/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เกรดเทอมนี้ไม่ถึง2.5 ท้อแท้แล้ว [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
เราอ่านหนังสือออก ตั้งแต่อนุบาล1 เราเป็นคนที่ชอบอะไรเกี่ยวกับภาษามาตั้งแต่เด็กๆ ตอนเราอยู่ประถมเราวาดรูปเก่งมาก ไปแข่งได้รางวัลตลอด เรารู้สึกว่าเราหัวศิลป์มาตั้งแต่เด็กๆ พอเราขึ้นมัธยมต้น เราได้มาอยู่วงโยธวาทิต ในวงเราเล่นยูโฟเนียม เราชอบดนตรีนะ แต่พ่อแม่เราไม่ชอบเลย เราเกลียดวิชาคณิตศาสตร์มากๆ จนถึงมากที่สุดเราได้เกรดคณิตสูงสุดที่3 เท่านั้น ที่เหลือ0 1 2 2.5 มาตลอดเลย



เราชอบร้องเพลงด้วย ตอน ม.ต้น แข่งวิชาการ เกี่ยวกับร้องเพลง เราติด1ใน3ของจังหวัดตลอด .....พ่อกับแม่ไม่เคยภูมิใจเลย เราได้เกรดตอนจบม.ต้นมาแค่2.68 โง่มากๆ ความฝันของเราคือการได้เรียนภาษาหลายๆภาษา ตอนประถม เราแอบเรียนภาษาญี่ปุ่น เราชอบมาก กลับบ้านมา นั่งคัดนั่งพูดได้ทั้งวัน แต่แล้วก็ไม่รอด ขึ้น.ต้น แม่เราส่งเรียนพิเศษ เราไม่มีเวลาอ่านภาษาญี่ปุ่นอีกเลย จนกระทั่งขึ้น ม.ปลาย เรารู้สึกว่าเราเรียนวิทย์ไม่ได้แน่ๆ เลยมาสอบ ศิลป์ญี่ปุ่น สอบติดค่ะ แต่เหมือนฟ้าทะลายค่ะ แม่ไม่ให้เรียน บอกว่าจบมาหางานยากจะไปทำอะไรได้ แม่ก็ผลักดันมาให้เราเรียนสายวิทย์-ห้องGIFTED ไม่มีคาบว่างเลย ชีวิตเรา หน้ามือเป็นหลังทรีน เหนื่อยมาก เรียนก็ไม่รู้เรื่อง เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์3ตัว เราเรียนโง่มาก บอกตามตรงเลย สอบตกตลอด เวลาผ่าน ก็ฉิวๆ ตลอด



เกรดเฉลี่ยเราเท่ากันแทบทุกเทอม 2.50ขึ้น แต่ไม่ถึง2.60 ตลอด เราก็ไปเรียนพิเศษ รู้สึกเหมือนเสียเงินเปล่าๆ เราเหนื่อยมาก แต่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขตอนเรียนสายวิทย์ คือ วิชาภาษาอังกฤษ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียนวิชานี้ เราสนิทกับครูฝรั่งมาก เราคุยกับครูฝรั่งมากกว่าครูคนไทยอีก เราไปแข่ง สุนทรพจน์ภาษาอังฤษ กับ story telling ได้ที่2 ที่3ของจังหวัด2ปีซ้อน ถึงจะเล็กๆน้อยๆ แต่เราก็ภูมิใจ ที่เราสามารถสื่อสารภาษาที่2ได้ และความภูมิใจเล็กๆของเราอีกอย่างคือภาษาพม่า บ้านเราทำธุรกิจ ต้องเดินทางไปพม่าบ่อยๆ เราพยายามหัดพูดหัดฟัง อ่าน และเขียน จนตอนนี้เราพอจะสื่อสารกับคนงานพม่าได้บ้างแล้ว



แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งนะ เราต้องเรียนพิเศษ และเรียนในห้องอย่างหนัก เวลานอนแทบไม่มี ต้องทำงาน ทำการบ้าน อ่านหนังสือสารพัด เราเป็นลูกคนเดียวแต่เชื่อมั๊ย เราแทบจะไม่ได่พูดกับพ่อแม่เลย ต้องเป็นผู้ฟังตลอด ....เราเหนื่อยมาก เพื่อนก็แทบจะไม่มี แถมพ่อเราก็มีเมียน้อย ทะเลาะกับแม่ทุกวัน ปวดหัวมาก ตอนนี้เราอยู่ม.5เทอม2 เทอมนี้เราได้เกรดแค่2.28 ติดร.คอม1หน่วยกิต ติด0คณิตศาสตร์อีก1.5 หน่วยกิต ซึ่งแก้แล้วจะถึง2.5มั้ยก็ไม่รู้ เราอยากเรียนคหกรรม ดุสิตธานี เรามีพรสววรรค์เรื่องทำอาหารมาก (คิดว่านะ55) เราทำอาหารอร่อย มีแต่ต่คนชม เราทำเค้กทำขนมส่งขายตามร้านกาแฟ ทำอาหารวันเด็ก ทำกับข้าวงานศพ ทำข้าวกล่องขายเพื่อน ได้สารพัดเกี่ยวกับอาหาร ตั้งกระทู้พันทิปไปหลายรอบในห้องก้นครัว แต่แม่เราเบรกไว้ เรียนทำอาหาร ไปเรียนคอร์สเอาก็ได้ ถ้าเรียนเป็นคณะ แม่ไม่มีทางส่ง เพราะกลับมาก็ทำอะไรไม่ได้ จะเปิดร้านเอง ก็คงขาดทุนย่อยยับแน่ๆแล้วคณะนิเทศ ศิลป ครุ โบราณคดี คณะพวกนี้ห้ามคิดแม่แต้จะสมัคร...... เรียนไปเปลืองเงินเปลืองเวลา



หลายครั้งที่ต้องปั้นหน้ายิ้มแล้วบอกแม่ว่าโอเคหนูจะเรียนตามใจแม่กับพ่อ (เค้าอยากให้เราเป็นหมอ เป็นเภสัช) หลายครั้งที่เราต้องร้องไห้ในหมวกกันน๊อค เบิ้ลท่อดังๆ เพื่อกลบเสียงร้องไห้ของตัวเอง ขับรถเร็วๆ เพื่อให้ตัวเองคิด ให้ตื่นเต้น ไม่ให้ดื้อชาไปมากกว่านี้..............แล้ว เกรดแค่นี้ จะไปสอบอะไรได้ จุดมุ่งหมายตอนนี้ก็ยังไม่มี เหลือเวลาอีกแค่เทอมเดียวแล้ว ชีวิตเราจะไปต่อยังไง เราเองก็เสียใจนะที่ทำเกรดดีๆให้พ่อแม่ไม่ได้ เราเองก็พยายามจนถึงที่สุดแล้วแต่มันได้แค่นี้ ตอนนี้เรารู้สึกว่างเปล่ามาก เหมือนโลกหยุดหมุน คิดอะไรไม่ออกเลย เราควรทำอย่างไรกับชีวิตเราดี ......... ขอบคุณพื้นที่เล็กๆให้เราได้ระบายนะ ขอบคุณเพื่อนๆโลกออนไลน์ทุกคนที่เข้ามารับฟังนะ ขอบคุณมากๆขอบคุณจริงๆ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สู้ๆนะ เราอยากให้ จขกท. เปิดใจคุยกับพ่อแม่แล้วทำสิ่งที่ตัวเองต้องการไปดีกว่านะ

    เพราะเราต้องอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิตนะ เรียนที่ชอบดีกว่า เรียนภาษาก็ใช่ว่าจะแย่อะไร

    จบมาเก่งๆงานการดีๆก็เยอะแยะค่ะ เงินดีๆก็เยอะ ลองพูดลองอธิบายข้อดีอะไรของมันดู บอกเยอะๆ ถึงข้อดีมัน แล้วก็แข็งเลย บอกหนูต้องอยู่กับมันตลอดชีวิตนะแม่ มันเป็นความสุขหนู ถึงหนูจะเรียนภาษาแต่หนูก็เลี้ยงดูพ่อแม่ได้ เวิ่นๆไป

    แต่ถ้าเค้าไม่รับฟังไม่สนใจไรจริงๆ จขกท. ก็สู้เองเลยค่ะ หาเงินค่าเทอมเอง ขอกู้กยศ. ทำงานพาร์ททาม ทำงานพิเศษเอง ยิ่งถ้า จขกท. สอบติดได้คณะที่ต้องการไว ก็มีเวลาไปทำงานโรงงานไว้เก็บเงินเป็นค่าเทอมเลยค่ะ

    สู้ๆนะคะ จขกท. ทำตามสิ่งที่เราต้องการดีกว่า ทุกสายอาชีพมีดีหมดแหล่ะค่ะ เรียนตามที่เราชอบ เพราะเราต้องอยู่กับมันทั้งชีวิต อย่าไปเลือกอะไรที่มันฝืนใจตัวเองเพราะต้องตามใจพ่อแม่เลยค่ะ

    ชีวิตคนเรามันสั้น ทำสิ่งที่เรามีความสุขแล้วไม่เดือดร้อนใครดีกว่านะ 

    สู้ๆค่ะ ขอให้พ่อแม่เข้าใจ 

    เราเป็นกำลังใจให้นะ ^^

    ปล.มีไรคุยได้นะคะ ชีวิตเราแอบเหมือนกันบางส่วนค่ะ 5555555


    ตอบกลับ

48 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะ เราอยากให้ จขกท. เปิดใจคุยกับพ่อแม่แล้วทำสิ่งที่ตัวเองต้องการไปดีกว่านะ

      เพราะเราต้องอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิตนะ เรียนที่ชอบดีกว่า เรียนภาษาก็ใช่ว่าจะแย่อะไร

      จบมาเก่งๆงานการดีๆก็เยอะแยะค่ะ เงินดีๆก็เยอะ ลองพูดลองอธิบายข้อดีอะไรของมันดู บอกเยอะๆ ถึงข้อดีมัน แล้วก็แข็งเลย บอกหนูต้องอยู่กับมันตลอดชีวิตนะแม่ มันเป็นความสุขหนู ถึงหนูจะเรียนภาษาแต่หนูก็เลี้ยงดูพ่อแม่ได้ เวิ่นๆไป

      แต่ถ้าเค้าไม่รับฟังไม่สนใจไรจริงๆ จขกท. ก็สู้เองเลยค่ะ หาเงินค่าเทอมเอง ขอกู้กยศ. ทำงานพาร์ททาม ทำงานพิเศษเอง ยิ่งถ้า จขกท. สอบติดได้คณะที่ต้องการไว ก็มีเวลาไปทำงานโรงงานไว้เก็บเงินเป็นค่าเทอมเลยค่ะ

      สู้ๆนะคะ จขกท. ทำตามสิ่งที่เราต้องการดีกว่า ทุกสายอาชีพมีดีหมดแหล่ะค่ะ เรียนตามที่เราชอบ เพราะเราต้องอยู่กับมันทั้งชีวิต อย่าไปเลือกอะไรที่มันฝืนใจตัวเองเพราะต้องตามใจพ่อแม่เลยค่ะ

      ชีวิตคนเรามันสั้น ทำสิ่งที่เรามีความสุขแล้วไม่เดือดร้อนใครดีกว่านะ 

      สู้ๆค่ะ ขอให้พ่อแม่เข้าใจ 

      เราเป็นกำลังใจให้นะ ^^

      ปล.มีไรคุยได้นะคะ ชีวิตเราแอบเหมือนกันบางส่วนค่ะ 5555555


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนแรกผมจะแนะนำให้แสงดสิ่งที่กระทำได้ให้ถึงที่สุดแต่ดูท่าทางแล้วจะยากน่าดูครับ ถ้าแก้นี้ โคตรโหดร้ายครับ จขกท. ดูจากลักษณะแล้วผมคิดว่าคงใช้วิธีผมไม่ได้แน่ เพราะ จขกท. นั้นสู้แรงคุณพ่อคุณแม่ไม่ไหวแน่ๆครับ ขอแนะนำให้คนที่มีแนวคิดไม่รุนแรงเหมือนผมมาดีกว่าครับผม ยังไงก็ ถ้าเจ้าของกระทู้ต้องสู้จริงๆล่ะก็ คงต้องลุยเต็มที่ล่ะครับ ถึงมันจะยากและเหนื่อยมากมายแบบมหาศาล 

      เลยต้องหาที่ปรึกษา เป็น คุณครูที่เราไว้ใจ หรือรุ่นพี่ที่น่าเชื่อถือจริงๆ ครับ และลองพูดคุยกับเขาดู หรือจะเป็นญาติผู้ใหญ่ก็ได้ ลองถามเขาดูแต่ที่ดีที่สุดก็คือคุณครูนี้ล่ะครับ ถ้าคุณครูแนะแนวที่ โรงเรียนมองดูแล้วว่าไว้ใจได้และ มีความสามารถ ลองไปปรึกษาท่านดูครับ เผื่อท่านจะสามารถกล่อมคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่หาเดี่ยวนี้ยากน่ะครับ บอกเลย 


      ยังไงก็พยายามเข้าครับ หาทางด้วยตัวเองและดูจากรอบๆข้างเข้าไว้ มองโลกให้มากขึ้นเจ้าของกระทูจะพบทางออกของปัญหาด้วยตัวเองได้ครับ สู้ๆครับผม ^^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เดินไปหาพ่อกับแม่แล้วเปิดใจคุยไปเลยค่ะ

      พูดเสียงจริงจังที่สุดๆ เท่าที่จะทำได้ เอาความมุ่งมั่นออกมาทางสายตา

      พูดไปว่าเราต้องการอะไร พูดออกไป หนูรักพ่อกับแม่ หนูทำตามสิ่งีท่พ่อกับแม่ต้องการมาตลอด หนูไม่ชอบวิชาคณิตวิทย์แต่หนูต้องอดทนเรียนมากๆ(แม่ก็ต้องคิดแล้วล่ะตามเกรดที่ออกว่าภาษาเกรดดีกว่าวิทย์คณิต) ครั้งนี้หนูขอทำตามสิ่งที่หนูต้องการสักครั้งนึงได้ไหมค่ะ ต่อใ้หนูเรียนตามสิ่งีท่พ่อแม่ต้องการ ก็ทำออกมาไม่ดี 

      ใช้เหตุผลในการพูด อย่าใช้อารมณ์ รวบรวมสติดีๆๆ

      เราเชื่อว่ามันจะดีนะ พ่อแม่ทุกคนรักลูก พ่อแม่ก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเรา แต่ลืมคิดว่าเราชอบไหม เขามองว่าเรายังเด็ก เราต้องทำให้เขาเห็นว่าเราโตแล้ว คิดเป็น วางแผนอนาคตของตัวเองได้แล้ว ^^ สู้ๆนะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      ต้องขอบอกก่อนว่า จขกท โชคดีอยู่เรื่องคือรู้ใจตัวเอง แถมทำสิ่งที่ตัวเองชอบได้ดี มีหลายคนที่จนตอนนี้ก็ยังหาสิ่งที่ตัวเองชอบไม่เจอ พี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น 5555 ถึงจะสอบติดแล้วแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า เราชอบมันจริงไหม




      เรื่องพ่อแม่ พี่คงแนะนำอะไรมากไม่ได้ เข้าใจว่าเขาอยากให้น้องได้ในสิ่งที่ดีที่สุด มีอนาคตมั่นคงมากที่สุด จนมองข้ามความชอบของน้องไป อยากจะให้ลองเปิดใจคุยกันดูนะคะ บอกแม่ว่าหนูไปไม่ไหวจริงๆ เพราะต่อให้เข้าไปได้ หรือเรียนได้ แต่ใจมันไม่ชอบ ยังไงก็ไปไม่รอดค่ะ เสียเวลาด้วย สู้เลือกเอาสิ่งที่ชอบดีกว่าค่ะ ชีวิตนี้เราเลือกเองค่ะ บอกเขาว่าเรียนด้านนี้มันทำอะไรได้บ้าง ต่ออาชีพอะไรได้บ้าง หาข้อมูลเยอะๆ แน่นๆ ไปคุยกับเขา ถึงเวลาให้เขารับฟังเราได้ล่ะค่ะ 




      เป็นกำลังใจให้นะคะ มีอะไรก็มาคุยกันได้ค่ะ 

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้สู้นะคะ จขกท. เพราะเราเองก็เป็นเด็กวิทย์หัวใจศิลป์เหมือนกัน

      เราเองก็ชอบภาษามากเลย อยู่วงโยด้วยนะ ^^ เราเป็นคนหัวศิลป์มากกกแต่ทางบ้านเราทำงานอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลหมดเลย ทางครอบครัวเราก็อยากให้เราเป็นหมอบ้าง ทันตบ้างตอนแรกๆเราก็คิดแบบนั้นแหละว่าอยากเป็นหมอ แต่เรียนเข้าจริงๆเราชอบก็แค่วิชาชีวะเท่านั้นแหละ เรื่องคำนวณเราไม่ได้เรื่องเลย

      เชื่อสิ ถ้าเราทำในสิ่งที่เราชอบ เราก็จะทำได้ดี ตอนมหาลัยเราก็ไปเลือกคณะที่เป็นภาษาเอาเน้อะ เราก็อยากเรียนโบราณคดีเหมือนกัน ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนในฐาณะนักเรียนสายวิทย์-คณิตไปก่อน เพื่อในพ่อแม่สบายใจ เวลาว่างเราก็อย่าลืมทบทวนภาษาด้วย เกรดไม่ได้วัดคุณค่าของความเป็นคนนะ สู้สู้นะคะ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้




      เป็นกำลังจายห้ายย ค่อยๆอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่าเราอยากเรียนอะไรเราเก่งด้านไหน แล้วพิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นว่าเราชอบจริงๆ พ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้ดีเลยต้องทำแบบนั้น ค่อยๆอ่านหนังสือไม่ต้องไปยัดมันเข้าไป ถ้าไม่เข้าใจยัดไปก็ไม่เข้าอยู่ดี อ่านแล้วก็จับจุด สรุปเรื่องแล้วจะจำได้เอง ทำความเข้าใจอย่าไปท่องจำ เข้าห้องGIFTEDได้ก็เก่งแล้ว สู้ๆนะคร้าา


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆน้าาจขกท ลองคุยกับพ่อแม่ดู บอกไปตรงๆพ่อแม่อาจจะฟังเรา ถ้าจขกทชอบสายภาษา จริงๆจบส่ายวิทย์ก็ต่อภาษาได้นะ อยากบอกว่าเดี๋ยวคนเก่งภาษาหางานง่ายจะตายย ยิ่งภาษาอังกิด ภาษาญี่ปุ่นนะ ยิ่งหางานง่าย พี่เราเรียนสายวิทยังไปต่อ มนุษย์ศาสตร์เลย ไม่ต้องเครียดนะ สู้ๆๆๆๆ เราเป็นกำลังใจให้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากให้ค่อยๆพูดแสดงเหตุผลให้ท่านฟังดูนะคะ 

      เราชอบทางภาษา มั่นใจในทางภาษา ลองหาข้อมูลคณะที่อยากเข้าจบมาแล้วทำอาชีพที่ตัวเองอยากเป็นได้ หาตามอินเตอร์เน็ตหรือถามครูดูสิ ทั้งเรื่องเงินเดือน การทำงาน ความเสี่ยง ยกตัวอย่างให้ท่านดู

      ถ้าท่านไม่ฟัง กราบท่านสักครั้งหนึ่ง แล้วขอให้ฟังก่อน เพราะการเลือกในครั้งนี้ จะเป็นอนาคต 

      เข้าหมอค่าใช้จ่ายสูงอยู่นะ ถ้าเข้าไปแล้วไม่ชอบ ไม่ใช่ เรียนไม่ได้ต้องซิ่ว จะกลายเป็นเสียเวลา เสียเงินมากกว่าไหม

      บางครั้งพ่อแม่ก็อยากให้เราได้ดี อยากให้เข้าคณะที่ออกมามีงานแน่ๆและมั่นคง

      โดยที่ลืมถามถึงความสุขของลูกไป

      สู้ๆ ขอให้คุยสำเร็จ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เทอมนี้เราได้เเค่ 2.3 ต่างจากเทอมที่เเล้วเราได้ 3.4 ตอนเเรกเราก็ท้อ ท้อมากๆ พอรู้เกรดทีก็ทำเอาพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ ซึมไปสองสามวัน ไม่กล้าบอกเเม่ด้วย เเล้วมานอนๆคิดว่า เทอมหน้าเราต้องเอาใหม่ ทำให้มันดีกว่าเดิม เเล้วก็บอกเเม่ว่าได้ 2.3 เเม่ก็ตกใจ เพราะทุกทีไม่เคยต่ำกว่า 3 เราก็ขอไม่เเก้ตัวอะไร ยังไงเกรดมันออกมาจากสิ่งที่เราทำ ก็บอกเเม่ไปเลยว่า เทอมหน้าขอเอาใหม่จะทำให้ได้มากกว่านี้ เเล้วก็ขอโทษ พ่อเเม่ทุกคนเข้าใจอยู่เเล้ว ยังไงเขาก็เคยผ่านจุดๆนี้เหมือนเรามา อธิบายให้เขาเข้าใจ ยังไงเขาก็รับฟัง 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จขกท.ลองคุยกับพ่อแม่ดูครับ

      ถ้าเรามีหัวทางด้านศิลป์จริงๆก้ไม่ควรปล่อยให้

      ความสามารถที่มีนี้หายไปนะครับ

      ลองสู้เพื่อตัวเองดู อย่างผมก้จบม.ปลายมาด้วยเกรด2.34 สายวิทย์เหมือนกัน แต่สุดท้ายก้มาลงด้วยคณะศิลปกรรม ก้ต้องไฟท์เพื่อตัวเองพอสมควรครับ


      สู้ๆนะครับ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ลองคุยกับพ่อแม่ดูนะ เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนหวังดีและมีเหตุผลอยู่แล้วแหละ  แต่มันจะดีกว่านี้นะถ้าเราได้ทำสิ่งที่เราชอบอ่ะ  ลองบอกเหตุผลของเราดูสิ พ่อแม่น่าจะรับฟังบ้างล่ะ เราก็ทำนะ บอกพ่อไปว่าอยากเป็นอะไร ตอนแรกพ่อก็ไม่ให้ แต่เราก็อธิบายเหตุผลของเราหมดจนตอนนี้พ่อเราก็เข้าใจและก็ให้เราลองทำตามความฝันแล้วด้วย 

           ปล.ยังไงก็เป็นกำลังใจให้จขกท.นะ สู้ๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      หลายครั้งที่เราต้องร้องไห้ในหมวกกันน๊อค เบิ้ลท่อดังๆ นับว่าเปนไอเดียที่ดีเลยในการกลบความอ่อนแอของตนเอง เราชอบมาก



      จากที่อ่านมาจขกท. ก้อเก่งเกี่ยวกับสายศิลป์จิงๆนั่นแหละ แถมเก่งมากด้วย โดยเฉพาะด้านภาษา แต่ถ้าทำตามใจพ่อแม่ ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เวลาสอบเข้ามหาลัยก้อคงจะลำบาก เราว่า จขกท.ควรที่จะตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่านะ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ถนัดจะดีกว่านะ



      แต่ถ้าอยากทำตามใจพ่อแม่ เกรดในม.ปลาย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ความรับผิดชอบ เวลาสอบจิงๆพวกแอด gat pat อะไรพวกนี้น่ะ ส่วนใหญ่จะไปเน้นที่คะแนนที่สอบได้มากกว่า ถ้าจะเปนหมอ เราว่า จขกท. ควรจะต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบอย่างหนักเลยล่ะแต่ก้อมีสิทธิ์ที่จะสอบติดนะ ถ้าขยัน และพยายาม



      แต่ถึงยังไงถ้าทำในสิ่งที่เราไม่ชอบน่ะ ไม่ว่าเรียนยังไงมันก้อไม่มีความสุขใช่มั้ยล่ะ ดังนั้นม.6 เป็นช่วงที่ จขกท.ควรจะตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนคณะตามความชอบของตัวเอง ที่มีเปอร์เซ็นน่าจะประสบความสำเร็จ หรือจะเลือกเรียนตามความคิดของพ่อแม่ เราว่าไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน แต่เมื่อเราเลือกไปแล้ว สุดท้ายพ่อแม่ต้องเข้าใจเรา เพราะถึงแม้ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจหรือไม่ยอมรับ ตัว จขกท.เองนั่นแหละที่จะต้องพิสูจน์ ให้พวกเขาได้เห็นว่า จขกท. ทำได้ อีกอย่างสิ่งที่ จขกท. ชอบ น่าจะมีส่วนช่วยธุรกิจของครอบครัวก้อได้นะ




      อาจจะยาวไปหน่อยนะ 555 แต่ถ้าเปนเรา เราคงจะเลือกในสิ่งที่เราถนัดมากกว่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆนะครับ ก็ให้กำลังใจเอาใจช่วยนะครับ

      คือ ตอนนี้เพื่อนที่เธอรู้จักมีใครเก่งวิชาไหนบ้างล่ะ ถ้าเขาเป็นเพื่อนเราก็ลองให้เขาช่วยบ้าง ลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ผมใช้วิธีนี้ได้ผลนะครับ

      ตอน ม.4 ผมเรียนตกต่ำมาก เรียนห้องGifted ได้เลข 3 ตัว 2.0 2.5 1.0 ฟิสิกส์ เคมี 2.5 มีวิชาชีววิทยาที่เราเอาตัวรอดได้ กับภาษาอังกฤษ สังคม แล้วลองให้เพื่อนช่วยสอน บางทีเพื่อนสอนเราอาจจะเข้าใจกว่าครูสอนก็ได้ หรือลองคุยกับครูแนะแนวดูก็ได้นะครับ ตอนนี้ จบ ม.5 ผมได้เกรด 3.60 ลองใช้วิธีนี้ดูนะครับได้ผลมาแล้ว
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรามีเป้าหมายจุดหมายเราแล้ว ความสามารถก็มีพร้อมไปต่อยอด

      เหลือแต่อุปสรรคระหว่างเส้นทางค่ะ 

      เราคิดว่าต้องคุยตรงๆค่ะ ชี้แจงแจกแจงเป็นเหตุผลย่อยๆไป

      หาอาชีพ หรือ งานอะไรก็ได้ที่อยู่ในคณะหรือสิ่งที่เราสามารถทำได้

      ลองเสนอลองพรีเซ้นท์กับพ่อแม่เราดูค่ะ ให้ท่านเห็นจุดดีในแต่ละงานต่างๆ

      (เพราะท่านคงเห็นอาชีพหมอเป็นอาชีพที่มั่นคง ย่อมหวังให้จขกทมีอนาคตมั่นคงบ้างธรรมดานะคะ ทำใจเนอะ เจอแบบเดียวกันทุกบ้าน)

      ตอนแรกเราคิดว่าจะให้ลองหักดิบดู แต่ดูแล้วที่ผ่านๆมา จขกท. น่าจะยังไม่เคย

      แสดงท่าทีแบบหักดิบให้พ่อแม่ดู (ซึ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีในบางเหตุการณ์นะคะ )

      พอเราทำท่านอาจจะคิดว่าเราต่อต้านค่ะ เราค่อยๆไปแบบค่อยๆไปดีกว่าเนอะ

      แต่วิธีหักดิบเรา (อนึ่ง...ลองให้ครบทุกทางก่อนเน้อค่อยตัดสินใจ เราเชื่อว่ายังมีวิธีการดีๆกว่าการหักดิบ) คือการเก็บเงินแล้วสมัครสอบเองเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองแหละ ว่าพ่อแม่จะยอมช่วยสนับสนุนไหม เราจะทนไหวกับสถานการณ์ตอนนั้นได้หรือเปล่า ฯลฯ

      ส่วนเรื่องเกรด เราก็ต้องพยายามค่ะ วิชาที่มันอ่อนหรือมันแย่ในเทอมหน้าปีหน้าเนี่ยเราก็ต้องพยายามทำคะแนนให้พอถูไถไปได้ค่ะ 

      เราเชื่อว่าการได้ทำสิ่งที่เรารักมันก็ประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ

      สู้ๆนะคะ 

      EDIT เพิ่มเติมค่ะ เด็กดีแชร์มาพอดี ลองอ่านดูนะคะ คิดว่าอาจจะพอมีประโยชน์บ้าง

      http://www.dek-d.com/admission/31753/

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมนี้ยอมเลย คนส่วนมากที่ไม่เก่ง แต่ขยันเรียน แต่ก็มีบางส่วนที่ เรียนเก่งแต่ขี้เกียจเรียน ส่วนน้อยที่ไม่เอาอะไรเลย ส่วนที่ยังน้อยมากๆ ก็เรียนเก่งและขยันเรียนด้วย เรียนได้เกรดน้อยมันไม่ใช่ปัญหาครับ(สำหรับผมนะ) บางทีการที่ให้ความสำคัญกับการเรียน มีค่ามากกว่าเรียนแล้วได้เกรดน้อยซะอีก ถ้าได้เกรดน้อยถือว่าดีนะ มันเป็นแรงพลักดันให้เราก้าวพัฒนาขึ้นไง ^^ สู้ๆครับ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมไม่ยักกะพยายามขนาดนั้นนะ คุณควรจะได้เกรดสูงกว่าที่เป็นซะอีกนะ =W=
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้


      เหมือน คห.1 เลยครับ ผมว่ากู้ กยศ. ก็ได้ หรือหาทุนหาโควต้า น่าจะมีสักทาง ยังไงมันก็ต้องผ่านไปได้ครับ ถ้าจะทำอาหารขายงี้พี่ก็น่าจะโอเคนะ หรือน่าจะทำพาร์ทไทม์เป็นแม่ครัว ถ้าร้านคนสนิทๆหน่อยเงี้ย เขาก็รับนะ พี่ก็ลองหาเผื่อๆไว้นะครับ


      แล้วผมว่ายังไงพี่ก็ต้องไปพูดกับพวกท่านให้เข้าใจ ขอพูดนิดหนึ่งตรงที่แนวคิดทำนองว่าเรียนคณะนั้นคณะนี้ไปจบมาก็เจ๊ง ถ้าคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ หมอ เภสัชล้นประเทศก็อยากรู้นะครับว่าจะอยู่กันได้มั้ย


      ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบภาษามากๆ จริงๆเจอคำพูดของแม่พี่เข้าไปก็แอบเจ็บ ผมว่ายังไงจะมีงานหรือไม่มี จะได้ดีหนือไม่ก็อยู่ที่ตัวคนครับ ไม่ใช่คณะ ไม่ใช่สาขา


      ผมว่าถ้าพี่พูด พ่อแม่ก็คงเข้าใจล่ะ ส่วนปัญหาทางบ้าน ผมเองก็เคยพบเจอครับ มันแย่มากๆ ถึงขนาดขึ้นโรงพัก แถมเอาไปปรึกษากับใครก็ไม่ค่อยได้ ผมก็ขอแนะนำอย่าคิดมากเลยครับ ยังไงเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเอง ขึ้นอยู่กับเวลา ผมเองก็กว่าจะผ่านไปก็สมัย ป.5 ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้น ม.ปลายแล้ว มันเพิ่งจบเมื่อต้นปีของเกือบๆสองปีก่อน ยาวนานดีนะครับ แต่ผมก็แนะนำพี่นะ ว่าอย่าคิดมากจริงๆ พี่กำลังหัวเลี้ยวหัวต่อ ไหนจะการเรียน ไหนจะคณะมหาลัย ทบทวนเรื่องพวกนี้ให้มากๆก่อนแล้วปล่อยให้ทางนั้นเขาเคลียร์กันดีกว่า


      ผู้ปกครองเขาจะฟังเราก็ต่อเมื่อเขาได้รับรู้ว่าเรียนจบไปแล้วแล้วลูกเขาจะมีงานทำมั้ย มีเงินเดือนพอใช้มั้ย ทำแล้วทีเลี้ยงตัวเองได้รึเปล่า ทำแล้วลูกเราจะอยู่ได้มั้ย พี่ต้องอัดข้อมูลส่วนนี้เข้าไปเยอะๆครับ ข้อดีใส่ไปให้หมด แล้วถ้ามีตัวอย่างคนที่สำเร็จงานด้านนี้ประกอบด้วยยิ่งดี เอาแบบที่ชีวประวัติเขาคล้ายๆเราได้ยิ่งดี พ่อแม่เขวไปกว่าครึ่งแน่ครับถ้าเจอแบบนี้


      ยังไงผมก็เป็นกำลังใจให้พี่นะ แล้วก็ถ้าหากใช้คำพูดไม่ดีหรืออะไรไปก็ขอโทษด้วย


      เหงาๆพี่ก็หลังไมค์มาหาผมได้นะ แล้วไลน์หรือเฟซคุยก็ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรืออะไรยังไง แต่คนส่วนมหญ่บอกว่าผมรับฟังเก่งนะ *แอบชมตัวเองนิดหนึ่ง ; 3 ;*


      สู้ๆนะฮะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ในเมื่อคุยกับพ่อแม่แล้วมันไม่โอเค พี่แนะนำว่า คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาไปเลยค่ะ

      แล้วพี่เชื่อว่า อาจารย์ที่ปรึกษาน่าจะค่อยๆพูดให้พ่อแม่ของน้องเข้าใจได้เอง

      พี่เข้าใจนะ ว่าสภาพครอบครัวแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ได้ ก็ลองไปคุยกับอาจารย์แนะแนวดู ถ้าไม่ได้อีก น้องต้องหาคนที่สามารถคุยโน้มน้าวใจพ่อแม่ของน้องได้ดู อันนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด


      พี่โชคดีตรงที่ พ่อแม่ปล่อยให้พี่มีอิสระทางความคิด ทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่ชอบ ที่ถนัด แต่ไม่ไปล้ำเส้นคนอื่น เวลาพี่มีปัญหา พี่ก็สามารถคุยกับพ่อแม่ได้ พี่โคตรเกลียดวิทย์เลย พูดตรงๆ ช่วงขึ้นมอปลาย พี่เลยเลือกสายศิลป์-คำนวณ ซึ่งพอเรียนๆไป พี่ก็รู้เลยว่า พี่โคตรเกลียดเลข 555 


      เอาเป็นว่า พี่และเพื่อนในบอร์ดเด็กดีเป็นกำลังใจให้น้องได้ทำตามความฝัน ทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะคะ แล้วก็ขอให้พ่อแม่เห็นความสามารถในตัวของน้องนะ สู้ๆค่า



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นกำลังใจให้นะคะ

      จขกท มีความสามารถมาก ๆ แล้วก็มีความกล้ามากด้วย

      โชคดีมากค่ะ ที่ค้นหาตัวเองเจอ


      ลองหาข้อมูล หรือ อะไรก็ได้ ที่สนับสนุนว่า เรียนภาษาไม่อดตาย

      เราว่านะ ถ้าเก่งภาษาอ่ะ ไม่ตกงานหรอก ที่ไหน ๆ ก็ต้องการคนที่พูดได้หลายภาษา เงินเดือนก็ดี


      บอกแม่ไปเลยค่ะว่า เรียนพวกวิทย์ คณิต มันไม่ไหวจริง ๆ ไม่โอเคสำหรับ จขกท เลย 


      แล้วก็ลองสอบพวกทุน 100% 50% ก็มีนะคะ กยศ ก็ได้

      ไม่ลำบากแม่ด้วย แล้วก็ทำให้เค้าเห็นว่า เราเหมาะทางนี้จริง ๆ


      สู้ ๆ นะคะ 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เทออยู่ รร อะไรหรอครับ เกรดนั้นอาจขึ้นอยู่กับ รร ครับ ความยากง่ายในการสอบ ถ้าเทออยู้ รร ที่ดังๆเทอก็อย่าซีเรียสครับ 
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 48

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป