ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

จากบัณฑิตสายสังคม สู่การเป็น ว่าที่นักศึกษาแพทย์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
สวัสดีครับ ก่อนอื่นขอแทนตัวเองว่าพี่ละกันนะ เพราะเด็กๆคงเยอะ กระทู้นี้ก็ไม่มีไร อยากเล่าเฉยๆ เผื่อเป็นเคสให้คนที่เรียนคณะสายสังคมที่อยากเรียนหมอเอาไปเป็นข้ออ้างขอพ่อแม่เรียนได้ 55555

ต้องเริ่มเล่าก่อนละกัน พี่ก็เป็นเด็กจากโรงเรียนต่างจังหวัดคนนึง ตอนม.ปลายก็อยากเรียนหมอนะ สอบหมดแหละมีที่ไหนให้สอบก็สอบ แต่ด้วยขี้เกียจไง หนังสือคือไรนี่ไม่รู้จัก 555 สรุปผลออกไม่ ไม่ติดสักที่เลยจ้าาาาา สมัครแต่พวกรับตรงสายสุขภาพไปอย่างเดียวด้วย เลยต้องมารอแอดมิดชั่น ซึ่งคะแนนตอนนั้นแบบว่า ยื่นไปก็ไม่ติด ทันต เภสัช อย่าหวังเลย ติดลบเป็นพัน เลยตัดสินใจ เรียนสายสังคมมันสะเลย ทิ้งวิทย์ละเบื่อ แต่ว่าเป็นคนชอบคณิต เลยเลือกแอดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาลัยนึง ผลออกมาก็ได้เรียนแหละ 

ตอนปี.1 ด้วยความที่ค่อนข้างโดนปลูกฝังมาว่า ซิ่วไม่ดี (แล้วไม่ดียังไงหว่า) ซิ่วเสียเวลา เลยก็ไม่ซิ่วอ่ะ เรียนๆไป ไม่ได้สอบใหม่อะไรทั้งนั้น จนกระทั่งขึ้นปี 2 เริ่มมองถึงอาชีพที่อยากทำในอนาคตและ ซึ่งยอมรับตรงๆวาดภาพตัวเองทำในอาชีพเหล่านั้นไม่ออกจริงๆ แต่วาดภาพตัวเองทำงานสายสุขภาพออกสะงั้น ใจก็เริ่มอยากซิ่วละ แต่ปัญหามันเกิดขึ้น ตอนนั้นรู้จักแต่ กสพท.ไง รู้แค่ว่าเป็นอันที่เด็กซิ่วสมัครได้ แต่มันมีข้อกำหนดว่า ปี2+ ต้องลาออกก่อนสมัคร งานงอกละ จะลาออกก็ไม่กล้า กลัวที่บ้านว่า แล้วถ้ายิ่งลาออกไปแล้วสอบไม่ติดหล่ะ บรรลัยเลยนะทีนี้ เลยตัดสินใจตัดใจจากหมอ จนกระทั่งขึ้นปี 4 ยิ่งใกล้ช่วงที่จะต้องออกไปหางาน ยิ่งเครียด ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่เราจริงๆ เราชอบวิทยาศาสตร์ เราอยากเป็นหมอ อยากรักษาคน จนตัดสินใจ เปิดใจคุยกับที่บ้าน ซึ่งเราขอเขาไปว่า หลังเรียนตรีใบนี้จบ ขอโอกาส 1 ปีสอบหมอ ถ้าสอบได้ขอเรียน แต่ถ้าไม่ได้จะหางานทำและไม่กลับมาคิดสอบหมอใหม่อีก ซึ่งที่บ้านก็ถามเราแหละว่าคิดดีแล้วหรอ แน่ใจแล้วใช่ไหม ทำไมถึงอยากเรียน จนสุดท้ายเขาก็ยอมให้โอกาสเราลองสอบ 1 ปี (กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง) _/\_

แต่อุปสรรคก็เกิดขึ้น จะทำอย่างไรหล่ะ เราเล่นทิ้งวิทย์ ทิ้งวิชาม.ปลายไป 4 ปี แล้วจะต้องกลับไปสอบแข่งกับเด็ก ม.6 ใหม่ แล้วมีเวลาเตรียมตัวแค่ 8 เดือน จะไหวไหมว่ะเนี่ย (ต้องรอเรียนจบก่อนถึงจะเตรียมตัวได้แบบจริงๆจังๆอ่ะไม่งั้นคงไม่จบมหาลัยแน่ๆ 5555)

การเตรียมตัวสอบหมอ สิ่งแรกพี่หาข้อมูลก่อนเลยว่า สอบหมอที่ได้ เด็กซิ่วสมัครได้บ้าง ซึ่งได้ข้อมูลมา 4 โครงการ

1.ม.สุรนารี แต่พี่ไม่สอบเพราะสู้ค่าเทอมไม่ไหวจริงๆ บ้านจน 5555
2.ม.บูรพา อันนี้พี่เพิ่งรู้สึกมีสอบหลังจากมันปิดรับสมัครไปแล้ว 5555
3.ทอ. จุฬา อันนี้สมัครไป
4.กสพท. สมัครไปเช่นกัน

หลังจากรู้แล้วว่ามันมีที่ได้สมัครได้บ้างก็ดูก่อนเลยว่าต้องสอบอะไรบ้าง ซึ่งพี่จะต้องสอบทั้งหมด 3 อันด้วยกันคือ

1.GATPAT รอบที่ 1 ไว้ยื่น ทอ. จุฬา สอบปลายเดือน ต.ค.
2.วิชาเฉพาะแพทย์ ยื่นทั้ง ทอ.จุฬา และ กสพท สอบต้นเดือน พ.ย. ห่างจาก GATPAT มา 1 สัปดาห์ (ป่ะว่ะลืม)
3.9วิาสามัญ ปลายเดือน ธ.ค.

ซึ่งพี่เริ่มอ่านสือเดือน พ.ค. พี่ตั้งเป้าไว้ว่าอ่านอิ๊ง วิทย์ และคณิตให้จบก่อนเดือน ต.ค.ไว้สอบแกทแพท ส่วนวิชาเฉพาะแพทย์อ่านหลังจากสอบแกทแพทเสร็จ ให้เวลามันอาทิตย์นึง ไทยสังคมไปอ่านหลังสอบวิชาเฉพาะเสร็จ

การจัดตารางอ่านหนังสือ
พี่จัดตารางแบบกำหนดช่วงเดือนคือพี่ไมไ่ด้ฟิกว่าในแต่ละวันต้องอ่านบทไหน วิชาไรบ้าง แต่พี่กำหนดตัวเองว่า ต้องอ่านให้ครบ ภายในเดือนไหน โดยพี่กำหนดให้ พ.ค.-ก.ย. เป็นช่วงทบทวน รื้อฟื้นเนื้อหาม.ปลาย แล้วต.ค.เป็นช่วงตะลุยข้อสอบ GATPAT และฝึกทำเชื่อมโยง

แต่ด้วยความขี้เกียจที่มันฝังในโครโมโซม 555 พี่ก็ทำได้ไม่ตรงตามเป้า มีเวลาลุยข้อสอบGATPATแค่ 2 วีคเอง ผลคือคะแนนGATPAT เน่ามากกกกกกกก แบบรู้ตัวตั้งแต่ตอนทำข้อสอบละ 55555 ความหวังในสนาม แพทย์ ทอ. ฬ ก็หมดไปไม่มีคำว่าให้ลุ้นเลย 5555

หลังจากสอบGATPATเสร็จก็เตรียมตัววิชาเฉพาะแพทย์ พี่เตรียมตัวแค่ 2 พาร์ท คือเชาว์ กับเชื่อมโยง ส่วนจริยนี่กะไปตายเอาดาบหน้า 5555 ก็เน้นทำพวกมิติสัมพันธ์อะไรไปเต็มที่เลย หมุนกล่อง พับกล่อง เลื่อนรูปบลาๆๆ สรุป ไม่ออก  ส่วนเชื่อมโยงก็ไม่มีไรลองทำในหนังสือดู แต่ทำแล้วก็แอบงงกะเฉลยของหนังสือทุกที 555 ตอนสอบก็ทำแทบไม่ทันโดยเฉพาะพาร์ทเชาว์ หลังจากนั้นต้นเดือน ธ.ค.เหมือนจะเป็นช่วงคะแนนวิชาเฉพาะแพทย์ออก(ใช่ไหมหว่า) พอคะแนนออกมานี่ ก็โอเคแต่น้อยกว่าที่คิดไว้ไปนิดนึง แต่ในเกณรับได้ พอมีไฟให้สู้กับวิชาสามัญต่อ 55555

ช่วงเตรียมตัวสอบสามัญนี่เป็นช่วงที่เครียดมาก กดดันมาก กลัวจะไม่ติดสุดๆ ยิ่งไปเฟลจากแกทแพทมาด้วยแล้วยิ่งเครียด เป็นช่วงที่ทะเลาะกับที่บ้านบ่อยมากกกกก 55555 การอ่านคืออ่านเนื้อหา กับทำข้อสอบจริงแบบจับเวลา เพราะเวลามันให้น้อยจริงๆ แล้วลองนับคะแนนดูว่าพอมีลุ้นกับเขาไหมหว่า 555

จนถึงวันสอบกลางคืนนี่นอนไม่หลับเลยจ้า เกิดมาไม่เคยสอบวิชาสามัญ (ดูแก่ไปอีกกกกก) แล้วเครียดด้วย กดดันด้วย กลัวด้วย ไปสอบอย่างกับซอมบี้ โดบทุกอย่างที่เขาบอกบำรุงสมอง กาแฟ แบรนด์ เปปทีน โดบหมด (ณ จุดๆนั้นแทบกินแทนข้าว) หลังจากสอบเสร็จสองวัน ก็ลองคาดการณ์คะแนนตัวเองไว้สองแบบคือแบบที่คิดว่าน่าจะถึง กับแบบเลวร้ายสุดๆ คำนวณแบบน่าจะถึงได้ 64 เอ้ย โอเคหว่ะ อย่างน้อยอันดับ 3 4 ก็ติดแน่ๆ แต่พอคำนวณแบบเลวร้ายเหลือ 60 นี่แบบ เฟลมาก หลุดหมด 4 อันดับ 5555 แต่ช่วงนั้นก็ปล่อยละ ไม่อ่านสือละ ปล่อยตามเวรตามกรรม 55555

หลังจากสอบเสร็จเข้าสู่ช่วงลุ้นคะแนน คะแนนตัวถัดมาที่ออกคือ GATPAT ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่าเน่ามากกก ทอ. ฬ ไม่ต้องลุ้นเลย เหลือแค่ความหวังเดียวคือ กสพท เท่านั้น T Tซึ่งกว่าคะแนนจะออกตั้งกุมภา กว่าจะประกาศผลตั้ง มีนา เป็นช่วงที่ทรมานจิตใจสุดๆ เหมือนตัดสินอนาคตเลยว่าจะได้หมอไหมหรือต้องไปทำงานออฟฟิส 5555

จนถึงช่วงกุมภาคะแนนวิชาสามัญออกมา จำได้ว่าประกาศตอน4ทุ่ม พอเห็นคะแนน ช็อคคค คือเยอะกว่าที่คาดไว้อีก ตอนนั้นคือโล่งแบบโล่งสุดๆ อย่างน้อยก็ไม่หลุดอันดับ 3แล้วหล่ะ 5555 เลยลองเอาคะแนนไปเทียบกับปี58 ก็เห็นว่า คงได้อันดับ 2 100เปอร์แล้วหล่ะเพราะห่างจากต่ำสุดอันดับ 1 ที่เลือกไว้มา1คะแนนนิดๆ แล้วเกินต่ำสุดจากอันดับ 2 มาพอสมควร ก็เตรียมตัวเตรียมใจแล้วหล่ะว่าได้อันดับ 2 แน่ๆคะแนนเฉลี่ยออกมาอะไรออกมาก็ยังมั่นใจอยู่ว่าอันดับ 2 แน่ๆเพราะไม่คิดว่าคะแนนจะลงเกิน 1 คะแนน 

จนถึงวันประกาศผล วันที่ 10 มี.ค. จำได้ว่าประกาศตอนเย็นๆ พอรู้ว่าประกาศแล้ว เปิดเวป กสพท ไม่ดูคะแนนสูงต่ำอะไรทั้งนั้นเปิดรายชื่อดูก่อนเลยเปิดไฝล์เสร็จ ctrl f หาชื่อเลยจ้า เห้ยมีชื่อเราด้วย แต่เอ๊ะ ทำไมชื่อไปอยู่อันดับที่ 100กว่าๆว่ะ อันดับ 2 เรารับแค่ 60กว่าคนเองไม่ใช่หรอ หรือเราจะหลุดไปอันดับ 3 ว่ะ เลื่อนขึ้นไปดู สรุปว่า เห้ย ได้อันดับ 1 หว่ะ คือแบบร้องลั่นบ้านจนญาติตกใจว่าเป็นอะไร ผีเข้าหรอ 555555 ไม่คิดว่าคะแนนจะลงเยอะขนาดนี้ อาจเพราะประกาศรับเกินจากระเบียบการด้วยแหละมั้ง 555

ถือว่าเป็นก้าวแรกของการจะเป็นหมอในอนาคต ตอนนี้สัมภาษเสร็จหมดแล้วรอเพียงยืนยันสิทธิ คือเห็นหลายคนมากจบคณะสายสังคมมาแต่ไม่กล้าสอบหมอใหม่เพราะกลัวสอบไม่ได้ อยากบอกว่า ลองดูลองตั้งใจ เราอาจจะได้ตามฝันของเราก็ได้

ปล.เล่าเรื่องอะไรอาจดูแปลกๆไม่เคยเขียนกระทู้เล่าอะไรแบบนี้เลย ขออภัยในคำผิดหรือบางทีอาจจะงงๆบ้างด้วยนะครับ
ปล2. ทริคการอ่านสือของพี่คือ แบ่งเป็น 2 ส่วน วิชาท่องจำ กับวิชาคำนวณ ท่องจำเน้นสายถึกเลย คืออ่านซ้ำๆ อ่านหลายๆรอบ ใช้การอ่านจากหลายๆเล่ม จะได้ไม่เบื่อไปกับมัน อ่านแบบไม่ได้กะจะจำในทันที แล้วอีกอย่างคือทำสรุปลงในสมุดเล่มเล็กๆ ส่วนวิชาคำนวณ อันนี้แล้วแต่คน แต่พี่ใช้วิชามารค่อนข้างเยอะ ดูหน่วย ดูตัวเลขที่เป็นไปได้แล้วรีบแทนค่าเทสดูอะไรประมาณนี้ กับฝึกจำโจทย์เยอะๆ
ปล3.ไม่ได้เรียนพิเศษนะครับ อ่านหนังสือเองอย่างเดียว เผื่อใครจะถามว่าลงคอร์สไหนดีนี่ตอบไมไ่ด้อ่ะ 555 
ปล.4 มีคำถามอะไรหลังไมค์มาถามได้นะ ขอเกี่ยวกับการศึกษาโนะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #24
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    หนังสือก็ประมาณนี้ มีหนังสืออื่นๆอีกนิดหน่อย แต่ไม่ได้อยู่บ้าน แล้วจำชื่อหนังสือไม่ได้ 5555


    บางเล่มก็อ่านไม่หมด บางเล่มก็ทำโจทย์ไม่ครบ ครับผม หลักการอ่านอย่างที่บอกพี่เน้นอ่านซ้ำๆ กับทำสรุป (แต่เล่มสรุปที่ทำมันเยินจนทิ้งไปละ 5555)


    ส่วนโจทย์เน้นทำในข้อสอบเก่ามากกว่า แล้วหาเฉลยที่เฉลยดีๆทำความเข้าใจมีน ในบางวิชาเช่นฟิสิกหาเฉลยทั้งที่แบบมีวิธีลัดแบบวิชามารได้ก็จะทำให้เราทำข้อสอบง่ายขึ้น แล้วก็เฉลยแบบปกติ ให้เข้าใจเนื้อหาก็ได้ แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าเสิชว่าไรไปตอนนั้น 5555 
    ตอบกลับ

74 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป