Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ทำความเข้าใจระหว่างนักอ่านและนักเขียน [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
สืบเนื่องมาจากกระทู้  เบื่อนักเขียนบางคน  ซึ่งขณะนี้ได้ลบไปแล้ว

แต่ข้าพเจ้าแคบภาพทุก คห. ไว้เช่นกันก่อนที่กระทู้จะลบทิ้ง  แต่ข้าพเจ้าขอนำมาแค่ภาพเดียวก็แล้วกันนะคะ (ถ้าอยากให้ลงจะจัดเพิ่มค่ะ) 




1. มีนักอ่านหลายคนมักเข้าใจผิด  คิดว่าที่นักเขียนลงนิยายในเว็บให้อ่านฟรี  พวกเขาจะต้องได้อ่านฟรีๆ จนจบอย่างหนำใจแน่ๆ

.........ขอทำความเข้าใจตรงนี้เลยนะคะ  การที่นักเขียนเขียนนิยายลงเว็บคือ หนึ่งเลยอยากมีความกล้า และพัฒนาฝีมือตัวเองพร้อมกับแบ่งปันความสุขให้คนอื่นทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักร่วมอ่าน หรือซึ่งก็คือความชอบโดยส่วนตัวล้วนๆ ของนักเขียน ไม่ใช่ความชอบล้วนๆ ของนักอ่าน  ซึ่งนักเขียนบางคนอาจจะลงไม่จบ  นั้นก็มีเหตุผลทั้งนั้น ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม  ซึ่งขอเตือนให้นักอ่านเตรียมใจไว้ได้เลยว่า นิยายที่กำลังติดตามอาจจะลงไม่จบ รอเล่ม  แต่นักเขียนบางคนอาจจะใจดีลงให้จบก็มี  แต่ถ้าได้ตีพิมพ์ยังไงก็ต้องลบ  เพราะอะไร  เพราะความยุติธรรมกับคนที่เสียเงินซื้อมาอ่าน


2.ถ้านักเขียนลงไม่จบนี่คือการหักหลัง เสียจรรยาบรรณ ไหนบอกว่าแต่งเพราะใจรัก พอรวมเล่ม ตีพิมพ์  ก็ไม่ลงจนจบ ให้ไปเสียเงินซื้ออ่านเอา  นักเขียนแมร่มเห็นแก่เงิน (ขออภัยในคำไม่สุภาพ)

........ข้าพเจ้าขอพูด ณ ตรงนี้เลยว่า  นั้นเป็นเพราะนักอ่านตั้งความหวังจากข้อที่ 1 มากเกินไป จนรู้สึกผิดหวัง  มันคือความคิดที่ต้องการให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ล้วนๆ โดยที่ตัวเองไม่ต้องเสียอะไร   จริงค่ะนักเขียนหลายคนเขียนนิยายด้วยใจรัก  และแน่นอนก็มีนักเขียนที่เขียนตามกระแส  จะบอกว่านักเขียนอัพลงให้อ่านฟรีไม่จบนี่ คือการหักหลัง ข้าพเจ้าว่ามันไม่ยุติธรรมกับนักเขียนเท่าไหร่นัก  เขาที่ทุ่มเทเค้นสมองมาคิดแล้วบรรจงนั่งพิมพ์เพื่อให้คนได้อ่านกัน เหนื่อยแค่ไหนเขาก็พิมพ์ให้อ่านกันฟรีๆ ทำไมไม่มองตรงจุดนี้บ้าง

........ข้าพเจ้าขอถามเลยใครบ้างไม่อยากได้เงิน หากมีโอกาสได้ตีพิมพ์ หรือหารายได้ คาดว่าทุกคนเลยที่จะรีบคว้า แต่ถ้าหากการได้เงินครั้งนี้มันจะทำให้นิยายเสีย หรือซื้อเพื่อเอานิยายตัวเองไปทำลาย ทำเละ คาดว่านักเขียนหลายคนก็คงไม่เห็นแก่เงินให้คนอื่นทำเละแน่ๆ นักเขียนหลายคนก็รักงานเขียนของตัวเอง  แน่นอนว่าก็มีศักดิ์ศรีของตัวเองเช่นกัน  (อย่าคิดว่าไม่มี เมมบอร์ดนักเขียนก็มีมาแล้ว เขาไม่เห็นแก่เงิน ไม่ขายงานตัวเองเพื่อให้คนเขาเอาไปทำเละเทะ  แม้เงินจำนวนมากจะมากองก็ตาม แน่นอนมีคนอื่นอีกหลายคน)

....... อย่าเอาคำว่า  แต่งนิยายเพราะใจรัก มาข่มขุ่บังคับเพื่อให้ตนเองได้อ่านนิยายฟรี!!


3.ทำไมนักเขียนเลิกเขียนกลางทาง  ทำไมนักเขียนลบนิยาย  ทำไมนักเขียนไม่อัพสักที ทำไมนักเขียนรีไรท์นานจัง ทำไม ทำไม 
........ ที่เลิกเขียนกลางทางอาจมีหลายเหตุผล  1.ตาย  
........2.เวลาผ่านไปมันไม่ใช่แนวแล้ว  
........3.สมองตันเบื่อคิดต่อไม่ออกท้อแล้วถอย  
........4.ขี้เกียจ  
........5.ไม่มีเวลา  
........6.ทาง สนพ. สั่งให้ลบ  
.........7.จะทำออกเล่มจนต้องลบ เพื่อความยุติธรรม  
 ........8,9, 10.......

........การรีไรท์ไม่ใช่แค่แก้คำผิด หรือขัดเกลาบางส่วน เพิ่มเติมบางอย่างเท่านั้นนะคะ  บางคนที่ถึงขั้นรื้อใหม่แทบจะทั้งเรื่องเลย และปัจจัยอีกหนึ่งคือ เวลา ตาม ข้อ 3.5   แต่ละคนอาจไม่ได้เขียนนิยายเป็นงานหลัก บางคนเรียน บางคนทำงาน หากไม่เคยรับผิดชอบอะไรกับชีวิต อย่าเอาเวลาของตัวเองที่ว่างมาอ้างค่ะ เวลาทุกคนมีเท่ากัน  แต่การใช้เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน


4. จะตีพิมพ์  จะลบ จำเป็นไหมต้องแจ้งนักอ่าน
......ที่จริงแล้วนักเขียนเขาจะทำอะไรกับนิยายตัวเองนั้นก็สิทธิ์ของนักเขียน  แต่ด้วยมารยาทก็ต้องแจ้งค่ะ  แน่นอนว่าหลายคนต้องแจ้งแน่ๆ แต่คนมาทีหลังมาไม่ทันแจ้ง


5. มาไม่ทันสั่งจอง  แต่อยากได้มาอ่านจัง ทำยังไง
.......ในเมื่อมาไม่ทันรอบสั่งจอง  ก็ต้องรอรอบสั่งจองถัดไปค่ะ  แต่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กรณีที่เป็นหนังสือทำมือนะ  ถ้ามีคนสั่งจองน้อย ไม่พอกับจำนวนในการพิมพ์ (ถ้าพิมพ์ทีละมากมันจะถูกลง ถ้าสั่งทำไม่กี่เล่ม ค่าใช้จ่ายจะแพงมากๆ คาดว่านักอ่านใครจะไปซื้อนิยายมาอ่านแพงกว่าคนอื่น)  ก็ทำได้แค่ทำใจค่ะ


6.อยากเป็นกำลังใจให้นักเขียน
.......การเป็นกำลังใจให้นักเขียนสามารถทำได้หลายวิธีค่ะ  เม้นต์ อ่าน ติชม แนะนำ พูดคุยกับนักเขียน ติดตาม จริงอยู่ว่าการซื้อหนังสือก็เป็นกำลังใจ แต่ถ้ามันไม่ทันก็ต้องทำใจ แสดงด้วยวิธีอื่น  หากตามอ่านเงียบๆ ไม่แสดงตัว นักเขียนเองก็ไม่รู้นะคะว่า เรากำลังติดตามให้กำลังใจอยู่


7.นักอ่านคิดว่า นักเขียนต้องง้อนักอ่านฝ่ายเดียว  หรือนักเขียนคิดว่านักอ่านกก็ต้องง้อนักอ่านฝ่ายเดียว

....... มันเป็นการคิดที่ผิดค่ะ  นักเขียนหากไม่มีนักอ่านมาอ่านงาน ก็ไม่มีกำลังใจ  ส่วนนักอ่านถ้านักเขียนไม่เขียนให้อ่าน นักอ่านจะมีนิยายอ่านไหม  มันต้องพึ่งพาอาศัยกันค่ะ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำคัญกว่าใคร


ฝากถึงนักอ่านนะคะ

........1.นักเขียนไม่ใช่ประชาสงเคราะห์ หรือมูลนิธิ
........2.นักเขียนก็มีหัวใจ
........3.นักเขียนคือคนธรรมดาคนหนึ่งก็ต้องทำมาหากิน ต้องหาเงิน
........4.นักเขียนเขียนด้วยใจรักแต่ถ้ามีโอกาสก็รีบคว้า (ยกเว้นโอกาสนั้นมันคือการทำลายศักดิ์ศรี บางคนก็ไม่ต้องการจะคว้ามัน)
........5.อย่าตัดสินใจหรือบังคับนักเขียนให้ทำตามที่ตัวเองต้องการ
........6.
........7.
........8.ก่อนจะเลือกอ่านนิยายฟรีๆ กรุณาทำใจไว้ด้วย อย่าเอาคิดแต่ว่าตัวเองต้องได้ตามที่ต้องการ


เว้นไว้เพราะคิดไม่ออก งานกำลังรุมรีบพิมพ์

อยากให้นักอ่านเข้าใจ คนเขียนนิยายด้วยนะคะ ใจเขาใจเรา

หากใครมีอะไรเพิ่มเติม สามารถเพิ่มเติมได้ค่ะ  ข้าพเจ้ามองในมุมมองของข้าพเจ้า  หากมุมมองหรือจุดที่ขาดไปของท่านอื่นย่อมมีแน่นอน

ปล.ใครแจ้งลบ กระทู้นี้ข้าพเจ้ามีเคือง ยิงทิ้ง  (เผื่อไว้เผื่อคนไม่พอใจแล้วแจ้งลบ ฮะฮะฮะ แต่มันจะมีเหรอ)   อดกลั้นกับตรรกะของนักอ่านบางคนมานาน ถือเสียว่าข้าพเจ้าระบายก็ได้ ฮะฮะฮะ


ณ.เวลา 23.51 วันที่ 9/12/2014 
เข้ามาเพิ่มนะคะ  บางคนไม่รู้ว่ากระทู้นั้นเขาบ่นอะไร มีคนกระซิบให้เอาลง ข้าพเจ้าเลยจะเอาลงถึงที่ไปที่มานะคะ  เอ่อ นอกจากที่ไปที่มาของกระทู้ดังกล่าวแล้ว  ข้าพเจ้าก็เคยเจอเคยเห็นมาด้วย นอกจากนั้นก็แลเห็นว่ามีหลายกระทู้เหลือเกินที่มาต่อว่านักเขียน เลยจัดกระทู้นี้ขึ้นมา






































เข้ามาแก้คำผิดค่ะ ผิดแบบไม่น่าให้อภัย จรรยาบรรณ  ข้าพเจ้านี่  จัญญาบันเลย ฮะฮะฮะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #23
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ควันหลงจากกระทู้นั้นสินะ ทันอ่านแต่ไม่ทันตอบ ว่าจะกลับมาอ่านละเอียดซ้ำอีกที กระทู้ปลิวซะแล้ว


    ก็... อย่าว่างั้นงี้เลยนะ อันนี้สังเกตจากกระทู้บ่นมาหลายกระทู้แล้ว ส่วนใหญ่คนบ่นถอดเมมมาทั้งนั้น



    ถามตรงๆนะครับ เอากันแบบสัตย์จริงเลย
    ท่านที่โวยๆใส่นักเขียนนี่ ท่านเคยไปเม้นต์ให้กำลังเขามากน้อยแค่ไหนครับ?


    ผมรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย

    คือปกติแล้วเนี่ย นักเขียนที่รับผิดชอบผลงานจริงๆ มักจะมาตอบคำถาม มีการแจ้งความคืบหน้า มีการอธิบาย ให้นักอ่านเข้าใจนะครับ ยิ่งรักผลงานมากก็ยิ่งแคร์คนอ่านมาก อย่างที่ จขกท. ว่าคือเป็นเพื่อนร่วมทางกัน ฉะนั้นมีอะไรก็ต้องบอกกันอยู่แล้ว


    แต่ประเด็นสงสัยคือ ก่อนเขาจะทำอะไรเนี่ย ท่านเคยไปคุยกับเขาไหม ตอนเขาอธิบายได้ออกมาทักท้วงหรือต่อรองไหม ซึ่งผมเชื่อว่าคนเขียนมีจุดรอมชอมอยู่


    แต่ถ้าท่านไม่คอมเม้นต์ ไม่ออกมา ไม่กระทั่งเคยให้กำลังใจ ผมว่ามันไม่ถูกนะที่ท่านจะไปโวยใส่นักเขียนตอนที่เขาจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดไปแล้ว เช่นกรณีก่อนๆ


    เพราะเขาให้โอกาสรับทราบ ให้โอกาสต่อรองแล้วนี่ครับ

    มาโวยทีหลังแบบนี้ผมว่าไม่แฟร์เท่าไหร่

    เอาจริงๆนักเขียนนี่เสียเปรียบหลายด้านเลยนะ วงการนี้ถ้าไม่ใช่เพราะใจรักหรือ หวังผลเรื่องเงินจริงนี่ยืนระยะยาวๆกันยากนะเออ


    พอเหงาเรียกร้องคอมเม้นต์ก็โดนบ่นว่าเรื่องมาก

    พอจะเอานิยายไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็ถูกบ่นว่าเห็นแก่ตัว ขยับตัวไม่ได้เอาจริงๆ


    เจอแบบนี้ใครชินก็ดีไป ใครหมดไฟก็ดองหยุดเขียน...

    ดราม่าแบบนี้หลายที ผมล่ะเป็นคนหนึ่งเลยที่เรียกร้องให้สานความสัมพันธ์ด้วยการพูดคุย หรือคอมเม้นต์นั่นล่ะ



    แม้แต่ คห. ข้างต้นที่ยกตัวอย่างนักเขียนถูกประชดว่า มีเวลาเล่นเฟส มีเวลาอ่านบอร์ด แล้วไม่เอาเวลานั้นไม่เขียนนิยาย หา...?


    อยากจะบอกกลับเหมือนกันว่า นักเขียนเองก็สละเวลาส่วนตัวหลายชั่วโมงมาเขียนให้ได้สักตอน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ท่านนักอ่านจะสละเวลาสักไม่กี่นาที มาคอมเม้นต์ให้บ้างก็ไม่เสียหลายนะครับ


    ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเม้นต์ ถ้าได้พูดคุยกัน กรณีดราม่าทั้งหลายทั้งปวงจะหายไปเยอะเลย เพราะเมื่อสนิทกันแล้วมันคุยกันง่าย มันจะเกรงใจกัน มันจะโอนอ่อนกันครับ


    ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่านิยายหลายเรื่องมันตัวใครตัวมันจริงๆ คนเขียนก็เขียนไป คนอ่านก็อ่านไป อยากเม้นต์ก็เม้นต์ ไม่อยากเม้นต์อ่านเสร็จก็ปิดเลย

    มันไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย และนักเขียนเองก็ใช่ว่าจะรู้ว่ามีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน หากไม่มีคนเม้นต์ เขาก็ถือว่าไม่มีคนอ่านมากมาย หรือชอบพอที่จะแสดงตัว เขาก็ไม่ต้องแคร์ครับ อยากทำอะไรผลงานก็ทำไป


    แฟร์ดีนะผมว่า ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียนเป็นแบบนั้น ก็อย่าได้เรียกร้องอะไรมากกว่านั้น ตัวใครตัวมัน คนเขียนไม่เรียกร้องคนอ่าน คนอ่านก็ไม่ต้องมาเรียกร้องคนเขียน


    แต่ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ก็ง่ายๆแค่ผูกสัมพันธ์ด้วยการหมั่นคอมเม้นต์ทักทายนักเขียน แค่นี้เอง... คุยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็สนิท เป็นห่วง เอ็นดูกันเองล่ะครับ

    ไม่ยากครับ ถ้าจะทำน่ะนะ
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ก็ว่าจะกลับมาอ่านความเห็นในกระทู้นั้น แต่ระเบิดตัวเองไปก่อนแล้วสินะครับ


    แปลกใจที่จขกท.นั้นตั้งกระทู้บ่นน้อยใจได้ พอนักเขียนและนักหัดเขียนบ่นบ้าง ต้องลบกระทู้หนี!


    นักอ่าน(ฟรี)ในเน็ต ต้องยอมรับความเสี่ยงอย่างหนึ่งว่า นิยายเรื่องที่ตนอ่านอาจลงไม่จบ

    ไม่ว่าโดยเหตุผลอะไร เพราะเหตุผลมันเยอะแยะมากมาย

    เข้าใจว่าอารมณ์เสีย แต่อ่านฟรีก็มีให้แล้ว และก็มีวิธีที่ทำให้อ่านจนจบเรื่องได้

    หากเป็นเรื่องที่ตนชื่นชอบก็ควรรีบใส่ใจและสนับสนุนนักเขียน

    ไม่ใช่เมื่อนักเขียนขอทำอย่างที่ต้องการ แล้วบอกว่าไม่มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว(?)


    อยากให้นึกถึงใจเขาใจเราให้มากๆ ครับ

    นักเขียนรักนักอ่านทุกคน แล้วนักอ่าน(บางคนที่บ่น)รักนักเขียนหรือเปล่า หรือรักแค่ที่จะได้อ่านฟรี


    ปล. กระซิบเบาๆ

    จรรยาบรรณ <<< เขียนแบบนี้ครับ เข้าใจว่ารีบและอารมณ์ขึ้น (ฮา)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สำหรับข้าน้อยแล้ว ที่เป็นนักอ่าน ขอบอกตามตรงว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยชอบอ่านนิยายตามเวบเท่าไหร่ เพราะต้องใช้เวลาในการรอนานกว่านักเขียนจะแต่งจบ 


    แต่ตอนนี้ความคิดนั้นเปลี่ยนไป ข้าน้อยชอบที่จะอ่านเพราะเห็นพัฒนาการของนักเขียน มันให้ความรู้สึกที่ดีนะ กับการที่เราได้ติดตามเรื่องหนึ่งเป็นเวลานานๆ มันจะเกิดความผูกพันระหว่างนักเขียนและนักอ่าน


    แล้วในเมื่อนักเขียนท่านนั้นมีโอกาสได้ตีพิมพ์ผลงานของตัวเอง ข้าน้อยก็จะยิ่งชอบ และจะสนับสนุน ซื้อมาเก็บไว้  โดยไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับนักเขียนท่านนั้นแต่อย่างใด 


    จากใจนักอ่านคนหนึ่ง
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    โอ้ ในฐานะนักเขียนก็อึ้งเหมือนกันนะ ที่นักอ่าน (บางคน) มีทัศนคติแบบนี้ 

    เหตุผลที่นักเขียนอัพลงเว็บไม่จบ หรือลบเนื้อหาบางส่วนออก ก็มีดังนี้


    1. นักเขียนมือใหม่ อัพลงเว็บเพื่อฝึกฝีมือเป็นหลัก เพื่อดูผลตอบรับ ดูความคิดเห็นของคนอ่าน เพื่อต้องการกำลังใจ แต่ที่ลงไม่จบ หรือลบเนื้อหาบางส่วนก็เพราะ...

    - เขียนไม่จบ เขียนไม่รอด ด้วยปัจจัยหลายอย่าง นี่เรื่องธรรมดา 

    - เขียนจบ แต่รอผลจากสนพ.อยู่ ไม่อยากลงจบ เพราะกลัวโดนขโมยเรื่อง 



    2. ถ้าเป็นนักเขียนที่มีฝือมือและผลงานตีพิมพ์บ้างแล้ว อัพลงเว็บเพื่อโปรโมทงานเป็นหลัก เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับ เรื่องที่ไม่ผ่าน สนพ. อาจมีการอัพลงให้อ่านจนจบ เรื่องที่ได้ตีพิมพ์อาจหยุดอัพกลางคัน หรืออัพจนจบแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วลบออก ก็เพราะ...

    - ติดสัญญากับ สนพ. เพราะในช่วงเวลานั้น สัญญาระบุเลยว่า สนพ.มีสิทธิเผยแพร่แต่ผู้เดียว ถ้านักเขียนลงให้อ่านฟรีจนจบ แล้วสนพ.จะขายได้อย่างไร 


    เฮ้อ นักเขียนก็กินข้าวเป็นอาหารนะ อุดหนุนงานเขาบ้างเถิด 
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #17
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    โดนใจที่สุดค่ะ ท่านเพ็ตแชลตั้งกระทู้จริงๆ ซะด้วย


    เข้ามาดันอีกเสียง ไม่อยากจะพิมพ์อะไรมากเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ถูกแย่งพูดไปหมดแล้วค่ะ 5555


    ขอเสริมอีกนิดหน่อยแล้วกัน


    สำหรับนักอ่านบางท่านที่มองว่า นักเขียนมีเวลามาเล่นบอร์ด เล่นเฟซ ทำไมถึงเขียนนิยายไม่ได้


    ขอตอบแทนหลายๆ ท่านนะคะ ในมุมมองของเดียร์และจากชีวิตจริงของเดียร์เอง... (ในที่นี้ ไม่นับกรณีนักเขียนอู้จริงๆ นะคะ)

    ในบางครั้ง เดียร์ (และนักเขียนหลายท่าน) อาจยุ่งจนไม่มีเวลาแตะคอม หรือไม่มีเวลามานั่งหน้าโต๊ะบิ๊วอารมณ์เขียนนิยายนานๆ ไม่ว่าจะเพราะเตรียมสอบ งานหนัก หรืออะไรก็ตามที แต่ช่วงเวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ แม้จะแค่ 5 นาที 10 นาที มันก็ต้องมีเปิดโทรศัพท์เช็กเฟซบุ๊ก เช็กบอร์ด ตั้งสเตตัส คอมเม้นกระทู้อะไรบ้างเป็นธรรมดา

    ดังนั้น ที่เห็นยังมีตัวตนอยู่ในโลกโซเชียลเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าเล่นตลอด เอาแต่เล่นและอู้ ทิ้งนิยายไปนะคะ ^ ^
    ตอบกลับ

142 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #21
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับตัวเรา...เปิดจองก็เจอปัญหาเเบบนี้นะคะ


      เราก็เจอนักอ่านเรื่องมากมานะคะ

      เราเจอจนเเบบที่ว่า จะเลิกเขียนเลย อันนั้นก็ทำใจ


      เเต่ในฐานะคนเขียน คือ ถ้าเปิดหนังสือทำมือ ยังไงก็เเล้วเเต่ เราจะให้คนอื่นรอคุณโอนมาเพียงคนเดียวไม่ได้ ก็ต้องตามยอดเพราะนักเขียนบางท่านกลัวหลุดจอง อย่างของเรา ทำมือหลุดจอง 50 เล่มนะคะ อึ้งเลย ...


      ในฐานะคนอ่านสำหรับเรา

      ถ้าหนังสือทำมือเรื่องนั้นสนุกเเละอยากกอดครอบครองจริงๆ
      เเต่จองหรือโอนไม่ทัน 

      ก็คุยกับนักเขียนขอลงอีบุ๊คขายให้อ่านเตอะค่ะ ... 


      จริงๆ อันนั้นก็พูดไปเเล้วเนอะ ว่ายังไงลงไม่จบ

      จะไปว่านักเขียนก็ไม่ได้ค่ะ




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #22
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      เป็นครั้งแรกที่อ่านกระทู้ยาวๆ จบ


      ปรบมือสิพี่น้อง มาดันกระทู้กันเถิด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #23
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ควันหลงจากกระทู้นั้นสินะ ทันอ่านแต่ไม่ทันตอบ ว่าจะกลับมาอ่านละเอียดซ้ำอีกที กระทู้ปลิวซะแล้ว


      ก็... อย่าว่างั้นงี้เลยนะ อันนี้สังเกตจากกระทู้บ่นมาหลายกระทู้แล้ว ส่วนใหญ่คนบ่นถอดเมมมาทั้งนั้น



      ถามตรงๆนะครับ เอากันแบบสัตย์จริงเลย
      ท่านที่โวยๆใส่นักเขียนนี่ ท่านเคยไปเม้นต์ให้กำลังเขามากน้อยแค่ไหนครับ?


      ผมรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย

      คือปกติแล้วเนี่ย นักเขียนที่รับผิดชอบผลงานจริงๆ มักจะมาตอบคำถาม มีการแจ้งความคืบหน้า มีการอธิบาย ให้นักอ่านเข้าใจนะครับ ยิ่งรักผลงานมากก็ยิ่งแคร์คนอ่านมาก อย่างที่ จขกท. ว่าคือเป็นเพื่อนร่วมทางกัน ฉะนั้นมีอะไรก็ต้องบอกกันอยู่แล้ว


      แต่ประเด็นสงสัยคือ ก่อนเขาจะทำอะไรเนี่ย ท่านเคยไปคุยกับเขาไหม ตอนเขาอธิบายได้ออกมาทักท้วงหรือต่อรองไหม ซึ่งผมเชื่อว่าคนเขียนมีจุดรอมชอมอยู่


      แต่ถ้าท่านไม่คอมเม้นต์ ไม่ออกมา ไม่กระทั่งเคยให้กำลังใจ ผมว่ามันไม่ถูกนะที่ท่านจะไปโวยใส่นักเขียนตอนที่เขาจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดไปแล้ว เช่นกรณีก่อนๆ


      เพราะเขาให้โอกาสรับทราบ ให้โอกาสต่อรองแล้วนี่ครับ

      มาโวยทีหลังแบบนี้ผมว่าไม่แฟร์เท่าไหร่

      เอาจริงๆนักเขียนนี่เสียเปรียบหลายด้านเลยนะ วงการนี้ถ้าไม่ใช่เพราะใจรักหรือ หวังผลเรื่องเงินจริงนี่ยืนระยะยาวๆกันยากนะเออ


      พอเหงาเรียกร้องคอมเม้นต์ก็โดนบ่นว่าเรื่องมาก

      พอจะเอานิยายไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็ถูกบ่นว่าเห็นแก่ตัว ขยับตัวไม่ได้เอาจริงๆ


      เจอแบบนี้ใครชินก็ดีไป ใครหมดไฟก็ดองหยุดเขียน...

      ดราม่าแบบนี้หลายที ผมล่ะเป็นคนหนึ่งเลยที่เรียกร้องให้สานความสัมพันธ์ด้วยการพูดคุย หรือคอมเม้นต์นั่นล่ะ



      แม้แต่ คห. ข้างต้นที่ยกตัวอย่างนักเขียนถูกประชดว่า มีเวลาเล่นเฟส มีเวลาอ่านบอร์ด แล้วไม่เอาเวลานั้นไม่เขียนนิยาย หา...?


      อยากจะบอกกลับเหมือนกันว่า นักเขียนเองก็สละเวลาส่วนตัวหลายชั่วโมงมาเขียนให้ได้สักตอน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ท่านนักอ่านจะสละเวลาสักไม่กี่นาที มาคอมเม้นต์ให้บ้างก็ไม่เสียหลายนะครับ


      ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเม้นต์ ถ้าได้พูดคุยกัน กรณีดราม่าทั้งหลายทั้งปวงจะหายไปเยอะเลย เพราะเมื่อสนิทกันแล้วมันคุยกันง่าย มันจะเกรงใจกัน มันจะโอนอ่อนกันครับ


      ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่านิยายหลายเรื่องมันตัวใครตัวมันจริงๆ คนเขียนก็เขียนไป คนอ่านก็อ่านไป อยากเม้นต์ก็เม้นต์ ไม่อยากเม้นต์อ่านเสร็จก็ปิดเลย

      มันไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย และนักเขียนเองก็ใช่ว่าจะรู้ว่ามีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน หากไม่มีคนเม้นต์ เขาก็ถือว่าไม่มีคนอ่านมากมาย หรือชอบพอที่จะแสดงตัว เขาก็ไม่ต้องแคร์ครับ อยากทำอะไรผลงานก็ทำไป


      แฟร์ดีนะผมว่า ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียนเป็นแบบนั้น ก็อย่าได้เรียกร้องอะไรมากกว่านั้น ตัวใครตัวมัน คนเขียนไม่เรียกร้องคนอ่าน คนอ่านก็ไม่ต้องมาเรียกร้องคนเขียน


      แต่ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ก็ง่ายๆแค่ผูกสัมพันธ์ด้วยการหมั่นคอมเม้นต์ทักทายนักเขียน แค่นี้เอง... คุยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็สนิท เป็นห่วง เอ็นดูกันเองล่ะครับ

      ไม่ยากครับ ถ้าจะทำน่ะนะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #24
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ข้าพเจ้านี่อยากจะตามไปถามเจ้าของ คห. 10 เหลือเกินว่า เม้นต์นั้นมาจากนิยายไหน



      อารมณ์ประมาณว่า อ่านที่เจ้าของกระทู้แล้ว เครียดกับความคิดเขามาก แต่มาเจอความคิดอีกอันของนักอ่านบางคน อารมณ์มันพุ่งจนจุกอกเลย จริงๆ ถ้าจขกท ไม่ลบกระทู้หนี มันก็คงไม่ยาวเช่นนี้นะ แค่จะถามเขาว่า ไปเอามาจากไหน แล้วเคลียร์ให้จบ ทีนี้เลยมายาวที่นี่เลย



      จริงๆ ข้าพเจ้าก็เคยเห็นมาเองกับตัว เลยเอามารวบยอดใส่กันเลย เพราะเห็นว่านักอ่านหลายคนช่างมีทัศนคติที่ผิดเพี้ยนจริงๆ



      แล้วก็มีการมาตั้งกระทู้ต่อว่านักเขียนกันเยอะเหลือเกิิน
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #25
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รู้สึกซาบซึ้ง T T


      ถ้าเจอนักอ่านแบบในโพสต์ที่เอามาให้ดูนั่น หนมปังคงร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ค่ะ





      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #26
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ถูกต้องค่ะคุณกวี



      เรื่องคอมเม้นที่เราหมายถึงก็คือเรื่องนี้ อยากพิมพ์อธิบายค่ะแต่พิมพ์ในโทรศัพท์มันไม่ลื่นไหล พอได้มาอ่าน คห. คุณแล้วรู้สึกตามหมดทุดอย่างที่เราอยากจะพูด



      อยากให้นักอ่านมาอ่าน คห. นี้ค่ะ

      เยี่ยม
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #27
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #28
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเพิ่งเข้าบอร์ดนักเขียนไม่กี่สัปดาห์เองค่ะ ไม่รู้ว่าตัวเองทันกระทู้นั้นรึเปล่า

      เราเป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนในเด็กดีจึงเข้าใจความรู้สึกพวกนั้นแต่ถ้าเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเราก็ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่าย ถ้าไม่เปิดใจรับก็จะไม่รู้ นักอ่านมีหน้าที่อ่านอย่างเดียว...ก็ไม่ใช่ นักเขียนมีหน้าที่เขียนอย่่งเดียว...ก็ไม่ใช่ นักเขียนอย่างเราไม่ได้ว่างเสมอไปนะที่จะเขียนๆๆพิมพ์ๆๆๆ เราน่ะมีงานอีกมากและอยากผ่อนคลายบ้าง
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #29
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เสียดายจังค่ะที่เดียร์มาไม่ทันกระทู้นั้น มัวแต่ไปติดอยู่ในคุก--- เอ๊ย โรงเรียน :3
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #30
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาบ่นประเด็นอะไรบ้าง เอาที่จำๆ ได้นะครับ 

      กรณีลงไม่ครบตอน


      - อันนี้มันขึ้นกับตัวนักเขียนด้วยเนอะ ผมก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนเขามีเหตุผลที่ลงครบลงไม่ครบยังไง เพราะเคยคุยกับนักเขียนบางท่าน เขาก็ให้เหตุผลมาหลายๆ อย่าง อย่างเขาคาดหวังว่ายอดขายหนังสืออาจจะได้เพิ่มขึ้น หรือ สนพ.ขอไว้(กรณีผ่านพิจารณาอะนะ) 


      ส่วนตัวผมเนี่ย ถ้าผมประกาศรีไรท์ไปแล้ว ผมจะลงจนจบเหมือนเดิมครับ ไม่ว่าจะพิมพ์เองหรือส่งสนพ. แต่ แต่ แต่ ผมจะลงให้อ่านช้ากว่าหนังสือครับ(กรณีทำมือ) คือหนังสือออกไปแล้วสักอาทิตย์สองอาทิตย์ผมถึงจะเอาตอนที่เหลือมาลงให้อ่านจนจบ 


      ถ้าถามว่าทำแบบนั้นไปทำไมฟระ


      คือไม่ใช่ว่าผมไม่ให้ความสำคัญกับนักอ่านออนไลน์นะ แต่ถือว่ามันเป็นเซอร์วีสให้กับนักอ่านที่เขาจ่ายค่าหนังสืออะครับ เขาก็ควรได้รับอะไรที่มันพิเศษ(แม้จะไม่มากนัก) ด้วยการได้อ่านตอนจบก่อน เพราะถ้าลงตอนจบในเน็ตก่อน โอเคเขาอาจจะอ่านตอนจบทางเน็ตก่อนก็ได้ แต่เวลาได้หนังสือ ถ้าใครเป็นนักอ่านด้วยจะเข้าใจนะครับ หนังสือที่เรารู้ตอนจบแล้ว อ่านไปแล้ว พอได้หนังสือเล่มๆ มา ความน่าตื่นเต้นมันลดลงนะเฟ้ย!! แต่ถ้าหนังสือมันมาพร้อมสิ่งที่เราไม่รู้ มันโคตรตื่นเต้นเลยอะ!!


      ส่วนนักอ่านออนไลน์ก็รออ่านตอนจบทางเน็ต ช้าหน่อย แต่ก็ได้อ่านชัวร์ ถ้าอยากอ่านเร็วๆ ก็นั่นแหละครับ อุดหนุนหนังสือเลยครับ (ยื่นหนังสือให้)


       
      กรณีรีไรท์โคตรนาน


      - ผมไม่รู้ว่านานของนักอ่าน มันนานแค่ไหนนะ แต่ปกติผมทำหนังสือเล่มหนึ่งขาย ตั้งแต่กระบวนการเขียนเริ่มจากบทนำ ไปจนถึงมันเสร็จออกมาเป็นเล่มนี่ ผมใช้เวลาเกือบๆ 3 เดือนเลยอะครับ (บางทีก็มากกว่านั้น แล้วแต่ว่าช่วงนั้นถูกหวยเจออะไรบ้าง)


      อีกอย่างคือ การทำหนังสือ มันไม่ใช่ว่ารีไรท์ต้นฉบับเสร็จแล้วชีวิตจะฟรีด่่อมเลยนะครับ เพราะเราต้องเอาเวลาไปทำรูปเล่มด้วย


      รีไรท์ต้นฉบับ อย่างน้อยๆ ก็ฟาดไป 2-3 รอบล่ะ (ถ้าต้นฉบับหนา 500 หน้า เท่ากับอ่านไป 1500 หน้าเลยนะเฟ้ย) 


      รีไรท์ต้นฉบับไม่ใช่แค่อ่านไล่หาคำผิดอย่างเดียวเน้อ แต่ต้องตรวจปม หาจุดผิดพลาดของเนื้อหา ดูรูปประโยคมันโอเคไหม แก้ปมตรงนี้ มันเชื่อมกับเนื้อหาตรงนั้นไหม ถ้าเกิดว่ามันไม่เชื่อมต่อกัน ขัดแย้งกัน การรีไรท์บางทีอาจพอๆ กับการเขียนใหม่เลยนะคับ


      ถ้าสงสัยว่าอ่านไปทำไมฟระ 2-3 แก้ใหม่ทำไมฟระ เสียเวลา ก็เพราะคนเขียนเขาอยากให้อ่านได้อ่านเรื่องราวสนุกสนานไงครับ ทำสุกเอาเผากินไป เกิดคนอ่านอ่านแล้ว ร้องเหยดดดด มันเขียนอะไรให้ตูอ่านฟระ แม่มไม่อ่านมันแล้วนักเขียนคนนี้ นิยายห่วย (ซวยอีก!!)


      ต้นฉบับเสร็จ ก็ต้องมาจัดอาร์ตเวิร์คเล่ม เตรียมหน้าปก ใครมีความรู้ทำเองได้ก็สบายครับ แต่ถ้าใครต้องไปจ้างนักออกแบบหรือฟรีแลนท์ท่านอื่นมาช่วย... นี่มันหนังชีวิตชัดๆ เลยนะครับ!! เจอคนมีความรับผิดชอบก็ดีไป เจอคนที่เขาไม่รับผิดชอบนี่ ทวงงานแต่ละครั้ง แทบจะเอามีดจอคอตัวเองของานเลยทีเดียว เคสทำหน้าปกที่ทำผมตะเตือนไตมาจนถึงทุกวันนี้คือ ผมเคยจ้างนักวาดภาพประกอบครับ นัดวันส่งงาน แรกๆ ก็ส่งภาพร่างมาให้ไม่ขาด แต่พอใกล้เดดไลน์ชักไม่ไหวครับ สุดท้ายหายจ้อย สลายหายไปในอากาศหายตัวก็ไม่ได้ บางเคสนักวาดรับไปทำ แต่แฟนนักวาดไม่อยากให้ทำ เอาดิครับดราม่ามาถึงผมด้วย โดนด่าคับ ตัวหดเท่าแมงจุ๊ดจี๋ สภาพตอนนั้นเหมือนEเย็นกำลังโดนพระยาสีหโยธินจับมัดติดเสาแล้วเคี่ยนอย่างซาดีสฟระ


      พอได้ปกมาอย่างสะบักสะบอม ยังไม่จบนะคับ หน้าปกมันจะมีแบบที่นักออกแบบเขาทำให้ทั้งเล่ม(ส่วนใหญ่เป็นปกที่เอาภาพมาแต่ง) แต่ถ้าเป็นปกภาพวาด ส่วนใหญ่นักเขียนต้องเอามาจัดเลย์เอ้าท์ปกหน้าหลัง ใส่คำโปรยกำหนดขนาดอะไรเอง


      ไฟล์ต้นฉบับเสร็จต้องไปขอประเมินราคาโรงพิมพ์ ถ้าพิมพ์เยอะก็ต้องขอเล่มปรู๊บมาตรวจก่อน อยู่ต่างจังหวัดอย่างผม รอเล่มปรู๊บก็หลายวันเลยนะครับ ได้มาแล้วก็ต้องมาเช็คสี เช็คเนื้อในมีอะไรเพี้ยนใหม่ ถ้าเพี้ยนก็ต้องแก้ ส่งไฟล์ใหม่ เช็คเล่มปรู๊บใหม่ เอาจนกว่าจะมั่นใจว่าพิมพ์ตามนี้แน่ๆ พอโอเค ส่งเสร็จก็มานั่งลุ้นครับ หนังสือจะมาสภาพเป็นยังไง ผมอยู่ต่างจังหวัดบางทีรอหนังสืออาทิตย์สองอาทิตย์ก็มี เพราะหมู่บ้านกันดารมาก ขนส่งเกี่ยงกันไม่ยอมมาส่งก็ต้องโทรทวง ได้ของมาก็ต้องเช็ค ของครบไหม ถูกต้องหรือเปล่า มีหน้าขาดหน้าขาย ต้นฉบับที่จัดไปมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า 


      เคยมีกรณีนักเขียนจัดหน้าแล้วเซพไฟล์PDFแต่ปรากฏว่าไฟล์เลื่อนครับ พิมพ์ออกมาต้นฉบับเลื่อนหมดทุกหน้า บรรลัยเสียหายหมด เงินก็จ่ายไปแล้ว แถมถ้าเป็นความผิดพลาดจากคนเขียนเป็นคนทำเอง โรงพิมพ์ไม่ยอมเครมให้นะ นั่นหมายความว่าคนเขียนต้องมาเสียเงิน 2 รอบเพื่อพิมพ์ใหม่ แทบจะขายไตไปพิมพ์เลยครับ


      พอได้หนังสือมาก็ยังต้องมาตบตีกับไปรษณีย์ไทยที่ทำหนังสือเสียหายอีก ขนาดห่อแล้วห่ออีก หนังสือยังเดี้ยงไปหลายเล่ม หายบ้าง ส่งไปไม่ถึงบ้าง คนอ่านด่าใครคับ ด่าคนเขียนนี่แหละคับ 


      ที่เขียนที่ทำอยู่นี้เพราะใจรักล้วนๆ เลยนะครับ ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็งป่านนี้กลายเป็นเด็กมีปัญหาติดยาบ้าไปแล้วคับ


      แต่ถึงจะบอกว่าใจรัก แต่เราก็อยากทำสิ่งที่รักและมันสามารถเลี้ยงชีพเราได้ด้วย ไม่ได้มากก็ขอให้ได้น้อย ทำแล้วไม่อดตายและได้ทำไปนานๆ ก็พอ




      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #31
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      กระทู้นั้นเพิ่งเปิดมาวันนี้ช่วงเย็นค่ะ ทันแน่นอนแต่อาจไม่ได้เข้าไปอ่านเท่านั้นเอง^^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #32
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      เจอนักอ่านแบบนี้มีอึ้ง

      ภาวนาอย่าให้เจอค่ะ บั่นทอนกำลังใจคนเขียนกันน่าดู


      หลังจากประสบเหตุการณ์ลงนิยายจบเรื่อง แต่ไม่ผ่านพิจารณากับสนพ.


      จึงขอแรงสนับสนุนจากคนอ่านเปิดสั่งจองเพื่อพิมพ์เอง

      ผ่านมาเป็นปี ประชาสัมพันธ์หลายกลุ่มในเฟซและหลายเว็บที่ลงนิยาย

      อีกทั้งลงเนื้อหาให้อ่านอีกครึ่งเรื่อง


      แต่ยอดสั่งจองก็ยังแตะอยู่ที่ 10 เล่ม++

      ได้แต่เม้นต์ สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้นะ แต่ไม่มียอดสั่งเข้ามาเลย(ทั้งที่ยอดคลิ๊กเปิดอ่านนับว่าสูง สามแสนคลิ๊กได้)


      ก็เลยตัดสินใจแจ้งให้คนอ่านทราบว่านับแต่จากนี้ไปจะไม่ลงนิยายจนจบเรื่องอีก หากไม่ผ่านพิจารณาจากสนพ. อย่างน้อยเผื่อไว้ทำอีบุ๊กในอนาคต


      ยอดแฟนพันธุ์แท้ที่มีน้อยนิดก็ลงลงฮวบๆ เลยทีนี้

      เปิดเรื่องใหม่ก็เลยเงียบเหงากว่าเดิม เพราะคนอ่านส่วนหนึ่งรู้แล้วว่าเราไม่ลงจบเรื่อง



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #33
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเองก็เป็นหนึ่งใน นักหัดเขียน เขียนงานแบบอิสระ ไม่ได้ประจำอยู่ในเว็บเด็กดี แต่ก็เป็นสมาชิกที่นี่ เพราะครั้งหนึ่งเคยทำนิยายรักวัยรุ่น แต่ตอนนี้เปลียนไปลุยแนวผู้ใหญ่ที่มีอายุ 25-29


      การอัพงานให้จบ ต่อให้งานมีคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพ มันก็ถูก "ก็อป" ได้  ถ้าโดนก๊อปงานขึ้นมา คุณผู้อ่านไม่ได้เสียหายอะไรนี้ แต่คนที่ซวยน่ะ เป็นตัวคนเขียนเอง เผลอๆ เจ้าของต้นฉบับอาจจะกลายเป็นคนละเมิดลิขสิทธิ์งานเขียนของตัวเอง โดยที่ไม่รู้สึกตัวก็ได้  รู้ตัวอีกที เฮ้ย งานกูแม่งออกเป็นรุปเล่มไปวางแล้ว ทั้งที่ต้นฉบับจริงๆ คนเขียนตัวจริง ยืนอยู่นี้ ต้นฉบับตัวจริงอยู่ในมือนี้ ถึงตอนนั้นก็ทำได้แค่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น  ทำอะไรก็ไม่ได้ เขาเอางานของเราไปจดลิขสิทธิ์ภายใต้ชื่อเขาไปแล้ว... (จำได้ว่าเคยมีในกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว)


      ยอมรับเลยว่าโดนมาไม่น้อย กับการอัพนิยายช้า ขอคอมเม้น บางคนเห็นแก่ตัวมาก อ่านของเรา ไม่เม้น ไม่โหวต ไม่ว่า พอเราไม่มีเวลาอัพ อื้อหือ โดนด่ายังกับไปฆ่าโคตรใครตายเลย

      "นักเขียนคนนี้แม่งน่าเบื่อ ลีลา หัดแหกตาดูไรเตอร์ท่านบ้าง ดูว่าเขาอัพกันยังไง เขาสองสามวันอัพ ไม่ก็เว้นวันอัพ เล่นตัวอยู่ได้"  ขอให้เม้นกันบ้าง ติชมกันบ้าง เราจะได้แก้ไขปรับปรุงแก้ไขในจุดที่เราบกพร่อง เออเฮ้ย มันเม้นกลับมานะ แต่บอกว่า  "เอาเม้นไปทำบ้าอะไร มันแดกได้เหรอ" อื้อหือ 


      บางทีก็คิด ก็อยากถามนะว่า เฮ้ย  กูต้องนั่งก้นด้าน ปั่นนิยายอย่างเดียวเหรอ ห้ามป่วย ห้ามนานาห้าม สรุปคือห้ามกูตายด้วยไหม อะไรแบบนี้ หน้าที่กูมีอย่างเดียวเหรอไง ต้องสนอง (นิยาย) ให้ทันทีที่อยาก (อ่าน) จนตัวสั่นเหรอไง


       (ขออภัยที่ไม่สุภาพคะ อดกลั้นมามากพอสมควร) 
      โกรธโกรธ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #34
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เห็น คห. นี้ ชีวิตนักเขียนช่างรันทดแท้ เฮอๆ



      ความเสียงสูงมากในการทำหนังสือทำมือ ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ละเอียดว่ามันขนาดนี้เลย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #35
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ข้าพเจ้าไม่อยากจะเจอเหมือนกันค่ะ บางทีข้าพเจ้าอาจจะนั่ง นอนร้องไห้แน่ๆ



      เศร้าจัง
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยเจ้าของความเห็น
      IP
      #36
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      "นักเขียนคนนี้แม่งน่าเบื่อ ลีลา หัดแหกตาดูไรเตอร์ท่านบ้าง ดูว่าเขาอัพกันยังไง เขาสองสามอัพ ไม่ก็เว้นวันอัพ เล่นตัวอยู่ได้"  


      ข้าพเจ้านี่อึ้งไปเลย


      ส่วนที่ข้าพเจ้าไปเจอมา ไม่ขอเอ่ยว่านิยายใครนะคะ มันนานมากแล้ว



      "หักหลัง นักเขียนนี่เห็นแก่เงิน มาทำว่าแต่งเพราะใจรัก  นักเขียนแมร่งสตอปากบอกใจรักที่แท้ก็เห็นแก่เงินนั้นล่ะหว๊า"


      ข้าพเจ้านี่ของขึ้นแทนนักเขียนเลยค่ะ แค่กดเข้าไปดูเขาลบไปแล้ว อ่านเม้นต์ โอ้โห



      แล้วก็ที่เจอมาอีกคือ


      "ทำแบบนี้ได้ไง ลงก็ไม่จบ นิยายห่วยๆ จะเลิกติดตามแล้วถ้าลงไม่จบ"


       ข้าพเจ้านี่จะรีบเชิญออกเลย  คือ  กรูต้องง้อไหม (ขออภัยในคำไม่สุภาพค่ะ) 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #37
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อึ้งกับยอดจองนิยายไปแล้วค่ะ 555

      ระหว่างเขียนเม้นต์ก็พอมี บอกรอซื้อ รออุดหนุน

      พอเปิดสั่งจองได้เท่าที่เห็น นอกนั้นคือคนกันเองช่วยอุดหนุน

      แต่ก็รวมแล้วยังไม่ถึงยี่สิบเล่มอยู่ดี

      เหนื่อยกับการโฆษณาอัพบทความหายอดสั่งจองแล้ว

      ยอมรับว่าฐานแฟนคลับที่ต้องการซื้อน่ะไม่มีจริงๆ

      ตัดสินใจทำขายอีบุ๊ก และค่อยพิมพ์เก็บเป็นที่ระทึกใจส่วนตัวของเราดีกว่า
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #38
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบ คห. ย่อย มันดันไป คห.หลัก 19 ดังนั้นข้าพเจ้าก็อปมาวางใหม่นะคะ



      "นักเขียนคนนี้แม่งน่าเบื่อ ลีลา หัดแหกตาดูไรเตอร์ท่านบ้าง ดูว่าเขาอัพกันยังไง เขาสองสามอัพ ไม่ก็เว้นวันอัพ เล่นตัวอยู่ได้"



      ข้าพเจ้านี่อึ้งไปเลย



      ส่วนที่ข้าพเจ้าไปเจอมา ไม่ขอเอ่ยว่านิยายใครนะคะ มันนานมากแล้ว



      "หักหลัง นักเขียนนี่เห็นแก่เงิน มาทำว่าแต่งเพราะใจรัก นักเขียนแมร่งสตอปากบอกใจรักที่แท้ก็เห็นแก่เงินนั้นล่ะหว๊า"



      ข้าพเจ้านี่ของขึ้นแทนนักเขียนเลยค่ะ แค่กดเข้าไปดูเขาลบไปแล้ว อ่านเม้นต์ โอ้โห





      แล้วก็ที่เจอมาอีกคือ



      "ทำแบบนี้ได้ไง ลงก็ไม่จบ นิยายห่วยๆ จะเลิกติดตามแล้วถ้าลงไม่จบ"



      ข้าพเจ้านี่จะรีบเชิญออกเลย คือ กรูต้องง้อไหม (ขออภัยในคำไม่สุภาพค่ะ)
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #39
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ทุกอย่างมีความเสี่ยงจริงๆค่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #40
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แต่ก่อนก็เซ็งๆ เวลาที่เจอนักอ่านแบบนี้นะครับ อยากจะจับมานั่งคุยทำความเข้าใจมากๆ แต่มันเหนื่อย บอกคนหนึ่ง คนใหม่ก็บ่น แต่ละคนเอาความเอาแต่ใจของตัวเองมายัดเยียดใส่นักเขียนทั้งนั้น (ส่วนใหญ่นะ ไม่ใช่ทุกคน ของตัวเอง นักอ่านที่เจอส่วนมากน่ารัก น๊านนานทีจะเจอคนเยอะใส่) บางคนอาการหนักมาก เอาแต่ใจไม่พอ ยังมาทำตัวเป็นเจ้านายชี้นิ้วสักกันอีกต่างหาก


      ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในระยะเวลาหลายปีมานี้ ผมเปลี่ยนมาคิดแบบนี้แทน...


      ตัวผมเป็นมนุษย์ นักอ่านก็เป็นมนุษย์


      มนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า แม้กระทั่งนักเขียนในบางครั้งก็ไม่ใช่พระเจ้าที่กำหนดทุกอย่าง แต่บางอย่างสถานการณ์และตัวละครก็พาไปตามความเหมาะสม (และติสต์)


      เมื่อมันเป็นเช่นนั้น เรามีสิทธิในสิ่งนั้น เราก็ทำไปในสิ่งนั้น นิยายเป็นของเรา เรามีสิทธิที่จะทำอะไรกับมันก็ได้ นักอ่านคือ "เพื่อนร่วมอุดมการณ์" ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน แต่เขาไม่ใช่ "พระเจ้า/เจ้านาย" ที่จะกำหนดทุกอย่าง เขามีสิทธิที่จะกระทำในสิ่งของเขา ตามแต่ใจที่เขาสามารกระทำได้ โดยที่เรามีสิทธิเลือกที่จะหยิบสิ่งดี ๆ ของเขามาเป็นกำลังใจให้กับเรา


      เรามีสิทธิเขียน เขามีสิทธิอ่าน

      เรามีสิทธิดอง เขามีสิทธิทวง

      เรามีสิทธิเลิกเขียน เขามีสิทธิเลิกอ่าน

      เรามีสิทธิรวมเล่ม เขามีสิทธิที่จะไม่อุดหนุน


      ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็แฟร์ แต่จะเห็นว่าไม่แฟร์ต่อเมื่อต่างฝ่ายต่างลำเอียงเข้าหาตัวเอง ยึดผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ไม่สนใจอีกฝ่าย (ใครสนใจเอาใจของผมไปเลยครับ /จุ๊บม๊วบบบบ)

       

      แต่ละคนมีทางเลือกของตัวเอง แม้จะมีการก้าวก่ายและกระทบกระทั่งทับซ้อนกันบ้าง มันก็ยังมีทางเลือกให้เราว่า จะรับไว้หรือไม่รับไว้ จะคุยหรือไม่คุย คุยแล้วรับฟังหรือไม่ ถ้าคุยแล้วไม่รับฟังก็จบ กรณีผม เอาความเอาแต่ใจมายัดใส่ ผมก็ไม่คุย ปล่อยผ่าน ถือเป็นสิทธิของคุณ ซึ่งคุณไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่ายในสิทธิผมได้อยู่แล้ว และคุณทำอะไรตัวผมไม่ได้ด้วย ยิ่งบังคับยิ่งเขียนไม่ออก (ติสต์สุดๆ) 


      ผมถือว่านักอ่านที่เคารพในสิทธิของนักเขียน ย่อมได้รับความเคารพจากนักเขียนเช่นกัน สถานะระหว่างนักเขียนเป็นแบบผู้ให้กับผู้รับ เกื้อหนุนพึ่งพากันและกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้ทุกอย่าง องค์กรการกุศลเขายังไม่ให้ทุกสิ่งเลย บางอย่างก็ต้องดูตามความเหมาะสม


      สรุปง่าย ๆ ว่า...ปลง ครับ 5555555+ เป็นหลักในการปลงของผมเอง


      แต่เคยเจอนะครับ นักอ่านที่เถียงหัวชนฝา ผมเลยบอกให้เขาลองไปเขียนนิยายสักเรื่อง เกือบปีหลังจากนั้น เขาก็มาบ่นเรื่องนักอ่านอย่างนั้นอย่างนี้ เริ่มถอดใจ ผมก็เลยบอกเขาไปว่า นั่นแหละ ความรู้สึกที่ผมเก็บงำไว้ ใครไม่เคยเขียนไม่มีวันเข้าใจหรอก...


      อาเมน... 
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 60
  • ความคิดเห็นที่ 141 - 142

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป