แชร์วิธีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ภาษาอังกฤษ #เรียนภาษา #English #TUGET

สวัสดีค่ะ แนะนำตัวกันก่อนนะคะ  ตอนนี้อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาตาดำๆในมหาวิทยาลัยรั้วเหลืองแดงแถวรังสิต  เราเป็นคนที่มีปัญหาด้านภาษาอังกฤษขั้นรุนแรงเลย ขนาดที่เคยเขียนEssayส่งอาจารย์ที่โรงเรียน เต็ม20 คะแนน เราได้ 2 โง่ที่สุดใน รร ก็ว่าได้ คือเขียนไปห้าหน้าอาจารย์แก้กลับมาให้อีกสิบหน้า ตอนนั้นคือร้องไห้เลย เรารู้สึกว่าเราไม่ชอบภาษาเลย ทั้งๆที่เราพยายามมากแล้ว แต่มันก็ไม่เข้าใจสักที จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ภาษาอังกฤษก็ยังเป็นปัญหาของเราอยู่ โดยเฉพาะที่คณะเรา เราต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษถึง 5 ตัว ขุ่นพระ!!!! พอรู้ว่าต้องเรียนขนาดนี้ เอามีดมาแทงกันยังจะง่ายกว่า แต่เดชะบุญ!!!! ในความโชคร้ายมันก็ยังมีความโชคดีอยู่เสมอ คือเราสามารถข้ามวิชาภาษาอังกฤษบางตัวไปได้ ถ้าเราสามารถสอบTU-GET Part Reading ให้ได้คะแนน 350 ขึ้นไป (ซึ่งสำหรับคนอื่นอาจจะหมูๆแต่สำหรับพี่นี่มันยักษ์ชัดๆ) ครั้งแรกที่ไปสอบ เราได้ 170 คะแนน ใจนี่ตกเลย แบบเด็กอนุบาลอาจจะทำได้มากกว่าเราอีก เราเลยคิดว่า ไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องสอบผ่านให้ได้ เราเลยลองหาวิธีฝึกในแบบของตัวเองดู ไม่ได้บอกว่ามันถูกนะคะ คือวิธีเรียนของแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน เราก็อยากจะแชร์วิธีของเราให้คนอื่นบ้าง

วิธีหนึ่ง : หาคนที่ชอบที่อยู่ต่างประเทศ

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้หาแฟนนะคะ 5555 เราหมายถึงดารา / นักร้อง ที่อยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะอะไรหรอคะ? เพราะว่าเค้าจะได้เป็นPassionให้เรารู้สึกอยากเรียนภาษาอังกฤษ อย่างเรา เราชอบ Tom Felton (บอกไปสิว่าฉันรักเค้า! 55555) เราเลยพยายามที่จะตามข่าวเค้าทั้งใน ทวิต, IG, Snapchat, pinterest, tumblr คือทางไหนที่เข้าหาเค้าได้ เป้าหมายมีไว้พุ่งชนนนนน วิ่งเข้าใส่เลยค่ะ ซึ่งถ้าเราอยากรู้ข้อมูลแบบทันเหตุการณ์ รู้ลึก รู้จริง ยิ่งกว่าทีวีพูล เราก็ต้องตามข่าวเป็นภาษาอังกฤษ เพราะบางทีข่าวไทยก็แปลไม่ครบ กว่าจะแปลข่าวมาก็ไม่ทันการณ์ out ไปแล้ว บางทีถ้าใครอยากจะลองฝึกเขียนด้วย ก็อาจจะลงพิมพ์ลงทวิตเพ้อๆเกี่ยวกับเรื่องเค้าเป็นภาษาอังกฤษแล้ว แอชแท็กชื่อเค้า ก็จะมีแฟนคลับที่อยู่ต่างประเทศมาทวิตกะเราด้วย บางทีอาจจะได้เพื่อนเป็นแฟนคลับชาวต่างประเทศแถมมาด้วย อิอิ

วิธีสอง : หาสิ่งที่ชอบ แล้วทำมันเป็นภาษาอังกฤษ

ต้องขอเล่าก่อนว่าเราเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายมาก อยู่มาวันหนึ่งเราไปเปิดเจอฟิคในเว็บ Dek-D คู่นึง แบบคลั่งไคล้มากกกกกก เราตามอ่านจนหมดทุกเรื่องในเว็บ แล้วคือเราก็อยากอ่านอีก แต่มันไม่มีคนแต่งฟิคคู่นี้แล้ว รวมกับอันที่แต่งอยู่ก็ยังไม่อัพ คือถ้าคนที่ติดนิยายจริงๆจะรู้ว่าถ้าไม่ได้อ่านมันจะรู้สึกแบบใจจะขาด 5555 เราเลยตัดสินใจ ไปอ่านฟิคของต่างประเทศ ถามว่าอ่านรู้เรื่องมั้ย?? หึหึ พังคะ อ่านไม่ออกเลย แต่!! ต้องทนไงคะ อยากอ่านมาก แบบไม่อ่านต้องลงแดงตาย เราเลยพยายามอ่านไปค่ะ อ่านวนไปค่ะ! คำไหนพอจะเดาจากบริบทได้ก็เดา คำไหนไม่ได้จริงๆถึงจะเปิดดิก  แนะนำเว็บนะคะ เผื่อใครชอบนิยาย อยากลองหาอ่านเป็นภาษาอังกฤษลองเว็บ www.fanfiction.net หรือ www.wattpad.com

แล้วก็วิธีฟังเพลงภาษาอังกฤษ หลายคนคงเคยได้ยินคนแนะนำให้ดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาอังกฤษ ซึ่งเราเลือกฟังเพลงค่ะ โดยวิธีฟังของเราคือ ฟังรอบแรกให้ลองแกะเนื้อเป็นภาษาอังกฤษออกมา จากการที่เราได้ยิน ลองสะกดออกมา ผิดหรือถูกก็ไม่เป็นไร พอรอบถัดไปก็ฟังเพื่อลองเช็คว่ามีคำไหนที่เราเขีนนผิดมั้ย หรืออยากจะแก้คำไหนเพิ่มเติม หรือ เติมคำไหนที่ฟังไม่ทัน  ครั้งแรกๆอาจจะฟังๆหยุดๆเพื่อแกะเนื้อเพลงออกมาให้มันจบเพลง พอได้เนื้อเพลงในเวอร์ชั่นกากๆของเราแล้ว เราก็ไปเปิดเช็คเนื้อเพลงจริงๆว่าเราฟังถูกมั้ย เขียนถูกมั้ย ต่อไปคือขั้นแปลเพลงค่ะ รอบแรกให้ลองแปลประโยคที่เรารู้ก่อน พอรอบที่สองค่อยเปิดดิก แล้วรอบสุดท้ายก็ลองเช็คความหมายเนื้อเพลงที่เราแปลว่าตรงมั้ย  เว็บที่เราใช้ก็จะมีอยู่สองเว็บนะคะ มี www.aelitaxtranslate.com กับ www.introlyrics.com/

หรือถ้าใครชอบดูหนัง ทำอาหาร เล่นดนตรี ลองหาข้อมูลพวกนี้เป็นภาษาอังกฤษดูนะคะ โดยเริ่มจากศัพท์ง่ายๆพิมพ์ลงไปในกูเกิ้ล หาบทความที่ชอบแล้วลองอ่านเล่นดู บางทีเราอาจจะได้อะไรดีๆเพิ่มขึ้น


ต่อข้างล่างนะคะ

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป