[รู้ไว้ใช่ว่า] นี่เราละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่านะ? [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขอท้าวความที่มาของกระทู้นี้ก่อน... พอดี เครสเพิ่งจะค้นพบว่า ภาพถ่ายของตัวเองถูกองค์กรของทางรัฐบาลนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ โดยไม่มีการขออนุญาตและให้เครดิตค่ะ...

พูดง่ายๆ เครสโดนละเมิดลิขสิทธิ์ค่ะ จากหน่วยงานของรัฐบาลเองเลยด้วย...

สะเทือนใจมาก เดี๋ยวจะส่งอีเมล์ไปแจ้ง คงไม่ถึงกับเอาเรื่องอะไรค่ะ แต่... คือมันไม่ถูกอ่ะ นี่คือแม้แต่หนังสือสักเล่มก็ส่งมาไม่ถึงมือเครสด้วยซ้ำ =__= อืม... นี่เขาไม่รู้เหรอว่ามันผิดกฎหมาย หรือเพราะรู้นั่นแหละ เลยไม่ยอมแจ้ง? กลัวเราจะคิดเงินค่ารูปรึเปล่า?

เอาเถอะค่ะ ประเด็นนั้นเป็นเรื่องที่เครสต้องสะสางเอง ตอนนี้เรามาว่ากันที่ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ที่คนไทยมีกันอยู่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินสักหน่อยดีกว่า

ลิขสิทธิ์ คือสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของผลงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ซึ่งในกรณีที่งานนั้นๆ เป็นงานศิลปะ เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด งานเขียน บทเพลง บทกวี ท่าเต้น ฯลฯ จะถือว่าลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้สร้างสรรค์งานตั้งแต่ผลงานถือกำเนิด โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใดๆ และมีความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิดลิขสิทธิ์

แล้วอะไรคือการละเมิดลิขสิทธิ์ล่ะ?

การละเมิดลิขสิทธิ์ คือการนำเอาผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นมาดัดแปลง ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของงานนั้นๆ เพื่อใช้เผยแพร่ในนามของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการค้ากำไรหรือใช้อ้างอิง เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตามกฏหมายได้

ทีนี้... มนุษย์โลกสวยผู้เห็นแก่ตัวหลายคนมักจะคิดว่า "จะมาตามฟ้องกันทำไม เรื่องแค่นี้ทำไมไม่แบ่งบัน ฉันเอางานเธอมาเผยแพร่ เธอควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำ"

...ไม่ทราบว่าโลจิคข้างบนมันมาจากไหน แต่ขอกล่าวฟักแฟงแตงไทย เผาพริกเผาเกลือให้คนคิด สาปส่งมันลงนรกสักล้านขุม -*-

เครสจะชี้แจงให้นะคะว่าทำไมเจ้าของลิขสิทธิ์ต้องหวงผลงาน

1. เพราะงานศิลปะทุกชิ้นมีต้นทุนค่ะ อย่างภาพถ่าย กล้องตัวนึงเซมิโปรรวมเลนส์ราคาก็ครึ่งแสนเข้าไปแล้ว ใครคะ? ใครช่วยผ่อน? เราตื่อนกันแต่ตีสี่ตีห้า บุกป่าฝ่าดง ถ่ายรูปออกมาเป็นร้อยๆพันๆรูป มุมหนึ่งกดชัตเตอร์รัวยิ่งกว่าถ่ายวิดีโอ คุณรู้ไหมว่าเราแหกขี้ตานั่งคัดเอารูปที่ดีที่สุดรูปเดียว ปรับสี ปรับความคมชัด ทำกันตาแทบพัง ในกรณีของงาน CG เราวาดกันแทบตาย ลงสีกันจนคอมฯ ร้อน เมนบอร์ดแทบไหม้ แล้วมันเรื่องอะไรกันคะที่จู่ๆ ตาสีตาสาเก็บรูปเราไปปะหน้าบ้านแล้วใช้ข้ออ้างสั่วๆแค่ว่า "อยากช่วยเผยแพร่" โดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนที่เป็นเม็ดเงิน เวลา และความเหนื่อยยากที่เจ้าของผลงานประสบมาสักนิด

2. เพราะคุณกำลังทำลายโอกาสขายงานของเขา บางครั้ง รูปบางรูปเราเก็บไว้ใช้งานในภายภาคหน้า แต่มีหมาที่ไหนไม่รู้คาบไปใช้ แปะชื่อตัวเองหรา คราวนี้พอเราทำออกมา อ้าว! กุโดนด่าอีกว่าทำซ้ำทั้งๆที่นั่นรูปเราแท้ๆ ลูกค้าจากที่จะซื้องานก็ส่ายหน้าวืด ดีไม่ดี ไปโหลดรูปของเราจากเจ้าอื่นที่เอามาแจกฟรีไปทำเองกันซะอย่างนั้น ถามว่าแล้วที่เราลงทุนไปทั้งหมดในข้อ 1 คือเพื่ออะไร? ตอบ!

3. เพราะคุณกำลังแสดงอาการ 'ไม่ให้เกียรติ' ศิลปินท่านนั้นๆ สำหรับเจ้าของผลงาน รูปสักใบ งานสักชิ้น เขารักเขาหวงเท่าลูกเลยนะ คุณเอางานเขาไปตัดแปะใส่ชื่อตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับการบุกเข้าบ้านคนอื่นไปจับลูกสาวเขามากระทำชำเราแล้วก็โยนทิ้ง ยิ่งกรณีเอางานไปขายต่อนี่เหมือนกับเอาลูกเขาไปขายซ่องหลังจากปู้ยี่ปู้ยำจนหนำใจ เป็นคุณคุณทนได้ไหมกับการกระทำแบบนี้?

โจรขโมยของวัดมาขายบาปเท่าไหร่ การที่คุณเอาผลงานคนอื่นมาเผยแพร่โดยไม่บอกเจ้าตัวก็บาปเท่ากันนะคะ มันเป็นการกระทำของ 'โจร' และเป็นข้ออ้างแบบ 'โจรๆ' ในการเปลี่ยนสิ่งที่ผิดเป็นชอบ เพราะฉะนั้น เปลี่ยนความคิดค่ะ การเผยแพร่ผลงานผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการทำร้ายคนทำงานศิลปะต่างหาก

"ถ้าหวงขนาดนี้ ทำไมไม่เก็บไว้ดูคนเดียวที่บ้านซะเลยล่ะ!" -- เชื่อว่าต้องมีมนุษย์บอสบางคนคิดแบบนี้

สมมติถ้าคุณทำข้าวผัดกระเพราขาย แต่คุณไม่ตั้งหน้าร้าน ไม่แปะป้าย ไม่มีเตาแก๊ส ไม่มีกระทะ คอยผัดกับข้าวส่งเสียงช้งเช้งๆอยู่หน้าบ้าน ถามหน่อย จะมีลูกค้าเข้ามาซื้อไหม?

เหมือนกันแหละค่ะ เราโพสต์งานของเราเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเรา โชว์งาน โชว์ฝีมือ เพื่อรอคนที่เขา "อยากซื้อ" เดินเข้ามาถาม สำหรับบางคน เขาไม่ได้ซีเรียสด้วยซ้ำว่างานจะต้องขายออกเป็นเม็ดเงิน แค่ต้องการให้มีคนที่เห็นคุณค่าของมันจริงๆ เข้าใจความเหนื่อยยากของเราเดินเข้ามาแล้วขออนุญาตกันแบบแฟร์ๆ เครสเองก็เป็นหนึ่งในประเภทนั้น คือถ้ากล้าขอก็กล้าให้ เครดิตก็ไม่เอา เพียงแต่คุณมีความเป็น "ผู้เจริญ" มากพอที่จะเคารพเราในฐานะผู้สร้างสรรค์หรือเปล่า? ไม่ใช่มาแบบลักกินขโมยกิน อย่างนี้ไม่ถูกค่ะ

(ต่อ Reply ที่ 1 นะคะ)


ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



    ทีนี้... ทำยังไงไม่ให้งานเราละเมิดลิขสิทธิ์?



    ในจุดนี้เครสขอพูดถึงปกหนังสือเป็นหลักแล้วกันนะคะ เพราะเห็นว่าเป็นกรณีสุ่มเสี่ยงที่โดนกันบ่อยที่สุด การจะรู้ว่าเราละเมิดหรือไม่ละเมิด คือการเช็คที่มาของรูปค่ะ ถ้าหาเอาจาก google ล่ะก็ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า 50% ของภาพเหล่านั้นมีลิขสิทธิ์ มือกราฟฟิกทำปกต้องมีสกิลพอตัวในการหาภาพที่ตรงกับ requirement ของนักเขียน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ไปลักขโมยของๆใครเค้ามาด้วย เครสมีเทคนิคดีๆมาแนะนำค่ะ ไปดูกันเนาะ ^^



    1. ใช้รูปของตัวเอง ถ้าใครมีกำลังทรัพย์และชอบถ่ายรูป แนะนำว่าให้ถอยกล้องดีๆไว้สักตัวค่ะ เครสเองในหลายๆครั้งก็ได้รูปถ่ายของตัวเองนี่แหละมาทำปก นอกจากจะไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์แล้วเรายังยืดได้อย่างเต็มภาคภูมิด้วยนะว่าปกนี้ฝีมือเราล้วนๆ



    2. ใช้ฟรีไอเทมให้เป็นประโยชน์ ฟรีไอเทมในที่นี้ได้แก่บรัชใน photoshop และ vector กราฟฟิกต่างๆ ที่มีให้โหลดฟรีๆ พวกนี้หาง่ายมากและสามารถนำมาใช้ ดัดแปลง ดีไซน์ใหม่กันตามใจชอบเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องโดนฟ้องหัวโตด้วยนะ แต่สำหรับเวคเตอร์บางตัวระวังไว้หน่อยก็ดี มีบางเว็บที่ออกมาให้โหลดใช้ในครัวเรือนได้ แต่ลิขสิทธิ์ไม่ครอบคลุมไปถึงการนำมาตีพิมพ์ขายจ้ะ



    3. ซื้อรูป มีหลายๆเว็บ เช่น daviantart, shutterstock, deposit photos ที่มีรูปสารพัดสารพันให้เลือกช็อป สนนราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดและความสวยงาม หรือถ้าใครคิดว่าไม่อยากซื้อ สมัครสมาชิกไว้ก็ไม่เสียหลายนะ เพราะเว็บพวกนี้มักจะแจกรูป HQ กับเวคเตอร์กราฟฟิคใฟ้ฟรีๆ ทุกๆ วันพุธ!



    4. ยกมาไว้ข้อสุดท้ายเพราะถ้าเอาข้อนี้ไว้แต่ต้น อีกสามข้อไม่มีใครอ่านแน่นอน--ภาพฟรีมีจริงๆในโลกนะเลือกเก็บรูปภาพจากเว็บที่แนะนำไว้ ที่นี่ ภาพเหล่านี้เจ้าของเขายกให้สามารถใช้ commercial use ได้ ซึ่งก็คือนำมาใช้ดัดแปลงประกอบการขายได้โดยไม่คิดสตางค์และไม่จำเป็นต้องอ้างอิงเครดิตนะคะ แม้ภาพส่วนมากจะไม่สวยแซ่บเท่าภาพที่คิดตังค์ แต่ก็ใช้ได้เลยแหละ





    แล้วถ้าหากเราละเมิดลิขสิทธิ์ชาวบ้านไปแล้วโดยไม่รู้ตัวล่ะ?



    ในกรณีที่ยังแก้ไขได้ คือยังไม่ได้จัดพิมพ์หรือออกวางขาย แนะนำให้รื้อทำใหม่เลยค่ะ แต่ถ้าหากทำไปแล้ว ให้รีบดึงภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ลง ระงับการขายหรือเผยแพร่ แล้วตั้งนะโมฯสามจบเตรียมตัวเตรียมใจเผื่อเจ้าของภาพหาตัวเจอ บางรายเขาอาจจะปล่อยผ่าน แต่อย่างที่เครสว่าไปแหละค่ะว่ามันไม่ต่างจากโจร ในเมื่อเคยพลาดแล้วก็อย่าทำอีก เครสเองก็เคยเอารูปตาม google มาทำปก จนเมื่อเริ่มทำงานดรีมเต็มตัวนี่แหละค่ะ ถึงได้ระวังมากขึ้น แต่งานบางชิ้นที่ทำมาถึงจะเป็นภาพฟรี แต่ลิขสิทธิ์ดันไม่ครอบคลุมถึงการพิมพ์จัดจำหน่าย ก็มานั่งลุ้น+สำนึกผิดอยู่เหมือนกัน - -"





    สุดท้าย... อย่าคิดว่าแค่ให้เครดิตแล้วเรื่องจะจบ



    การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีชื่อเจ้าของงานแปะอยู่หรือไม่ แต่มันอยู่ที่ว่า "เจ้าของงานเขาอนุญาตแล้วหรือยัง?" ถ้าไม่ได้แจ้งเจ้าของ ต่อให้เอาชื่อเขาใส่ใหญ่เท่าฝาบ้านก็โดนฟ้องตูดบานได้ค่ะ อย่าคิดว่าแปะชื่อแปะที่มาแล้วจะจบ เช่นเดียวกันกับในกรณีที่บางคนคิดว่า "เราไม่ได้ทำขายนะ ฟ้องเราไม่ได้หรอกไม่จริงนะคะ ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่าฟ้องได้ แล้วในกรณีภาพปกเนี่ย บางทีผิดตรงคนออกแบบ แต่ความซวยมันจะพ่วงมาถึงนักเขียนเพราะผู้ได้รับประโยชน์ก็คือนักเขียนค่ะ



    หวังว่ากระทู้นี้จะทำให้วงการนักเขียนนักอ่านไทยเข้าใจความหมายเกี่ยวกับคำว่า 'ลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นมาอีกนิด ใครสงสัยอะไร ถามเลยนะคะ จะได้เป็นวิทยาทานแก่คนอื่นๆที่เข้ามาอ่านกระทู้ด้วยค่ะ ^^



    Crescent - dream creator of dreammaker





    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    รอกลับห้องก่อน แล้วจะแชร์รัวๆ อยากให้แอดมินเอาไปแปะไว้หน้าหลักด้วย 


    เพราะมีกี่บทความที่เอาเรื่องนี้มาลงก็หล่นหายไปหมด 


    อนึ่ง...แค่กล้องดีๆ ยังไม่เพียงพอจะทำให้ได้ภาพสวยๆ ต้องมีฝีมือด้วยนะจ๊ะ ถ่ายเองไม่ได้ จะจ้างช่างภาพดีๆ สักคนมาช่วยถ่าย หรือให้เพื่อนที่เรียนมาช่วยถ่ายให้ก็ได้ 
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #13
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เข้ามาดันกระทู้และขอตอบทั้งในฐานะนักเขียนและนักถ่ายภาพ


    ตลอดการจับกล้อง DSLR มา 6 ปี โมหมดค่าอุปกรณ์กล้องไปแสนกว่า ได้รูปสวยมาสมใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่ฝีมือคนถ่ายด้วย โดยเฉพาะที่เขาเรียกกันว่ามุมกล้องนี่ล่ะตัวสำคัญ มุมใครมุมมันลอกกันไม่ได้ คล้ายๆ กับการเขียนนิยาย แนวทางใครแนวทางมัน กว่าจะได้ภาพแต่ละภาพลงทุนลงแรง ทั้งนอนราบกับพื้นปูน พื้นหญ้ากลางแดดเวลาเที่ยง นอนตะแคงก็มีมาแล้ว นั่งแช่อยู่ในน้ำ แบกกล้อง ขาตั้งกล้อง เลนส์ แฟลช อุปกรณ์ทั้งหมดน้ำหนักราวๆ 2-5 กิโล เหงื่อแตกไหลเต็มตัว ไหนจะเรื่องสภาพอากาศ ตัวแบบที่ถ่ายอีก ต้องตั้งค่าต่างๆ ในกล้องเต็มไปหมด เสร็จแล้วต้องเอาไปเข้าโปรแกรมโปรเซสภาพอีก!!


    กว่าเราจะได้ภาพๆ หนึ่งหรืองานเขียน 1 เรื่อง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เมื่อผลงานออกดี สวย ความเหนื่อยที่เคยมีก่อนหน้ามันหายไปหมดจริงๆ สุดแสนจะคุ้มค่า ภูมิใจในตัวเองสุด 


    ส่วนเรื่องการนำภาพถ่ายไปใช้ บรรดาตากล้องส่วนใหญ่จะไม่หวงผลงานค่ะ คุณจะเอาภาพเราไปใช้เป็นหน้าปกนิยาย ไปลงนิตยสาร หรือไม่ขึ้นเป็นหน้า wallpaper คอมก็ได้
    แต่ขอให้ขออนุญาตเราก่อนเท่านั้น (หากนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก็ต้องคุยกันในอีกรูปแบบหนึ่ง) อย่างภาพของโมเคยมีนักข่าวของหนังสือพิมพ์เจ้าหนึ่ง ขออนุญาตนำไปประกอบคอลัมน์ที่เขาเขียน โมก็ยกให้ฟรีๆ ไม่คิดเงินทอง เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าพวกตากล้องจริงๆ น่ะใจดีนะ แค่เอ่ยบอกขออย่างเป็นทางการเรายินดีช่วยเหลือ


    แต่ถ้ามาประเภทหยิบไปใช้โดยที่เราไม่รู้เรื่องล่ะก็ ถึงไหนถึงกัน ฟ้องแน่ๆ ไฟล์ต้นฉบับก็มี หลักฐานยืนยันครบ หนทางชนะนอนมาเห็นๆ


    ซึ่งในวงการตากล้องหากเกิดกรณีเช่นนี้ เราจะพูดเล่นขำๆ กันว่า "ยินดีด้วย โอกาสทองมาถึงแล้ว ฟ้องโลด รวยแน่ๆ!"

    ดังนั้นพวกลูกช่างหยิบช่างฉกฉวยทั้งหลาย จะทำอะไรก็ขอให้คิดมากๆ หน่อย นึกถึงคนสร้างผลงานที่เขาเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดบ้าง อย่าเอาแต่สะดวก ง่าย และเห็นแก่ได้อยู่ฝ่ายเดียว


    ปล. เราโชว์ภาพหรืองานเขียนของเราเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่านี่ฝีมือเรา ผลงานเรา เราอวดอย่างภาคภูมิใจ มิใช่อวดเพื่อให้ใครก็ไม่รู้มาก๊อป!!
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #27
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



    มาช่วยสนับสนุนให้  คนไทยมีจิตสำนึกในการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์



    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    WM คร้าบ รบกวนช่วยทำระบบปักหมุด หรือกระทู้แนะนำ กระทู้รวม FAQ ประจำบอร์ดนักเขียนได้แล้วคร้าบ



    สาระและประโยชน์ทั้งนั้น


    จะได้ลากกระทู้เก่าๆที่ไขกระจ่างนักเขียนใหม่มารวมกันไว้ที่เดียวเป็นสารานุกรมประจำบอร์ดไว้อ้างอิง
    ตอบกลับ

97 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป