/>

รู้ยัง !!! ถ้ามีอาการเหล่านี้ ระวังเป็นโรคซึมเศร้านะ (แถมแบบทดสอบจิตวิทยาด้วย) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#โรคซึมเศร้า #ปัญหาวัยรุ่น
สวัสดีจ้ะเพื่อนๆทุกคน cool cool เริ่มหัวเรื่องมาแบบนี้ก่อนอื่นต้องแนะนำทุกคนก่อนเลยนะ ว่าเราตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่คณะจิตวิทยาการปรึกษา จึงจะขอเรียกตัวเองว่านักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัด

อ่ะ จั่วหัวมาแบบนี้ก็มาเริ่มเนื้อหากันเลย wink


ตอนนี้ทุกคนก็คงจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า มาเยอะพอสมควรเลย ก็เพราะเจ้าโรคซึมเศร้านี่แหล่ะที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นอันดับหนึ่ง ปัญหาการทำร้ายตัวเอง ติดยาเสพติด หรือไม่ว่าจะเป็นตัวการสร้างปัญหาทางด้านความสัมพันธ์ พูดแบบนี้ดูเหมือนโรคซึมเศร้ามันจะอันตรายและน่ากลัวมากๆเลยใช่ไหม

แต่ใจเย็นๆเพื่อนๆทุกคน ปัญหาทุกอย่างนั้นมีทางแก้เสมอ เจ้าโรคซึมเศร้ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ มันก็เป็นเหมือนไข้หวัดนี่แหล่ะ เป็นแล้วก็ไปหาหมอได้ มันคืออาการป่วยทางจิตใจ ไม่ได้หมายความว่าเรา “เป็นคนบ้า” และไม่จำเป็นต้องกลัวหมอหรือกลัวคนอื่นหาว่าเราบ้าด้วย “มันคืออาการป่วยธรรมดานี่แหล่ะ” แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ เรามักไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า น่ะสิ !!!




(Creditภาพ :https://pixabay.com)

เราจะลองเล่าข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าคร่าวๆให้ฟังนะ….

โรคซึมเศร้าในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ประเภท ซึ่งแบ่งออกเป็น


1. ภาวะซึมเศร้าจากความผิดปกติในการปรับตัว  (Adjustment Disorder with Depression Mood) เป็นภาวะแรกเริ่มของการเกิดปัญหาซึมเศร้า แบบ ถูกแฟนทิ้งแล้วยังทำใจไม่ได้ สอบไม่ติดแล้วทำใจไม่ได้

2. โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ซะที เช่น พ่อแม่เสียชีวิต พ่อแม่หย่ากัน ไม่มีใครสนใจ

3. โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง (Major Depression) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานมากๆแล้วก็มีการสะสมความเครียดไปเรื่อยๆ ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีความคิดฆ่าตัวตายแบบตลอดเลย อันตรายมากๆนะต้องรีบรักษาเลย frown

และความคิดส่วนใหญ่ของวัยรุ่นที่จะเกิดขึ้นในผู้ป่วยซึมเศร้าก็จะเป็นความคิดที่มาจาก 3 แบบนี้

1. คิดทางลบเกี่ยวกับตนเอง (Negative view of self) แบบ ฉันไม่มีค่าพอสำหรับใคร ฉันเรียนยังไงก็ไม่เก่ง ฉันไม่มีข้อดีอะไรเลย

2. คิดลบเกี่ยวกับเรื่องรอบๆตัว (Negative view of world) แบบ เพื่อนก็มีแต่คอยแกล้งคอยใส่ร้ายฉัน พ่อและแม่ไม่เข้าใจฉัน

3. คิดลบต่ออนาคต (Negative view of future) แบบ อนาคตฉันไม่มีทางสอบเข้ามหาลัยได้ ไม่มีใครรักฉันอนาคตฉันก็คงต้องอยู่คนเดียว


โรคซึมเศร้านั้นเกิดได้ทุกเพศและทุกวัย แต่ตามหลักพัฒนาการของวัยรุ่นทางจิตวิทยาของ Paiget และ Erikson แล้ววัยรุ่นจะเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับไม่ว่าจะเป็นจากแฟน เพื่อน  พ่อแม่และครู และเป็นวัยที่หา Identity ของตนเอง อยู่ในช่วงสับสนต่างๆหรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนวัยว้าวุ่นนั่นเอง 555 ก็อาจทำให้เกิดปัญหาง่ายขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไร

ทุกปัญหาก็คือปัญหา ไม่มีปัญหาของใครที่ใหญ่กว่ากัน  ทุกคนไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่เหมือนกัน ทำให้แต่ละคนเปราะบางต่างกันเวลาเจอปัญหา บางคนอาจบอกว่าเรื่องแค่นี้ ทำไมต้องเศร้า ทำไมต้องร้องไห้ เพราะที่ผ่านมาเขาและเราไม่ได้เจอเรื่องราวที่ผ่านมาเหมือนกันทั้งหมด ความเจ็บปวดของเขาเราจึงไม่มีสิทธิไปตัดสินมันว่าเป็นเรื่องธรรมดา



(Creditภาพ :https://pixabay.com)


อาล่ะ!!! ถ้าใครเคยเจอปัญหาแบบนี้ แบบแฟนทิ้ง เพื่อนไม่สนใจ คุยกับพ่อแม่ไม่รู้เรื่อง โดนเพื่อนแกล้ง โดนเพื่อนนินทา เกรดลด Admission ไม่ติด ยอดไลค์เฟสบุ้คไม่ขึ้น ขยันแค่ไหนก็เรียนไม่เก่ง พ่อแม่คุณครูไม่เคยเห็นตัวตนของเรา หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าเกิดมาเป็นภาระใครเลย ฯลฯ แล้วรู้สึกว่าแก้ไขไม่ได้ซะที

ขอให้ยกมือขึ้น !!!  surprise

แล้วลองมาทำแบบทดสอบทางจิตวิทยากันนะ เป็นแบบทดสอบที่เรียกว่า DASS ซึ่งเราคัดมาเฉพาะข้อที่ใช้ในการวัดภาวะซึมเศร้านะ  มีทั้งหมด 7 ข้อนะ โดยมีสเกลการให้คะแนนคือ

0 หมายถึง ไม่ตรงเลย   
1 หมายถึง ตรงบ้างหรือเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว 
2 หมายถึง ตรงและเกิดขึ้นบ่อย
3 หมายถึง ตรงมากและเกิดขึ้นบ่อยมาก

เมื่อรู้สเกลการให้คะแนนกันแล้ว ทุกคนอาจจดใส่กระดาษก็ได้หรือทดคะแนนไว้ที่ไหนสักที่ก็ได้

เมื่อพร้อมแล้วก็ มาเริ่มทำแบบทดสอบกันได้เลย smiley

1. ฉันไม่อาจสัมผัสถึงความรู้สึกทางบวกได้เลย
2. ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง
3. ฉันไม่มีความกระตือรือร้นในการทำสิ่งใดๆ
4. ฉันรู้สึกหมดกำลังใจและหดหู่
5. ฉันไม่สนใจสิ่งต่างๆรอบตัว
6. ฉันรู้สึกว่าฉันไม่มีคุณค่า
7. ฉันรู้สึกว่าชีวิตฉันไม่มีความหมาย


ลองทำกันแล้วคะแนนเป็นไงกันบ้างกันเพื่อนๆ ลองมาดูเกณฑ์ของคะแนนกันเลย

ถ้าคนที่ได้คะแนนตั้งแต่...
0-4 คือ ปกติ                     
5-6 คือ ระดับต่ำ           
7-10 คือ ระดับปานกลาง 
11-13 คือ ระดับรุนแรง             
14 ขึ้นไป คือ ระดับรุนแรงที่สุด

เพื่อนๆคนที่ได้คะแนนที่สูงก็ไม่ต้องตกใจ บางคนอาจไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าก็ได้ เพราะแบบวัดนี่เป็นการวัดเบื้องต้นเท่านั้น การตรวจว่าเราเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ต้องอาศัยการตรวจจากคุณหมอและนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญนะ

แต่ถ้าเพื่อนๆสนใจอยากจะไปตรวจว่าเป็นรึป่าว เราแนะนำว่า … laugh

1. ลองดูว่าในโรงเรียนที่เราอยู่มีนักจิตวิทยาหรือครูแนะแนวหรือเปล่า เราแนะนำว่าลองไปเล่าอาการต่างๆให้ฟังได้นะ รับรองว่าพวกท่านจะช่วยเหลือและรับฟังเราได้แน่นอน

2. ลองบอกคุณพ่อคุณแม่ ลองเล่าให้ท่านฟังเกี่ยวกับอาการที่เราเป็น แนะนำว่าควรพูดตรงๆนะ ให้เหตุผลกับท่านว่าทำไมเราถึงเป็น และก็คุยกันดีๆ และก็ขอให้พวกท่านพาไปหาหมอตามโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ก็จะมีทุกที่นะ ถ้า กทม ก็พวก ศิริราช จุฬาลงกรณ์ รามาธิบดี โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็จะมีตามโรงพยาบาลประจำจังหวัดนะ โรงพยาบาลประจำตำบลหรืออนามัยส่วนใหญ่จะไม่มีนะ เพื่อนๆลองเช็คได้ตามโรงพยาบาลใกล้บ้านที่เพื่อนๆสะดวกได้จากลิ้งนี้ (www.ycap.go.th/km/hospservice.html) เลยนะ

3. ถ้าอึดอัดไม่กล้าบอกใครจริงๆ ลองโทรไปตาม Hotline ได้นะ สมาคมสะมาริตัน (027136793) ศูนย์สุขภาวะทางจิต (022180336) หรือกรมสุขภาพจิต (1323) ก็เลือกเอาตามที่สะดวกได้เลยจ้า


หรือถ้าอยากจะปรึกษา ระบายความทุกข์กับนักจิตวิทยาฝึกหัดแบบเรา เราก็ยินดีนะ

 
laughyes


(Creditภาพ :https://pixabay.com)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

57 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป