/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

กว่าจะได้คบกับรุ่นพี่สุดหล่อก็ยากเหมือนกันนะคะ [ไม่ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวเด็กดี 
เราเป็นหนึ่งในสมาชิกเด็กดีที่สมัครไว้นานนนนมากๆแล้วเป็นปีอะคะ แล้วก็ไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นเท่าไหร่แต่วันนี้เรามีประสบการณ์การรักรุ่นพี่คนหนึ่งที่คนอย่างเราไม่อาจเอื้อมและไม่คิดว่าจะได้คบกันเลยคะต้องเน้นว่า "ไม่เคยคิด" กระทู้นี้ไม่ได้อยากมาตั้งให้อิจฉากันเล่นๆนะคะแนวเป็นกำลังใจให้มากกว่าสำหรับคนที่รักใครอยู่อย่ายอมแพ้คะ สู้ต่อไป ถ้ายอมแพ้ก็อาจจะเสียใจที่หลังได้นะคะ ไม่ว่าคุณจะหน้าตาเป็นยังไงก็ตาม แต่ถ้าเขามีแฟนแล้วก็อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆดีกว่านะคะ อิอิ โอเคไม่เสียเวลาคะเข้าเรื่องเลยดีกว่า

ย้อนกลับไปตอนเราอยู่ ม.3 เทอม1 เราเป็นคนหน้าตาธรรมดาคะพอไปวัดไปวาได้ไม่สวยไม่ขี้เหร่ เราผิวขาวคะ หน้าตาก็อย่างที่บอกไปขอไม่อธิบายรายละเอียดนะคะ เราอยู่โรงเรียนรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี้ละคะ เราเป็นคนที่ค่อยข้างเงียบแต่เพื่อนเยอะคะ เพราะว่าถ้าสนิทกับใครแล้วจะค่อนข้างพูดเก่งแต่ก็มักพูดไม่ทันเพื่อนๆ เพราะเพื่อนพูดเก่งกว่าแล้วก็หัวข้อสนทนาก็จะมีแต่เรื่องของผู้ชายๆๆและนินทาผู้หญิง ตามภาษานะคะแต่เรามักจะไม่พูดเรื่องพวกนี้เพราะเราไม่สนใจใครทั้งงั้นยกเว้ย อปป้า 55 ก็คงรู้ๆกันนะคะ เรื่องรุ่นพี่เรามักจะไม่รู้จักใครเลยไม่ว่าจะดังแค่ไหนก็ตาม แต่เพราะอย่างงั้นละคะวันแรกของการเปิดเทอมม.3 เราก็มาหาพวกเพื่อนๆเราที่โต๊ะหินอ่อนที่ประจำของพวกเราอ้อ เรามีเพื่อนทั้งหมด 7 คน มีคนหนึ่งที่มาเช้ามากกกกกกว่าคนอื่นเลยจองไว้ได้ทันเสมอ เธอชื่อ บี คะ (ชื่อย่อนะคะขอไม่บอกชื่อจริงของทุกๆคนที่เราเอ่ยมา) บีเป็นเพื่อนรักเราที่สนิทกันมากที่สุดในกลุ่มเพราะเรามีความคิดอะไรหลายๆอย่างเหมือนกันนะคะ แต่พอเรามาถึงโรงเรียนมักจะสายที่สุดในกลุ่มเพื่อนแต่ก็ไม่ตลอดสลับกันบ้างอะไรบ้าง

วันนั้นๆก็เหมือนกันพอเรามาถึงทุกคนก็นั้งกันอยู่แล้ว แล้วพวกมันก็รีบกวักมือเรียกเราแบบ ตื่นเต้นมากกก อย่างกับถูกหวยหน้าแต่ละคนเบิกบานอย่างที่สุด(กลุ่มเรามีเกย์ด้วยคนหนึ่งคะ)มันก็พูดๆกันว่าเมื่อเช้า พวกมันไปเจอรุ่นพี่คนหนึ่ง โค ตะ ระ หล่อ เดินเข้าโรงเรียนมาแล้วก็ เดาๆกันว่าน่าจะเป็นเด็กใหม่เพราะไม่เคยเห็น สูงมาก เป็นลูกครึ่งอีกต่างหาก เพราะหน้าเขาออกแนวโซนตะวันตกนะคะ เราไม่ได้เห็นด้วยตอนนั้นก็เลยเออๆออๆฟังพวกมันเจื้อยแจ้วกันไป แล้วก็เดากันว่าเขาอยู่ม.อะไร มันก็ไล่ถามกันคะ จนมาถึงเรา เราก็ตอบส่งๆว่าม.4มั้ง เพราะรุ่นพี่ม.4ที่เข้ามาใหม่ก็เยอะ ตอนนั้นมันก็เมาส์ๆกันไปคะแล้วพวกมันก็ตั้งหน้าตั้งตารอตอนเข้าแถวเพราะต้องเห็นพี่เขาแน่ๆมันบอกว่าพี่เขาจะเด่นกว่าผู้ชายคนอื่นๆในโรงเรียน วันนั้นทั้งเช้าเราก็ได้ยินแต่พวกผู้หญิงส่วนใหญ่พุดถึงผู้ชายคนนั้นกันจนเข้าแถวก็เหมือนมีแต่คนรอดูกันชะเง้อกันใหญ่เราก็เลยอยากรู้ไปด้วยเลยปรากฏการณ์แบบนี้เราไม่เคยเห็น 
ในที่สุดเราก็เห็นเขาครั้งแรกคะ พี่เขาเดินเข้ามาที่ลานหน้าเสาธงและมาคนเดียวคงเพราะเป็นเด็กใหม่เลยยังไม่มีเพื่อน แวบแรกที่เห็นคือ พระเจ้า โค ตะ ระ หล่อจริง พี่เขาหล่อแบบลูกครึ่งเลยคะทั้งตัวนี่สว่างอย่างกับเอาออร่ามาราดตัว(เวอร์ไปงั้นละ) คิ้วเข้ม ตาคม จูกโด่ง หน้าเรียว พระเอกนิยายชัดๆ เพื่อนก็บอกเราว่าเห็นมั้ยแกฉันบอกแล้ว แวบแรกที่เราคิดคือหน้าพี่เขาคล้ายๆ เพื่อน MettyB ที่ชื่อแจ็คเลยคะถ้าอยากรู้เดี๋ยววันหลังเอามาลงให้ดูนะคะ สาวๆแอบกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ พี่เขาดูเป็นคนขี้อายคะ พอเห็ฯคนอื่นจ้องมากๆเข้าเขาก็ก้มลงมองเท้าตัวเองตลอด หน้านี้แดงแบบเห็นได้ชัดเลยคะ น่ารักมากกก แต่เราก็ได้แค่มอง เหมือนที่เรามองพวกอปป้าละมั้ง เราชอบเขาที่หน้าตาและท่าทางจริงๆคะ แอบบมองบ้างอะไรบ้างมาตลอด เหมือนแอบปลื้มศิลปินเกาหลีทั้งๆที่เราไม่มีวันเอื้อมถึงอารมณ์แบบนั้นเลยคะ

และอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ใหญ่ยักษ์คือในโรงเรียนคงมีแต่คนปลื้มเขาอะคะ และคนในกลุ่มเราคนหนึ่งเธอชื่อ ซี คะ จะบอกว่าชอบจนเราคิดว่าเพื่อนเราคนนี้มันจริงจังมาก คือ ทั้งแอบส่งขนม น้ำ ให้พี่เขา ลากเพื่อนในกลุ่มเอาไปให้พี่เขาบ้างอะไรบ้าง อยู่ๆวันหนึ่งมันก็ไปได้ไลน์พี่เขามาจากที่ใดเราก็ไม่รู้มั้นก็โชว์ให้พวกเราดูคะ คือว่า ในไลน์มีข้อความแบบ มันส่งไปบอกพี่เขาว่า

มัน:ฝันดีนะคะ
พี่เขา:ครับผม
แล้วพี่เขาก็ส่งสติกเกอร์ กลับมาว่า Good night จำไม่ได้ว่าสติ๊กเกอร์รูปอะไร
มันก็เอะอะเป็นการใหญ่แคปรูปหน้าจอเก็บไว้ เรายิ่งไม่กล้าคิดไปไกลเลยคะ 

ผ่านไปจนมาถึงเทอม 2 เราก็ไม่ค่อยได้สนใจพี่เขาเลยคะ เห็นพี่เขาอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆมาตลอดแต่ปกติถ้าเป็นรุ่นพี่คนอื่นเราคงเลิกชอบไปแล้วแต่กลับพี่เขาไม่รู้ทำไมเหมือนกันเหมือนยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆพี่เขาเป็นคนแรกที่ทำให้เราเลิกชอบอปป้าไป แต่เราก็มักจะปฏิเสธตัวเองตลอดคะ ว่า ไม่ใช่หรอกน่า อย่าคิดงั้นสิ อิบ้าเอ ชื่อเล่นตัวหน้าเราคือ เอ คะ ^^ เวลาซีมันมาพูดถึงพี่เขาให้กลุ่มเพื่อนๆฟังเรานี้แทบหันหน้าหนี และก็มีแค่บีที่เข้าใจคะเราเล่าให้มันฟังคนเดียวในกลุ่มว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไงกับพี่เขา
แล้วก็เหมือนผีผลักหรืออะไรสักอย่าง วันนั้นเป็นวันที่พวกเพื่อนๆจะมาช่วยกันจัดซุ่มกันคะเป็นวันที่มีเรียนถึงแค่ เที่ยงเท่านั้น แล้ววันนั้นทั้งวันเขาก็มาจัดซุ่มกันไม่มีเรียนทั้งวันเพราะพรุ้งนี้ก็ถึงวันงานแล้ว แล้วตอนเกือบๆเที่ยงๆเพื่อนๆมันอยากจะไปกินข้าวข้างนอกกันคะแต่เราขี้เกียจเดินไปในโรงอาหารก็มีข้าวให้กินแต่มันอยากไปกินส้มตำกันเราก็กินเผ็ดไม่ได้แล้วซุ้มก็ยังไม่เสร็จเราเลยชวนบีกินที่โรงอาหารเป็นเพื่อนบีมันก็โอเคคะแดดมันร้อนด้วย พวกเพื่อนๆก็ไม่ได้ว่าอะไรคะ แต่เพื่อนเกย์เราก็จิกมาว่าจะอยู่กันแค่2คนเลยมั้ยพวกมึ..อะ เราก็แค่ยิ้มแหย่ๆไปอะคะ ตอนเรานั้งกินกันอยู่แค่2คนคุยอะไรไปเรื่อยเปื่อย

จนพี่เอฟ เป็นพี่ข้างซอยเราคะ คือที่ว่าข้างซอยเพราะบ้านเขาอยู่ข้างซอยบ้านเรา แล้วก็รู้จักกันเพราะตอนประถมเรียนที่เดียวกันกลับรถตู้โรงเรียนคันเดียวกันเพราะระแวกบ้านอยู่ไกล้กัน ตอนพ่อแม่เรามีงานแต่เช้าก็มักจะไปฝากเราขึ้นรถตู้ไปกับบ้านนั้นเลยสนิทกันคะเล่นกันมาตีกันมาแต่เด็กสนิทยิ่งกว่าพี่ชายแท้ๆอีกคะ เพราะพี่เขาเป็นลูกคนเดียวเราก็ลูกคนเดียวเลยเหมือนพี่น้องกัน
นั้นละคะอยู่ๆพี่เอฟแกก็มาตบโต๊ะแกล้งเราจนสะดุ้ง 
พี่เอฟ:ทำไมมานั้งกันสองคนเพื่อนหายไปไหนหมด ไปนั้งกับเพื่อนๆพี่มั้ยละวันนี้มาแค่ก็ 4 คนเอง คนอื่นโดดงานกันหมด
เราก็มองหน้าบีว่าจะเอายังไง 
เรา:ไม่ไปได้มั้ยอ่า กินจนจะหมดแล้วเนี้ย
พี่เอฟ:อีกตั้งครึ่งจาน นี้เดินมาชวนเลยนะ ลุกๆๆ 
แล้วก็เอาจานเรากับบีไปเลย ก็เลยต้องลุกตามเขาไปคะ
แล้วเราก็ต้องตัวแข็งหยุดกึกเพราะพี่เจ(รุ่นพี่ลูกครึ่งคนนั้นละคะ)เขากำลังถือจานเดินมานั้งคือเขามานั้งเลยคะ แล้วเขาก็มองพี่เอฟว่าถือจานใครมา แล้วเขาก็ถามเป็นภาษาอังกฤษด้วย แม่เจ้า เราก็เคยได้ยินเหมือนกันว่าเขาพูดทั้งไทยทั้งอังกฤษได้ สกิลภาษาอังกฤษเราในตอนนั้นก็...นะ
พี่เจ:จานใครวะ (มั้งนะ)
พี่เอฟ://ชี้มาที่เราสองคน
พี่เขาก็หันมามองแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรคะแค่ยิ้มให้เฉยๆ เพื่อนพี่เขาอีก2คนก็เดินตามมากันคะ แล้วเราก็นั้งกันพวกพี่เขาก็คุยกันไปเราสองคนก็เงียบใส่กันเพราะทำตัวไม่ถูกเท่าไหร่ 
เพื่อนพี่เอฟคนที่1:เอาน้องเขามาแล้วทำตัวแบบนี้กันอ้อวะไม่ชวนน้องเขาคุยเลย
พี่เอฟ:เจอคนหล่อเลยเกร็งอะดิ 
คือเราอะก็รู้นะว่าพี่เอฟกับพี่เจ เป็นเพื่อนร่วมห้องกันเพราะไม่มาสอบคัดห้องเลยต้องไปอยู่ห้องบ๋วยของสาย วิทย์-คณิต ทั้งคู่อะคะ แต่ไม่คิดว่าจะอยู่กลุ่มเดียวกัน เพื่อนพี่เอฟเขาเยอะมีตั้งหลายกลุ่มหลายห้อง
เรากับบีก็ไม่พูดอะไรแค่ยิ้มแล้วหัวเราะแหย่ๆกันสองคน แล้วพี่เจเขาก็พูดกับเราสองคนประโยคแรกก็คือ
พี่เจ:จะว่าไปน้องสองคนนี้กินข้าวมันไก่ทอดเหมือนกันเลยเนอะ สำเนียงเขาไม่แปล่งเลยคะชัดมาก เสียงก็ทุ้มๆ เรานี้ฟินแทบตกเก้าอี้เลยตอบเขินๆไป
เรา:ก็ไม่รู้จะกินอะไรอะคะ ><
แทบปาช้อนทิ้ง โมเม้นเหมือนได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับคนที่เราชอบ ย้อนกลับไปก็คิดว่าตัวเองหน้าหมั่นไส้มากๆ 
พี่เขาก็ไม่พูดอะไรคะปล่อยให้พี่เอฟกับเพื่อนๆชวนเราคุยจนสนิทกันขึ้นมาหน่อยๆ ตอนจะเอาจานไปเก็บเพราะได้ยินเสียงกริ่งจากโรงอาหารว่าหมดเวลาพักแล้ว เรากับบีก็มีทั้งแก้วน้ำกับจานอะคะ แล้วก็ของที่จะใช้ตกแต่งซุ้มกับกระเป๋าที่เอาติดตัวมาด้วยกลัวหายก็เลยลำบาก     พี่เขาเลยคว้าแก้วเรากับจานไปคะแล้วบอกยิ้มๆว่า เดี๋ยวเก็บให้ ส่วนของบีพี่อีกคนเขาก็ช่วยเก็บ้ลยคิดว่าเป็นโมเม้นที่จะเก็บไปตลอดชีวิตเลย พออกมาจากโรงอาหารพวกพี่เอฟก็โบกมือบ๊ายบายเราสองคนคะก่อนจะแยกกันไปทำซุ้ม บีก็แซวเรา
บี:ฟินเลยสิมึ_
เรา:ก็นิดหน่อย
บี:อย่าไปบอกซีเชียว ถ้ามันรู้ได้โกรธเราแหงเล่นไม่ชวนมันอะ
เรา:ถ้ามันมารู้ที่หลังจะโกรธกว่ามั้ยละมึ_//ในใจเราตอนนั้นแอบอยากเห็นท่าทางอิจฉาของนางคะเพราะชอบมาพูดจาให้เราเจ็บ(แบบไม่รู้ตัว) 
แต่สรุปเราก็ไม่ได้บอกคะ 

หลังจากนั้นเราก็มารู้ที่หลังด้วยว่าพี่เขาดร็อปเรียนไปปีหนึ่งเพราะเกเร ที่จริงตอนนั้นเขาต้องอยู่ม.5แล้ว 

จากนั้นวันงานก็เริ่มขึ้น ต่างฝ่ายต่างแข็งขันกันเอาอาหารที่ตัวเองทำมาขายกัน ซุ้มเราทำน้ำหวานกัน ซุ้มพี่เขาทำทาโกะยากิมั้งคะ เพื่อนพี่เขาทำเก่งมากเลยมีครั้งหนึ่งพี่เจกับพวกเพื่อนเขาอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เราไปกินข้าวด้วยเขาก็มาเดินดูซุ้มเราคะเราอยู่หน้าร้านพอดีเป็นคนเรียกลูกค้า พอเห็นพี่เขาเดินมาอถวๆโซนเราพวกเพื่อนๆเราก็กรี๊ดใหญ่ ขนาดคนที่กล้าๆอย่างซีก็แทบจะมุดโต๊ะหนี เราก็เห็นพี่เขายิ้มให้เราแต่ไกล
พี่เจ:ขายอะไรกันหรอ
เรา:มะพร้าวมั้งคะ //ตอนนั้นเกิดอาการอยากเล่นทั้งๆที่เขินแก้มแทบแตกก็ต้องอดทนไว้ ทำเป็นไม่รู้สึกอะไร
พี่เจ:เอ้า ถามดีๆนะเนี้ย
เพื่อนเกย์เราก็ถามเขาว่า แล้วจะซื้อมั้ยละค่ะพี่เจ 
พี่เจ:ซื้อสิ นี้ไงเอาคูปองมาด้วย
*ต้องไปแลกคูปองก่อนมาซื้อนะคะ
เพื่อนที่อยู่ในซุ่มก็รีบตักน้ำให้เราก็ยื่นมือไปรับเงินจากมือเขาเขาก็หลบมือหนีเราซะงั้น 
เรา:แกล้งอ้อ//แก้มคงแดงมากตอนนั้นเราเขินไปหมด
เพื่อนพี่เขา:แล้วเมิ_ไปแกล้งน้องเขาทำไม
พี่เจ:อะๆ สงสาร
แล้วเขาก็ยิ่นมาให้คราวนี้เราตะครุบเอาคูปองแบบไม่ให้เขาหนีเลยคะ เขาก็ยิ้มๆแล้วเพื่อนเขาก็พาพี่เจไปอีกซุ้มหนึ่งเป็นของพวกศิลป์ญี่ปุ่น 
ตอนนั้นเราก็โดนเพื่อนๆถามเลยคะ
เพื่อน1:รู้จักกันอ้อ
บี:ก็พี่เขาเป็นเพื่อนพี่เอฟไง
ซี:แล้วไปรู้จักกันตอนไหนไม่เห็นบอกกันเลย
เรา:ไม่ได้สนิทกันแค่รู้จักเฉยๆ
ตอนนั้นเราจะไม่ได้อะคะว่าอะไรยังไงบ้างแต่เราก็โดนต้อนมากๆเลยเผลอบอกเรื่องกินข้าวกับพวกมันไป
หลังจากนั้นจำได้แค่ว่าวันนั้นเหมือนเราอยู่กัน2คนเลยคะหลังจากจบงาน พวกเพื่อนๆเริ่มตีตัวออกห่าง บางครั้งก็ใช้ให้เราไปซื้อนู้นนี้แบบที่ 3ปีที่เป็นเพื่อนกันมาพวกมันไม่เคยทำ ตอนนั้นเราร้องไห้คะ ไปเล่าให้บีฟัง จนตอนนั้นเราแยกออกมาอยู่กัน2คน พวกมันก็จิกตลอด เพื่อนเกย์เราที่ทำอะไรโผงผางตลอดก็ด่าเราข้ามห้องว่า 'นี้ละนะมีเพื่อนเห็นแก่ตัวรู้ว่าเพื่อนชอบยังทำตัวแบบนี้อีก' เราจำคำพูดมันได้แม่นเลยคะ มันเป็นคนเพื่อนเยอะเลยไปบอกคนอื่น เราก็โดนคนอื่นมองไม่ดีมาตลอดตอนนั้นอยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอดเลยคะแต่บีก็ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลยจริงๆมันก็บอกว่าทนอย่าไปสนใจอะไรแบบนี้ จนเรื่องไปถึงพี่เอฟเขาก็มาถามเราว่ามีอะไรรึเปล่าเพราะบีมันทนไม่ไหวเลยไปปรึกษาพี่เขาเรื่องนี้
แล้วตอนนั้นพี่เอฟเขาก็นัดพี่เจมาหลังเลิกเรียน มาคุยกันคะทั้งๆที่เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไรแต่ก็อย่างว่าละคะพี่เอฟเขาเห็นเราเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ตอนนั้นที่เราเจอพี่เจก็ทั้งตื่นเต้นทั้งเศร้าๆบอกไม่ถูก เหมือนจะโทษเขาในใจด้วยว่าถ้าไม่มีเขาพวกเพื่อนเราก็คงไม่เปลี่ยนไปขนาดนี้ตอนนี้รู้สึกผิดมากที่คิดแบบนั้น
พี่เจเขาก็กังวลเรื่องเราพอสมควร
พี่เจ:อย่าคิดมากนะ พี่ไม่อยากให้น้องมาเดือดร้อนเรื่องพี่ //ตอนนั้นหน้าพี่เขาเครียดมากคะเราจำได้แค่บางส่วนว่าน่าจะพูดแบบนี้เพราะพี่เขาพูดน้อยมากส่วนใหญ่จะมีแค่เรากับพี่เอฟที่คุยกัน
เราก็พยายามบอกว่าไม่เป็นไรมันไม่ใช่ความผิดพี่เขาหรอก คือต้องบอกว่าจากเหตุการณ์นี้เราทั้งโดนจิก แล้วมีรุ่นพี่เรียกไปคุยเรื่องพี่เขาหลายครั้งแต่ก็มาจากกลุ่มเดิมคือกลุ่มที่แรงๆอะคะแล้วเป็นกลุ่มที่เพื่อนเกย์เรารู้จัก
ผ่านวันนั้นมาก็เป็นช่วงเสาร์อาทิตย์ อีกอาร์ทิตย์เราก็จะสอบปลายภาคกันแล้ว ตอนวันอาทิตย์เราอยู่บ้านแบบ ไม่มีอะไรทำเลยคะจากคนเพื่อนเยอะตอนนี้เหลือแค่คนเดียวก็เหงาๆอยู่เหมือนกันเพราะปกติพวกมันจะชวนออกไปเที่ยวสยามกันตลอด ตอนนั้นน้ำตาปริ่มๆเลยมั้งคะ เป็นช่วงที่เจ็บที่สุดในชีวิตเรื่องเพื่อน แล้วพอเราเปิดโทรศัพท์มาตอนบ่ายๆ ก็เห็นมิสคอลบีหลายสายเลยคะจำไม่ได้ว่ากี่สายแล้วมันก็ส่งไลน์มาบอกว่าให้เปิดเฟส มันส่งลิงค์เฟสพี่เจเขามาให้ (ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะพี่เขาเลิกเล่นไปแล้ว) บนหน้าเฟสเขามีที่เขาอัปเดตสถานะไว้ จำไม่ได้ว่าเขียนว่าไรบ้างมันยาวมากเราจำได้คร่าวๆว่า

'ฝากถึงคนกลุ่มหนึ่งนะ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไรแต่ผมไม่อยากให้รุ่นน้องคนหนึ่งมาเดือดร้อนเพราะผม ในสิ่งที่ทั้งผมและน้องเขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ผมจะสนิทกับใครจะคบกับใครมันเป็นเรื่องของผม ชีวิตผมพวกคุณไม่มีสิท'

จำได้ประมาณนี้ละคะ ซึ่งตอนนั้นเราเห็นเราก็ตกใจมีคนคอมเม้นถามเพียบเลยว่ามีอะไร เกิดอะไรขึ้นหรอ ทำนองเนี้ย 
เราไม่เคยมีเฟสพี่เขาเลยตอนนั้นเลยเห็นเฟสพี่เขาเป็นครั้งแรก เลยรู้ว่าเฟสไหนแล้วก็ไปส่องอยู่บ่อยๆเพื่อนพี่เขาเต็มเราเลยแอดไม่ได้ตอนนั้นเราก็ถามบีนะว่าได้มาได้ไงมันบอกว่ามีเพื่อนต่างห้องส่งมาให้ดูอีกที ตอนนั้นเป็นอะไรที่ทำให้เราซึ่งมากและทำให้รู้ว่าเขาปกป้องเรา
เลยรู้สึกดีมากคะ  มีอีกนะคะ แต่คงยาวเกินไปที่จะเล่า

ขอพักสายตาก่อนละกันนะคะ เดี่ยวมาเล่าใหม่






ต่อคะ ตอนแรกไม่รู้ว่าควรจะพิมพ์ที่นี้ต่อหรือพิมพ์ช่องแสดงความเห็นดี งั้นพิมพ์ตรงนี้ก่อนละกันนะค่ะ 

หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดูจะดีขึ้นแต่ก็เพียงนิดเดียวละคะเรายังโดนจิกอยู่บ้างพวกเพื่อนๆเก่าในห้องก็จิกบ้าง อยู่ดีแต่ก็ดูไม่เลวร้ายอะไรเหมือนช่วงแรกๆไม่มีการเรียกไปคุยอะไรแบบนี้
จนมาถึงช่วงสอบปลายภาควันแรกช่วงพักกลางวันเราออกมาจากโรงอาหารกับบี เราเจอกลุ่มพี่เอฟอยู่ตรงหน้าร้านขนมกันพี่เจก็อยู่คะตอนนั้น เราก็จะเข้าไปซื้อน้ำอยู่แล้วเลยไปทักพี่เอฟ 
เรา:พี่เอฟ ขวางทางวะ 
พี่เอฟ:ก็เดินไปเด้ ที่ตั้งเยอะตั้งแยะ 
เราเหลือบมองพี่เจคะในมือเขาถือขนมอยู่เขาก็มองเรากับพี่เอฟตีกันแล้วก็แอบขำ แล้วพี่เอฟก็เริ่มพูดถึงเพื่อนเรากับคนอื่นว่าได้มาระรานเรารึเปล่า
เรา:ไม่เท่าไหร่แล้วละเดี๋ยวม.4ก็แยกกันแล้ว
พี่เอฟ:ถ้าไม่มีใครคบก็มาอยู่กับพวกพี่ก็ได้เนอะเจ 
อยู่ๆพี่แกก็โบ้ยไปทางพี่เจ พี่เจก็พยักหน้า
พี่เจ:อื้มๆ มาสิ 
แล้วก็เออ ออตาม เราคิดว่าจากตอนนั้นเขาจะตีตัวออกห่างจากเราเพราะเรื่องพวกนั้นซะอีกแต่ไม่ใช่เลยคะ เขากลับทำตัวสนิทกับเรามากขึ้นเพราะพี่เอฟด้วย ที่จริงพี่เอฟแนะนำให้เราสนิทกับเพื่อนเขาทั้งกลุ่มเลยตอนนั้น(แค่กลุ่มที่ยืนด้วยกัน ณ ตอนนั้นนะ) กลุ่มพี่เอฟที่ยืนอยู่ตอนนั้นมีห้าคนเขาก็แนะนำให้รู้จักมีสองคนที่เรารู้จักอยู่แล้วก็เข้ากันง่ายหน่อยบีก็เลยพลอยรู้จักกันไปด้วยหลังจากนั้นเราก็ไปนั้งคุยกัน ที่ตึกเพราะอยู่ในช่วงสอบโต๊ะที่เหลือก็โดนเอาออกมาวางไว้เลยไปหยิบกันมานั้งเล่นได้จนถึงสอบคาบต่อไปเลย 
ตอนแรกเรากับบีไม่อยากไปเลยคะ เพราะพึ่งมีเรื่องนั้นไปแต่พี่เอฟก็บอกตลอดว่าไม่เป็นไรหรอกไปเถอะ เราเลยต้องไปกันวันนั้นได้รู้จักกับทุกคนแต่มีคนเดียวที่เราไม่ค่อยกล้าคุยด้วยคือพี่เจ คือเราพึ่งอยู่ไกล้คนหล่อๆแบบนี้เป็นครั้งแรกงะ เลยทำตัวไม่ถูกแล้วก็ไม่ค่อยกล้าคุยด้วย เราอยู่ตรงข้ามพี่เขาคะคือนั้งล้อมวงกันแบบสะเปะสะปะขนมเพียบ แล้วก็คุยกันไปเรื่อย 
พี่เจเขาคงเห็นเราไม่แตะขนมเลยพี่แกเลย โยนซองขนมเลย์ที่แกะแล้วมาให้โยนแบบสไลด์มาด้วย ดีนะที่ขนมไม่หกออกมา - -*
พี่เจ:กินเยอะๆสิ ตัวน้องยิ่งผอมแห้งแรงน้อยอยู่
เรา:เวอร์ละ//ทำหน้ามุ้ยแต่เขินมากกกก คืออะไร? จึงจกเลย์กินแก้เขิน
พี่เจ:น้องจะต่อม.4ที่นี้ปะ หรือไปต่อที่อื่น
เรา:ที่นี้ละคะ จะให้ไปสอบใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะติดรึเปล่าที่นี้ไกล้บ้านอยู่แล้วด้วย
พี่เจ:อ้อ แล้วเลือกสายอะไรไว้อะ
เรา:ศิลป์คำนวณคะ เนอะบี
บี:อ่า
จะบอกว่าเรากับบีเข้าตามกันก็ไม่เชิงนะค่ะ ตอนแรกเรายอมรับว่าแม่ให้เข้าวิทย์คณิต แต่บีมันอยากเข้าศิลป์คำนวณอยู่แล้ว เราเหมือนเข้าตามมันมากกว่าเพราะเราคิดว่าวิทย์คณิตมันยากเกินไปสำหรับเรา แต่ตอนที่พี่เจเขาถามเราก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปเองคะว่าที่พี่เขาถามเขาอยากให้เราต่อที่นี้รึเปล่า <<มั่นมากค่ะ

จากนั้นเรากับพี่เขาก็คุยกันบ้างเราไม่กล้าคุยบ้างพี่เขาชอบล้อเราว่าหน้าเหมือนแพะแล้วก็แบะๆอยู่นั้นละ เราก็ชอบพูดกลับแบบไม่สบตาว่า ก็น่ารักใช่มั้ยละ ตอนนั้นเราคงมั่นมาก(หมั่นไส้ตัวเองตะหงิดๆ)
สอบวันที่สอง(วันสุดท้าย)ถึงจะแค่เดินสวนกันแต่เขาก็ล้อเราด้วยเสียง แบะ แบะ ตอนแรกๆก็เขินคะเลยไม่ตอบโต้อะไรนานๆเข้าเราก็ชอบแลบลิ้นใส่ เราเลยรู้จักกันระดับหนึ่งเลยคะ แต่ก็นะการทำแบบนี้คนที่เห็นก็คงจะหมั่นไส้เราไม่น้อยประมาณว่าไม่สวยแล้วยังไม่เจียมบอดี้อีก TT ที่จริงเราโดนว่าแบบนี้แบบชัดๆเต็มสองหูเลยคะ พี่เขาชื่อ กวางคะ (ไม่ใช่ชื่อจริงๆนะคะ) เธอตัวอ้วนๆคะดำๆขาสั้นๆ พี่เขาเป็นคนแรงๆไม่แคร์อะไร เพื่อนผู้ชายเยอะมาก พี่เจเป็นหนึ่งในเพื่อนพี่เขานี้ละคะอยู่ห้องเดียวกัน ตอนนั้นเราเดินผ่านพี่เขาและเขาก็ว่าเราแบบที่เราบอกไปตัวเรานี้ชาวาบเลย รู้จุดยืนของตัวเองเลยทีเดียว 55

ช่วงปิดเทอมขึ้นม.4
เป็นช่วงที่ได้สัมผัสคำว่าเหงาจริงๆคะ ถึงจะได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนแถวบ้าน แล้วก็บีบ้าง หรือไปกับครอบครัวพี่เอฟหรือเพื่อนพี่เอฟบ้าง(ไม่มีพี่เจนะคะ) แต่ก็ยังรู้สึกคิดถึงเพื่อนอีกห้าคนที่ตอนนั้นก็ยังไม่คืนดีกันคะเพราะต่างคนต่างแยกย้ายกันไปแล้วด้วย เฟสบุ๊คทั้งกลุ่มก็ลบเราออกกันหมด มีแค่บางคนที่ไม่ได้ลบแต่เราก็เป็นฝ่ายลบเองเพราะทนคำจิกบนเฟสแล้วมันโผล่หน้าฟิตข่าวเราไม่ไหว 
แล้วก็ช่วงปิดเทมเป็นอะไรที่เราเริ่มรู้สึกว่าพี่เขาห่างไกลจากเรามากจริงๆ ตอนที่เราเริ่มถามเรื่องเขาจากพี่เอฟ ตอนที่พวกเราไปเที่ยวกันโดยมีพี่เอฟกับเพื่อนพี่เอฟนั้นละคะว่าทำไมพี่เจไม่มาด้วย ตอนแรกเขาก็แซวเราว่าชอบพี่เขาหรอต่อหน้าเพื่อนๆเขา ใครจะกล้าพูดละคะ พี่เอฟก็ยิ่งปากไม่ดีด้วย เราเลยบอกว่าไม่ได้ชอบคะ ตอนนั้นพี่เอฟก็บอกว่า
พี่เอฟ:ดีแล้ว อย่าไปชอบมันเลย
เราก็เอะใจคะทำไมพี่เขาพูดแบบนั้นเพราะพี่เอฟไม่ใช่คนที่จะชอบพูดว่าอย่าชอบเลยเขามักจะพูดแซวเรามากกว่าตอนนั้นเราไม่ได้ถามคะกลัวถามมากๆแล้วความแตกเพื่อนพี่เขาอยู่กันเยอะแล้วยังเที่ยวกันอยู่ด้วยเลยเลือกที่จะเก็บไว้ถามที่หลัง จากนั้นมาตอนกลับบ้านเรากลับทางเดียวกันเลยถือโอกาสถามตอนนั้งแท็กซี่กลับจากตลาดรถไฟ
เรา:พี่เจเขามีอะไรหรอ
พี่เอฟ:มีอะไรละ
เรา:ก็พี่บอกว่าไม่ชอบอะดีแล้ว อะไรนั้นอะ
พี่เอฟ:ก็เปล่าหรอก ถ้าแกชอบมันก็ไม่ว่าอะไรเผื่อใจไว้เยอะๆหนอ่ย
พอพูดแบบนี้เราก็รู้ละคะว่าคนอย่างเราไม่ควรชอบเขาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำเพราะรุ้ดีว่าพี่เขาคงไม่ชอบเราเหมือนที่เราชอบอปป้า หรือ รุ่นพี่หลายๆคน ที่ได้แต่เป็นหมามองเครื่องบิน 
แต่เราก็อดถามพี่แกอีกครั้งไม่ได้ 
สรุปเราก็ได้ความมาคร่าวๆว่า 
พี่เขายังไม่มีแฟน ประโยคนี้เราแทบไม่เชื่ออย่างเขาเนี้ยนะไม่มีแฟนแต่พี่เอฟถึงขนาดสาบาน2นิ้ว -0- เฮ้ออ เอาเป็นว่าเราเชื่อก็ได้อะคะ บ้านจริงๆพี่เจอยู่ที่อเมริกา พ่อแม่เขาอยู่ที่นั้นแต่เพราะแม่เขาพามาอยู่กับตายายก็เลยเกิดติดใจไม่อยากกลับไปที่อเมริกาได้เรียนที่โรงเรียนเอกชนที่ไทยตอนม.1-3 แต่ก็ได้กลับไปเรียนอยู่ที่อเมริกาตอนม.4 แล้วโดนตำรวจที่นั้นจับเรื่องทะเลาะวิวาทหลายครั้งพ่อพี่เขาเลยส่งกลับมาให้อยู่กับยายที่่ไทยเพื่อดัดนิสัยแล้วก็ดร็อปเรียนไปปีหนึ่ง แล้วพี่เอฟก็บอกว่าตอนนี้พี่เขาดีขึ้นมากแต่ก่อนเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน
แต่แค่เรื่องนี้ยังไม่อึ่งเท่ากับที่พี่เขาถ่ายแฟชั่นลงพวกเว็บบล็อคอะไรพวกนี้ที่อังกฤษด้วยเป็นเว็บของเพื่อนเขาทำนองนี้
เรารู้แล้วคำว่า หมามองเครื่องบินมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ตอนนั้นเราเจื่อนเลยคะแบบยังไงก็ไม่มีทางเป็นจริงได้ คือแค่ได้คุยกับเขาได้ไกล้ชิดกับเขาก็สุดยอดมากแล้วคะ 


จากนั้นเราก็ลองไปส่องเฟสพี่เขาดูเรื่อยๆคะ มีครั้งหนึ่งเหมือนเราคิดถึงเขามากเลยลองส่งข้อความไปดูคะ พิมพ์แล้วพิมพ์อีกลบไปไม่รู้กี่ครั้ง เครียดมากเลยคะจะกด enter ทีหนึ่งเหงื่อออกนิ้วมือกันเลยทีเดียว แล้วเราก็ได้ส่งคำๆนี้ไปหาเขา
เรา:สวัสดีคะ พี่เจเป็นยังไงบ้างคะ 
แน่นอนคะเขาไม่ได้ตอบทันทีดึกมากกกก ของวันนั้นจำไม่ได้ว่ากี่โมงแต่ดึกอยู่คะเขาถึงตอบมาตอนนั้นเราก็รอจนแทบหลับอะคะเปิดโน็ตบุ๊คค้างไว้พอมีเสียงตะดุ้งนี้วิ่งเข้ามาดูทุกครั้งจนถึงเขาก็ตอบมาเป็นภาษาอังกฤษคะ เป็นแบบ
พี่เจ:sa by dee kub nong ra kub
ตอนนั้นถึงจะเป็นภาษาแบบน้นแต่เราก็ดีใจคะกรี๊ดแทบลั่นบ้านที่เขาตอบ เข้าใจความรู้สึกซีตอนที่พี่เขาไลน์ตอบกลับมาเลย ตอนนั้นเราก็คุยกันพี่เขาก็ตอบเร็วขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทันที เราจำไม่ได้ แต่รวมๆคือเราถามเขาว่าพิมพ์เป็นภาษาไทยไม่ได้หรอ เขาก็บอกว่าที่นี้แป้นพิมพ์ไม่มีภาษาไทย ถ้าจะตอบเป็นภาษาอังกฤษกลัวเราจะไม่รู้เรื่องทำนองนี้อะคะ นอกนั้นก็สัพเพเหระได้อยู่3-4ข้อความมั้งค่ะ เราก็ส่งไปว่าไม่กวนดีกว่า เขาก็ส่งกลับมา
พี่เจ: :( yea jung kub pim mai sa duak tao rai 
เรา:ไม่เป็นไรคะ ฝันดีนะค่ะ 
แค่นั้นละคะ จำไม่ได้ว่าเขาได้ตอบกลับมารึเปล่า

ต่อช่องความเห็นนะคะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

44 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mewmiizzz
      Guest IP
      #21
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      สนุกมากๆๆ. ง่อววว จขกท เล่นสนุกมากๆเลยเน้อ

      จขกท>> อยุ กทม อยุรึป่าวง่ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #22
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      555555 แอบฮาหญิงแพะ 

      น่ารักมากมายค้า มาต่อไวๆนะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Goo kon ka
      Guest IP
      #23
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      หมิว น้ะ
      Guest IP
      #24
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      มาต่อด้วยน่ะ อย่าลืมน่ะเยี่ยม
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Muay
      Guest IP
      #25
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      มาต่อได้แล้วค่า อยากอ่านๆๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #26
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เย้!! มาแล้วเน้อ 

      โอเคมาต่อ


      พอพี่แกไลน์มาแบบนั้นแล้ว เราก็ใจหายแบบว่า กลัวพี่เอฟแกพูดอะไรให้พี่เจฟัง เลยโทรถามอย่างเร่งด่วนเลยคะ พี่เอฟก็บอกว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย เขาสาบานได้ จากตอนนั้นเฟสก็ไม่กล้าคุยกับเขา ไปไหว้พระก็อธิฐานอย่างเดียวว่าอย่าให้เขารู้ความรู้สึกเราเลยอะไรแบบนี้ กลัวจะไม่เหมือนเดิมอะคะ การไปเที่ยวครั้งนั้นเลยไม่สนุกเลยคะ สืบเนื่องมาจากเฟสบุ๊คด้วย พี่เขาตอบเราแปลกๆตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองรึเปล่า แน่นอนจำไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงแปลก ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนปกติ ในเฟสพี่เขาก็ไม่เคยทักเรามาอยู่แล้วคะ เราทักไปหาตลอด ในไลน์ก็บางครั้งบางคราว

      เฮ้ออออ ทรมาณใจทั้งเทอมเลยขุนตัวเองให้อ้วนมันเลย แต่เราเป็นคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเลยกลายเป็นว่า จมปลักกับขนมและซีรีย์ อนิเม แต่เหมือนตัวเองดูอะไรก็เข้าตัวเองไปหมด แล้วจู่ๆก็กลายเป็นสาววายไปซะเฉยๆสนุกดีคะ อะไรก็ไม่รู้เปลี่ยนชีวิตเราไปเลยเทอมนั้น 
      เบื่อ 

      อาจจะคิดกันนะว่าแค่เขารู้ความรู้สึกจะอะไรนักหนา แต่ถ้าคุณยืนอยู่ ณ ตรงนั้นเหมือนเราแล้วได้เห็นทุกอย่าง รู้ทุกอย่างที่เรารู้คุณก็จะแบบ ไม่น้าาาา อิเอ แกจะให้เขารู้ไม่ได้นะ ก็อย่างที่คุณรู้อะคะ ว่าพี่เขากว่าที่เราจะเข้าหาได้มันไม่ง่ายเลย ที่คุณได้อ่านกันมันก็แค่บางส่วนที่เราจำได้เท่านั้นเองคะ แต่ตลอดมามันเหมือนต้องวิ่งฝ่าภูเขาเป็นร้อยๆลูกเลย ยอมรับว่าถ้าไม่มีพี่เอฟ ก็คงรู้จักพี่เขาไม่ได้ขนาดนี้ ทุกวันนี้ก็แทบเอาพวกมาลัยไปไหวทุกวันเกิดพี่เอฟเขาแล้ว


      จากนั้นผ่านเวลาอันสลดหดหู่ เฟสเขายังไม่กล้าส่อง ปล่อยเฟสตัวเองร่างทั้งปิดเทอม ก็มาถึงเวลาที่ต้องเผชิญความจริงตอนเปิดเทอมคะ โอ้แม่เจ้า เทอมนี้เพราะเราพยายามหลบเขาเลยไม่ได้สนใจว่าเขาจะมาโรงเรียนเมื่อไหร่ เราภาวนาให้เครื่องบินพี่แกดีเลย์ไปเดือนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ  ความรู้สึกเหมือนตอนคุณเจอแฟนเก่า หรือ คนที่คุณไปสารภาพรักแล้วเขาเซย์ โน อะคะ ยอมรับนะคะว่าเราเป็นคนคิดมาก ตอนไปบอกทุกอย่างกับบีมันก็พูดกับเราอยู่คำเดียวว่าเราอะคิดมาไปเอง พี่เขาอาจจะแค่บอกเฉยๆก็ได้ พี่เอฟ ก็พูดทำนองเดียวกัน พอเราเจอเขาก็หลบหน้า ตอนเขาเรียกก็ไม่หันคะ เจอกันก็เดินหนี คือเรารู้แหละว่าไม่ควรทำแต่มันทำตัวไม่ถูกไงคะ แล้วจากนั้นเรากับพี่เขาก็ไม่ได้คุยกันเลยคะ แนะนำว่าอย่าเป็นเหมือนเรานะ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยจริงๆ 

      แต่เราอะคุยกับพี่เอฟปกติพี่แกก็ถามตลอดแหละแต่พอเราไม่บอกพี่แกก็เลิกถาม

      จนเป็นเดือนๆอะเราก็ยังไม่ได้คุยกับพี่เจเลย คือ บีก็ด่าเราตลอดว่าทำตัวเอง ตอนนั้นเราก็คิดแค่ว่าจะไปคุยกับเขาตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว เลยเหมอนได้กลับไปตอนม.3แรกๆเลยคะที่เริ่มชอบพี่เขาใหม่ๆ เราเป็นคนทิฐิสูง แล้วก็ขี้ขลาดเรื่องการต้องเป็นฝ่ายง้อใครคะเรากลัวไปหมด กลัวว่าเขาจะบอกว่า 'มาคุยอะไรตอนนี้ละ' อะไรแบบเนี้ย กลัวว่าเขาจะไม่ยกโทษให้คะ ถามว่าเสียใจมั้ยตอนนั้น บอกเป็นชื่อหนังได้มั้ย บันทึกน้ำตา 1 ลิตร ต้องบอกว่าตั้งแต่แรกก็เพราะเราเองนั้นละคะ มีหวังแท้ๆแต่ไม่ใช่มันเอง มัวแต่กลัวอะไรไม่รู้

      แล้วมีวันหนึ่งอยู่ๆพี่เอฟก็เดินมาหาเราที่ห้องคะ ท่าทางพี่เอฟน่ากลัวมากกกกก เหมือนจะต่อยเราอะ แล้วก็บอกว่า มานี้หน่อย แล้วเขาก็ลากเราไปเลยคะตอนนั้นงงมาก แล้วเดาไว้ในใจว่าคงไม่ได้เรียกเราไปถามเรื่องพี่เจใช่มั้ยอะไรทำนองนี้ สุดท้าย เราก็มาเจอกลุ่มพวกพี่เอฟนั้งกันอยู่ตรงหน้าห้องเรียนพวกพี่เขาอะคะ ในนั้นมีพี่เจคะพี่แกนั้งอยู่บนโต๊ะ(น่าจะลากโต๊ะออกมาจากห้อง) เขาคุยกับเพื่อนอยู่ แล้วเขาก็มองเห็นเรากับพี่เอฟ แล้วก็ไม่สนใจเลยคะ ย้ำ 'ไม่สนใจ' คือพอเห็นเราเขาก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อซึ่งปกติก็ต้องพูดบ้างว่า มาอีกและ อ้าว แพะ อะไรทำนองนี้ ตอนนั้นไปแล้วคะ สะตงสติ ความรู้สงรู้สึก ชาไปหมด แล้วก็งงด้วยว่าพี่เอฟแกลากเรามาทำไม แล้วพี่เอฟอยู่ดีๆก็พูดกับเราคะ

      พี่เอฟ:เอ้า มีอะไรจะพูดกับเจมันมั้ย

      ตอนนั้นทั้งงงแล้วคิดอย่างเดียวว่า เราไปขโมยของหรือเผาบ้านใครรึเปล่า 

      เรา:อะไรอะ งง?

      แล้วพี่เอฟเขาก็หันไปบอกพี่เจว่า ก็พามาแล้วไงไอ่เจจะเอาไงเนี้ย แล้วพี่เจเขาก็หันไปทำจิ๊จ๊ะใส่พี่เอฟ แล้วก็พูดว่า เสือ_จังวะ อะไรสักอย่างประมาณว่าด่าอะคะ 

      แล้วพี่เจก็พูดเรื่องซีเรียสว่าเราเป็นอะไร ทำไมไม่เห็นคุยกับพี่เขาเลยทำนองนี้ ถ้าพี่เขาทำอะไรให้เราไม่สบายใจอะบอก เขาจะได้ไม่ยุ่งกับเราอีก แล้วยิ่งเขาพูดแบบไม่มองหน้า ก็แบบ น้ำตาเอ่อเลยคะ ตอนนี้พิมพ์อยู่ก็ยังจุกอกเลย เราพูดอะไรไม่ได้เลยคะ ร้องไห้ เจ็บไปหมด เราอึกอักแล้วก็พึมพำประมาณว่า ก็มาถึงขนาดนี้แล้วจะให้พูดอะไร พี่ๆทุกคนตอนนั้นเงียบไปเลยคะ บางคนก็กลิ้งของกลิ้งอะไรเล่น แต่เงียบกันหมดเลยพี่ผู้หญิงก็มองเรากันแบบ เดินมาปลอบเราอะคะ แล้วพี่เขาก็ว่าพี่เจว่า พูดแรงไปรึเปล่า ต่อจากนั้นก็ไม่ได้ยินเลยคะว่าพูดอะไรกันมั้ง พี่เอฟก็ต้องบอกว่าไม่มีบทบาทเลยคะตอนนั้นเราไม่ได้สนใจใครเลยงะ

      แต่ได้ยินชัดอย่างเดียวคือตอนที่พี่เจบอกว่า ขอไปเคลียกับเราสองคนหน่อย แล้วเขาก็พาเราลงมาข้างล่างตรงห้องเรียนที่ไม่มีคนอะคะ ตอนนั้นอยู่ๆเราก็เงียบไปคะแต่ยังสะอื้นอยู่ ตกใจตอนพี่แกจับแขนเราเนี้ยละเงียบกริบเลย

      เขาก็ถามเรา

      พี่เจ:ร้องไห้ทำไม 

      เราส่ายหน้าแล้วก็ยังร้องอยู่ พอเขาถามก็ร้องต่อซะงั้น แล้วเขาเงียบไปเหมือนจะรอให้เราร้องไห้เสร็จก่อน เขาก็ไปเขียนกระดานมั้งเราก็ยังร้องอยู่ จนเลิกร้องเราก็แอบคิดนะว่าเขาไม่มีเรียนหรอ รู้สึกว่าว่างเนอะ 

      พี่เจก็ถามต่อคะ

      พี่เจ:ร้องไห้เสร็จแล้วนะ จะได้คุยกัน

      เรา:ค่ะ//เสียงสั่นๆ ฮืออออ สงสารตัวเอง TT

      พี่เจ:ทำไมถึงหลบหน้าพี่ เฟสก็ไม่คุย ไลน์ก็ไม่ตอบ  

      แหม ใครจะไปกล้าบอกละคะแล้วใช่ว่าหน้าห้องไม่มีใครเดินผ่านนะ แต่เราก็คิดคะว่าถ้าบอกว่าไม่มีอะไรเขาต้องถามเราอีกแน่ๆ เราเลยบอกเลยคะ ใหนๆก็ใหนๆและไม่อยากทรมาณอีก

      เรา:ก็พี่บอกว่า ถ้ามีอะไรให้บอก ก่อนจบ

      พี่เจ:อื้ม ใช่ แล้วเรามีอะไรจะบอกรึเปล่าละ 

      เรา:... <<ใบ้รับประทานคะ

      พี่เจ:เนี้ย มีโอกาสก็ไม่พูด แล้วก็มาร้องไห้เจ็บเป็นคนเดียวอ้อ

      งงรับประทาน อะไรของแกร๊!!!! ในใจเรานี้เริ่มตึกตักๆนิดๆละ แต่ก็ไม่อยากหวังมาก

      เรา:ไม่ใช่ว่ารู้อยู่แล้วหรอ

      พี่เจ:แล้วรู้ของเอกับรู้ของพี่มันจะเป็นเรื่องเดียวกันรึเปล่าละ

      เรา:...//มองตาพี่เขาครั้งแรกแล้วแบบ ต้องก้มอะไม่ไหวจริงๆ น้ำตาหายไปแล้วว

      พี่เจ:เอ้า พูด จะรอ

      บอกจะรอแล้วเร่งทำไมก็ไม่รู้ จนแบบ เรา เอาวะ ไม่สมหวังก็ดีจะได้เสียใจครั้งเดียวไปเลย 

      เรา:หนูชอบพี่คะ

      พูดเหมือนบ่นคนเดียวแต่ก็เพราะห้องมันเงียบมั้งพี่เจก็ไม่ได้ซักไซร้เรา 

      พี่เจ:เออ ก็แค่นั้นละ 

      เราก็ร้องไห้ต่อเตรียมตัวเจ็บไว้แล้ว เราก็หวังว่าอย่าให้เขาพูดอะไรทำร้ายจิดใจเราเลย แต่เขาก็แปลกนะบังคับให้คนเขาพูดแล้วก็ไม่ให้คำตอบด้วยยย จำเริญ

      พี่เจ:ร้องทำไมอีก พอแล้ว ไม่ต้องร้อง 

      เขาจับหัวเราแหงนขึ้นอะเราก็เกร็งหนี สุดท้ายเขาก็พูดแบบไม่ให้เราตั้งตัวคะว่า 

      พี่เจ:งั้น เรามาดูๆกันนะ 

      ตอนนั้นแบบ หูฝาด ไม่ก็ฝัน ไม่ก็เพราะเราร้องไห้อยู่ เราก็มองหน้าเขาแบบ งงสุดติ่ง

      พี่เจ:ได้ยินมั้ยเนี้ย

      ชัดแจ๋วเลยค้าาา เราก็ถามเขาไปว่า

      หลอกเรารึเปล่า เขาก็บอกว่าไม่ได้หลอกคะที่เขาพูดแบบเนี้ย ไม่ได้พูดกับใครก็ได้เขาไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่เพราะเขาคิดว่าเราเป็นเด็กที่น่ารักดี คนที่บอกว่าชอบๆเขา ในบรรดา เพื่อน หรือรุ่นพี่ไม่ก็รุ่นน้องเนี้ย มีเราคนเดียวที่ถึงแม้ว่าพี่เขจะกลับอเมริกาตอบเฟสกลับมาช้าหรือพิมพ์ด้วยภาษาแบบนั้นก็ยังคุยกับเขาอยู่ตลอดอะคะ พี่เขาก็บอกเราอีกว่า ตอนช่วงปิดเทอมที่เขากลับอเมริกาไปแทบไม่มีใครคุยกับเขาเลยคะ ตอนแรกๆก็มี แต่เพราะเขาตอบด้วยภาษาแบบนั้นก็เลยไม่ค่อยมีใครอดทนคุยกับเขาเท่าไหร่ เขาตอบช้าเพราะพิมพ์ลำบาก แอบสงสารปนดีใจแบบหัวใจจะวายตายคะ แล้วเขาก็บอกว่าที่รู้ว่าเริ่มรู้สึกสนใจเรามากที่สุดก็ตอนวันแฟนซีคะ เราใสชุดสีขาวตอนนั้นดู บริสุทธิ์ดี คืออะไร? บริสุทธิ์ดี เหมือนยังโสดซิงจิงเกอเบล อย่างงี้หรอ 555 สุดท้ายเราก็ยิ้มได้คะ พี่เขาก็บอกว่า ต่อไปนี้เราก็ลองศึกษากันดูละกันนะ

      แล้วก็มาส่งเราขึ้นห้อง ห้องเราอยู่อีกตึกหนึ่งพี่แกก็เดินมาส่งหน้าตึกแล้วก็โบกมือบ๊ายบาย ตอนนั้นยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยคะ แอบหยิกมือตัวเองตั้งหลายรอบ ตอนเราไปบอกบีมันก็ยังไม่เชื่อเลยคะ จนเรายืนยัน มันก็ดีใจกรี๊ดลั่นห้องเลย เพื่อนในห้องก็เริ่มรู้ไปด้วยก็ถามเราใหญ่เลย
      ดูเหมือนจะง่ายนะแต่สำหรับเราไม่ได้ง่ายเลยอะ 

      แล้วเราก็มารู้ว่าพี่แกรู้เพราะพี่เอฟจริงๆนั้นละ มันสตอคะบอกว่าไม่ได้บอกพี่เขาเพราะอยากให้เราพูดเองกลัวเราโกรธด้วย แต่ก็ต้องขอบคุณพี่เขาสำหรับทุกอย่างเลย ถ้าได้ผ่านมาอ่านอยากจะบอกว่า อปป้า ซารางเฮ 
      เขิล 



      เราขอตัวออกไปทานข้าวก่อนนะแล้วเดี๋ยวมาต่อให้เนอะ ^^


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mewmiizzz
      Guest IP
      #27
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ฟินๆๆ มาต่อไวๆน่ะว๊าว
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #28
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตายๆๆๆๆ กขกท. หนูจะอกแตกตาย

      ต่อเลยไม่ได้เหย๋ออออออ งอแงๆๆๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อาริกาโตะโกไซมัส
      Guest IP
      #29
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ไม่ผิดหวังที่เข้ามาดูตลอดนะเนี้ย สุดท้ายก็มาสักที ชอบตรงดราม่าอยู่จขกท.ตัดให้ฮาเฉย อยู่ๆมาพี่เจไม่มีอะไรทำหรอตลกอะ



      มาต่อเร็วๆน้าาาา กำลังหนุก ตลกจัง
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Mewmiizzz
      Guest IP
      #30
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      มาเล่าต่อไวๆ น้ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      รอค่ะรอ
      Guest IP
      #31
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หายไปใหนนนมาต่อไวๆน้ะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #32
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      มาแล้วค้าาา ช้าไปหน่อยขอโทษนะคะ 

      หมู่นี้ชอบโดนผู้ชายที่จขกท.อ้างถึง(พี่เจ)ในกระทู้นี้บ่นว่าสนใจแต่คอม 555


      นั้นละคะ จบจากวันนั้นเราก็เริ่มศึกษาดูใจกัน ศึกษาดูใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าเรา 'คบ' กันแล้วนะคะ ยังคะ แต่ประเด็นคือเราช่วงนั้นสับสนมาก เพราะว่าเราก็ไม่เคยจีบใคร สารภาพรักก่อนเคยก็จริงแต่ก็ไม่สมหวังมาคราวนี้สมหวังเลยเขว้คะไม่รู้จะทำยังไงต่อ ควรจะไปรุกเขา หรือ เขาควรจะมารุกเรา เราได้คำตอบจากพี่เอฟผู้มีประสบการณ์อันโชคโชนว่า เราควรที่จะต้องเป็นฝ่ายตามจีบเขาเหมือนที่ผ่านๆมานั้นละคะ (นั้นเรียกว่าจีบหรอคะเนี้ย 555)แต่แค่คราวนี้ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นแค่ศึกษากันไปว่าเราสองคนมีนิสัยยังไงสามารถเข้ากันได้มั้ยและที่สำคัญคือเราสองคนจะรักกันได้มั้ย พี่เอฟบอกว่านั้นสำคัญมากเลยคะ เพราะว่า ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็คือ จบกันแค่นั้น บางคู่ก็อาจจะกลับไปเป็นพี่น้องกันได้ แย่หน่อยก็เป็นคนที่ไม่รู้จักกันอีกเลย แล้วคือแบบ...แม่เจ้าพูดให้กำลังใจไม่มีถามทีนี้ก็ตอบแบบเถรตรงกันเลยทีเดียว เราก็สยองไปชั่วครู่ แล้วก็เลยกลายเป็นว่ากดดันตัวเองอะคะ ที่ผ่านมาก็แค่จีบแบบไม่ให้รู้ตัวแต่ตอนนี้ต้องพยายามคุยกับเขาแบบจีบเขาอย่างเปิดเผย เราจำได้ว่าตอนนั้นเรามีการถามพี่เอฟว่า ถ้าดูๆกันอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปดูใจกับคนอื่นอีกได้มั้ย พี่เอฟแกก็บอกว่า อันนี้แล้วแต่คนนะ เพราะดูๆกันก็ยังไม่ได้หมายความว่าคบกัน คำนี้ยะเยือกเลยคะ ยิ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า บางคนดูกันไปเป็น 10 ปีเลยก็มี เฮ้อออ กลุ้ม เราจำได้ว่าฟังเพลง ดาว ทั้งคืนเลย ได้ฟิวดี


      แต่แล้วก็ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปคะ พี่เจแกเป็นคนที่ทำให้เรางงมากขึ้นไปอีกว่าใครจีบใครก่อนตั้งแต่แรกกันแน่ 

      วันรุ่งขึ้นของการคบหาดูใจกันเราเป็นอะไรที่จำได้แม่นที่สุดเลย เพราะตอนเช้าตอนเรานั้งรอเข้าแถวกับเพื่อนๆตอนแรกเขาก็อยู่กับเพื่อนๆเขาพอเจอเราเขาก็เดินมาหาเราแล้วถามว่า

      พี่เจ:เมื่อคืนฝันถึงพี่บ้างรึเปล่า 

      -0- แม่เจ้า ผ่านไปแค่วันเดียวพี่แกเลี่ยนได้ขนาดนี้เรายังขำเลยคะ แล้วก็บอกว่าเมื่อคืนไม่ไลน์หาเขาเลย บ่นๆๆตามภาษาคนขี้บ่น จากนั้นก็เยอะแยะมากมายเลยคะ เดินด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน2คน พี่เขามารับที่บ้าน ทั้งๆที่บ้านอยู่ไกล ก็ไม่ได้ไกลมากอะคะ แต่ถ้ารถติดก็คือสายอะคะยิ่งวันจันทร์พี่แกสายทุกวัน วันทั้งวันเราไม่ค่อยตัวติดเขาหรอกคะเขาอะมาติดเราตลอด ว่างเข้าหน่อยก็ถามว่าอยู่ไหนครูประจำวิชาชื่ออะไร เพราะพี่เขาเป็นเด็กกิจกรรมรู้จักครูเยอะคะถ้าวันไหนเขามีคาบว่างแล้วเราเรียนอยู่พอเขารู้ว่าเป็นครูคนนี้ไม่ดุเขาก็จะเข้ามาเรียนกับเราอะคะ ยิ่งเป็นครูนักศึกษานะเข้ามาเรียนกับเราแล้วนั้งชิวเลยคะ เพื่อนๆนี้มองแบบอิจฉาสุดๆเราก็แอบสะใจนะ ขนาดตอนนั้นยังไม่คบนะคะ พอคบแล้วขึ้นสถานะบนเฟสยิ่งกว่านี้อีก พูดถึงเฟสแล้ว พี่แกยอมลบคนออกเยอะมากคะเพื่อจะเพิ่มเราเป็นเพื่อน แอบปลื้มมากกก ตอนนั้นเลยกลายเป็นว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อให้เรารักแทน แทนที่เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขารัก โมเม้นตอนนั้นที่ทำเพื่อจีบเขาน้อยมากกก จนตัวเองยังจำไม่ได้เลย หลักๆก็ซื้อของซื้ออะไรให้เขา 2ครั้งโดยประมาณอะคะ ส่วนใหญ่ก็ของกระจุกกระจิกกระเป๋า อะไรทำนองนี้อะคะ แต่เอาไปไม่นานพี่แกทำหายคะ ตอนนั้นโมโหมากกกก ตอนนี้พูดแล้วยังขึ้นเลย เงินนั้นเราอุตสาออมเก็บเพื่อซื้อให้เขาเลยนะ โกรธ ช่างเถอะคะ TT


      จากนั้นเราก็เริ่มชวนเขาไปดูหนังคะ 555 เดทแรกเราชวนเขาไปดูหนังแบบไม่รู้จะไปไหน ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่าเขาไม่ค่อยชอบโรงหนังเท่าไหร่เกือบไม่ไป จนเราตื้อมากๆเขาก็ไป แล้วเราสองคนก็ทำพันธะสัญญากันว่าห้ามชวนใครไปด้วยทั้งงั้น ไม่ว่าจะเป็น ลุงป้าน้าอาญาติพ่อแม่เพื่อนพี่น้อง ปู่ย่าตายายทวด <<คือตอนนั้นพวกเราติ๊งต๊องนิดหน่อย แต่เราทำเป็นกระดาษเซ็นกันเองเหมือนใบจดทะเบียนสมรสเลยนะคะ จริงจังมากอะ แล้วก็ได้ไปดูหนังกันวันธรรมดาคะไม่ใช่วันหยุดด้วย วันหยุดเขากับเราไม่ค่อยว่างคะ ว่างไม่ตรงกันเลยสักวันจริงๆ ตอนั้นเลิกเรียนเร็วหน่อยประมาณ บ่ายสามครึ่งเพราะย่นคาบตอนนั้นจำได้ว่านัดกันไว้อีกวันแต่พอเห็นย่นคาบเราก็ส่งไลน์หากันทันทีแล้วก็ตกลงว่าเป็นวันนั้นละคะ เราก็ไปที่ห้าง แล้วก็เช็ครอบคะ ดีที่เรากับพี่เขาชอบแอ็คชั่นทั้งคู่หนังรักไทยเนี้ย ไม่อยู่ในหัวเราเลย ตกลงกันไปมาเป็น fast6 คะ หนังแรื่องแรกเราจำได้ดี พี่เจจ่ายคะเราชวนพี่เจจ่ายให้เหตุผลว่าเพราะพี่เขาเป็นผู้ชาย ก็ดีคะประหยัดเงินเราดี อุ้ยยย  ตอนนั้นรู้สึกจะเข้าโรงเลทไปเยอะเลยพวกเราขี้เกียจดูโฆษณาอะคะ 555


      จนเข้าไปในโรงหนังนั้นละคะ ความวายปวงมาเยือนคือจากตอนแรกๆไม่ได้เข้ามาเราไม่เกร็งแต่พออยู่ในโรงหนังเราสองคนอึดอััดกว่าเดิมอีก เราคิดอะไรไปเยอะความกดดันแบบว่าต้องจับมือรึเปล่าอะไรยังไง คนข้างๆเราหรอคะ ไม่หรอกมีหรอกคะความอึดอัดเนี้ยจกป็อบคอร์นกินตานี้จดจ่อกับหนังแบบสุดๆ ไปๆมาๆหนังสนุกมากซะจนเราก็สนใจไปด้วยเลยเลิกสนใจไปคะ นานๆเข้าเรารู้สึกอะไรอุ่นๆมาจับมือเรา อย่างกับโดนไฟช็อตแบบ แปล็บปล๊าบ ประมาณว่าเราเนี้ยละต้นกำเนิดเมย์ไหน อิอิ ตอนนั้นตัวเราแข็งเลยคะ พี่พอลของน้องพูดอะไร พี่วิน พูดอะไรไม่ได้ยินทั้งนั้น สติเรามันมารวมอยู่ตรงมือหมดเลยคะ ได้ยินเสียงพี่เขาขำด้วย แต่เราก็ถามเขาว่าขำอะไร เขาบอกว่าปฏิกิริยาเราน่ารักดี ไปแล้วคะซึ่งหัวใจ ใจหายไปเลยหายไปไหนอวกาศ จากนั้นเขาก็ไม่เลิกจับมือเรานะคะ พอหนังจบเราเป็นฝ่ายนำก่อนพี่แกก็ดันหลังเราคะ พอออกมาพี่แกก็เนียนเดินจับมือเรา ฟินนนนนนเฟ่อออออ เขาก็บอกเราว่าหนังสนุกเนอะ แล้วก็พาเรานั้งแท็กซี่ไปส่งที่บ้านเราแล้วก็ค่อยนั้งต่อกลับบ้านเขา 


      หลังจากนั้นมาเราก็ได้ฉายาว่าคู่ตังเม ติดกันจริงๆ เราเจอเขาแทบทุกวันยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์อะคะ พี่แกก็บอกว่าชดเชยที่เสาร์อาทิตย์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถ้าถามว่าเพราะอะไร คงเป็นเพราะเราไม่ว่างวันเสาร์แต่ว่างวันอาทิตย์ ส่วนพี่เขาว่างวันเสาร์ไม่ว่างวันอาทิตย์มั้งคะ คืออย่างงี้คะทุกวันเสาร์เราจะต้องเป็นคนทำบัญชีธุรกิจของที่บ้านส่วนวันอาทิตย์ก็ถือเป็นวันหยุดเราคะ ส่วนทางพี่เขาวันเสาร์ว่าง วันอาทิตย์พี่เขามีเรียนดนตรีกับเรียนพิเศษ เศร้ามากก ณ จุดๆนั้น พี่เขาบอกจะเปลี่ยนวันให้ว่างตรงกันต้องรอเทอมหน้าพี่เขาถึงจะเปลี่ยนวันเรียนพิเศษได้คะ จากตรงนี้ก็เดทกันศึกษากันเรื่อยๆ ต้องบอกว่าตอนที่เราศึกษากันไม่เคยทะเลาะกันเลยคะ แต่บีก็บอกว่าคนไม่ทะเลาะกันเลยก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะเราจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรจะเปิดใจให้กันน้อยลงอะคะ จนมีช่วงหนึ่งเกิดอาการที่อีกฝ่ายหนึ่งหึงเลยประชดกันคะ เป็นช่วงที่ต้องบอกว่าพี่เขาเริ่มออกอาการหึงแบบ น่ากลัวมากคะ เพราะตอนนั้นเราเห็นพี่เขาแกล้งพี่คนหนึ่งไม่ได้แกล้งสิเหมือนให้พี่เขาขี่หลัง แล้วเหวี่ยงไปมาเราไปแอบเห็นก็เลยเกิดอาการงี่เง่า กลับบ้านกับพี่อาร์ ด้วยความที่เขาอยู่ชมรมเดียวกับเราแล้วพี่เขาก็เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเฟรนลี่กับทุกคน ช่วงนั้นเรากับเขาก็สนิทกันมากเพราะคุยกันทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ เลยเดินกลับบ้านพร้อมเขาคะ พี่เจนั้งอยู่ตรงแถวๆหน้าโรงเรียนนั้นแหละคะ เรารู้ดีไง เพราะเขาชอบนั้งตรงนั้นกันอยู่แล้วถ้าเห็นเราก็จะกลับบ้านด้วยหรือถ้าจะกลับก่อนก็จะไลน์มาหาเรา เราเลยเดินกับพี่อาร์เลยคะ เกิดความกลหนนะจุดๆนั้น ว่าเราผิดคาดมากกกกกไปหน่อย พี่แกกระชากเราแบบแทบล้ม แล้วก็เริ่มผลักพี่อาร์เลย ตอนนั้นงงมาก ประสาทจะกินแบบ แล้วพี่อาร์เขาไม่ใช่คนตอบโต้อะคะเลยโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว แบบทั้งจ้องด้วยส่วนสูงที่พี่จสูงกว่ามากแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าจ้องตาแล้วเอาตัวดัน แล้วเพื่อนๆเขาก็มาห้ามคะ เขาบอกมีอะไรก็ไปคุยกันดีๆอย่าทำให้คนอื่นต้องมาซวย หลังจากนั้นก็เคลียกันรู้เรื่องด้วยท่าทางน่ากลัวๆของพี่เจ จำไม่ได้แล้วคะนานแล้ว 555 ขอโทษมา ณ ที่นี้ความทรงจำเรามันเท่าเมล็ดถั่วเอง TT จำได้แค่ว่ากว่าจะเคลียกันได้ประชดกันไปมาแล้วร้องไห้ไปมากเหมือนกัน แล้วก็จบที่ว่าต่อไปนี้ไม่ชอบให้อีกฝ่ายทำอะไรก็บอก ตอนนั้นพึ่งเห็นว่าข้อมือช้ำเป็นจุดแต่แค่จุดเดียวคะ TT เราโทรไปขอโทษพี่อาร์รัวๆเลยตอนนั้น พี่เขาก็ไม่โกรธอะไรเท่าไหร่ 

      เช้ามาพี่เจเห็นผลงานตัวเอง แล้วก็หัวเราะคะ แล้วก็บอกว่าอยากทำให้เขาโมโหเอง จากนั้นเราก็เหมือนจะงอนเขานิดๆแต่เขาก็ทำให้เราหายจนได้แหละคะ แต่เขาน่ากลัวจริงๆตอนนั้นอะ เสียใจ  

      แล้วก็มีครูเรียกไปตักเตือนด้วยคะ พี่เขาโดนลงบัญชีดำไว้ก่อนเรื่องยังไม่ถึงผู้ปกครองถ้าถึงคงได้ย้ายโรงเรียนอีกรอบแน่เลยคะ 

      จากนั้นก็ขอข้ามเลยละกันจำไม่ได้จริงๆ จำได้แค่ตอนสำคัญๆ

      มาถึงตอนคบกันเลยละกันนะคะ เป็นการคบกันที่ราบเรียบมากคะ พี่เขาขอเราคบก่อนจบออกไป อ้อเราดูใจกัน ปีกว่าๆคะ 555 อย่างน้อยก็ไม่ถึง 10 ปีอะเนอะ เพราะเรามัวแต่เถียงกันด้วยว่าใครจะขอใครคบ (ได้ข่าวว่าเราควรจะเป็นฝ่ายขอนะ) สุดท้ายก่อนจบพี่เขาก็ขอคบเราแบบเรียบง่ายคะ ในงานคอนเสิร์ตอำลา เรียบง่ายมากกกกก ม้างงงงงงงงงงงงงงงงงงง

      ดูคอนเสิร์ตอยู่ดีๆ คะไม่รู้ตัวเลยจริงๆ จำโมเม้นหนึ่งคือ พิธีกร เรียกชื่อเราว่า ไหน ใครชื่อ แล้วตามด้วยชื่อจริงนามสกุลเราแล้วก็ห้องคะ ตอนนั้นเรางงๆบีก็บอกว่ายกมือดิเราก็ยกมือแล้วเด่นมากกก เขาหันมามองกันหมดเลยตอนนั้น คือจัดกันที่ห้องประชุมอะคะ จำกัดชั้นจำกัดห้อง มีแค่ม.5กับม.6 ที่ได้ขึ้น พิธีกรก็บอกคนนั้นหรอครับ แล้วเขาก็เปิดเพลง รัก Infamouse คะ จำได้แม่นเลย เราทั้งงงแล้วก็คิดแล้วคะต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วเขาก็บอก น้องเอ ช่วยหันไปข้างหลังด้วยครับ แล้วก็ปั๊งงงงง เสียงดังมาก เพื่อนพี่เขาก็ช่วยกันดึงพลุกระดาษคะ แล้วก็ดอกกุหลาบช่อหนึ่งเลยคะ พร้อมพี่เจ ทุกคนก็ช่วยกันร้องเพลงน้ำตาแตกดังเขื่อนถล่มเลยคะ ร้องไห้หนักมากก แล้วก็กรี๊ดกันสนั่นหอ พี่เขาก็ตะโกนแข่งกับเสียงเพลงคะว่า

      'คบกับพี่ได้มั้ยครับ!'<<อันนี้เราไปถามเขามานะ ตอนนั้นหูอื้อไปหมดจำไม่ได้หรอก แล้วก็แบบ เราพยักหน้าอย่างเร็ว อายมากกกกกกกก แทบมุดดินหนี เราตกใจด้วยเลยร้องไห้ซาบซึ่งมั้ยก็ซึ่งอะคะ มันทุกอย่างจริงๆ แล้วก็ได้คบกันจนมาถึงปัจจุบันนี้ละคะ ตอนนี้เลยขอบคุณพ่อแม่พี่เขาด้วยที่ส่งเขากลับมาไทยทำให้เราได้เจอพี่เขา ขอบคุณพี่เอฟ ที่ทำให้เรายิ่งสนิทกับพี่เขาแล้วก็คอยแก้ปัญหาให้ด้วย แล้วก็เพื่อนๆด้วยที่คอยให้คำปรึกษาตลอด ส่งท้ายนี้ขอบคุณนทีเข้ามาอ่านทุกคนจริงๆทำให้เราได้แชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ได้พร้อมแรงยุของเพื่อนใหม่ เพื่อนทรายนั้นเอง <<ชื่อจริงๆนะเป็นคนเดียวที่เราจะเอ่ยชื่อจริง 5555 ขอบคุณพี่เจที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย พึ่งรู้เมื่อวานที่เขาหาว่าเราติดคอมนั้นละ ถ้าเข้ามาเห็นตรงนี้อยากบอกว่า i love you นะคะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งคะ ถ้าเลิกกันแล้วเดี๋ยวจะมาบอกนะ 55555 อย่าหวังเลยสาวๆ รอไปเถอะ อิอิ


      แล้วก็ขอตอบคำถามคนที่เราไม่ได้ตอบที่นี้เลยนคะ จากคุณชื่ออะไรไม่รู้ที่ถามว่า

      จีบกันมากี่ปีแล้ว ประมาณ 3-4 ปีคะ 


      ถามว่าตอนนี้ยังอยู่ กทม. อยู่มั้ย ส่วนใหญ่ก็อยู่กทม.คะ เรียนอยู่ที่นี้ ส่วนพี่เจเรียนอยู่คนละมหาลัยกันแต่ก็เจอกันตลอดคะ แล้วก็พี่แกก็ต้องกลับประเทศพี่แกไปตามภาษาบ้าง บางครั้งเราก็ตามไปด้วยตอนแรกๆไปกับพ่อแม่ถือโอกาสไปเที่ยวอะไรทำนองนี้เพราะไม่รู้จักพ่อแม่พี่เขามากนักตอนแรกๆพอได้รู้จักกันก็ทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นตอนนี้ก็สนิทกันมากคะทั้งพ่อแม่เราแล้วก็พ่อแม่เขาที่ให้เรากับพ่อแม่พักที่บ้านเขาบ้านพี่แกใหญ่มากกกมีแม่บ้านด้วยงะ พ่อแม่ทางนั้นต้องบอกว่าแตกต่างจากพ่อแม่เราเลยคือเขาไม่หวงลูกชายไม่ดุไม่อะไรเลยคะใจดีมากและตอนนี้เราต้องเก่งภาษามากขึ้นไปอีกเพราะพ่อพี่เขาพูดภาษาไทยไม่ได้เลยคะส่วนแม่พี่เจนี้คล่องปรื้อเลย เรานี้ลำบากกันเลยทีเดียวตอนจะคุยกับพ่อพี่เจ พี่เจต้องเป็นล่ามให้ตลอดแต่ก็ยังดีที่ภาษาอังกฤษเราพอใช้ได้มากขึ้นคะพี่เจเป็นคนสอนเรา เราได้ครูดี อิอิ


      ถ้าจะถามว่าทำไมพ่อแม่เราใจดีถึงขนาดพาเราไปหาพี่เจถึงอเมริกาต้องบอกว่าเราก็โตแล้วคะช่วยกิจการทางบ้านมาตลอดเลยด้วยเราเป็นคนทำอะไรไปมีเหตุมีผลตลอดพ่อแม่ก็ไว้ใจ แล้วก็เพราะเราก็ไปต่างประเทศกันอยู่แล้วถึงจะไม่บ่อยแต่ก็ 2-3 ครั้ง การที่จะไปอเมริกาก็ไม่แปลกคะเพราะแม่เราอยากไปอยู่แล้วเราก็เลยถามพี่เจก่อนว่าช่วงปิดเทอมเราไปพักบ้านเขาได้มั้ยเขาก็โทรไปถามพ่อแม้ให้ทางนั้นเขาก็บอกว่าได้ เลยได้ไปพักที่บ้านเขาด้วยแล้วถ้าทางพ่อแม่เขาว่างบางครั้งก็ไปเที่ยวด้วยกันคะ พ่อแม่เราก็ไม่ใช่คนใจแคบอะคะขอแค่อย่าออกนอกลู่นอกทางตอนแรกแม่เราก็ตกใจที่เราบอกว่าเราคบกับพี่เจเพราะเราไม่เคยคบใครมาก่อนอย่างที่เคยบอกไปจนพี่เขาเริ่มเข้ามาหามาคุยกับพ่อแม่เราบ่อยๆก็เลยไว้ใจกันมากขึ้นคะ ต้องบอกว่าเข้าหาตั้งแต่ตอนที่เราดูๆกันอยู่พ่อเราก็บอกว่าเขาเป็นคนจริงใจแบบเปิดเผยดี บ้านเราไม่มีความลับต่อกันอยู่แล้วคะ มีอะไรก็บอกกัน ไปหาเขาก็ได้ไปแค่ครั้งเดียวครั้งนั้นละคะแต่ไปอยู่ที่นั้นนานสุด คราวนี้ถ้าเขาจะไปอีกเราก็คงต้องคุยกันแบบวิดีโอคอลอย่างเดียวเพราะงานก็เยอะขึ้นด้วย


      เอาเป็นว่าถึงการที่เราเอาประสบการณ์มาเล่านี้บางครั้งจะเอาไปใช้ไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนอย่ายอมแพ้เลยคะ อย่าวิ่งหนีมันเนอะ ถ้าคิดว่าเขาดีแน่ๆและเป็นคนที่ใช่สำหรับเราก็อย่าปล่อยให้หลุดมือ(มีเจ้าของแล้วอยํู่ห่างๆอย่างห่วงๆดีกว่าเนอะ)แต่ถ้าเขาไม่ดีก็ไปหาคนที่ดีที่เขารักเราเนอะ แล้วสิ่งสำคัญคือต้องเป็นคนที่เรารักและเขารักเราที่เป็นเรา ไม่ใช่ให้เป็นอย่างคนอื่น ก็อยากบอกว่า เป็นแบบที่ตัวเองเป็นดีกว่าซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากๆมีอะไรก็ชนมันเลยคะ พูดไปตรงๆอย่าอ้อมถ้าคิดว่าถึงเวลาที่ควรบอกก็บอกไป อกหักครั้งเดียวดีกว่าเสียใจไปตลอด ถ้าเราไม่มีพวกเพื่อนๆหรือพี่ๆอยู่ข้างๆเราก็จบอะคะอันนี้พูดได้เต็มปากเลย แต่เพราะเราเป็นคนที่ถ้าฮึดมาครั้งหนึ่งก็พยายามผลักให้ตัวเองไปต่อเลยแม้จะกลัว แต่ต้องเผชิญหน้ากับมันคะ เอาเป็นว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขสมหวังกับความรักนะคะ เอาใจช่วยทุกคนคะ ^^


      ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะทุกคอมเม้นด้วยทั้งคนที่เข้ามาตอบมาอ่าน อยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ถามก็บอกกันได้นะคะ บ๊ายบายยยยยย 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #33
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อยากอ่านอีกๆๆๆๆ ถ้ามีเวลากรุณามาเล่าต่อได้มั้ยคะ ว่าตอนนี้เป็นยังไงเหมือนเขียนได้อารี่แต่เขียนลงในกระทู้แทนเราชอบมากกกกกกถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปอยากให้เล่าต่อเอาเฉพาะตอนสำคัญก็ได้คะจะติดตามกระทู้นี้เพื่อรออ่าน

      เราจะพยายามอย่างที่จขกท.บอกละ 

      ปล.ขอบคุณมากเลยกระทู้นี้พอช่วยเราให้มีกำลังใจมากขึ้นเราจะไม่ท้อคะ

      อ้อ Fc พี่เจ&น้องเอนะคะ 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #34
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เราเปิดกระทู้นี้ขึ้นมาอ่านตอนประมาณสองทุ่มเกือบสามทุ่ม คือตอนนั้นมัันบังเอิญมากจริงๆแล้วแบบ...อ่านไปเรื่อยๆแล้วมันติดเลยอ่ะ! เหมือนกับได้อ่านนิยายสักเล่มอยู่แล้วอยากรู้ว่าตอนจบมันจะเป็นยังไง ผลคืออ่านตั้งแต่สามทุ่มจนถึงตอนนี้ อ่านจบรวดเดียวเลยค่ะ 55555 ไม่เคยมีกระทู้ไหนทำให้เรารู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ สนุกมากกกก เขินหนักมากกกก ฟินมากกกกกกกกกกกก ปล.อยากรู้เกี่ยวกับเพื่อนของพี่เอที่เข้าใจพี่เอผิดอ่ะค่ะ แล้วก็อยากรู้เรื่อง (ชีวิตรัก) ของพี่บีด้วย ถ้ามีนะคะ 55555 ปลล.เพื่อนสนิทของพี่อย่างพี่บีเนี่ยหาได้ยากจริงๆนะคะเพื่อนแบบนี้ อย่าปล่อยให้เพื่อนดีๆแบบนี้หลุดมือไปนะคะ ^^
      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #34-1
        ตอบช้าไปนิดนะค่ะ ที่มหาลัยงานเยอะจนไม่มีเวลาเลยขอโทษจริงๆคะ



        ขอบคุณคะ ที่เข้ามาอ่านดีใจที่มีความสุขกัน ส่วนเรื่องของเพื่อนที่เข้าใจเอผิด คือต้องบอกก่อนว่า พอขึ้นม.4มาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเลยคะ ไม่ได้คุยกันอีกเลย ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันให้เข้าใจกันซะที เพราะไม่มีโอกาสเลยคะ ส่วนเอเองก็ลืมๆมันไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะลืมรึเปล่าแต่เท่าทีเป็นเพื่อนกันมา



        และได้ฟังจากเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่เอได้มีโอกาสคุยกับเธอ เธอก็บอกว่าซีน่าจะไม่คิดอะไรมากแล้วคะ ตอนนี้เธอก็มีแฟนแล้วด้วย แต่ก็อย่างที่ว่าละคะไม่ได้มีโอกาสได้คุยกันสักที ตอนนี้รวมๆก็โอเคละคะ แต่ถ้าเพื่อนกะเทยกับเพื่อนคนอื่นๆนี้ก็ถือว่าห่างกันไปเลย



        ส่วนเรื่องของบี บีมีแฟนตอนม.ปลายนั้นละคะแต่เราไม่ได้เล่าแล้วเขาก็เลิกกันแล้วคะคบกันได้แค่ 6 เดือนเองส่วนตอนนี้นางก็ยังจะไม่น่ามีแฟนเราก็แยกย้ายกันไปเรียนคนละมหาลัยเอก็มีเพื่อนใหม่แต่ยังติดต่อกันอยู่แค่คุยกันน้อยลงคะมาเจอกันบ้างแต่ที่รู้ๆตอนนี้นางยังไม่มีแฟนคะ ก็เลยไม่รู้จะเล่าอะไรดีเนอะ อิอิ ขอบคุณนะคะ ที่อ่าน

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เจครับ
      Guest IP
      #35
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      รู้นานแล้วแต่พึ่งมาอ่าน 5555 -แสบ เฟสบุ๊คผมไม่มีแล้วครับปิดบัญชีไปแล้วไอจีมีอยู่ครับแต่ผมไม่สะดวก ของเอมีทั้ง2อย่างเลยแต่ก็คงต้องถามเจ้าตัวเองว่าจะให้มั้ย ตอบแทนซะเลย ตลกจัง
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #36
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พึ่งได้มาอ่าน คือเขินแรงมาก โอ้ยยยย พี่เจคือดี 555555 อยากจะสมัครเป็น FC พี่เอกับพี่เจ อย่างเป็นทางการ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #37
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      งื้อออ กำลังฟินเลยอ่ะค่ะ จขกท. ตอนนี้ค้างมาก อย่าลืมมาต่อนะคะ ><
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มัคคึ
      Guest IP
      #38
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เร็วเลยค่ะอยากอ่านอีกแย้วรออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #39
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      สวัสดีค้าาาาา เอเองค่ะ เห็นว่าอยากให้เอเล่าต่อช่วงหลังจากที่คบกันวันนี้ว่างๆเลยมาเล่าให้ฟังคะ ตอนนี้เอก็ใกล้จะขึ้นปี 2 แล้วคะ เป็นรุ้นพี่แก่ไปอีกปี ต้องมาคอยต้อนรับเฟรชชี่  พูดแล้วอยากมีโดเรม่อนเป็นเพื่อนจังจะได้ย้อนเวลา TT


      (คือช่วงที่นำมาเล่านี้นานแล้วนะคะ ตั้งแต่น่าจะช่วง กลางๆปีที่แล้วคือเป็นช่วงที่เอเข้ามาเป็นเฟรชชีที่มหาลัยนั้นแหละคะ)

      ตอนนี้มาอัปเดตคะว่าเรายังคงคบกันเหมือนเดิมช่วงแรกๆที่คบกันอาจจะมีระหองระแหงกันถึงขั้นหวิดเลิกกันเพราะตัวเราเองนั้นละคะ ที่จริงเราระแวงพี่เขามากกกกกเกินไป(ไม่)หน่อยตอนม.6ก็ว่าระแวงแล้วนะ ยิ่งตอนนี้อยู่คนละมหาลัยไม่ได้เข้าที่เดียวกันเราก็ต้องมีระแวงบ้างตลอดเวลาเพราะเราก็ไม่ใช่คนหน้าตาดีเราก็ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเบื่อเราและรักเราแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ขนาดผู้หญิงสวยผู้ชายหล่อหลายคู่เขายังเลิกกันเลยคะ แล้วเราละ  แต่ต้องมีสิ่งหนึ่งที่เราปลื้มพี่เจเขามากเลยคะถึงแม้งานพี่แกจะเยอะขนาดไหนก็ยังมาหาเรามาหาพ่อแม่เราเหมือนเดิม เป็นประจำถึงวันไหนมาไม่ได้ก็จะโทรถามโทรคุยตลอดคือทำตั้งแต่ตอนที่เราดูๆกันยังตอนนี้ที่คบกันสม่ำเสมอเลยคะพ่อแม่เราเลยชอบพี่เขามาก


      แต่เรื่องที่ว่าระหองระแหงเนี้ย เพราะฝ่ายนั้นเขามีผู้หญิงมาชอบเยอะคะคือตอนม.6ช่วงแรกๆยังไม่มีใครมาจุดไฟไงเลยไม่เห็นควันแต่คราวนี้มีคนมาจุดไฟแล้วเติมฟืนคะจะเพราะว่าความสนุกสนานหรือจะแกล้งอะไรก็ตามแต่บอกเลยเราโครตคิดมาก เราไม่อยากใช้คำว่าติดพันเพะราะเหมือนกับพี่เจเจ้าชู้ไปทั่ว แต่ที่เราว่ามีคนมาคุยกับเขามาชอบเขานี้ก็ เป็นรุ่นพี่บ้าง รุ่นน้องบ้าง รู้ได้ไงหรอค่ะ เพื่อนพี่เขามาเล่าให้ฟังคะ(นี้ชะที่มาของไฟและฟืน) คือพี่เขาเคยพาเราไปที่ม.ตอนช่วง เราอยู่ปี 1 นะคะ แล้วก็ไปแนะนำเราก็เลยรู้จักเพื่อนๆพี่เขาบ้าง แล้วเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าพี่แกเนื้อหอมมาก แหมก็ใช่นะสิ ขนาดที่โรงเรียนมัธยมผู้หญิงทั้งโรงเรียนก็แทบจะตีกันตาย พี่เขาก็คอยบอกเราว่าไม่มีอะไร อย่าไปฟังคนเขาเป่าหูมากแต่คนมันกังวลแหละเนอะ 


      จะบอกว่ายังไงดีละ พอเราอยู่คนละมหาลัยเนี้ย ความวายปวงทั้งหลายก็บังเกิดคะว่าเราคิดมากเราเป็นคนคิดมมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราเลยคิดแผนการกับทรายเพื่อนใหม่เราว่าเราอยากแอบไปดูพี่เขาสักหน่อย แต่ทรายจะไม่ค่อยเหมือนบีตรงที่บีจะไม่ค่อยสนใจอะคะเวลาเราจะทำอะไรชอบให้เราลุยเดี่ยวแต่ทรายจะเป็นพวกยุให้ทำคะ ทำไปเลยอะไรแบบนี้คนละสไตล์(แต่ถึงยังไงก็รักทั้งสองคนมากนะ >< เดี๋ยวโดนงอนพูดดักไว้ก่อนอิอิ) คือช่วงที่เราไปเนี้ยก็เป็๋นช่วงเวลาที่พี่เขาเรียนนั้นละ เราก็ไปแอบๆดูแต่คือว่า ฮ่าาาาาๆๆๆๆ หัวเราะได้มั้ยพิมไปหัวเราไปจริงๆนะเนี้ย คือแบบว่าเราหาพี่เขาไม่เจออะคะมาที่ตึกที่คณะแล้วก็ยังไม่เห็นแต่มันใจว่าพี่เขามาเรียนแน่มันไม่ง่ายเหมือนในนิยายหรือละครที่แบบจะมามองๆหาแล้วเจอพระเอกหรือแบบอยู่กันคนละซีกโลกแล้วมาเจอกันแบบ พรหมลิขิต แต่แบบของเราสัญญานชีพมันคงขาดไปแล้วละมั้งค่ะ พรหมเพริมอะไรก็คงไม่อยากมาปูให้แล้ว 5555 แต่คือเข้าใจมั้ยคะว่าถ้าโทรหาว่า พี่เจอยู่ส่วนไหนของมหาลัย แบบเนี้ย เป็นใครใครเขาจะไม่่รู้ว่าเรามาหา จะบอกว่าถามเฉยๆก็ไม่ได้เพะราะเราไม่เคยถามเขาถึงขนาดนั้นอยากมากก็แค่ ตอนนี้อยู่ที่ไหนหรอคะ ทำนองนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดนานไปเพราะยังไงก็ต้องโทรถามเรามันก็ไม่ได้ว่างมากมาเล่นซ่อนแอบแบบนี้อะคะ ยิ่งร้อนๆด้วยทั้งทรายทั้งเราก็ตัดสินใจว่าจะไม่ทนเลยโทรถามซะเลย ว่าท่านพี่อยู่ส่วนในของวิมาณแห่งนี้กัน แต่เชื่อมั้ยคะ ว่าพี่แกไม่สงสัยเลย 55555555 อันนี้ฮากว่า คือจากที่เราคิดว่ามันต้องรู้แน่ๆเลย สรุปไม่รู้คะไม่สงสัยด้วย ตอบเราได้คล่องเลย คงมีชนักติดหลังที่ว่ามีคนมาชอบมาคุยอะไรงี้เขาเลยคิดว่าเราโทรมาเพราะเราหึงมั้ง หวานหมูเลยคราวนี้ สรุปพี่แกไปนั้งอยู่ที่ร้านชาไข่มุกคะ ในมหาลัยพี่เขามีอยู่เราก็แกล้งทำเป็นวางสายไปดื้อๆเราก็เดินไปดูพี่เขานั้นละคะ ก็ถามนักศึกษาไปเรื่อยๆว่าร้านชานี้มันอยู่ไหนถึงเราจะเคยมาแต่ก็ไม่บ่อยนี้คะ สำรวจวันเดียวไม่รู้จะหมดรึเปล่ามหาลัยนี้คคือกว้างมากกก สักพักก็มาถึงแหละคะเดินเอาแทบปาดเหงื่อก็มาเห็นหน้าหล่อๆเข้มๆเด่นสุดนั้งอยู่กับเพื่อนผู้ชายอย่างที่บอกเป๊ะ กแต่เจ้าตัวกำลังขมวดคิ้วในมือยังถือโทรศัพท์ไว้อยู่เลยคงกำลังสงสัยหรือไม่ก็โมโหว่าทำไมอยู่ดีๆเราก็วางสายมั้ง จะเข้าไปไกล้แถวนั้นมันไม่มีที่ให้สปายกำมะลออย่างเรากับทรายไปหลบได้เลย นอกจากห้องน้ำแต่ก็สรุปได้ว่าจะเข้าไปนั้งในโรงอาหารที่อยู่ไกล้กันเพื่อจะดูว่าพี่แกมีใครมายุ่งแล้วเล่นด้วยรึเปล่า หลังจากนั้นพี่แกก็โทรกลับมานะคะตอนช่วงที่เรานั้งดูเขาอยู่แต่เราก็ไม่หลับดีที่ชุดนักศึกษาเราค่อนข้างกลมกลืนนิดๆแล้วคนในโรงอาหารก็เยอะด้วยเลยไม่เป็นที่สังเกตเท่าไหร่ เรานั้งคุยกับทรายไปเรื่อยแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าพี่เขาจะคุยกับผู้หญิงคนไหนนอกจากเพื่อนในกลุ่มอะคะ อาจจะมีผู้หญิงมองมาทางเขาบ้างแล้วยิ้มให้บ้างเขาก็ดูไม่ยี่ระหรือสนใจเราก็โล่งเลยคะที่เป็นแบบนั้น จนเรารู้สึกผิดที่ระแวงในตัวพี่เขาเลย แต่ก็มีเรื่องให้ทะเลาะกันจนได้คือ


      เราเล่าแบบคร่าวๆ ว่าคือตอนนั้นเรางี่เง่ามาก คือพี่เขาต้องไปทำชิ้นงานส่งอาจารย์อะคะ แล้วพี่เขาก็บอกตรงๆว่ามีเพื่อนที่ไปทำที่เป็นผู้หญิงด้วย แล้วเราก็ทะเลาะกับเขาเพราะความปากไวของเรา เราว่าเขาว่า ที่แท้ก็อยากไปหาหญิง ตอนนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องที่เราระแวงหรอกคะเราน้อยใจที่พี่เขาไม่มีเวลาให้ด้วย จะหมั่นไส้เราก็ได้นะเราน้อมรับ TT เราก็ไม่ให้เขาไปทำงาน


      แล้วเขาก็โมโหเลยคะ เขาก็พูดออกมาหมดเลย ว่าเขาทนเรามาตลอดเขาแสดงให้เราเห็นตลอดว่าเขามีเราคนเดียวทำไมถึงยังไม่เชื่อกันบ้าง จนมาถึงคำที่เขาบอกว่า เขาเหนื่อยนะ นี้ละคะ ทุกอย่างหยุดกึกเลย เราก็น้ำตาไหลคะเพราะเสียใจที่เราว่าเขาเสียใจที่เรามันเป็นคนคิดมากงี่เง่าแบบนี้ทั้งๆที่รู้ว่าเขาก็ทำเพื่อเรามาตลอดทั้งดูแลพ่อแม่เรา วันไหนที่เขาเห็ฯงานเราเยอะทั้งๆที่งานเขาก็เยอะเขาก็ช่วยเราทำงานส่วนของที่บ้านให้ตลอด ตอนกลับอเมริกาเหนื่อยแค่ไหน ถึงแม้จะเป็นคนละเวลาแต่ดึกของเขาแค่ไหนก็จะโทรหาเราในตอนช่วงที่เวลาไทยมันเช้าเพื่อที่จะบอกว่า good morning คือเขาดีมากอะคะ


      ก่อนหน้านั้นก็ระหองระแหงมาหลายเรื่องแล้ว แต่ครั้งนี้มันเหมือนจะดูว่าเรางี่เง่าไปจริงๆ เราาก็สงสารเขา เราเลยบอกว่า เราลองหยุดพักมั้ย จะได้รู้ว่าควรไปต่อดีมั้ย เท่านั้นละคะ เขามองหน้าเราแล้วก็ดึงเราเข้าไปกอดแล้วบอกซ้ำๆว่าไม่ๆ พี่ทนได้ โอ๊ยยยย เล่าแล้วน้ำตาจะไหลซะเองตอนนั้นเราก็ร้องไห้เขาก็บอกว่าไม่ต้องร้องปลอบเราอยู่กับเราตลอดเวลา จนคุยกันเข้าใจแล้วพี่เขาก็ไปทำงานที่ว่านั้นละคะ เราก็ไม่โทรเช็กโทรจิกอะไรอีกแล้วแหมแฟนคุณพูดถึงขนาดนั้นใครจะยังไประแวงลงได้อีกละคะ เอาเป็นว่า ก็นั้นละคะ ความรักของเขาที่มีต่อเราในขณะที่เราก็รักเขามากแต่แสดงออกมาในเชิงหึงหวงมากกว่า ในขณะที่เขาทุ่มเทแล้วเชื่อในตัวเราจากใจจริง ตอนนี้เราก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากคะพี่เจก็สอนตลอดว่าถ้ารักเขาเราก็ต้องเชื่อใจเขาเอาไว้ให้มาก เอาง่ายๆว่าความเชื่อใจไม่ได้มีไว้พูดแต่ปากว่าเชื่อใจนะเชื่อใจนะ แต่ต้องเชื่อมาจากใจจริงๆด้วย กับคนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะมีใครทนเราขนาดนี้มั้ยแต่เชื่อว่าคงไม่มีแล้วละคะ ใครที่มีความรักก็อย่าปล่อยให้หลุดมือไปเลยยคะ คนเรากว่าจะวนมาเจอกันได้ทีแล้วมันใช่จริงๆ ที่แบบคลิ๊กกันเนี้ยหายากมากนะคะ เอาใจช่วยทุกคนคะ 


      ปล.ไม่แน่นะคะ ในขณะที่เรากำลังมองหาใครคนอื่นเนี้ยอาจจะมีคนข้างๆคุณที่ทุ่มเทให้คุณมาตลอดก็ได้นะคะ อย่าเป็นคนสายตายาว หัดเป็นคนสายตาสั้นบ้างนะคะ โอเค๊ แหมมม พูดซะดีเลยอย่างกับพี่ฉ้อยพี่ออดมาเอง เขิล 


      Fighting!!!!!!!!!!!!!!!!!!
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สกาย
      Guest IP
      #40
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พี่เอ มีfacebookหรือig ป่ะครับ FC555
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 44

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป