ประสบการณ์สอบ+เตรียมตัวสอบ TU-GET อย่างไรให้ได้ 550+ [ยินดีให้แชร์]

No. 3585578 9,392 2
สวัสดีคนอ่านทู้กโคน ที่จะเตรียมตัวสอบ TU-GET ~ เราก็จะมาแนะนำการเตรียมตัวสอบ TU-GET ในแบบของเรา แต่ที่จริงจะเรียกว่าเตรียมตัวก็ไม่เชิง เพราะตอนเราสอบไม่ได้เตรียมตัวไรไปเลย ใช้ความรู้เก่าล้วนๆ ฮ่าๆ 
     ก่อนอื่นมารู้กันก่อนว่า TU-GET มีข้อสอบกี่พาร์ท
TU-GET จะแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท คือ Writing (grammar) 25 ข้อ 250 คะแนน , Vocab 25 ข้อ 250 คะแนน, Reading 50 ข้อ 500 คะแนน รวมทั้งหมดเป็น 1,000 คะแนน โดยรวมพาร์ทที่ทำคะแนนได้มากสุดจะเป็น Grammar กับ Vocab เพราะ passage ใน reading ของ TU-GET นั้นมีความซับซ้อนแล้วอ่านยากมากพอตัว!! ตอนเราสอบทำไปได้ 2 บทความ ความง่วงก็เริ่มมา แล้วเราก็เทไปเยอะมากตอนนั้น T^T จำได้ว่าเดาไป 20 กว่าข้อเพราะ ขก ทำแล้ว เพราะไม่ได้หวัง TU-GET มากจึงปล่อยไปแบบไม่ลังเลเพราะเราจะใช้ IELTS ยื่น แต่สุดท้ายคะแนนออกมารวมได้ 590! ณ จุดๆนั้นเป็นอะไรที่น้ำตาจะไหล T^T ต้องขอบคุณพาร์ท Grammar กับ Vocab ช่วยชีวิตเอาไว้ (ปล.อยากย้อนเวลาไปตั้งใจทำ Reading เพราะอีก 1 ข้อก็จะได้ 600 แล้ว T^T)
           เราได้คะแนนรวมดังนี้ 

        ยอมรับว่าเฟลกับรีดดิ้งมากเพราะว่าได้คะแนนน้อยมาก ขนาด CU-TEP Reading เต็ม 60 เราก็จะได้ประมาณ 40+ แต่นี่ไม่ถึง 250 เลย ;_; แต่ก็ยอมรับสภาพเพราะว่าเทเอง T^T ***ปล. เนื้อหาในบทความมีผลต่อคะแนนเรามากนะเออ สำหรับเราบทความเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เราจะทำคะแนนได้เยอะ แต่ใน TU-GET จะออกแนววิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่น การตั้งครรภ์ มีเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยาง <รอบที่เราสอบออกพวกนี้> และก็บลาๆ แต่!!ถึงเรื่องพวกนี้จะดูเหมือนจะรู้ในชีวิตประจำวัน ขอบอกเลยว่าคิดผิด! เพราะในบทความจะใช้คำซ้ำซ้อนที่อ่านแล้วงง และคำถามก็จะออกแบบที่ถาม detail น้อยมาก จะเน้นหาผิดถูกซึ่งบอกเลยช้อยส์เขาก็ทำมามึนจ้า แต่ถ้าเทียบแล้วเรียงตามความยากของรีดดิ้ง SAT/CU-AAT > TU-GET > IELTS/CU-TEP > TOEIC ปล. เราไม่เคยสอบ TOEFL เลยไม่รู้ว่ามันยากประมาณไหน
          เอาละ! เตรียมตัวอย่างไร | How to prepare
1. Writing (Grammar) - เขาจะออกเป็น Error Identification กับ Sentence Completion โดยเนื้อหาที่ออกก็จะมีประมาณนี้ 
     - Tense, Voice, Helping Verb, Subject and Verb agreement, Infinitive with to/without to, Gerund, Participle (**ออกเยอะมาก**), Noun, Quantifier, Other/Another, Article (**พักหลังแทบไม่ออก**), Pronoun, Conjunction, Preposition, Adjective/Adverb, Word order (**ออกทุกข้อสอบ**), Comparison, If clause, Subjunctive, Parallelism, Word Choice (**ยากและออกเยอะ**)
เทคนิคการทำ พยายามหา Subject Verb Object และ Connectors ต่างๆ เพราะจะทำให้เราหาคำตอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ Sentence completion ส่วน Error Identification ก็ทำแบบเดียวกัน เพียงแค่ต้องเช็ค Grammar พื้นฐานให้ถูกหมด แล้วให้เรารู้ได้เลยว่าส่วนที่เป็น word choice หรือคำเชื่อมคือส่วนที่มักผิด! ต้องพยายามแบ่งเป็นประโยคเป็นส่วนๆ โดยอาจจะใช้ดินสอวงหรือเขียนบทโจทย์ว่าส่วนไหนเป็น S V O C แค่นี้ก็จะทำให้ทำได้ง่ายขึ้น แล้วคะแนนพาร์ทนี้จะดีขึ้นแน่นอน!
** สำหรับคนที่อยากเตรียมตัว Grammar เราขอแนะนำเล่มนี้ เนื้อหาดีมาก! (เราซื้อมาไม่ได้แตะเลย - - แต่ไม่มีปัญหาเพราะครูที่ รร สอนแกรมม่าเข้มมาก)

2. Vocab - เขาจะแบ่งออกเป็น synonyms ซึ่งต้องใช้ความรู้ศัพท์ที่เยอะพอตัว กับ Cloze sentence ซี่งมีเทคนิคง่ายๆคือสังเกตว่าประโยคให้มาเป็นแนว - หรือ + แล้วก็เลือกใช้คำที่สอดคล้องกัน โดยลองอ่านประโยครวมๆดูได้ **แต่ควรระวังคำเชื่อมให้ดีว่าทำให้ประโยคดูขัดแย้งหรือคล้อยตาม เช่น + and + , + but - เป็นต้น 
ปล. เนื่องจากเราไม่ได้เตรียมตัวไปสอบ TU-GET เลยจึงใช้ความรู้เก่าที่เคยมี - - แต่โชคดีที่ข้อสอบออกคำที่รู้ไปเยอะ คะแนนจึงน่าพอใจ ><
 *สำหรับคนที่อยากเตรียมตัวเรื่องศัพท์ เราขอแนะนำเล่มนี้ (ซื้อมาแต่อ่านไปได้ 2 หน้าจากนั้นความ ขก ก็ครอบงำ)

3. Reading - เขาจะมีบทความทั้งสั้นและบทความยาว (ปล. บทความสั้นควรตั้งใจทำมากๆเพราะอ่านง่ายกว่าและโอกาสได้คะแนนก็มีเยอะ!) เป็นไรที่โหดจริงทั้งบทความ ทั้งคำถาม โดยเฉพาะ TU-GET/SAT/CU-AAT แต่อย่ากังวลเพราะมีเทคนิค! โดยควรอ่านคำถามก่อน และหา Keyword จากคำถามและchoices และดีที่ TU-GET ให้เวลารวมตั้ง 3 ชม! จึงมีเวลาพิจารณาช้อยส์และคำถาม (แต่เราก็ยังเลือกที่จะเท จนคะแนนเป็นงี้ ;_;) จากนั้นถ้าเราได้ Keyword จากคำถามแล้วก็อาจจะจดโน๊ต Keywordไว้ในหน้า passage ตรงที่มีที่ว่างเพื่อเวลาอ่านจะได้เร็วขึ้น  **และคำถามพวก infer, main idea ควรจะทำทีหลังเพราะเราต้องเข้าใจภาพรวมของบทความก่อน!**  โดย main idea สามารถหาได้จากย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้ายของบทความจ้า
  ลักษณะของ choices ที่มักผิด > กล่าวเกินจริง, กว้างไป, แคบไป, กล่าวถึงแต่ผิด, ไม่ได้กล่าวถึง  และพวก nonsense จ้า
**การอ่านของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน โดยบางคนอาจจะอ่านคำถามก่อนแล้วค่อยมาหาคำตอบ แต่บางคนก็อ่านคำถามก่อนแล้วค่อยมาอ่านบทความ ซึ่งก็ได้เหมือนกันจ้า แต่ถ้าข้อสอบที่ให้เวลาน้อยควรจะหา Keyword จากตัวโจทย์เลยเพราะมันจะเสียเวลาถ้ามานั่งวิเคราะห์ช้อยส์ แต่ถ้าคนที่อ่านคล่องแล้วก็อ่านบทความก่อนแล้วค่อยมาหาคำตอบซึ่งก็จะทำได้เร็ว แต่ก็ควรเช็คความถูกต้องให้ดีด้วย  (ปล. สำหรับเราจะชอบอ่านบทความแล้วค่อยมาทำเพราะ ขก วิเคราะห์ช้อยส์ ยกเว้นคำถามพวกรายละเอียดที่เราจะหา Keywordก่อน)
**เทคนิคการฝึกอ่านให้คล่อง เราจะอ่านพวกข่าวภาษาอังกฤษตาม Bangkok post, BBC, Yahoo, CNN ซึ่งมันทำให้อ่านได้คล่องจริง เราคอนเฟริ์ม!
สำหรับคนที่อยากฝึกทำโจทย์ Reading  เราแนะนำเล่มนี้เลยเนื้อหาเขาดีมากแถมมีเทคนิคเสริมให้ด้วยจ้า

ท้ายสุดนี้ เราอยากบอกว่าเทคนิคพวกนี้เราสามารถฝึกได้ด้วยตัวเองจริงๆ เพราะว่าเราก็ไม่ได้เรียนติวสอบ TU-GET เลย ~  สู้สู้น้างับทุกคน 550+ ทำได้แน่นอน!

Credit รูปหนังสือ: ถ่ายจากหน้าปกหนังสือเตรียมสอบของ ดร. ศุภวัฒน์ พุกเจริญ
" ให้หัวใจกระทู้นี้ ~ "

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เบ้น
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      สุดยอดๆ ขนาดครั้งแรกนะเนี่ย
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ซื้อขาย / แลกเปลี่ยน คอร์สกวดวิชา กรุณาไปที่ www.dek-d.com/education/tutorcenter

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ซื้อขาย / แลกเปลี่ยน คอร์สกวดวิชา กรุณาไปที่ www.dek-d.com/education/tutorcenter
      Eedce
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ข้อมูลติวเตอร์อีฟ

      สอบติด BEC BAS IAC BSI (หลักสูตรอินเตอร์ของมธ.)

      Admissionติด คณะมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ ม.เกษตรศาสตร์

      สอบ GAT 260+ (GAT Thai เต็ม)

      สอบ Tu get 700+ / TOEIC 700+

      สอบ IELTS 6.5

      สอบ PAT japanese 7.3 260+

      สอบ JLPT N3 ผ่าน

      สวัสดีค่ะ ชื่อพี่อีฟนะคะ

      สอนวิชา ภาษาอังกฤษ (พื้นฐานeng/ เพิ่มเกรดที่โรงเรียน/gateng/ TU-GET/ essay writing)

      ภาษาญี่ปุ่น (พื้นฐานญี่ปุ่น/เพิ่มเกรดที่ รร.(หนังสือ มินนะ หรือ อากิโกะ) /JLPT N4-N5/ PATญี่ปุ่น)



      แนะนำตัวกันหน่อย

      พี่อีฟตอนนี้เรียนศิลปศาสตร์ เอก BAS เป็นภาคอินเตอร์ ของ

      ม.ธรรมศาสตร์ค่ะ



      พี่มีประสบการณ์สอน เพราะสอนมาปีกว่าแล้วค่ะ และพี่ก็เรียนมาเยอะ เลยคิดว่าพี่ทราบว่าสอนแบบไหนถึงจะประยุกต์ให้เข้ากับน้องแต่ละคน



      สำหรับผลงานที่ผ่านมานะคะ

      สอบติด BEC BAS IAC BSI (หลักสูตรอินเตอร์ของมธ.)

      Admissionติด คณะมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ ม.เกษตรศาสตร์

      สอบ GAT 260+ (GAT Thai เต็ม)

      สอบ Tu get 700+ / TOEIC 700+

      สอบ IELTS 6.5

      สอบ PAT japanese 7.3 260+

      สอบ JLPT N3 ผ่าน (มีประสบการณ์แลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น1ปี)



      สถานที่สอน : ตามแนวรถไฟฟ้าได้เลยค่ะ หรือ ถ้าเป็นที่อื่น ลองมาคุยกันก่อนนะคะ

      SKYPE ก็ได้นะคะ

      ราคา : แล้วแต่วิชาเรียนและจำนวนน้องผู้เรียนค่ะ แอดไลน์มาคุยกันก่อนได้เลย



      Line: everyif

      Email: evethunwarat@gmail.com



      ถึงจะไม่เรียนก็แอดถามเรื่องเรียนได้น้า
      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

กระทู้ที่มีความเห็นล่าสุด

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีกระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

รับตรง-แอดมิชชั่น

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป