ซ่อน
แสดง

นิเทศจุฬาฯ ไม่ยากอย่างที่คิด+เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#นิเทศจุฬา #จุฬา #นิเทศ #dek61 #dek60
สวัสดีจ้า ทุกคน เราเป็นDek59นะ หลังจากที่ผ่านการสอบมามากมายสุดท้ายก็ประกาศผลรับตรง(ปกติ)ของจุฬาฯ (ซึ่งประกาศช้ากว่าที่อื่นมากกก) เราติดคณะนิเทศศาสตร์ 
กระทู้นี้เราก็อยากจะมาแนะนำการเตรียมตัวสอบนะเผื่อจะมีประโยชน์กับน้องๆรุ่นต่อไป ^_^

ก่อนอื่นเลยเมื่อเรารู้ตัวแล้วว่าอยากเข้านิเทศ แน่นอน เราก็ต้องหาข้อมูล และเกณฑ์ต่างๆที่ใช้ในการรับสมัครของมหาวิทยาลัย

รับตรงนิเทศ จุฬาฯ เกณฑ์ที่ใช้ คือ Gat 40% และ Pat1หรือPat7 60% ซึ่งจุฬาจะกำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำในการใช้สมัครคือ ต้องได้ Gat 120คะแนน Pat7 150คะแนน หรือ Pat1 75 คะแนน เป็นอย่างต่ำ ฉะนั้นต้องพยายามทำคะแนนให้ได้ถึงเกณฑ์ เพราะถ้าเราได้น้อยกว่านั้นถึงสมัครไปก็โดนตัดออกอยู่ดี พอหาข้อมูลเป็นอันเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาลุยอ่านหนังสือ :D
เราเริ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบตอนม.5เทอม2  เพราะรุ่นพี่ม.6แนะนำเราว่าอ่านหนังสือตอนม.6ไม่ทันแน่นอนถ้าย้อนกลับไปได้อยากกลับไปอ่านหนังสือตั้งแต่ม.5 แล้วก็บอกเราว่าให้เรารีบอ่านตั้งแต่ม.5เลย เราก็เลยเอาคำแนะนำของพี่เขามาใช้ ตอนนั้นก็อ่านวันละนิดๆหน่อยๆอ่านบ้างไม่อ่านบ้างแล้วแต่อารมณ์  ฝึกทำข้อสอบgatบ้างนิดๆหน่อย แต่เราท่องศัพท์ “ทุกวัน” เพราะมีรุ่นพี่แนะนำว่าให้ท่องศัพท์เยอะๆยิ่งท่องเยอะยิ่งดี(แต่ก็ต้องรู้วีธีใช้ด้วยนะ) เพราะถึงโจทย์จะยากแค่ใหนเราก็จะพอแปลคำศัพท์รู้ภาพรวมข้อสอบและสามารถพอตอบคำถามได้

แรกๆเราท่องศัพท์วันละ 30คำ ต่อมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นวันละ50คำ วีธีท่องของเราคือ  วันนี้เราท่อง คำที่1-30 พรุ่งนี้เราก็ท่อง คำที่1-30 แล้วก็+30คำ คือคำที่30-60  วันมะรืนก็ท่อง คำที่ 1-60 และคำที่60-90 คือเราจะท่องซ้ำคำศัพท์ของทุกวันที่เคยท่องมาบวกคำใหม่ของแต่ละวันอีก30คำ (งงมั้ย?555) คือเราจะไม่ท่องแล้วผ่านเลยเพราะมันจะได้หน้าลืมหลังเราจะทบทวนคำศัพท์เรื่อยๆมันจะได้จำได้ยาวๆ  ตอนท่องแรกๆใช้เวลานานมากกว่าจะจำแต่ถ้าเราท่องเรื่อยๆทุกวัน มันจะใช้เวลาน้อยลงแล้วก็จะง่ายขึ้น  เราก็ท่องศัพท์มาตั้งแต่ตอนม.5เทอม2เรื่อยๆยันสอบเสร็จม.6
ทีนี้มาพูดถึงการเตรียมตัวสอบGat Pat ข้อสอบที่เด็กม.6ทุกคนรักกกกก 55555
ส่วนตัวเราใช้ Gat กับ Pat7.2(เยอรมัน)ยื่น  ถ้าพร้อมแล้วมาดูเลย!!!!!

>>>>Gat<<<  จะแบ่งเป็นสองพารท์ก็คือ Gatเชื่อมโยง และ Gat Eng 

#Gat เชื่อมโยง#  แกทเชื่อมโยงนี้ขอแค่เราเข้าใจหลักการและจับจุดได้ จะรู้เลยว่าจริงๆแล้วไม่ยากมาก 
ทำตอนแรกๆอาจจะงง อยากบอกว่าแรกๆเราผิดเยอะมาก ตอนนั้นคิดว่าทำไมเราโง่จังทำผิดเยอะจนตกใจ 55 แต่ถ้าเราฝึกไปเรื่อยๆเนี่ยก็จะเก่งขึ้นแล้วจับหลักได้  ไม่ว่าบทความจะยากแค่ใหนทำได้แน่นอน แล้วก็ให้จับเวลาตอนทำข้อสอบด้วย
 WARNING!!! ตอนทำข้อสอบอย่าคิดเยอะเกิน และอย่าคิดน้อยไปให้คิดเฉพาะที่เขาถาม


#Gat Eng#  มาถึงส่วนของภาษาที่คนไทยใช้ได้ดีและคุ้นเคยมากกกก  แกทพารท์นี้ขอรับรองว่าเด็ด เผ็ด มันส์จริงๆค่ะ ใครเคยผ่านมาแล้วจะรู้ว่าเราต้องสตรองขนาดใหน  อีกอย่างนึงแกทอิ้งค์นี้เขาไม่ได้ออกมาให้คนไทย ตาดำๆพูดภาษาไทยตั้งแต่เกิดทำนะคะ เขาออกมาให้ฝรั่งหัวทอง ตาฟ้า มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ทำค่ะ 5555 ล้อเล่นนะคะ  ทุกคนทำได้ถ้าตั้งใจซะอย่าง 

การเตรียมตัวของเราก็ท่องศัพท์อย่างที่ได้บอกไปแล้ว อีกอย่างที่ท่องเพิ่มตอนขึ้นม.6ก็คือIdioms หรือวลีต่างๆ  ตั้งใจเรียนในห้องเพราะครูภาษอังกฤษ รร.เราชอบเอาข้อสอบแกทมาให้เด็กฝึกทำและอธิบายให้ฟัง ถ้าตั้งใจฟังมีประโยชน์แน่นอน  ฝึกทำข้อสอบเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะยิ่งทำเยอะเราจะยิ่งมีทักษะการเดาค่ะ อิอิ   ยิ่งทำเยอะจะรุ้แนวข้อสอบ เพราะเอาจริงเราคิดว่าข้อสอบอังกฤษส่วนใหญ่เนี่ยแกรมม่า หรือIdioms เนี่ยจะซ้ำๆกัน วนไปวนมา แต่ส่วนที่พีคสุดของข้อสอบเราคิดว่า Passageค่ะ คือมันเป็นบทความยาวมาก มีตั้งแต่ครึ่งหน้าไปยันหน้าครึ่ง อ่านลายตามาก แนะนำให้ทำหลังสุดเพราะเสียเวลา   
Tips. เวลาจะเดาข้อสอบภาษาอังกฤษเนี่ยให้เดาสั้นๆไว้นะคะ เพราะภาษาอังกฤษเน้นสั้น กระ ชับ ไม่เหมือนภาษาไทยที่เน้นยาวๆ

***หนังสือที่แนะนำคือ  Ax 25 ของครูพี่แนน เล่มนี้คุ้มจริงมีทั้งข้อสอบ gat/onet/ข้อสอบเก่าย้อนหลัง25พ.ศ. พี่แนนอธิบายละเอียดมาก***
>>>>Pat7.2(เยอรมัน) <<<<

มาถึงแพทภาษาเยอรมัน  วิธีเหมือนเดิมก็คือท่องศัพท์ค่ะ …..อีกแล้วหรอ?  คำตอบคือ”ใช่" เพราะการที่เราจะเข้าใจภาษาต่างประเทศเนี่ยหัวใจของมันก็คือการที่เรารู้คำศัพท์ เพราะถ้าเรารู้เราก็จะแปลได้ และเข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไร ยิ่งรู้คำศัพท์มากยิ่งแปลออกได้มาก

ในส่วนของแพทภาษาเนี่ยก็จะมีทั้งพาร์ท Conver ,Passage, Cloze Test มีวัดคำศัพท์วัดidioms แบบเดียวกับ Gat eng เลยแต่มันจะไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษแค่นั้นเอ๊งง 

เราก็จัดการหาข้อสอบเก่าตั้งแต่ปี52มานั่งทำ (เสริช์ในกูเกิ้ลมีให้โหลดเพียบ) ทำไปเรื่อยๆ ทำผิดก็มาดูว่าผิดตรงใหน แล้วก็เก็บไว้ก่อน ทำปี53จนถึงปีปัจจุบันแล้วก็ย้อนกลับไปทำปี52ใหม่ ทำให้ถูกมากกว่าเดิม แล้วก็วนไปเรื่อยๆ
Note. ควรทำPat7ให้ได้อย่างต่ำ200ขึ้น

บางคนอาจมีคำถามว่าทำไมต้องต้องทำข้อสอบ เยอะแยะไปหมด เราอยากบอกว่าข้อสอบก็เหมือนการฝึกลงสนามจริง ถ้าอ่านอย่างเดียวแต่ไม่เคยทำก็ทำไม่ได้หรอกถูกมั้ย ดังนั้นทำข้อสอบให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และต้องจับเวลาด้วย

อีกอย่างนึงบางคนอาจนึกว่าเราเตรียมตัวตั้งแต่ม.5เทอม2เพื่อสอบแค่GatกับPatหรอ นี่ใช้เวลานานไปมั้ย??? จริงๆแล้วที่เตรียมตัวตั้งแต่ม.5เทอม2 คือเตรียมตัวมาหมดทั้งGatPat,9วิชาสามัญ,Onet แต่ถ้าเราบอกการเตรียมตัวหมดทุกอย่างคงยาวไป ว่างๆเราจะมาบอกวีธีการเตรียมสอบอื่นๆต่อนะ :)
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ยมันเหนื่อยมากและท้อมากเช่นกัน พอขึ้นม.6 เราอ่านหนังสือทุกวันเลยไม่มีวันใหนที่ไม่อ่าน วันใหนขี้เกียจจริงๆก็ต้องอ่านให้ได้อย่างน้อย1หน้า ตื่นตี4ตี5มาอ่านหนังสือตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนตอนเย็นเรียนพิเศษกลับมาบ้านทำการบ้าน ฝึกทำข้อสอบ ใหนจะรายงาน ใหนจะต้องเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ใหนจะต้องสอบที่โรงเรียน บางคนเตรียมตัวม.6ก็อาจจะทันแต่จะมีซักกี่คน???? เราอยากแนะนำให้น้องๆเตรียมตัวให้เร็วที่สุด เพราะขึ้นม.6ทุกอย่างมันจะรุมกัน อย่างรุ่นเรามีสอบทุกเดือนตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย.58 จนถึง มี.ค.59 เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องขยัน อดทน ถึก และบึกบึนด้วยนะเข้าใจมั้ย (นึกว่าจะไปเป็นทหาร555) และอีกอย่างต้องรู้จักวางแผน จัดตารางการอ่านให้ดี  แค่นี้คณะที่ใช่ มหาลัยที่ชอบก็จะไม่หลุดมือเราแล้ว

ให้ระลึกเสมอว่าเวลาที่เรานั่งเล่นมีคนอีกเป็นหมื่นๆคนกำลังอ่านหนังสือ มันเรียกกำลังใจจากเราได้นะ อีกอย่างสอบให้ได้ให้เป็นของขวัญให้พ่อกับแม่  อยากรู้มั้ยว่าความรู้สึกแห่งความสำเร็จหลังจากที่เราเหน็ดเหนื่อยมากมันเป็นยังไง มันมีความสุขแค่ใหน ถ้าอยากรู้ก็เริ่มลงมือทำซะตั้งแต่วันนี้ เราจะเป็นกำลังใจให้ :)

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป