ซ่อน
แสดง

ประสบการณ์ซิ่วด้วยเรียนด้วยและซิ่วอยู่บ้าน [ยินดีให้แชร์]

chin
Guest IP
วิว
#เด็กซิ่ว #แอดมิชชั่น
หลังจากประกาศแอดไปเมื่อวาน หลายคนกำลังลังเลว่าจะซิ่วดีไหม แล้วถ้าซิ่วจะอยู่บ้านหรือเรียนไปด้วยดี จขกทเป็น dek58 ซิ่ว59 เคยทำมาแล้วทั้งสองอย่าง จะมาแนะนำ+เล่าประสบการณ์และข้อผิดพลาดของให้ฟัง เผื่อหลายๆคนอาจจะตัดสินและวางแผนใจได้ง่ายขึ้น การซิ่วของจขกทไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่เต็มไปด้วยหลุมและหนามมากมาย จขกทไม่ได้ยื่นแอดเพราะได้โควต้าแต่ก็ตัดสินใจอยู่แล้วว่าจะซิ่วใหม่แต่จะเรียนไปด้วย ระหว่างรอมหาลัยเปิดเทอม จขกทก็อ่านหนังสือมาเรื่อยๆ โดยไม่มีการวางแผน และนี่คือสิ่งที่เราพลาดครั้งที่1
สำหรับคนที่คิดจะเรียนด้วยซิ่วด้วย **ควรมีการวางแผนในการอ่านหนังสือให้ดี เพราะหากเราจะไปอ่านตอนเรียนมหาลัย ยืนยันเลยว่าไม่มีเวลาแน่นอน ยิ่งสายวิทย์ ในการเรียนก็จะมีการทำแล็ปและกลับมาก็ต้องทำรายงานไปส่ง แค่นี้ก็สูบพลังงานของเราไปเยอะแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมที่มีมากมาย ซึ่งแต่ละมหาลัยก็ไม่เหมือนกันบางที่ก็ไม่บังคับบางที่ก็บังคับ มหาลัยของจขกทไม่บังคับมาก จขกทก็เลยเลี่ยงกิจกรรมเท่าที่จะเลี่ยงได้เพื่อที่จะเอาเวาลาไปอ่านสอบแต่อันไหนที่เค้าบังคับก็ไปร่วม จากความผิดพลาดครั้งแรกในการซิ่วของจขกทมันส่งผลระยะยาวและทำให้อ่านหนังสือไม่ทัน สืบเนื่องมาจาก ระยะเวาลา6เดือนที่รอเข้ามหาลัย จขกทอ่านหนังสือไปเพียงแค่วิชาเดียว และไม่จริงจัง อารมณ์เหมือนไฟในตัวมันหมด ใครไม่อยากเป็นแบบจขกทแนะนำว่าให้ "วางแผน"การอ่านหนังสือ เช่น สมมุติว่าเดือนตุลาคม สอบ gatpat ตอนนี้เดือน มิถุนายน ตีไปว่า4เดือน สำหรับใครที่ยังไม่ได้เริ่มอ่านนะนำให้รีบเก็บเนื้อหาทั้งหมดให้เร็วที่สุด มากสุดสามเดือน อีก1 เดือนก็มาลุยข้อสอบกันไปเลย หรือใครจะยืดหยุ่นเวลายังไงก็ได้เอาที่เหมาะกับตัวเอง สำหรับคนที่สอบหมอ 7วิชา ในเดือนธันวาคม เหลือระยะเวลาประมาณ6 เดือน เราก็ต้องมาวางแผนแล้วว่าเราจะเก็บเนื้อหาและทำโจทย์ยังไงให้ทันและมีคุณภาพด้วย แต่สำหรับใครที่มีความมุ่งมั่นว่าหลุดกสพทหรือคณะอื่น ปีนี้จะไม่เอาอะไรแล้วจะรอซิ่วปีหน้าเลย ควรจะเริ่มอ่านหนังสือได้ตั้งแต่มีนาคมแล้ว วางแผนแบบไม่เครียดไม่ลนไม่ลกคือ เก็บเนื้อหาวิชาละเดือนไปเลย มี.ค-ก.ค 5เดือน นี่คือแบบสบายสุด เนื้อหาต้องหมด(5เดือนนี้สำหรับ7วิชา สำหรับไทยกับสังคมเราอาจจะอ่านหลังสอบแกทแพทก็ได้) เมื่อเราทำได้ตามกำหนดเราก็จะมีเวลาทำโจทย์ 2เดือนกว่าๆ(สำหรับแกทแพท) ตั้งแต่สิงหาเป็นต้นไป มหาลัยก็จะเริ่มเปิดเทอมกันแล้ว แค่นี้เราก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าอันนู้นก็ยังไม่ได้อ่านอันนี้ก็ยังไม่ได้อ่าน ทีนี้ก็มาลุยโจทย์กันไปเลย ขอเพียงแค่เราอดทนทำมัน มันก็จะออกมาดี ซึงเราอาจจะเลือกทำโจทย์หลังเลิกเรียนจากมหาลัย อย่าลืมจับเวลาด้วยนะ
***การซิ่วด้วยเรียนด้วยมันจะเสียเปรียบคนที่อยู่บ้านตรงที่ว่า เราต้องแบ่งเวลาไปเรียนที่มหาลัยและทำงานส่ง แต่จะได้เปรียบตรงที่ว่าเราไม่ได้กดดันตัวเองมากจนเกินไปเหมือนคนที่อยู่บ้านเพราะอย่างน้อยเราไม่ได้เราก็เรียนที่นี่ต่อ แต่คนที่อยู่บ้านมันหนีไม่พ้นแน่นอนในเรื่องของความกดดันว่าเราจะต้องติดให้ได้เพราะว่าเรายังไม่มีที่เรียน ซึ่งมันก็แล้วแต่คนว่าสามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดีมากแค่ไหน กลับมาที่ตัวจขกท เมื่อมหาลัยเปิดในส่วนของเนื้อหาก็ยังเก็บไม่หมด ชีวิตในมหาลัยก็เริ่มไม่มีความสุขในหัวก็คิดแต่จะซิ่ว อยากจะซิ่วให้ติด เรียนต่อไปมีหวังอ่านไม่ทันแน่ๆ เลยตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย ยอมรับเลย คิดช้าเกินไป แต่มันไม่สายที่จะเริ่มมัน จขกทตัดสินใจออกมาตอนปลายเดือนกันยา(หลังสอบมิดเทอม) อีกเดือนเดียว สอบแกทแพท ช่วงจะลาออกก็โทรหาพ่อแม่ แม่บอกว่าดรอปแทนได้ไม๊ ตอนนั้นเครียดมาก อยากออก เลยตัดสินใจไปถามที่ทะเบียนว่าปี1 ดรอปได้ไม๊ ปรากฏว่าที่มหาลัยของจขกทเค้าไม่ให้ดรอป จขกทก็เลยตัดสินใจไปขอใบลาออกมาเลย แบบอะไรจะเกิดก็ต้องยอมรับมันให้ได้ หลังจากลาออกชีวิตซิ่วอยู่บ้านก็เริ่มขึ้น เวลา1เดือน ต้องรีบลุยอ่านและทำโจทย์ไปอย่างทุลักทุเล เพราะการวางแผนของจขกทที่ไม่ดี เลยต้องมารีบในช่วงใกล้สอบแบบนี้ซึ่งมันไม่มีประสิทธิภาพเลย การสอบแกทแพทผ่านไปด้วยดี ณ ตอนนั้นเราก็ทำเต็มที่สุดแล้ว ผลมันก็ออกมาเป็นไปตามความพร้อมของเราที่มี มันก็ไม่ได้โอเคสำหรับคณะที่อยากเข้า ก็ไม่เป็นไรกลับไปอ่านส่วนที่ทำไม่ได้เพิ่มพูนไปเรื่อยๆ ใจเราต้องอย่าท้อ
*** คือเป็นด็กซิ่วอะ โอกาสในการจะสมัครรับตรงมันก็มีน้อยกว่าเด็กม.6แน่นอน เพราะฉะนั้น อันไหนที่เราสมัครได้ก็ควรสมัครอย่าไปกลัวว่าจะไม่ติดอะ คืออย่างน้อยเราก็ไม่ได้ปล่อยโอกาสให้มันหลุดไปแล้วก็มานั่งเสียใจทีหลังแบบจขกทอะ ช่วงแรกๆ คือความรู้ยังไม่พร้อม มีสอบตรงเปิดก็ไม่สมัครเพราะกลัวว่าสอบไม่ติดแล้วคนอื่นจะมองไม่ดี แล้วทีนี้มันเปิดรับอีกรอบก็สมัครไปแต่ใจก็เสียดายว่ารอบแรกน่าจะสมัคร ถึงไม่ได้อย่างน้อยก็ได้แนวข้อสอบมาก็ยังดีนี่คือความผิดพลาดครั้งที่2 ก็อยากบอกว่าอย่าคิดแบบนั้นเชื่อเรา สมัครไปเถอะอย่าได้แคร์ ใครจะคิดยังไงก็ชั่ง เราทำให้เต็มที่ก็พอ อย่างน้อยไม่ติดเราก็ภูมิใจว่าเราได้ทำมันอย่างสุดความสามารถไปแล้ว ไม่มานั่งเสียใจทีหลังว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ทำ หลังจากที่ซิ่วอยู่บ้านอารมณ์ความกดดันความเครียดทุกอย่างมันมีมากขึ้นเรื่อยๆ ร้องไห้แทบทุกวัน เหนื่อยๆก็เหนื่อย ท้อก็ท้อ แต่ในเมื่อเราเลือกแล้ว เราก็จะยอมแพ้กับมันไม่ได้อ้ะ แล้วยิ่งถ้าเราสอบไม่ติดอีก เป็นอะไรที่แบบ เสียใจมาก คิดไปต่างๆนาๆว่าเรามันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ ต้องพยายามเท่าไหร่อะถึงมันจะได้ แต่เราต้องรู้จักเตือนตัวเองเสมอว่า เห้ย มันไม่ได้อันนี้เพราะเราผิดพลาดอะไรเรื่องไหนเราทำไม่ได้ตอนสอบ ไม่ใช่แต่มานั่งโทษตัวเองอะ เมื่อร้องไห้พอแล้วอะ ก็มานั่งคิดสิ่ว่าจะแก้ไขยังไงให้มันดีขึ้น แล้วก็ลุยมันต่อ มันยังไม่จบแค่นี้ เมื่อเราซิ่วอยู่บ้านเวลาในการอ่านหนังสือมันมีมากขึ้น แต่สิ่งบันเทิงต่างๆก็มีมากขึ้นเช่นกัน อยากlสอบติดไม๊ ถ้าอยากติดก็ละทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน เล่นให้เป็นเวลาเล่นได้ แต่ไม่ใช่อ่านหนังสือไปแปปๆ ก็หยิบโทรศพท์ขึ้นมาเล่น มันจะสอบติดหรอ ?? จัดการเวลาให้ถูก นอกจากเราจะไม่เครียดมากแล้วเรายังอ่านหนังสือได้ประสิทธิภาพอีก นึกไว้เสมอ การสอบเข้ามหาลัยมันมีปีละครั้งอะ แต่โทรศัพย์ ทีวี อินเตอร์เน็ตมันมีให้ใช้อยู่ตลอด มันไม่หลุดลอยหายไปเหมือนการสอบเข้ามหาลัยที่ถ้าเราหลุดก็คือหลุดเลยจะไปเอามันกลับมาได้หรอ เราจะไปบอกให้เข้าจัดสอบใหม่เพื่อเรามันคงเป็นไปไม่ได้
-----แนะนำคนลังเลตัดสินใจว่าจะเลือกซิ่วแบบไหน----

*ซิ่วอยู่บ้าน >> ใจมันอยากซิ่วจริงๆ มีความจริงจังมาก "รักคณะนี้คณะเดียว อยากเข้ามากๆ" แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าตัวเองออกมาจะต้องอ่านหนังสือ ไม่ใช่ออกมาก็ไม่ทำอะไรนอนเล่นโทรศัพท์ เล่มคอม มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ข้อดี+ข้อเสีย
1. มีเวลาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่
2. ชีวิตอิสระ แต่ต้องยู่ในขอบเขต คลายเครียดได้ แต่ต้องเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้
3. ฟุ้งซ่าน กดดันสูง(เพราะยังไม่มีที่เรียน) เครียด อยู่คนเดียวอารมณ์มันมักจะพาไปความรู้สึกฟุ้งซ่านนี่แหละที่มันจะเข้ามาในจิตใจ แล้วอีกอย่างเห็นเพื่อนคนอื่นใส่ชุดนศ ไปเรียนแล้วก็อิจฉา อย่าไปอิจฉาเลยเดี๋ยวเราก็ได้ใส่แถมได้ใส่ไปเรียนในคณะในฝันของเราด้วย
4. ประหยัดเงิน อยู่บ้านเราไม่ต้องเสียอะไรมากมาย ค่ารถเดินทาง ค่างานกีฬา เงินที่ต้องจ่ายในคณะ ค่าเทอม ค่าหอ เป็นต้น


*ซิ่วด้วยเรียนด้วย>> อารมณ์แบบติดก็ไปไม่ติดก็อยู่เพราะคณะที่เรียนอยู่เราก็โอเค หรือบางคนก็จะซิ่วจริงๆ แต่กลัวไม่ติด
1. หากเข้าไปเรียนแล้วคิดว่าเนื้อหาการสอนจะเหมือนกับที่สอบเข้ามหาลัย มันก็มีบ้างที่เหมือนแต่มันไม่ได้ละเอียดมาก มันจะ advance มากขึ้น ใครจะซิ่วแบบนี้ก็ต้องแบ่งเวลาอ่านหนังสือดีๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะซิ่วเข้าคณะสายวิทย์แต่ไปเรียนคณะสายศิลป์ จขกทว่ามันก็ไปด้วยกันไม่ค่อยได้นะ ถ้าคิดจะซิ่วจริงๆก็แนะนำให้เรียนในสายเดียวกับคณะที่จะซิ่วดีกว่า
2. จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน เรายังมีเพื่อนให้คุยเล่น คลายเครียดได้ดี
3. เวลาในการเตรียมตัวสอบอาจจะมีไม่มากเท่าคนที่อยู่บ้าน เพราะต้องแบ่งไปทำ การบ้าน รายงาน ผลแล็ป เข้าเชียร์ ทำ กิจกรรม ซึ่งพวกนี้มันกินเวลาเราไปไม่น้อยนะ
4. ค่าใช้จ่ายมันต้องมีแน่นอน ค่าเทอม ค่ากิน ค่าเดินทาง (สำหรับคนที่ไม่ได้คิดจะซิ่วจริงจังก็ตัดข้อนี้ไปได้)


สิ่งที่เด็กซิ่วต้องเจอ
1.ความรู้สึกกดดัน+เครียด มันมีมากแน่นอน ใจเราจะคิดว่าเราซิ่วนะโอกาสสุดท้ายถ้าเราทำได้ไม่ดีมันจะไม่มีโอกาสแก้มืออีกแล้ว แล้วไหนจะคนรอบข้างที่คาดหวังเราอีก เพราะฉะนั้นพยายามทำใจให้สบายๆ
2. บอกเลยโอกาส ในการยื่นคะแนนรับตรงมีน้อย ส่วนมากรับตรงจะรับแต่เด็กม.6 เด็กซิ่วอย่างเรา สอบได้แค่สนามใหญ่ กับข้อสอบตรงของมหาลัยก็เท่านั้น โอกาสมันไม่ได้มีมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โอกาสที่มีอยู่ก็ทำให้มันเต็มที่อย่าปล่อยให้มันหลุดมือไป **อย่าไปเสียใจว่าสอบไปก็ไม่ติด เพราะเรายังไม่พร้อม คิดซะว่าเราสอบเพื่อเอาประสบการ์ณ เราจะรู้ว่าเราผิดพลาดตรงไหนมากขึ้นเราจะรู้ว่าในห้องสอบเรามักลืมเรื่องอะไรมักทำเรื่องไหนไม่ได้ พี่เจอมาแล้วช่วงแรกที่มีสอบตรงพี่ยังไม่พร้อม เลยไม่ได้สมัครจนสุดท้ายโอกาสมันก็หลุดมือไป เพียงเพราะพี่คิดแต่ว่าถ้าเราสอบไม่ติด คนรอบข้างจะคิดยังไงเพราะเราซิ่วมาแล้วมันก็ต้องได้สิ่ ซึ่งเป็นความคิดที่เราคิดไปเอง ถึงบอกจะทำอะไรทำ อย่าสนใจคนรอบข้างมากนัก

ปล.1จะทำอะไรเราก็ควรเผื่อใจเอาไว้บ้างเวลาตกลงมาจะได้ไม่เจ็บมาก แต่พอเราได้โอกาสแล้วเราก็ต้องทำให้เต็มที่ก่อน การที่เราเต็มที่กับมันเราอาจจะเสียใจน้อยกว่าการที่เราไม่ได้ทำมันอย่างเต็มที่ก็ได้นะ ในวันนึงที่เราทำมันสำเร็จความเหนื่อยที่เราพบเจอมาตลอด1ปี มันเทียบไม่ได้เลยกับความสำเร็จที่เราได้รับ อดทน ท่องไว้
ปล.2 ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะยาวขนาดนี้ ถ้าผิดพลาดอะไรไปขออภัยด้วยนะ ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่าน หวังว่าคนที่เข้ามาอ่านจะได้ประโยชน์จากบทความนี้บ้างนะ คอมเม้นหรือปรึกษากันได้นะ เด็กซิ่วคนอื่นที่ผ่านเข้ามาอ่านก็เข้ามาแชร์ประสบการณ์กันได้ :)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

11 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      นั่งอ่านจนจบเลย5555 หนูพอเข้าใจอารมณ์นะพี่ ตอนแรกหนูติดคณะที่หนูไม่ค่อยอยากได้ ก็กะว่าจะเรียนไปก่อนแล้วค่อยซิ่ว แต่พอมาคิดๆดูแล้ว+คุยกับครอบครัว เขาอยากให้เราเรียนที่อยากเรียนมากกว่า เลยตัดสินใจเข้าม.เอกชนไปเลย  


      //ไม่ใช่ตัวเราก็อย่าฝืน : แม่
      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ซื้อขาย / แลกเปลี่ยน คอร์สกวดวิชา กรุณาไปที่ www.dek-d.com/education/tutorcenter

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ซื้อขาย / แลกเปลี่ยน คอร์สกวดวิชา กรุณาไปที่ www.dek-d.com/education/tutorcenter
      nina
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ถ้าไม่ชอบคณะที่ติดจะซิ่ว อย่าเรียนออกมาอยู่บ้านอ่านหนังสือและติวหนักไดีกว่า พี่แนะนำครูสอนภาษาอังกฤษ ครูจบโทจุฬา พี่เห็นมีเด็กนร มาเรียนกับครูตอนกลางวัน พี่เลยถามครูเป็นเด็กซิ่ว อังกฤษอ่านเองยาก เรียนดีกว่าครูคอยชี้แนะเข้าใจง่ายมากกว่า ครูใจดี ป็นกันเอง แอดไลน์เรียน

      Krumay3912

      084-728-3912
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตั้งแต่ต้นจนที่อ่านมา มันเหมือนตัวหนูตอนนี้เลยค่ะ หนูแอดติดคณะที่ไม่ใช่ ตอนนี้เครียดมากเพราะแม่อยากให้เรียนไปก่อนแล้วค่อยซิ่ว แต่หนูรู้ว่ามันไม่เต็มที่ที่จะซิ่วครั้งหน้าแน่ๆ คณะนิติเป็นคณะที่ต้องท่องและต้องเข้าใจมันด้วย หนูคงไม่มีเวลาอ่านหนังสือมาก อยากจะดร๊อปเตรียมตัวอยู่บ้านมากกว่า แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าถ้าครั้งต่อไปไม่เป็นอย่างที่หวังล่ะจะทำยังไง เราไม่ได้แบกรับความรู้สึกของเราคนเดียว ครอบครัวเราเขาจะเสียใจและผิดหวังกับเราแค่ไหน คือหนูเครียดมากจริงๆ ตั้งแต่ผลแอดออกตอนนี้ก็จะสอบสัมภาษณ์อีกไม่กี่วัน ร้องไห้ทุกวัน ไม่รู้ควรทำไงดี 


      แต่หลังจากอ่านเรื่องราวของพี่แล้ว มันก็ทำให้หนูรู้ว่าควรเลือกทางไหน หนูอาจไม่เก่งแต่หนูรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไรและต้องทำอะไร ยังมีคนอีกมากที่พยายามกับความฝันตัวเอง หนูก็เป็นคนจำนวนนั้น และหนูคงเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวหนูไม่ได้
      สู้กับตัวเองสักครั้ง ต่อไปคงไม่ต้องมีอะไรเสียใจอีกแล้ว
      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        chin
        Guest IP
        #3-1
        อีกซักครั้งจะเป็นไรไป :) ลองทำตามหัวใจตัวเอง

        1ปี ที่เสียมันเทียบไม่ได้เลยกับความสุขในการทำงานที่เรารักในอีก20-30ปีข้างหน้า พี่ดีใจมากที่เรื่องของพี่มีประโยชน์กับน้อง พี่ขอให้น้องมีความสุขกับทางเดินที่น้องเลือก ไม่ว่าทางที่น้องเลือกมันจะมีหลุมซักกี่หลุมพี่ก็ขอให้น้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ เป็นกำลังใจให้น้ะ
        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      แม่อยากให้เรียนไปก่อนแล้วค่อยซิ่วเหมือนกับ คห ข้างบน คือหนูเป็นคนทำคะแนนสอบวิชาภาษาไทยได้ดีเกือบตลอด เคยคิดว่าจะลองครูไทย แต่ก็กลัวด้วยว่าจะไม่ติดเพราะเขารับน้อยมาก อาจารย์สอนภาษาไทยที่ รร ก็บอกให้ลองๆไปเถอะ แต่หนูอยากเรียนภาษาเกาหลี เลยเลือกสอบมอที่มีภาษานี้ พอหลุดมนุษยหนูเฟลจริงๆค่ะ ติดท่องเที่ยวก็เลยตกลงเอาไปเลย เพราะยังไงเขาก็มีภาษานี้ให้เลือก ช่วงที่คนอื่นเริ่มรอบใหม่ รอแอด รอบนู้นนี้ หนูก็ปล่อยผ่าน คิดว่าเอาตรงนี้แหละ พ่อกับแม่มีปัญหาเรื่องเงินด้วยช่วงนั้น หนูเลยไม่อยากสมัครสอบหลายๆที่ แต่พอใกล้เปิดเทอม หนูเริ่มอยากซิ่ว เพราะมีหลายๆอย่างหลายๆเหตุการณ์มาทำให้คิดได้ ตรงนี้หนูก็ชอบ คิดว่าเรียนได้เพราะหนูชอบเรียนภาษา การงานจบมาถ้ามีงานอาจได้เงินมากจริง แต่มันก็ไม่มั่นคง หนูเลยอยากซิ่วไปลองสอบครู ภาษาเกาหลีหนูเรียนเองที่บ้านก็พออ่าน ออกเขียนได้ ถ้าไปเรียนเสริมก็คงเข้าใจมากขึ้น ลังเลอยู่เลยค่ะตอนนี้ ไม่รู้จะเรียนไปก่อนเหมือนที่แม่อยากให้เรียนแล้วค่อยซิ่วดีมั๊ย เพราะคณะนี้ค่าใช้จ่ายเยอะ ไม่อยากให้ที่บ้านเสียเงินหลายรอบ แต่ใจนึงหนูก็ไม่กล้าดร๊อปไว้รอซิ่วที่บ้าน เพราะกลัวว่าพลาดมาแล้วจะเจ็บหนัก T^T ตัวเองไม่ใช่คนขยันด้วย ค่อนข้างติดอินเตอร์เลย พออ่านเรื่องของพี่แล้วหนูคิดว่าตัวเองต้องเริ่มจัดเวลาใหม่ เหมือนอย่างที่พี่ว่าเลยค่ะ อินเตอร์เน็ตมีให้ใช้อยู่ตลอด แต่สอบเข้ามหาลัยมีปีละครั้ง
      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        chin
        Guest IP
        #4-1
        ต้องวางแผนดีๆน้าา. อินเตอร์เน็ตเราใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ได้นะ ลองศึกษาภาษาเกาหลีที่น้องชอบดู ในยูทูปก็ได้ แล้วก็อย่าลืมไปหาโจทย์มาทำด้วย แต่เราก็อย่าทิ้งอังกฤษนะเพราะมีในgat (พี่ไม่แน่ใจว่าคณะน้องใช้คะแนนอะไรบ้าง) แต่พี่เคยสอบแพทครู ถ้าเรามีความรู้รอบตัวแล้วก็ฝึกทำโจทย์มิติสัมพันธุ์บ่อยๆ พี่ว่ามันก็ไม่ได้ยากนะแล้วยิ่งน้องบอกว่าถนัดไทย พาทอ่านวิเคราะห์น้องต้องทำได้แน่ๆ ถ้าน้องไม่อยากอยู่บ้านช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ก็รีบใช้เวลาอ่านหนังสือให้คุ้มค่า เราจะได้ไม่ต้องมากังวลในช่วงใกล้สอบ มันอาจจะยากในช่วงแรกเพราะไฟในตัวมันหมดพี่ว่าเป็นทุกคน หยุดนานๆแบบนี้ แต่ยังไงน้องก็ต้องรีบจุดให้ติดนะ อย่าเป็นแบบพี่ พี่เอาใจช่วยนะ
        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พี่คะ หนูไม่มั่นใจเลยว่าถ้าหยุดเเล้วพยายามจริงๆมันจะติด กลัวว่าซิ่วอยู่บ้านเเล้วจะไม่ติด สงสารพ่อเเม่ คนอื่นจะมองยังไงพ่อกับเเม่ทุ่มกับหนูไปมาก เเต่หนูก็รู้เลยว่าถ้าต้องเรียนไปด้วยซิ่วไปด้วยนี่ไม่น่าไหวเเน่ๆ หนูเพิ่งจะมาเตรียมตัวหลังคนอื่น ไหนจะกิจกรรมห้องเชียร์ เพื่อนๆพี่ๆอีก คณะที่เเอดติดมันก็ไม่ใช่หนูเลยอ่ะพี่ ตอนที่รู้ว่าติดนี่เครียดมากเครียดมากกว่าตอนไม่ติดหมออีก ตอนเลือกไม่รู้อะไรดลใจให้เลือก คิดว่าจะเรียนได้ คงเป็นเพราะได้เรียนมหาลัยดังด้วยเลยยิ่งอยากเรียน เเต่พอติดไปแล้วถึงคนจะบอกว่าเก่ง ได้มหาลัยดียังไง หนูก็ไม่มีความสุขเลย เเค่คิดว่าต้องไปเรียนก็รู้สึกเเย่เเล้วค่ะ ตอนนี้สับสนไปหมดเลย คิดว่าปีหน้าถ้าไม่ติด ทันตะ เภสัช ก็คงเข้าอย่างอื่นเลย หนูไม่อยากเรียนที่เเอดได้เลยพี่ เเต่ก็กังวลพ่อคิดมาก กลัวว่าไปสอบเเล้วไม่ติด(กสพท) คนอื่นจะมองยังไง ไม่เรียนไปปีเเล้วยังไม่ติดอีก  เเต่คะเเนนที่หนูมีปีนี้ก็พอจะเลือกสายสุขภาพในเเอดได้ คือคะเเนนปีนี้หนูถึงเภสัช เเต่ไม่มีใครสนับสนุนเลย เลยไม่ได้เลือกไป สุดท้ายเป็นหนูต้องมานั่งจมกับคณะที่ตัวเองไม่ถนัด เเค่คิดก็เหนื่อยเเล้วค่ะ คะเเนนที่มีปีหน้าก็ไม่รู้จะติดอะไรไหม ตอนนี้เครียดมากค่ะ 

      พี่พอจะมีเเนวทางอะไรไหมคะ รบกวนหน่อยนะคะพี่  
      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        จขกท
        Guest IP
        #5-1
        เรื่องคนอื่นจะมองยังไงเราอย่าไปสนใจเลย ถ้าน้องกลัวไม่ติด น้องก็ลองเรียนไปด้วยอ่านไปด้วย ว่างเมื่อไหร่ต้องอ่านทันที คะแนนน้องถึงเภสัช ถ้าจะซิ่วน้องชอบสายสุขภาพน้องก็ลองยื่นเภสัชซักที่แล้วก็เลือกสายสุขภาพอื่นที่น้องชอบลองลงมา แกทแพทเปิดสอบใหม่น้องก็ลองไปสอบ ถ้าคณะที่น้องเรียนอยู่ตอนนี้มันเปนพวกวิทย์เหมือนกันก็ดีไปเพราะตอนเรียนปี1มันก็ยังเป็นพื้นฐานอยู่ น้องก้ลองเอาโจทย์เอนมาทำเพิ่ม พอถึงวันสอบแกทแพทหรือกสพท น้องก็ไปลองสอบดู พี่คิดว่าคะแนนน้องถึงเภสัชน้องก็น่าจะเก่งอยู่น้าา แต่ปีนี้ไม่รุ้คะแนนจะเป็นยังไง ไม่ทีอะไรแน่นอนเลย น้องต้องแบ่งเวลาดีๆ คนเรียนด้วยซิ่วด้วยติดเยอะแยะน้องมันขึ้นกับการแบ่งเวลา
        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      nnnn
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอบคุณมากค่ะ อ่านแล้วได้อะไรเยอะเลย เยี่ยม
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Medddd
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นเด็ก59 ซิ่ว 60 ค่ะ อยากเรียนหมอ และอยากแนะนำน้องๆที่กำลังจะซิ่วโดยอ่านหนังสืออยู่บ้านมากๆว่า การอ่านที่บ้าน สมาธิ การวางแผน สำคัญมากนะคะ พี่รู้สึกว่าตัวเองแย่มากเพราะเมื่อเทียบคะแนน 9 วิชาสามัญกับปีก่อน มันแทบจะไมม่คุ้มกับการอ่าน 1 ปีเลย ตัวเราเองไม่เท่าไหร่ แต่ครอบครัววนี่สิสำคัญ เค้าคาดหวังให้เราได้ในสิ่งที่เราชอบ แต่เรากลับไม่เต็มที่กับมัน ครอบครัวไม่กดดันเท่าไหร่ แต่ความผิดพลาดที่มันเกิดจากตัวเราเองนั่นคือสิ่งที่ทำให้เรากดดัน เครียด ไม่รู้จะจัดการมันยังไง TT ทุกวันนี้ไฟมันหมดแล้วจริงๆ แต่ก็ยังทน ยังฝืน ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อครอบครัวค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนน๊า เราต้องสู้ :)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สามีผลิต
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราจะซิ่วแน่นอน แต่ยังไม่อยากออกอ่ะ กลัวคนถามหา เรามีเวลาอ่านหนังสือแค่สาทเดือนเอง

      ติดไม่ติดเราก็จะออกอยู่แล้วคณะนั้น เชงเด้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      12eyt
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากซิ่วเพราะไกลบ้านมาก มาเรียน mt ทางใต้ ไม่ค่อยชอบด้วย คิดถึงบ้าน เด็กซิ่วทุกคน สู้ๆนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      แขขขขขข
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็จะซิ่วเหมือนกันค่ะ คณะใช่แต่มหาลัยมันไม่ใช่เลยอ่ะค่ะ เลยจะซิ่วมาอยู่ที่บ้าน เพราะเรื่องการเงินด้วนเพราะมหาลัยค่อนข้างจะในเมืองมาก ค่าใช้จ่ายเยอะ เลยอยากซิ่ว

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มลฤดี
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอปรึกษาหน่อยค่ะพอดีว่าเป็นเด็กซิ่วปี60ค่ะแล้วอยากเรียนใหม่ปี63พอจะมีมหาลัยไหนมีให้สมัครรอบพอร์ตไหมค่ะ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป