/>

ทำไมครูถึงชอบดูถูกเด็กสายศิลป์ (โดนเหมือนกันป่าว) [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
คือเราไม่เข้าใจอ่ะ,,ทำไมครูถึงชอบดูถูกเด็กสายศิลป์กันจังเลย แล้วก็ชมแต่เด็กสายวิทย์-คณิต ไรงี้ คือแบบความถนัดและความชอบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันป่ะ โอเคนะเราก็ยอมรับว่าเพื่อนเราบางคนก็แต่งตัวแรง แต่คือเค้าก็นิสัยดีนะ มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อน บางครั้งก็อาจจะเสียงดังบ้าง แต่ครูคือ...แบบเค้ามาในห้อง พอเช็คชื่อก็ถามว่า นาย ก ไปไหน เพื่อนๆก็บอกว่าไปซ้อมกิจกรรมจะแข่งพรุ่งนี้ แล้วครูก็พูดว่า''เอ้า! พวกเธอไม่มีความสามารถอะไรไปแข่งเหมือนคนอื่นเลยเหรอ?" แล้วก็อะไรอีกเยอะแยะบลาๆๆๆ เราอยากรู้อ่ะว่าโรงเรียนอื่นเป็นเหมือนเราไหม??
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


    บางครั้งอาจารย์ดูเหมือนจะ "พูดไปงั้น" หรือ "ไม่คิดก่อนพูด" ครับ
    ผมเป็นเด็กสายวิทย์-คณิต

    บ่อยครั้งอาจารย์ชอบเอาห้องไปเปรียบเทียบกับสายศิลป์เหมือนกัน

    อย่างเช่น "ห้องX ยังทำได้ดีกว่าพวกเธอเลยนะ"
    "ห้องเธอมีแต่เก่งฟิสิกส์เหรอ ทำอย่างอื่นไม่เป็นเลยเหรอ สู้ห้องX ก็ไม่ได้"

    พอผมจบม.ปลายมาก็ย้อนกลับไปคิดดู
    พบว่าคำพูดของอาจารย์บางครั้งก็ไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดมาครับ

    อย่าใส่ใจมากเลย แต่ถ้าจะใส่ใจ เอามาเป็นพลังขับเคลื่อน ดีกว่าจะมาท้อนะ


    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #16
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ครูพาลว่าทำไมไมค์ไม่ติด แค่เราเรียนห้องนี้มาสามปีแล้ว ม.1-3 เปลี่ยนแค่ป้ายชั้นห้อง ห้องเดิมที่อยู่มา แจ้งเรื่องไมค์และลำโพงไปไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือจัดการจนบางครั้งเราต้องหาวิธีแก้ปัญหาเอาเอง


    เพื่อนปรับสายหน้าจอนิดหน่อยเพราะมันหลวม ไม่ได้ไปยุ่งกับสายไมค์ ครูลืมงานเพื่อนทั้งห้องไว้ข้างล่างและลงไปเอา กลับมาอีกทีพอใช้ ไมค์มันหอน ครูตะคอกเพื่อนว่า

    "เธอจะมาปรับมันทำไม !!?"

    ด้วยเสียงโคตรแหลมสูงและวีนมาก


    หลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็พยายามอธิบายว่ามันไม่ใช่นะ เรารู้กันดีว่าเด็กสายศิลป์ภาษาน่ะมีคนไม่ชอบเยอะแล้ว เราไม่โง่พอจะสร้างปัญหาให้ตัวเองหรอก


    และครูก็หลุดมาหนึ่งคำ

    "เมายาหรือเปล่ามันน่ะ ?

    พูดถึงเพื่อนคนนั้น คนที่พยายามปรับสายไมค์และจับสายหน้าจอคอมให้ตึงเพื่อให้สายไม่หลวม ไม่พังเร็ว ไว้ให้น้องปีต่อไปได้ใช้บ้าง


    อธิบายดีดี ไม่มีใครขึ้นเสียงเพราะรู้ว่าบทสรุปของการทะเลาะกัน แค่คุณเรียนสายศิลป์ภาษาคุณก็มีสิทธิ์แพ้มากกว่าครึ่งแล้ว

    "ไม่ต้องมาเถียง !!"

    นี่คือคำที่ครูตะคอกทุกคนในห้องกลับมา

    "อย่ามาเถียงแทนเพื่อน !!!"

    ครูยังคงไม่หยุดใช้เสียงแหลมสูง


    อาทิตย์ก่อนโน้น เรียนวิชาครูคนนี้ บังคับแสดงละคร โอเค มันงาน ได้คะแนน เราทำก็ได้

    กลุ่มแรกที่แสดง ห่วย ห่วยมากถึงมากที่สุด หัวเราะคิกคักจนไม่รู้เรื่อง  แต่เวลาไม่พอ กลุ่มอื่นเลยต้องมาแสดงอีกสัปดาห์


    สัปดาห์ต่อมา แสดงไป ครูบอกหน้าผิดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เราเรียนกันถึงแค่หน้า 30 กว่าๆ แต่อาทิตย์ที่แล้วครูบอกหน้า 80 กว่า


    โอเค ทำใหม่ เขียนบทกันใหม่ เพราะชื่อบทก็คล้ายกัน (โรคและการติดโรค / โรคและการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หัวข้อแรกคือโรคติดต่อทั่วๆไป ไข้หวัดนก ฯลฯ หรือโรคที่ติดต่อจากแม่สู่ลูก แต่บทหลังเป็นเรื่องอันตรายจากเพศตรงข้ามและแยกย่อยมาเป็นโรคติดต่อทางเพศฯ)


    ครูด่า เหมือนไปโมโหใครมา และบอกว่า

    "-ทายผลบอลโลกนี่ก็ไม่ถูกสักที ถ้าถูกนะ ไม่มาสอนให้มันนินทาอะไรกันแบบนี้หรอก สบายอยู่บ้านไปนานละ สิบกว่าล้าน"

    โอเค ครูอาจจะเครียด แต่ครูเหวี่ยงและวีนใส่เราทุกคน


    เพื่อนอีกกลุ่มแสดงบทหมอ ครูไม่ยอมดูให้จบ ครูด่าขึ้นมากลางการแสดง

    "ทำไมไม่เลือกคนที่ดูดีหน่อยมาเป็นบทหมอวะ ? เอามาทำไมตัวดำๆ เอาที่หน้าตี๋ๆขาวๆดิ"

    ตอนนั้นนึกในใจ คนดำเรียนหมอไม่ได้ใช่ไหม ?

    มีใครอยากทำการแสดงของครูไหม ?

    คนหน้าขาวๆตี๋ๆที่ครูว่ามันก็เป็นคนที่ครูด่าว่าเมายานั่นแหละ
    ครูนั่นแหละที่เมายาหรือเปล่า ?


    ในวันนั้นมันมั่นใจจากการแสดงออกมากว่า ครูต้องไปโมโหใครมาและมาลงกับเรา แต่ห้องอื่นที่เรียนก่อนและเรียนต่อจากเราบอกแค่ว่า

    ครูเขาก็ปกติดี


    อาจเพราะห้องเหล่านั้น ไม่ใช่ศิลป์ภาษา หรือ เป็นศิลป์ภาษาห้องคิง


    ครูคนนี้ไปโวยวายเรื่องไมค์กับครูประจำชั้น จนโดนตอกหน้ากลับมาท่ามกลางเด็กอีกหลายชีวิต


    "บอกมันตั้งแต่ ม.1 แล้วแต่ไม่มีใครมาทำเลย นี่จะให้ลูกๆฉันซ่อมไมค์เองเลยมั้ยจ๊ะ ? ไฟดูดลูกฉันมีใครรับผิดชอบไหม ?"


    ตอนนี้ก็ยังมีอยู่บ้าง แค่ไม่ชัดเจนแบบครูคนนี้


    แทบทุกคนที่เข้าสอน จะจบด้วยคำว่า

    "MEP ก็เป็นซะอย่างนี้ ระบายสี/ทำงาน/พูด อย่างกับเด็กปัญญาอ่อน"

    ทั้งที่เรายังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยสักนิด


    บางคน เปิดเทอม เจอกันคาบแรก ออกตัวก่อนเลย

    "ครูน่ะตีนะไม่ว่าใครหน้าไหน พ่อแม่ใหญ่แค่ไหน ถ้าจะเรียนก็เรียน ไหนใครให้ตีไม่ได้ออกมาเลย พวกเด็ก MEP เนี่ย"

    ทำไมหรอ ?

    คนที่บอกให้เราจ่ายค่าเทอมสองหมื่นกว่า คือทางโรงเรียน เรามาสอบสายการเรียนนี้เพราะเราต้องการพัฒนาด้านภาษาของเรา และที่บ้านเราพอส่งไหวอยู่บ้าง เราอาจจะหัวไม่ไปทางวิทย์คณิตก็ได้


    ลองเอาเด็กวิทย์คณิตที่คุณเทิดทูนนักหนาว่าแข่งเป็นหน้าเป็นตาให้โรงเรียนมาแข่งภาษากับเราสิ


    ค่าเทอมแพง มีตึก ห้องติดแอร์ แต่มีใครรู้บ้างไหมว่าแอร์ น้ำหยด มีกลิ่น พังวันเว้นวัน และเย็นมากๆจนเราต้องเอาเสื้อกันหนาวไปโรงเรียน ปรับอุณหภูมิไม่ได้เพราะมันจะพัง แจ้งทางฝ่ายจัดการร่วมสามปี แต่ไม่มีใครสนใจ


    เรามีห้อง แต่ห้องเราสกปรกมากๆตั้งแต่เรายังไม่เข้ามาเรียน


    ห้องเรามีคอม แต่คอมห้องเราใช้ไม่ได้สักเครื่อง


    เราได้อะไรก็ได้ก่อน เรามีแคมป์พิเศษที่ห้องอื่นไม่มีของสายภาษา ก็ครูเขาจัดกิจกรรมให้ และอาจเพราะเขารู้มั้งว่าไม่มีใครเข้าใจการโดนด่าว่าแบบเด็ก MEP เขาเลยสร้างความสนิทพี่ๆน้องๆในสายการเรียนนี้


    เรามีพี่รหัสน้องรหัสที่จัดขึ้นเอง ก็เพราะเวลาเราเครียด เราโดนครูด่าแบบไร้ความยุติธรรม พี่ๆเขาที่เคยผ่านมันมาต่างหากจะเข้าใจเราได้ดีที่สุด เขาปลอบเรา เขาตบไหล่เรา เขาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็ค่อยๆผ่านไป


    เรามีห้องเรียนกับที่ เราไม่ต้องเดินเรียน แต่คาบเรียนของเราอัดแน่นเช้ายันเย็น เราไม่มีคาบว่าง คาบว่างแค่หนึ่งคาบในสัปดาห์คือคาบแนะแนวที่ครูประจำชั้นปล่อยให้พักผ่อนกันบ้าง เราเจอวิชาที่เป็นภาษาต่างประเทศ 5 วิชา เราเรียนวิชาเหล่านั้นเกือบจะมากกว่าที่เรียนวิชาปกติ


    ใครว่าเราเอาแต่ใจ ? ใครว่าเราเป็นคุณหนู ? หยุดเอาการตัดสินโง่ๆนั่นมาทำร้ายเราสักทีได้ไหม ??


    เราไม่เคยทำงานจริงๆ อยู่บ้านเราไม่เคยทิ้งขยะหรือล้างจานเลยด้วยซ้ำสำหรับพวกเราบางคน แต่พอมาโรงเรียนเราก็พยายามปรับ พยายามทำเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้


    อยู่บ้าน เรามีพ่อแม่ เรามีพี่น้อง เรามีแม่บ้าน


    อยู่โรงเรียน เรามีเพื่อน เรามีครู เรามีรุ่นพี่รุ่นน้อง เราพยายามปรับเข้าหา


    ในขณะที่คนที่ไม่เข้าใจค่อยๆพยายามถอยห่างออกไปพร้อมคำนินทา



    F*CK YOUR STUPID ATTITUDE




    อาจจะนอกเรื่องนิดหน่อย

    แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนที่มองเด็กสายภาษาแบบนี้เข้ามาบ้างหรือเปล่า

    ถ้ามี ขอให้รู้ไว้เลยจริงๆว่าเราไม่ได้อยากให้คุณไม่ชอบหน้า

    แต่เรากำลังพยายามเข้าหาคุณ


    แค่เปิดรับเราในด้านดีๆบ้าง แล้วจะรู้ว่าเรารั่ว น่ารัก และรักเพื่อนมากแค่ไหน



    *เหมือนได้มาระบาย ขอบคุณจริงๆค่ะ*

    ตอบกลับ

62 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 60
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ป้าแก่ๆคนนึง
      Guest IP
      #41
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เป็นจ่ะ ของเราโดนหนักกว่านี้ เพราะเราเป็นสายศิลป์ ที่เป็นศิลป์-ดนตรีอ่ะ คือ ศิลป์อื่นๆเช่น ศิลป์ภาษาหรือคำนวน ยังโดนไม่เท่า โดนตลอด 3 ปี เราไม่รู้ว่าเราคิดมมากเกินไปรึป่าวนะ แต่รู้สึกได้จริงๆ ตอนแรกๆก็แบบเซ็งๆเครียดๆ คือพวกเด็กดนตรีมันก็แบบต้องทำงานเยอะ ทั้งต้องซ้อมของที่โรงเรียน(ใช้เยี่ยงทาส เหมือนเด็กพวกนี้มันเล่นดนตรีได้ เอาให้หนัก) และก็งานนอก(อันนี้รับเอง เพื่อประสบการณ์ค่ะ แต่ไม่ใช่พวกนักดนตรีกลางคืนนะ มันคือวงดนตรีข้างนอกอะไรประมาณนั้น) ต้องเรียน(เท่าๆกับสายคำนวน)อีก จะบอกว่าเหนื่อยมาก เพราะต้องทำทุกอย่างที่ว่ามาให้ดี ห้ามตกหล่น มิเช่นนั้น โดนเหยียบซ้ำแน่ TT ของเรามันแย่กว่านั้น ตรงที่มันไม่ได้มีแค่ครูที่ดูถูกแต่ก็มีเพื่อนๆบางกลุ่ม ก็มองเราแบบ อี๊ พวกดนตรี

      แต่รู้ไหมพอไปเรื่อยๆเราก็เริ่มเครียดน้อยลง เรารู้สึกว่า อย่างน้อย เราก็รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และกล้าที่จะเลือกในสิ่งที่เรารักและอยากจะทำในอนาคต แล้วเราก็รู้ตัวว่า สายวิทย์ หรือ คำนวนไม่เหมาะกับเราแน่ๆ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้นะ แต่ไม่ชอบ คือเราเห็นพวกสายคำนวนหรือวิทย์บางคน ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก (วิทย์ก็คงหัวดีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก)แต่เรียนเพราะว่านึกไม่ออกว่าอนาคตจะทำไรดี ก็เรียนๆไปก่อน จะได้มีตัวเลือกเยอะๆ สุดท้ายก็มาแย่งคณะสายศิลป์ เหอะๆๆๆ ฮึ่มมม !!! (อันนี้ขอย้ำว่าบางคน คนที่อยากเรียนไปทางวิทย์ไปเลยก็มี หรือเรียนเพราะอยากรู้วิทยาศาสตร์ก็คงมีบ้าง ไม่ได้เหมารวมนะคะ) ซึ่งจุดนี้ คือ มันก็คือจุดแข็งของเราที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแล้วทำให้เต็มที่ เพราะฉะนั้น อย่าได้แคร์ค่ะ หากใครมาดูถูกเรา เรารู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไรอยู่ ทำให้เต็มที่เพื่อเป้าหมายของเรา แค่นี้ก็พอค่ะ ช่างหัวมันหัวเผือกไปค่ะ เราทำเต็มที่ของเราซะอย่าง ช่างเขาหากเขาจะมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เขาไม่ได้เป็นเรา เขาก็ไม่รู้หรอก ว่าสิ่งที่ได้มา ที่ดูเหมือนง่าย มันต้องเสียแรงกาย แรงใจ เสียน้ำตาไปแค่ไหน ถ้างั้นปล่อยเขาไป ทำของเราให้ดีที่สุด ย้ำ ตรงนี้จริงๆ ถามตัวเองนะ เต็มที่ยัง? แล้วก็สำรวจตัวเองด้วยนะคะ ว่าเราทำตัวให้เขาดูถูกรึป่าว ถ้ามั่นใจว่าไม่ ก็เชิดเลยค่ะ อย่าได้แคร์ ช่างเขาา!! สงสารเขาซะ !! ที่เขาไม่รู้ว่าเราเก๋ไก๋แค่ไหน สู้ๆนะหนู ตั้งใจเรียน ทำให้ดีที่สุด แล้วผลสุดท้ายมันจะดีเอง เลิฟๆๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #42
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมก้โดน!!! ผมตอบอาจารไปเรย

      ผมก้ภูมิใจที่ได้อยู่สายศิลป์

      สายวิทล่ะ มีอะไรที่เปนตัวเองบ้าง วันๆเรียนๆอ่านหนังสืออย่างเดียว

      ศิลนี้ล่ะดีล่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #43
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โอ้ยยยย มันเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กศิลป์เรานะ ปลง ปลง ปลง...

      อาจารย์ นี่เป็นเรื่องปกติกับห้องเรามาก ซึ่งไม่ได้เปรียบเทียบกะเด็กวิทย์ธรรมดานะ ห้องGiftedเล้ยยย #ซึ่งใกล้เคียงมากก 55555+

      อย่าซีเรียส ไปแข่งภาษาเยอะๆ หาทุนต่อนอก ทำกิจกรรมที่เป็นหน้าตาให้โรงเรียน เย้ยอาจารย์ไปเลย




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #44
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทำไมครูชอบอ่อนให้เด็กสายศิลป์

      ตอนสอบคณิตก็ให้เอาหนังสือไปดูได้ ตอนสอบวิทย์สายศิลป์สอบ20ข้อ วิทย์40ข้อ ขุ่นพระ! แต่ละวิชา ที่วิชาจีนไม่เห็นลดให้สายวิทย์มั้งเลย ทำไม ทำไม -0-'' จะลงไปศิลป์ญี่ปุ่นละเบื่อ!

      จากเด็กวิทย์
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #45
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      แต่เด็สายศิลป์สอบภาษา อีกแค่คะแนนเดียวผ่าน Teacher เขาก็ไม่ยอมเอาคะแนนช่วยมาโปะให้นะคะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเด็กดีแค่ไหนก็ตาม และโหดมากค่ะ มีการหลอกซ้ำหลอกซ็อนด้วย บางทีสอบฟังแล้วเขียน เขาถามว่าผู้ชายคนนี้จะไปว่ายน้ำกับใคร มีมาให้สี่ตัวเลือก ในเสียงที่ฟังเขาไม่ได้พูดแค่ไปว่ายน้ำนะคะ เขาบอกเลยว่าตอนแรกจะไปกับคนนั้น แต่ไม่ว่าง งั้นจะไปกับคนนี้ เพราะคนนี้ว่าง แต่ตอนแรกว่าจะไปกับคนนู้น แต่คนนู้นติดงาน และแรกสุดคือว่าจะชวนคนโน้นไป



      เจอข้อสอบภาษาที่ชอบใช้ศัพท์ประหลาดๆ (พวก ly ทั้งหลายแหล่) จะเงิบกว่าเจอโจท์เลขหรือเจอตารางธาตุว่างๆแล้วให้เติมอีกจริงๆค่ะ และสายวิทย์ คนที่เรียนได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์เลือกทางในมหาลัยได้ทุกทาง แต่สายศิลป์เหมือนจำกัดเส้นทางตัวเองแล้ว



      อิจฉาคนที่เรียนสายวิทย์ค่ะ เพราะหัวเราไม่ไปเลย ไม่เลยสักนิด ขนาดไปสอบเข้ายังนั่งหลับเพราะมึนข้อสอบเลย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #46
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ห้องเราชอบโดนเทียบกับโครงการพิเศษด้วยกันค่ะ

      แบบนู้นเขาดีกว่านะ อะไรอย่างนู้นอย่างนี้ เราอยู่โครงการภาษา ชอบโดนเปรียบกับเด็กโครงการ คณิตวิทย์ และซึ่งมันน่าเบื่ออออออออที่สุด!


      แต่มีอย่างหนึ่งที่น่าเบื่อกว่าคือครูสอนคณิตศาสตร์ ชอบบอกว่าคณิตวิทย์สำคัญที่สุด ห้องเธอสอบมามีแต่คะแนนห่วยๆ อ้าววววววววววววววววววววววว......


      ถ้าชอบวิทย์คณิต หนูก็ไม่มาสอบโครงการนี้หรอก!



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      jinjunjean
      Guest IP
      #47
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อย่าว่าแต่เด็กศิลเลย เด็กวิทก็โดน เรียนก็หนักกว่าชาวบ้านเค้างานก็เยอะ ไหนจะโดนบังคับให้ลงกิจกรรมทุกคน ยิ่งครูที่ปรึกษานะ ไม่ได้ที่ 1 นี้โดนเทศ 3 วัน 3 คืนก็ไม่จบ สรุปทั้งเด็กวิทเด็กศิลเหนื่อยเหมือนกันหมด TTเศร้าจัง
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #48
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โห้ยทุกวันนี้เรายังโดนเปรียบกับสายศิลป์ไรเงี้ย เราสายวิทย์คณิต การที่ดูถูกสายเราทุกคนก็ไม่ยอมใช่ไหมละ? แต่ไม่นะ เราภูมิใจในสายเรา ถึงบางทีเขาอาจจะพูดสะกิดหูบ้าง แต่ก็งั้นๆแหละ ดูถูกไปเถอะ ส่วนสายศลิ)ของเราก้มีดูถูกนะ แต่พวกเพื่อนเราก็บอกว่า ดูถูกไปเถอะ ไม่มีผลกับกูหรอก


      ของพวกนี้มันอยู่ที่จิตใจว่าอ่อนไหวกับคำพูดมากแค่ไหน ของเราโดนจนบอกครูว่า อาจารย์พอเถอะ แค่นี้หนูก็โง่เกินพอละ 555555555555555



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      FORN
      Guest IP
      #49
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      มันก็ค่านิยมของแต่ละคน

      เราเรียนสายศิลป์รรเอกชนสองภาษา ละก็เข้าม.เอกชนที่เป็นอินเตอร์

      (พ่อแม่สนับสนุน)

      แต่คนนอกชอบยุ่งค่ะ ทำอย่างกับเป็นพ่อเป็นแม่ที่หาเงินให้เรียน

      ตอนเลือกสายก็ว่าเรียนไม่ได้เรื่องถึงต้องเข้าศิลป์

      พอเข้ามหาลัยก็บอกว่าไม่มีปัญญาเอนท์เข้ามหาลัยรัฐ

      บ้างก็กระแนะกระแหนว่าดีจังมีเงินไม่ต้องตั้งใจทำเกรดก็มีที่เรียน



      อย่าสนใจคำพูดคนอื่นเลยค่ะ เราตั้งใจเรียนดีกว่า พวกครูยิ่งแล้วใหญ่

      ถ้าคิดว่าเด็กสายวิทย์ดี ครูไม่เรียนสายวิทย์แล้วไปเป็นหมอซะเองล่ะคะ









      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #50
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็เรียนสายศิลป์-ภาษาเหมือนกัน แล้วคือห้องเราอ่ะ พวกวิฃาหลักเรียนรวมกับอีก 2 สายด้วย คนในห้องมันไม่ค่อยสนิทกัน เวลามีใครหายไปเราก็ตอบไม่ได้อ่ะว่าอยู่ไหน เวลาว่าเขาก็จะว่ารวมทั้งห้อง แล้วคือขนาดครูสอนภาษาไทยในคาบติวGATอ่ะ เราเรียนรวมกับห้องวิทย์-คณิตห้องนึง เขาก็ไม่สนใจจะคุยห้องเราเลย คุยแต่กับเด็กวิทย์-คณิต ทั้งๆที่ที่จริงเขาควรจะเข้าใจพวกเรามากกว่าป้ะ เวลาขอคำแนะนำเรื่องเข้ามหา'ลัยเขาก็พูดกับเด็กอีกห้อง พวกห้องเรานี่นั่งเงียบไม่อยากจะไปยุ่งด้วยเลยด้วยซ้ำ...


      ยังไงก็ขอบคุณกระทู้นี้ที่ให้เราได้ระบาย - -
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #51
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โดนบ่อยเหมือนกันค่ะ ผู้ปกครองของโรงเรียนชอบถามว่าลูกเรียนอะไร พอรู้ว่าเรียนสายศิลป์เขาก็ว่า เรียนศิลป์จบไปทำอะไร จะเรียนไปทำไม ทำไมไม่เรียนวิทย์ เรียนวิทย์ดี และโรงเรียนให้ความสำคัญเด็กวิทย์ มากอะ ทำชื่อเสียงมาขึ้นป้ายซะใหญ่โต ในขณะที่เด็กศิลป์ก็ทำชื่อเสียงแต่ไม่ยักกะขึ้นป้าย แต่เข้าใจค่ะว่าความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาคำดูถูกทั้งหลายมาเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เราเรียนดีขึ้นดีกว่าค่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #52
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      โรงเรียนเราก็เป็น เหมือนครูเขาไม่ได้ตั้งใจพูดมั้ง เขาพูดประมาณว่า"ทำไม่เธอไม่เข้าใจ นี่ห้อง10ใช่ไหม ห้องท้ายเลยหนิ ถึงว่าทำไมไม่เข้าใจ" อันที่จริงเราก็เข้าใจแหละ แต่เราขอถามทวนเพราะไม่แน่ใจอีกอย่าง เกรดตอนฉันเข้ามามันมากกว่าพวกห้องวิทย์คณิตอีก ที่มาเรียนสายภาษาเพราะชอบเว้ยยยยยยย


      [bb-005]

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #53
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      การที่คนอื่นดูถูกเรา

      ปัญหามันอยู่ที่ใจของคนที่ดูถูก

      คนที่ดีจริงๆ เค้าไม่ดูถูกคนอื่น

      แม้เค้าจะด้อยกว่า ก็เคยคิดดูถูกใคร




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #54
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      ไม่เกี่ยวหรอก เราว่าอย่ที่ความชอบ ความถนัดของเรามากกว่่า


      พระเทพยังทรงเรียนสายศิลป์เลย:)



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #55
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นเด็กวิทย์ คณิตเหมือนกันค่ะ  อยากจะบอกว่าเราก็อยู่ยากเหมือนกัน ชอบโดนเปรียบเทียบค่ะ ยิ่งห้องคิง แล้วใหญ่ มันถูกกดดันอ่ะค่ะ ทำอะไรทุกคนก็หวังไว้สูง พอทำดีกว่าคนอื่นๆ ก็โดนเค้าหมั่นไส้ พอทำได้ไม่ดี โดนเปรียบเทียบค่ะ โดนทับถมค่ะ ตอนเราได้รู้ว่าเราได้อยู่ห้องคิงมันมีความรู้สึกปนๆกันนะ แต่เหมือนจะเสียใจมากกว่านิดนึง เราไม่ชอบสังคมในห้องเลย แข่งกันเรียน เห็นแก่ตัว อันนี้เด็กวิทย์ คณิต โดนว่าบ่อยมากกกกกกกกกกก เรื่องเห็นแก่ตัวเนี่ย เหมารวมไง

      นึกว่าเด็กทุกคนเห็นแก่ตัวทั้งห้อง ที่สำคัญที่เราไม่อยากเป็น เด็กวิทย์ คณิต เพราะว่า เราอยากเรียนสายศิลป์ค่ะ....เสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจเสียใจ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #56
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ปกติค่ะ ส่วนมากครูเขาก็ชอบว่าห้องศิลป์สู้ห้องวิทย์ไม่ได้

      แต่พอไปพูดกับห้องวิทย์ก็ว่าห้องวิทย์ไม่แค่นี้ทำไม่ได้ห้องศิลป์ยังทำได้

      ครูเขาคงอยากให้เราปรับเปลี่ยนตัวเองมั้งค่ะ

      ประมาณว่าให้เราคิดว่า โด่แค่นี้ไมเราจะทำไม่ได้ห้อง......ยังทำได้

       

      ปล.แอบโลกสวยนิดนึง555+
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #57
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เราเป็นคล้ายๆกันห้องเราทุกอย่างเน่ามากห้องเรามีคนแค่12คนครูเกือบทั้งหมดเป็นครูจากต่างประเทศบางคนมาจากอินเดียประเทศนู้นนี้ทัศนคติก็ไม่เหมือนกันครูต่างประเทศบางคนพูดไม่ชัดเราฟังสำเนียงไม่ออกสั่งงานไม่รู้เรื่องแล้วก็มาว่าเราครูคนไทยก็เป็นเหมือนกันถึงกับออกปากบอกเวลาเขามีประเมินครูโหวตให้ครูน้อยๆนะครูไม่อยากสอนโปรแกรมเธอทั้งๆที่ห้องเราจะตั้งใจเรียนกันดีแล้วเป็นแบบจู่ๆก็พูดประชดชอบจิกตาใส่ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบเป็นแบบตอบทีจะมีคำพูดแรงๆตามมาบอกเบื่อไม่อยากสอนแล้วครูทำเหมือนเราอยากเรียนกับครูมากครูอีกคนก็เป็นพวกเดินเข้ามาสั่งงานแล้วก็นั่งแต่งหน้าเล่นโทรศัพท์อีกคนก็พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นสั่งงานนักเรียนไม่ครบบอกให้หาเป็นภาษาไทยล้วนพอมาพรีเซ้นต์ก็บอกทำไมไม่แปลอังกฤษมาพอบอกครูไม่ได้บอกครูก็ตอบกลับมาว่าก็เธอโปรแกรมอังกฤษไม่ใช่หรอทำไมต้องให้ครูบอกทั้งๆที่ครูไม่สั่งและไม่บอกครูคนอื่นเขาก็ไม่เปนแบบนี้ อยู่ไปก็เหนื่อบพยายามเข้าหาคนอื่แต่ทุกครั้งคำว่าหยิ่งจะหลุดออกจากปากเกือบทุกคนที่เข้าหา...เปนเช่นนี้แล....
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #58
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เอาเถอะ อย่างน้อยอนาคตเราก็จะไปได้ดีในด้านภาษา ปล่อยเขาให้อยู่ไป จมปลักกับอะไรเดิมๆไป เราก้าวหน้า หาผั.ฝรั่งประชดซะ 5555555555555
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #59
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      โดนนนนน โดนเหมือนกันเลยอ่ะ

      คือเราเรียนอีพีอ่ะเนอะ

      แล้วค่าเทอมงี้สามหมื่น แทบลากเลือด *แต่เบิกได้นิดนึงงเลยพอโอเค~

      ครูชอบด่าเด็กอีพีอ่ะ

      แล้วครู ตปท.ชอบพูดว่าเด็กอีพีเก่งที่สุด การสอบทุกอย่างต้องผ่านอย่างนู้นอย่างนี้... คือตามตรงนะ ครูเขาไม่ได้ชมว่าเราเก่ง แต่กดดันให้เราสอบผ่านให้ได้ แล้วคะแนนผ่านนี่เกินครึ่งไปเยอะอ่ะ โหดมาก

      ถึงแม้เด็กอีพีจะคาบน้อยกว่ากิฟแต่บอกเลยว่าเรียนยากกว่าเยอะ เด็กกิฟอาจจะมีวิชาเยอะกว่าแต่งานน้อยมากกกกกก เด็กอีพีนี่....ปั่นงานกันแทบไม่ทัน หยุดไปวันนึงนี่คืองานท่วมหัวอ่ะ เป็นอะไรที่เครียดมากเพราะขนาดใกล้สอบคือยังให้การบ้านไม่มีเวลาอ่านหนังสืออ่ะ 

      ก็ยังดีว่าเด็กอีพีเจอครูไทยไม่กี่ ชม. ...
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #60
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หลักสูตรก็แตกต่างจากเขามากด้วย;w; เป็นการประชดที่ดี 555555
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 61 - 62
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป