไล่ไปตั้งแต่พวกที่จบ Applied Science อาจได้เปรียบหน่อย เป็นพนักงานขายสินค้าตามห้างก็ยังพอไหว ทำงานโรงงานก็ได้ หรือเก่งๆเกรดสูงๆเกียติรนิยม และจบที่ดังๆอย่างจุฬา ก็มีโอกาศทำงานกับบริษัทดังๆ





      แต่ต้องคิดว่าเงินเดือนเริ่มต้นของคนจบวิทยาศาสตร์ 12,000 บาท



      เทียบกับพวกวิศวะ ที่ได้เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาท



      และพวกแพทย์-ทันตแพทย์ที่ทำงานภาคเอกชน ได้เงินเดือนเริ่ม 120,000 บาท





      !! บอกได้เพียงว่า.... ไม่คุ้มค่าในการมานั่งเรียนวิทยาศาสตร์ แน่นอน ทั้งยาก



      ท่องเยอะ แล๊ปต่างๆมากมาย แต่เอาไปใช้ประยุกต์ทำงานได้จริงน้อย หรือไปทำโรงงาน



      เราเองก็จบชีวะมา และก็กำลังจะจบโทสิ่งแวดล้อม แต่บอกตรงๆว่าทำงานวิจัยในไทยเหนื่อยมาก เหนื่อยใจ เราไม่มีการจัดทำข้อมูลที่ดีเลย ยิ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการด้วยแล้ว (งานผมจะยุ่งกับกรมวิชาการเกษตร หรือกรมพัฒนาที่ดิน) อย่าได้ฝันว่าจะได้ถ้าไม่มีเส้น เงินภาษีทั้งนั้นที่นำไปใช้ทำวิจัยแต่ข้อมูลถูกเก็บเข้า-บ ทำให้งานวิจัยมันเดินไปได้ช้า เพราะข้อมูลพื้นฐานต้องทำใหม่ทุกครั้งที่จะเริ่มงานวิจัยใหม่ๆ แทนที่จะต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ คิดว่าเป็นโชคดีของตัวเองที่ล้มเลิกความฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปตั้งแต่ ตอนป.ตรี ตอนป.โทเลยเลือกโปรเจคที่ไปในเชิงนโยบาย (แต่นั่นหมายความว่าต้องใช้ข้อมูลจากราชการมากขึ้น) และต่อจากนี้ก็คิดว่าคงไปเรียนด้านนโยบายสาธารณะ เพราะคิดว่าตัวเองเหมาะกับงานสายนโยบายมากกว่า แต่อาชีพ "นักวิทยาศาสตร์" เนี่ย ยังไงๆก็อยากให้มี สวทช.เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อยากให้ผลักดันส่งเสริมขึ้นไปมากกว่านี้ เพราะ ประเทศเราเป็นประเทศปลายน้ำครับ เรายังไม่แข็งแกร่งขนาดคิดเองได้ สายงานที่เราใช้เยอะเลยเป็น applied science หรือพวกวิศวะ ที่เอาของที่เค้าคิดไว้มาใช้







      นำมาจากระทู้ในเว็บไซย์พันธ์ทิพ เสียงท้อใจของคนที่จบจากคณะวิทยาศาสตร์ไปแล้ว



      " เรียนคณะวิทยาศาสตร์แล้ว จบมาทำอะไร? "



      #ความเห็น 1

      ตอนเลือกเรียนเพราะว่าชอบ แต่ไม่เคยรู้ว่าต้องเรียนอะไรบ้าง พอมาเรียนจริงๆ ตอนปี1-3 พบว่ามันยากไม่แพ้พวกหมอ เนื้อหาท่องก็เยอะ ทำแลปก็เยอะ แลปจุลินทรีย์ สารเคมีเยอะแยะ ไม่ได้สนุกอย่างที่คิด เพราะทำแต่งานซ้ำๆซากๆเป็นสิบๆรอบ พอจบไปทำงาน หางานอยู่ 4 เดือน ได้งานเอกชนในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสารเคมี แถวสมุทรสาคร เป็นงานทางด้านวิเคราะห์น้ำยาเคมี เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ แบตเตอร์รี่ เครื่องสำอางค์ เงินเดือน 15,000 งานหนัก ไม่ค่อยได้ว่าง อยู่แต่ในห้องแลปจัดการพวกสารเคมีหรือขยะ หรือไม่ก็วิเคราะห์สาร ต้องอยู่กับสารเคมีตลอดเวลา ทำงานเหมือนเดิมซ้ำๆซากๆ งานแอบมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวกับพวกสารเคมี ความก้าวหน้าก็มองไม่เห็นจริงๆ แต่ไม่มีทางเลือก เพราะงานหายาก เดี๋ยวนี้ทำงานเงินเดือนก็พออยู่พอกิน แต่ไม่พอช้อปปิ้งหรือซื้อรถ อาศัยการผ่อนเอา แล้วต้องขอยืมเงินพ่อแม่ ให้ที่บ้านก็ช่วยออกค่าซื้อคอนโดให้





      #ความเห็น 2

      เรียนเพราะหลงผิดอ่ะ! ทุกวันนี้ยังเสียใจที่เรียนมาอยู่เลย มันไม่ใช่อย่างที่คิ๊ดดดดด~~~ ไม่ใช่ว่านั่งอยู่ใน Lab แล้วลั่นล้ากับการพิสูจน์ทฤษฎีอะไร แต่ต้องมาทำงานวิจัยของรัฐ ความจริงคือ มันก็ต้องมาสู้รบตบมือกับงบประมาณ บริหารคน ทำตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยังเรือรบ วุ่นวายกับเรื่องไร้สาระ งานเอกสารมากมายก่ายกอง รู้สึกเหมือนว่าจบอะไรมาก็ทำได้ แล้วก็ผลิตงานวิชาการแบบลอกจากต่างประเทศออกมาอับอายชั่วลูกชั่วหลานจนกว่า เจ้าของในต่างประเทศจะทำลายฐานข้อมูลงานวิจัยทั้งหมด เงินก็ได้น้อยมากๆในขณะที่เสี่ยงชีวิตมากๆจากการโดนฟ้องร้อง น้อยใจนะนี่





      #ความเห็น 3

      ไม่ใช่เรียนไม่ได้นะ แต่ไม่ชอบ แต่ไม่ติดคณะคะแนนสูงๆ เลยมาเรียนวิทยา

      เราอยากเรียนจุลชีวะ เพราะคิดว่าคะแนนต่ำ แต่มันไม่ชอบ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความชอบล้วน วิชาที่มีความสุขที่สุดคือ เคมี กับแลปเคมี แต่ต้องต้องยอมรับว่าจบออกมา ต้องทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในต่างจังหวัดเป็นหลัก งานก็ทำกับพวกสารเคมีอะไรแบบนี้ เหมือนเด็กดมกาวแต่ดีตรงมีเครื่องป้องกัน เงินเดือนก็ธรรมดา 15,000 ทำงานโรงงานก็หมดโอกาศสวยหล่อเป็นหนุ่มสาวออฟฟิศแน่นอน





      #ความเห็น 4

      ผมเชื่อว่าคนที่ไม่ได้โดนคำถามนี้กับตัวไม่รู้หรอกว่ามันอึดอัดขนาดไหน ขนาดตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมยังรู้เลยว่าน้ำเสียงที่แฝงมากับคำถามนี้มันเป็นความหวังดีที่ปนน่าสมเพช ต่อการตัดสินใจเรียนต่อที่ดูแล้ว โคตรจะไม่มีอนาคตในสังคมไทยปัจจุบัน ประมาณว่า "จบวิทยามาแล้วจะทำอะไรได้ เอ็งเปลี่ยนเหอะหวะ"



      ต่อให้สมมติว่าผมไม่คิดอะไรมากกับน้ำเสียงที่แฝงมา (ซึ่งจริงๆ ผมคิดและคิดมาตลอด) คำตอบของผมก็วนเวียนอยู่แค่ "นักวิทยาศาสตร์-อาจารย์-นักวิจัย" ซึ่งว่ากันตามตรงก็ไม่มีอะไรผิดปกติหนิ ถ้านับเฉพาะที่ตรงกับสาขาที่เรียน คนจบแพทยศาสตร์ก็มีตัวเลือกแค่เป็นหมอหรืออาจารย์หมอ จบวิศวะฯ ก็ต้องเป็นวิศวะฯ คณะอื่นๆ อะไรก็ว่ากันไป



      แต่ทำไมผมไม่เคยเห็นใครไปถามเด็กที่เลือกเรียนคณะดังๆเหล่านี้เลย ว่า "เรียนคณะ XXX แล้วจบมาทำอะไร?"



      ทีกับเด็กที่อยากเรียนวิทยา หละถามจัง แล้วพอตอบว่า "นักวิทยาศาสตร์" แต่ละคนก็ทำท่าเหมือน "กูสิ้นหวังกับ-แล้ว" มีน้อยมากที่ผมเจอว่าคนถามจะพอใจและให้เกียรติกับคำตอบและการตัดสินใจของ เด็กที่เลือกเรียนคณะวิทยฯ



      ผมคิดว่าคำถามประเภทนี้มีส่วนตอกย้ำให้เด็กที่เลือกเรียนคณะวิทยฯ เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง การที่เด็ก ม. ปลายจะเลือกเรียนคณะที่ไม่ใช่คณะยอดนิยมก็นับว่าขวางกระแสพอแล้ว เจอกับสิ่งบั่นทอนกำลังใจแบบนี้บ่อยๆ หลายคนก็มีสิทธิ์เปลี่ยนใจนะครับ คงมีส่วนมากที่ผลักให้คณะวิทยา ก็กลายเป็นคณะที่ไม่มีเด็กอยากเลือกเรียน พอไม่มีคนกล้าเลือกเรียน คณะวิทยา ก็กลายเป็นสุสานเด็กสายวิทย์ที่สอบคณะอื่นไม่ติด ยิ่งทำให้ภาพพจน์ของคณะวิทยา และนักศึกษาวิทยาดูงอกง่อยเข้าไปใหญ่ มันเหมือนวงจรที่วนทับกันไปเรื่อยๆ





      #ความเห็น 5

      เด็กที่จบวิทย์มา เท่าที่รู้จักมากับตัว มีน้อยมากที่ทำงานตรงสาย

      (จะว่าก็ไม่ได้ หากทำงานตรงสายจะเอาข้าวที่ไหนกิน)

      เห็นแต่ละคนทำงานนี่จะทึ่งมากว่าเด็กจบวิทย์ทำงานได้หลากหลายสุดๆ ไล่ไปตั้งแต่พวกที่จบ Applied Science อาจได้เปรียบหน่อย เป็นพนังงานขายก็ยังพอไหว ทำงานโรงงานก็ได้



      ผมเองจบชีวะมา และก็กำลังจะจบโทสิ่งแวดล้อม แต่บอกตรงๆว่าทำงานวิจัยในไทยเหนื่อยมาก เหนื่อยใจ เราไม่มีการจัดทำข้อมูลที่ดีเลย ยิ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการด้วยแล้ว (งานผมจะยุ่งกับกรมวิชาการเกษตร หรือกรมพัฒนาที่ดิน) อย่าได้ฝันว่าจะได้ถ้าไม่มีเส้น เงินภาษีทั้งนั้นที่นำไปใช้ทำวิจัยแต่ข้อมูลถูกเก็บเข้า-บ ทำให้งานวิจัยมันเดินไปได้ช้า เพราะข้อมูลพื้นฐานต้องทำใหม่ทุกครั้งที่จะเริ่มงานวิจัยใหม่ๆ แทนที่จะต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ คิดว่าเป็นโชคดีของตัวเองที่ล้มเลิกความฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปตั้งแต่ ตอนป.ตรี ตอนป.โทเลยเลือกโปรเจคที่ไปในเชิงนโยบาย (แต่นั่นหมายความว่าต้องใช้ข้อมูลจากราชการมากขึ้น) และต่อจากนี้ก็คิดว่าคงไปเรียนด้านนโยบายสาธารณะ เพราะคิดว่าตัวเองเหมาะกับงานสายนโยบายมากกว่า แต่อาชีพ "นักวิทยาศาสตร์" เนี่ย ยังไงๆก็อยากให้มี สวทช.เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อยากให้ผลักดันส่งเสริมขึ้นไปมากกว่านี้ เพราะ ประเทศเราเป็นประเทศปลายน้ำครับ เรายังไม่แข็งแกร่งขนาดคิดเองได้ สายงานที่เราใช้เยอะเลยเป็น applied science หรือพวกวิศวะ ที่เอาของที่เค้าคิดไว้มาใช้





      #ความเห็น 6

      แนะนำตัวหน่อย ผมก็จบทั้งตรี โท ฟิสิกส์โดยตรง เท่าที่คลุกขี้ เอ๊ย ! คลุกคลี ในวงการวิทยาศาสตร์บ้านเราไทยแลนด์ ก่อนอื่นขอตอบในตรงกระทู้ก่อน เด่วมีเรื่องอื่นตามมาอีกเยอะ อิอิ



      ตอนเรียนตรี จบมามีคนทั้งเรียนต่อ และทำโรงงาน พอจบเอกมา ต้องมาเป็นพนักงานสอนของมหาลัยครับ เงินเดือนป.เอก 19,000 บาท งานหนักกว่าเอกชนมากมาย



      ขอนอกเรื่องก็คือ ทำไมบ้านเราไม่ค่อยมีการสนับสนุนการวิจัยวิทยาศาสตร์เลย

      คือผมมองแบบงี้ก็คือ วิทยศาสตร์ --> เทคโนโลยี -->บริษัทขายของ

      กำไรที่ได้ก็มาสนับสนุนวิทยาศาสตร์ต่อทั้งเพียวและประยุกต์



      บ้านเราไม่มีบริษัททางเทคโนโลยีแบบจริงๆ จังๆ เน้นๆ ไปทางอิเล็กทรอนิกส์นะ เกาหลีมี LG samsung บ้านเรามีบริษัทต่างประเทศ ไต้หวัน มี Acer อุตสหกรรมทางอิเล็กเยอะ



      ทำให้การเรียนวิทยาศาสตร์ดูไม่มีจุดหมายแน่นอน ไม่สามารถคิดค้นนวัตกรรม หรือ เทคโนโลยี ที่อยู่ในตลาดได้ บ้านเราจะซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาตลอด



      การที่ไ่ม่มีตำแหน่งงานของรัฐ หรือ เอกชน ที่รับเฉพาะวิทย์ ทำให้หลายคนเบนเข็มไปทำงานอย่างอื่นบางครั้งผมก็น้อยใจนะ "จบวิทย์มา เงินเดือนก็น้อย เรียนก็อยากส์มากๆ"









      #ความเห็น 7

      จบวิทยาศาสตร์ ป.ตรี หางานยากจังค่ะ

      เฮ้อ ในฐานะที่พวกพี่ๆห้องหว้ากอก้อเป็นนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ช่วงที่จบป.ตรีใหม่ๆ ไม่ต่อโทเลย หางานยากไหมคะ ลืมบอกไปที่จบคือทางด้านสิ่งแวดล้อมน่ะค่ะ อยากทำงานด้านนี้แบบตรงสายจิงๆ งานหายากค่ะ ถ้าไม่เป็น

      1.โรงงาน ด้านบำบัดน้ำเสีย ระบบ iSO 14000 ซึ่งส่วนมากอยากได้คนมีประสบการณ์และรับผู้ชายมากกว่าค่ะ เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องควบคุม contact กับคนงาน

      2.งานราชการ ก็รับราชการในพวกกระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงวิทย์ อบต. แต่ก้ออย่างว่าสมัยนี้ระบบเส้นสายมันเยอะ จาเข้าก็ยากอยู่

      3.งาน consult ก็เป็นงานที่อยากทำที่สุด แต่ก้ออยากได้คนมีประสบการณ์อีกนั่นแหละ

      ปล.เด็กจบใหม่นี่ลำบากเนอะ หางานยากจัง ยิ่งสิ่งที่เราเรียนมาเป็นอะไรที่เฉพาะทาง ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะต้องมี อยากทำงานตรงสายอ่ะคะ เพราะรู้ว่ามีโอกาสก้าวหน้า และเป็นแนวทางในการต่อโท คืออยาเรียนด้านนี้ เลยสมัครงานแต่พวกนี้ แต่ยากจังทั้งที่เกรดก็โอเค จบม.รัฐชื่อดัง ตกงานจาครบครึ่งปีแล้วค่ะ







      #ความเห็น 8

      ฉันเคารพในมุมมองของคุณ

      ยังไงก็ตามแต่ ฉันก็ยังคิดว่าประเทศไทยไม่ได้ต้องการนักวิทยาศาสตร์มากขนาด 4-5 หมื่นคน นักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นต้องการการสนับสนุ(เงินจากรัฐบาลหรือสถานประกอบการ

      ปัญหาที่สำคัญที่สุดจากประเทศไท ยคือ ผู้คนที่จบการศึกษา พวกเขาเรียนแต่ทฤษฎี ไม่ได้เน้นการปฎิบัติเหมือนสายงานวิศวะ แพทย์ แต่ในความเป็นจริง จบออกไปทำงานเน้นการปฎิบัติ ไม่ใช่ทฤษฎี

      ตรงนี้น่าจะหมายถึงพวกรู้แต่ทฤษฎี แต่เอาไปใช้จริงไม่ได้ มันอันตรายอย่างมากและพวกเขาจะไม่ตระหนักเลยว่านี่เป็นปัญหาใหญ่เพียงใด



      วิศวกรรมนั้นสำคัญ แต่โดยธรรมชาติแล้ววิทยาศาสตร์ก็สำคัญเช่นกัน แต่

      ในสถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนไม่มีวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์จากประเทศของเราเลย



      นี่เป็นสิ่งที่ดีแล้วจริงหรือ?



      สิ่งที่ฉันไม่ชอบเอามากๆคือนโยบายสาธารณะ ตัวอย่างเช่น เมื่อประเทศจีนต้องการ Super Train รถไฟความเร็วสูง พวกเขาจะทำอะไร ? คำตอบคือพวกเขาจะสร้างของพวกเขาเอง



      แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นพวกเรา? รัฐบาลของพวกเราจะทำอะไร?



      เราจะไปซื้อมาจากคนอื่นด้วยการติดหนี้



      คุณเห็นหรือยังว่าพวกเราโง่กันแค่ไหน ?



      แล้วพวกคุณยังคงโง่ จะเรียนคณะวิทยาศาสตร์กันอีกหรือ ?







      #ความเห็น 9

      มายืนยันอีกทีครับ ว่าคณะวิทยาศาสตร์ ในตอนนี้ ใครก็เข้าได้ เรียนได้ หรือทนเรียนจบออกมาได้ เพราะจบปีละ 55,000 คน คิดเองนะครับว่าตลาดงานมีต่ำแหน่งงานแค่หลักพันเท่านั้น ขนาดที่หมอ จบปีละ 3500 คน กะทันตแพทย์ จบปีละ 575 คน กลายเป็นวิชาชีพขาดแคลน เพราะมีสภาวิชาชีพควบคุมจำนวนคนจบ ไม่ใช่เปิดกันเกล่อขนาดนั้น ตัดสินใจเสี่ยงเองนะครับ คนที่เรียนวิทยา

      ส่วนผมจบวิทยา ทำงานไป 2 ปี มองไม่เห็นอนาคตที่จะเติบโตเป็นผู่เชี่ยวชาญได้ ตราบเท่าที่ไม่มีรับรองความเชี่ยวชาญหรือวุฒิบัตร ทำให้เลยไปสอบเข้าหมอใหม่ผ่านระบบ กสพท. ติดวชิระ พ่อแม่ผมต่างดีใจและภูมิใจที่ผมทำได้จริงๆซักที ไม่ใช่เรียนเพราะสอบไม่ติดที่ดังๆเหมือนสมัยจบวิทยามา





      #ความเห็น 10

      คณะวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ปีๆนึงคนจบวิทยา 4 - 5 หมื่นคน เป็นคณะที่เปิดเกลื่อนเป็นรองจากสาย คณะบัญชี บริหาร และสายพวกสังคม แค่นั้นเอง อีกทั้งการรับเข้าตำแหน่งก็มีไม่เยอะ ต่ำแหน่งงานภาคเอกชนหรือโรงงานอุตสาหกรรม มีแค่มีหลักพัน ส่วนนักวิจัยของรัฐ ก็รับเพียงหลักสิบคน เงินเดือนก็น้อย ทั้งที่เรียนยากไม่แพ้วิชาชีพอื่นๆ เด็กเก่งส่วนใหญ่ในประเทศเลือกที่จะเรียน หมอ ทันตะ วิศวะ เภสัช เพราะเป็นวิชาชีพ มีงานมีเงินเดือนที่มั่นคงกว่า



      เกือบทั้งนั้นที่เรียนวิทยา ก็ไม่ได้คิดจะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับประเทศไทยหรอก เพราะก็รู้อยู่ขีดจำกัดของประเทศไทยเป็นอย่างไร ประเทศไทยเอาแต่รับเทคโนโลยีจากต่างชาติเพราะมันง่ายไม่ต้องเสียงบวิจัยให้ มากมาย มันเป็นแบบนี้มาเนิ่นนาน แม้แต่หนังสือ Text book ยังต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษ



      ดังนั้นถ้าคิดจะเปลี่ยนอะไรตอนนี้มันทำได้ยาก ดังนั้น จะเห็นได้ว่าที่เด็กหัวกระทิไทยเลือกเรียนหมอ ทันตะ ก็เพราะจบมาได้งานทำเลย รายได้สูง เป็นหน้าเป็นตาให้แก่ครอบครัว เพราะเข้ายาก จบมาแล้ว ไม่มีอดตายแน่นอน แถมยังออกไปเปิดคลีนิค ทำธุรกิจของตนเองได้ง่ายกว่าวิชาชีพอื่นๆ



      หัวกระทิส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบศพหรือเลือด เลือกเรียนวิศวะที่ดังๆ เพราะอย่าลืมว่ารายได้หลักของไทยกว่า 70% มาจากภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นตกเป็นหน้าที่หลักของวิศวกรที่จะมีหน้าที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย



      แล้ววิทยาศาสตร์หละอยู่จุดไหน? ถ้าอยู่ในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงอย่างจุฬา ก็อาจจะมีเงินเดือนพอสมควร แต่นอกจากนั้นสายอื่นๆเป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้นแหละที่จะมีรายได้ดีๆ เพราะมันไม่ใช่วิชาชีพ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเหมือนหมอ ทันตะ และวิศวะ แต่ถ้าเรียนเพราะเราชอบ เรารักก็โอเคหละ แต่......



      1. ถ้ารับเรื่องจบออกไป แล้วตกงานเป็นปีๆได้ ใช้เวลาหางานนานๆเกือบ 3 - 6 เดือน เพราะคนจบเยอะ บริษัทจึงต้องใช้เวลานานในการคัดเลือก เรียกมาสัมภาษณ์และทดสอบเป็นเวลานานๆ



      2. จบออกไปแล้ว ไปทำงานไม่ตรงสาย เช่น จบวิทยามาแต่ต้องทำงานขาย ทำงานธุรการ ทำงานในแผนกโรงงานอุตสาหกรรม หรือทำงานกับคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่มีความก้าวหน้า หรือได้เงินเดือนน้อยที่สุดในบรรดาคณะสายวิทย์ทั้งหมด เพราะบริษัทมองว่าหาคนมาทำแทนเมื่อไรก็ได้ มีตัวเลือกเยอะ ส่งผลให้เงินเดือนได้พอๆกะคณะสายศิลป์ ทั้งที่เรียนง่ายกว่าเยอะ เรียนน้อย เช่น เรียน 3 วันต่อสัปดาห์ ทั้งที่คณะวิทยานั้นเรียนยาก เรียนเยอะ เรียนทุกวันต่อสัปดาห์ แลปก็เยอะ เพราะเนื้อหาเยอะไม่แพ้หมอ



      3. ถูกวิชาชีพอื่นหรือคนอื่นหรืออาชีพอื่น ดูถูกอยู่ลึกๆ มองว่าด้อยกว่าเสมอ เพราะปัจจุบัน คณะวิทยาเปิดเข้าให้คนเข้ามาเรียนง่ายเกินไป พูดง่ายๆ ไปสมัครก็เรียนได้ ใครๆก็เรียนได้ สอบได้คะแนนต่ำๆก็เข้าไปเรียนได้ ไม่ต้องใช้ความขยันอะไรมากมาย



      แต่ถ้ารับได้ทั้ง 3 ข้อ ขอให้ลองเรียนวิทยาดูสิ แล้วค่อยไปพิสูจน์ตอนเรียนจบ

      ว่ามันเป็นเรื่องจริงทุกข้อไหมที่บอก
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม

      ถูกลบเนื่องจาก:
      มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม
      ติวเตอร์เลิฟพ่อง
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม

      ถูกลบเนื่องจาก:
      มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม
      ติวเตอร์เลิฟพ่อง
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ฮี่ๆ มาตอบแทน
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      sea1
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พึ่งขึ้นม.6 อยากเข้าคณะนี้เหมือนกันค่ะ สงสัยระหว่างของ ฬ กับ มก. คือ ฬ เค้าจะเรียนเเบบ วิทย์จ๋าเลยใช่มั้ย เเต่ มก จะเรียนเเบบออกแนวๆประมง ใช่มั้ย เหนของมก.อยู่ในคณะประมง แล้วไม่เก่งอังกฤษจะรอดมั้ยเศร้าจัง
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เอ่อ ถ้าจะว่าไปทั้งคู่ก็วิทย์จ๋าทั้งหมดเลยนะครับ

      แต่จะต่างหน่อยก็ที่สังกัดครับ

      วิทย์ทะเล ของจุฬา ฯ กับ เกษตรศาสตร์เนี่ย

      จบมาก็ วท.บ. (วิทยาศาสตร์ทางทะเล) เหมือนกันทั้งสองมอนะครับ

      แค่มารีนของฬอยู่ในคณะวิทย์ ส่วนมารีนของเกษตรศาสตร์ก็อยู่ในประมง

      ซึ่งในประมงเกษตรก็จะมีสาขาอื่นรวมอยู่ด้วย พวก fish production manage อะไรงี้ครับ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      cnblue
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      กลับไปดูแลกระทู้ตัวเองไป
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      tttt
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      copy paste เป็นอย่างเดียวหรอ???
      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป