สั้นๆ เหงา กับ หมา [ยินดีให้แชร์]

วิว
เกริ่นก่อนว่า เป็นมือใหม่(หน้าเก่ามาก)

มาแชร์ความรู้สึกผ่านเรื่องสั้น อยากให้คนในบอร์ด มีความรู้สึกในการอ่านแปลกๆ หากใครรักการอ่าน ลองชิมนิยายรสนี้บ้างนะเจ้าคะ

ข้าพเจ้ารับประกันว่า ตั้งใจเขียนให้เสพ เสริมพลังในบางอย่าง ของการเขียน(เห็นแนวเดิมๆ บ่อยในเด็ก อยากพาคนอื่นฉีกบ้าง) คำผิด คำตกอาจพบบ้างประปราย เพราะเขียนทีเดียวยังไม่ได้ตรวจ แต่คิดว่าพอจะดึงคนอ่านให้อ่านได้อยู่(เนอะ)

ว่าแล้วลองอ่าน และแสดงทัศนคติกับเรื่องแบบนี้หน่อยเน้อ...







เหงา
 
 
เจ้าตูบขนสีดำแหงนหน้ามองฟ้ายามราตรี ในสมองของมันกำลังคิดถึงเจ้านายคนสำคัญที่หายตัวไป ใบหน้ายับย่นจมูกสั้นหมอบลงอย่างว้าเหว่ ภาพอดีตหวนรำลึกเข้าไปในโสตประสาทถึงรอยยิ้มของใครบางคน พร้อมด้วยความรู้สึกโหยหา


เกือบทุกเวลาในอดีตสุนัขพันธุ์พิทบูลลูกครึ่งพันธุ์ทางอย่างมันได้รับการเอ็นดูอยู่ตลอดเวลา จากเจ้านายวัยซนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตร่วมกันกับมันถึง 9 ปี


แต่ช่วงเวลาก็ได้จางหายไป เพราะเจ้านายของมันสาบสูญ...
และเจ้าตูบก็ได้กลายเป็นสุนัขแก่ๆ ที่ไม่มีแม้แต่กำลังจะเห่า
 
แน่นอนหมามันก็คือหมา ในสมองของสัตว์เดรัจฉาน ยังคงคิดแค่ว่าเดี๋ยวเจ้านายคงกลับมา กลับมาเพื่อให้ความรักกับมันอีกครั้ง และไม่ว่าเมื่อไหร่ มันก็จะรอ จะรออยู่ที่เดิมเสมอ ณ จุดที่เจ้านายมันสั่งไว้


ที่นั่งประจำของเจ้าตูบหน้าย่นคือหน้าประตูบ้านร้าง จุดที่มันหมอบอยู่มีพรมผืนเก่าๆ ส่งกลิ่นเหม็นหืน
เวลาหิวก็อาศัยถังขยะแถวนั้นหาอาหาร แต่ด้วยอายุของมันก็ทำให้การหาอาหารนั้นทำได้ยากขึ้นในทุกๆ ปีที่พัดผ่าน


ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของมันไปไหน และตอนนี้มันก็กลายเป็นหมาไม่มีเจ้าของ อย่างไรก็ตาม มันยังคงทำการคุ้มครองทรัพย์สินของเจ้านายมันเสมอ เมื่อมีบุคคลลึกลับย่างกรายเข้ามาในบริเวณอาณาเขตเฝ้าระวังของมัน


แม้จะอายุเยอะแทบยืนไม่ไหว ไม่ว่าจะโดนใครทำร้ายบาดเจ็บ มันก็จะนอนหมอบเฝ้าทรัพย์บนพรมผืนเก่าๆ ที่เจ้านายมันเคยให้ไว้เมื่อนานมาแล้ว


ก่อนหน้านั้น...
มีหลายคนที่พยายามจะเอามันไปเลี้ยง มีหลายคนที่พยายามบอกมันถึงอะไรบางอย่าง แต่มันก็ไม่แยแส และมันยังคงทำตัวเป็นหมาโง่ที่หยิ่งทรนงในศักดิ์ศรีเหมือนเดิม
เหมือนมันตั้งปณิธานว่าจะรอ.... รอ ตรงจุดนี้ ที่ๆ เจ้านายสุดที่รักของมันบอกจะกลับมา
 
สวนหย่อมหน้าบ้านร้าง มีลูกเทนนิสอายุครึ่งทศวรรษจมอยู่ในโคลนลูกหนึ่ง นัยน์ตาเจ้าตูบเหม่อมองไปที่นั่น ภาพลูกเทนนิสนั้นหวนไปในอดีตอีกครั้ง
“แบล็ค มาเล่นกัน” ลูกบอลสีเหลืองอมเขียว กำลังเด้งขึ้นเด้งลงบนพื้นสนาม ภาพนั้นกำลังฉายอยู่ในห้วงคิดของเจ้าตูบชรา ที่นอนหมอบบนพรมเหม็นๆ
 
ไม่นานนักร่างดำมีรอยด่างขี้เรื้อนก็ยันกายขึ้น ค่อยๆ ออกก้าวไปที่ลูกเทนนิสนั้น และคาบเอาไว้ในปาก ก่อนจะเดินม้วนตัวกลับมานอนบนพรมหน้าบ้านผืนเดิม
น้ำตาของหมาคลอเบ้า ตาของมันเริ่มฝ้าฟางลง นัยน์สีขุ่นบ่งบอกถึงความชราของเจ้าตูบได้เป็นอย่างดี
เจ้านายของมันไปไหน....
 
เพราะมันไม่รู้ มันฟังภาษามนษย์ไม่เข้าใจ หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่.... มันต้องการเจ้านาย
เจ้านายเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เข้ามาในร้านขายสัตว์เลี้ยงเมื่อ 8-9 ปีก่อน เจ้านายที่เลือกมัน และอุ้มมันออกมาจากกรงลูกหมา
 
มันค่อยๆ วางลูกเทนนิสที่คาบไว้ในปากไว้เบื้องหน้า เอาอุ้งเท้าเขี่ยให้ลูกบอลนั้นกลิ้งไปเองสักทีสองที พร้อมพยายามที่จะเห่าออกเสียงทุ้มแหบ ในใจของมันยังคงปลอบตัวเองว่า เดี๋ยวเจ้านายคงกลับมา....
 
วันหนึ่ง เจ้าตูบมองไปที่ถนนหน้าบ้านร้างถัดจากที่มันสถิตอยู่ไปสองสามเสาไฟฟ้า มันเห็นชายคนหนึ่งที่คุ้นตาของมันดีว่าเป็นหนึ่งในเจ้านายของมัน เจ้านายผู้ชายที่คอยอุ้มเจ้านายตัวเล็กของมันเสมอ
มันดีใจมากพร้อมยันกายลุกขึ้น และพยายามส่งเสียงเห่าเรียก แต่เหมือนชายผู้นั้นจะไม่ได้สนใจ เพราะเขาเร่งรีบเก็บอุปกรณ์บางอย่างขึ้นรถ อาทิ ค้อน และตะปู
แน่นอน เสียงเห่าของสุนัขอายุขนาดนี้ ย่อมไม่มีกำลังเช่นเดิม รวมถึงแรงที่มีก็หดหายทำให้มันไปไม่ถึงเจ้าของคนนั้น ใช่ล่ะ สุขภาพของมันกำลังแย่ เพราะไม่มีมนุษย์คอยดูแล
อีกสักนิด... ก็จะไปถึงชายคนนั้นได้ แต่ก่อนที่จะไปถึง ชายวัยกลางคนก็ขึ้นรถสีน้ำเงินเก่าๆ แล้ว
มันส่งเสียงเห่า พยายามเห่าเรียก ราวกับจะบอกชายคนนั้นว่า รอด้วย! รอผมด้วย...
อนิจจา.. รถเก๋งผุบุโรทั่งก็ล้อหมุนไปบนถนน หายลับไปกับความมืด... เจ้าตูบทิ้งตัวลงบนยางมะตอยแตกๆ แบบหมดแรง
ไม่นานนัก มันก็คลานกลับไปบนพรมผืนเก่า และหมอบด้วยความโหยหา
 
สุนัขโง่เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเหตุใดเจ้านายผู้นั้นถึงทอดทิ้งมันให้อยู่แบบนี้
กินเยอะไปเรอะ! ตัวเหม็นใช่ไหมนะ หรือ มันยังซื่อสัตย์ไม่พอ.... แล้วมันควรทำอย่างไรนะ เจ้านายถึงจะกลับมาหามัน แล้วมันก็ย้อนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา พร้อมกับอ้าปาก ถอนหายใจ
 
ถ้าหากมันรู้ว่า.... เจ้านายตัวเล็กของมันจะไม่กลับมาอีกตลอดกาลล่ะ....
 
รุ่งขึ้น... สิ่งแปลกปลอมที่เจ้าตูบไม่เคยเห็นปรากฏที่หน้าบ้าน มันเป็นป้ายสีเหลี่ยมอะไรสักอย่าง ที่น่าสงสัย เจ้าตูบยันกายลุกขึ้นอย่างอ่อนแรงพร้อมเดินสำรวจที่หน้าบ้าน
ถ้าหากมันอ่านภาษามนุษย์ออกมันคงเข้าใจคำว่า “ประกาศขาย” แต่เพราะว่ามันเป็นหมาตัวหนึ่ง มันเลยอ่านไม่ออก
ขาหลังข้างหนึ่งถูกยกขึ้น พร้อมกับปล่อยน้ำสีเหลืองเข้ม รดลงตรงสิ่งแปลกปลอม มันกำลังตั้งอาณาเขตที่ป้ายสี่เหลี่ยมไม่คุ้นตาอันนั้น
 
ผ่านไปหลายเดือน ก็มีบุคคลปริศนาหลายคนมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของมัน พวกเขาสนทนาอะไรกันเจ้าตูบเริ่มสงสัย สักพัก ชายชราร่างอ้วนหนึ่งในนั้น ก็ก้าวเท้าเข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามของเจ้าตูบ
“แฮ่ โฮ่ง!.....” มันยันกายลุกขึ้นคำรามบนพรมเก่าๆ ตาฝ้าฟางของมันจ้องเขม็งไปยังบุคคลกลุ่มนั้นเพื่อปกป้องทรัพย์สินของเจ้านายในอดีต
 
“นั่นหมารึ หมาใคร” ชายอ้วนเอ่ยขึ้น เขามองมันที่หน้าประตูสวนหย่อมอย่างฉงน เพราะเขาเพิ่งตัดสินใจซื้อบ้านร้างหลังนี้ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
หญิงสาวใส่แว่นผู้รับภาระประสานงานการขายในชุดพนักงานออฟฟิศ ตาเบิกกว้าง หล่อนจ้องมองสุนัขขี้เรื้อนแบบไม่เชื่อสายตา ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ว่า “ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวจะให้คนไล่มันไปให้”
ชายชราอ้วนยิ้ม “ไม่เป็นไร นี่คงเป็นเจ้าที่” เขาหันไปมองหน้าลูกสาวตัวเองที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เราจะเลี้ยงมัน”
 
ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ชายแก่อวบอูมนั่นก็ขนของเข้ามาอยู่พร้อมกับเริ่มทำความสะอาดบ้านร้าง เจ้าตูบยังคงปกป้องทรัพย์สินให้เจ้านายเก่าเช่นเดิมจนครอบครัวชายชราร่างอ้วนต้องเข้าบ้านทางด้านหลัง
เด็กหญิงหน้าตาน่ารักใช้มือหมุนล้อรถเข็นคนพิการมาทางหน้าบ้าน เธอยิ้มให้เจ้าตูบพิทบูลด้วยความไร้เดียงสา
“ฝากตัวด้วยนะ”
นานมาแล้ว ที่ไม่มีใครคุยกับมัน เจ้าตูบเอียงคอสงสัย แต่ยังคงนอนหมอบเฝ้ารอเจ้าของวัยซนคนเก่าเช่นเดิม
 
ไม่รู้เหตุใดชามข้าวหมาที่ไม่ได้เห็นมานานถึงโผล่มาตั้งอยู่ด้านหน้า ห่างจากเจ้าขี้เรื้อนไปประมาณ 2-3 เมตร กลิ่นอาหารสดใหม่คละคลุ้ง มันไม่ต้องไปค้นหาขยะเพื่อประทังชีวิตอีกแล้ว แต่... เจ้าตูบยังไม่ยอมกินอาหารในชามข้าวสวยหรูนั่น! มันยังคงไปคุ้ยขยะเพื่อความอยู่รอด จนชายชราอ้วนเกาศีรษะ
แล้วเขาก็คิดได้ว่า
“ในเมื่อแกชอบหาอาหารจากขยะ ฉันก็จะเอาอาหารในชามใบนี้ไปเททิ้งให้แกหาละกัน”
บ้านร้างหลังเดิม เริ่มดูดีขึ้น ฝุ่น ใยแมงมุมหายไป และสวนเริ่มสะอาดสะอ้าน ยกเว้นตรงที่เจ้าตูบนอนหมอบอยู่...


เด็กหญิงผมสั้นบนรถเข็นยังคงใช้มือหมุนล้อรถคนพิการมาหาเจ้าตูบทุกวัน จนเวลาเลยผ่านไปเป็นเดือน ทำให้เจ้าตูบสงสัยว่าทำไมเด็กหญิงคนนี้ไม่เดินเลย ไม่ร่าเริงเหมือนเจ้านายเก่ามันที่ใช้ขาเดินได้ พลางมันก็คิดว่าเด็กหญิงคนนี้เป็นโรคขี้เกียจแหงๆ


หลายวันต่อมา เด็กหญิงถือลูกเทนนิสลูกใหม่มา เธอชูขึ้นให้เจ้าตูบเห็น ก่อนจะพยายามโยนมันลงพื้นให้เจ้าตูบสนใจเธอบ้าง


“เล่นกันไหม เจ้าด่าง” เด็กหญิงหัวเราะร่าเริงแต่ก็ไม่ยอมลงจากรถเข็น เธอใช้มือขวาโยนลูกบอลลงพื้นให้ขึ้น แล้วรอมันเด้งเพื่อจับเอาไว้


เจ้าตูบงุนงง มันเอียงคอ แล้วพบสิ่งในความทรงจำ ลูกเทนนิสลูกใหม่ใบนี้ เหมือนของเจ้านายคนก่อนไม่มีผิด
ทว่า.... ไม่นานนัก เด็กหญิงก็ทำพลาด เธอทำลูกเทนนิสเด้งลงท่อน้ำไป ใบหน้าของเธอเศร้าสร้อย เจ้าตูบจ้องมอง
แต่แล้ว สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิด เจ้าตูบลุกจากพรมเน่าๆ พร้อมคุ้ยหาลูกเทนนิสลูกเก่าของมันมาคาบไว้ ก่อนจะเดินเอาไปส่งให้เด็กหญิงคนนั้น
มันยอมให้ของสำคัญของมันกับเด็กหญิง หลังจากเห็นความพยายามมานานของเธอ ความพยายามที่จะเป็นเจ้านายใหม่ของมัน
ไม่นานนัก ทั้งสองก็เล่นด้วยกัน ทุกครั้งที่เด็กหญิงทำลูกเทนนิสตก และเอื้อมเก็บจากรถเข็นไม่ถึง เจ้าตูบก็จะเก็บให้เธอเสมอ
หลังๆ มา มันก็ยอมกินข้าวจากชามข้าว ผู้ติดตามเจ้านายใหม่มันเฉกเช่นชายชราร่างอ้วนก็เริ่มสัมผัสมันได้
ชายแก่ลากมันไปอาบน้ำ ซื้อยาทาขนแก้ขี้เรื้อน พาไปฉีดยา และคนในบ้านทั้งสองคนก็ช่วยดูแลมัน จนมันหายจากโรคขี้เรื้อน เป็นหมาตัวหอม และน่ากอด
พรมเก่าเหม็นหืนที่นอนประจำของมันถูกนำไปซักใหม่ น้ำดำปี๋บ่งบอกถึงความหมักหมมมาหลายปี และถูกซ่อมจนดูดี เพื่อนำมาให้มันนอนอีกครั้ง
เจ้าตูบเริ่มแข็งแรงขึ้น มันกระดิกหางทุกครั้งที่เจ้านายหญิงคนใหม่ของมันออกจากบ้านพร้อมรถเข็น ก่อนจะกระโจนขึ้นบนตักเพื่อเลียหน้า แล้วโดนลูบหัวอย่างมีความสุข
มันยอมรับเจ้านายใหม่แล้วอย่างสุดหัวใจ ประดุจดั่งเจ้านายคนแรกของมันกลับมาอีกครั้ง
ความทุกข์จากการเฝ้ารอหลายปีจางหาย มันพร้อมจะตายในวัยชรา แต่.... วันหนึ่งเจ้านายหญิงบนรถเข็นของมันหายไป
หายไปอีกแล้ว....
มันพยายามเห่าเรียกที่หน้าบ้าน...
หางกระดิกรอ แม้เจ้านายจะลืมเวลามาเล่นกับมัน แต่มันยังคงรอเสมอ
เจ้านายใหม่ของมันไปไหน... มันไม่อยากกลับไปพบกับความเหงาอีกแล้ว...
ทว่า... คราวนี้เจ้านายร่างอ้วนกลับเป็นคนเดินออกมา เขาจูงมันเดินเข้าไปในบ้าน มันมองหน้าชายชราอ้วนเผละแบบใคร่รู้
แล้วเจ้านายหญิงน้อยไปไหนล่ะ...


ใบหน้าชายชราไม่สู้ดี เขาไม่ยิ้ม ก่อนเปิดประตูห้องสีชมพูห้องหนึ่งออก เจ้าตูบมองเห็นเจ้านายหญิงน้อยของมันนอนอยู่บนเตียง
“มานี่สิ ด่าง” เด็กหญิงยิ้มแห้ง “พ่อคะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยู่กับด่างได้ พ่อไปทำธุระสำคัญเถอะ” เด็กหญิงเอ่ย ขณะที่ชายชราอ้วนพยักหน้า ก่อนปิดประตูทิ้งทั้งสองไว้ลำพัง
เจ้าตูบฉงน เหตุใดเจ้านายของมันถึงเอาแต่นอน
มันเดินเข้าไปใกล้เด็กหญิง พร้อมเลียหน้าชวนเธอลุกขึ้นมาเล่นเหมือนทุกวัน
“ไม่ได้หรอก” เด็กหญิงยิ้ม “แกนี่มันปากเหม็นจริงๆ”
 
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน จนเวลาเป็นอาทิตย์ เด็กหญิงก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง เจ้าตูบเริ่มสงสัย เจ้านายใหม่ไม่รักมันอีกแล้วเหรอ จะทิ้งมันให้โดดเดี่ยวอีกแล้วใช่ไหม
ปากย่นๆ คาบลูกเทนนิสเก่าๆ เดินดุ่มขึ้นบันไดไปห้องเด็กหญิง ก่อนจะวางลูกกลมเขียวไว้บนมือขาวซีด แล้วเห่าเรียก
“โฮ่ง” แล้วตามด้วยเสียง “งี๊ดดดด” แบบไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ประมาณว่า มาเล่นกัน ชวนแล้วนะ
เด็กหญิงยิ้มเจื่อน “ไม่ได้หรอกด่าง ฉันไม่สบาย”
แม้ฟังไม่ออก แต่สัญชาตญาณของมันรับรู้ เจ้าตูบเข้าใจ เจ้านายของมันเป็นอะไรสักอย่าง
มันหมอบลงที่ข้างเตียง และเฝ้ารอเจ้านายติดล้อของมันให้ลุกขึ้นได้สักวัน
 
แล้วเจ้านายใหม่ตัวเล็กของมันก็หายไป เหลือไว้แต่รถเข็นคนพิการคันนั้น....
 
ก่อนที่เธอจะหายไป เจ้านายอ้วนของมันเอาเชือกผูกคอมันไว้กับเสา และให้ชายในชุดขาวประมาณสี่คน พร้อมเครื่องมือประหลาดเข้าไปในห้องของเจ้านายน้อยคนนั้น
เจ้าตูบเห่าเสียงดัง แม้แรงแทบไม่เหลือ แต่ก็ดันทุรังเห่าจนไม่มีเสียง ชายชุดขาวพวกนั้นนำเธอใส่เตียงประหลาด และอุดจมูกของเธอด้วยอะไรบางอย่าง คล้ายๆ ท่อ ออกไปที่หน้าบ้าน
เชือกรัดคอเจ้าตูบแทบหายใจไม่ออก มันพยายามตะกุยตาม ชายแปลกหน้าที่หอบร่างเจ้านายมัน
พวกเขานำร่างเจ้านายหญิงขึ้นไว้บนหลังรถ
แล้วรถสีขาวที่ลักพาตัวเจ้านายมันไปก็ออกวิ่ง และในที่สุดก็หายลับตาไป เจ้าตูบหอนตามอย่างเสียไม่ได้ พลางโกรธเจ้านายอ้วนของมันที่จับมันล่ามไว้
ปกป้องเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว คนสำคัญ....
“ด่าง แกจะโกรธฉันก็ได้ แต่ตอนนี้ เหลือแค่ฉันกับแกแล้ว” เขาเดินไปลูบหัว ระหว่างที่เจ้าตูบขู่เหมือนจะกัด กระนั้นเขาก็ปลดเชือกที่ล่ามมันออก พลันเกาหูเจ้าตูบอีกครั้งอย่างเอ็นดู
มันไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายอ้วนของมันถึงทำแบบนั้น และมันก็ฟังไม่เข้าใจด้วย แต่มันรับรู้ได้ว่าเจ้านายอ้วนของมันกำลังเศร้า สัญชาตญาณกำลังบอกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
ไม่ช้าเจ้านายอ้วนของมันก็หายไป
มันรอที่หน้าบ้านหลายวัน เจ้านายชราของมันก็ไม่ออกมาจากบ้าน
มันจึงเห่า และพยายามหาทางเข้าไปในบ้าน
เจ้าตูบเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดทิ้งไว้
มันพยายามตะกุยเข้าไปในนั้น แม้มันจะเป็นหมาชรา แต่ก็ทำสำเร็จ
ภายในตัวบ้านมืดครึ้มไร้แสงไฟ มันเดินหาจนทั่ว แต่ก็ไม่พบชายชราร่างใหญ่ จนกระทั่ง...
มันเห็นเขาแล้ว เจ้านายใหม่ของมันกำลังลอยอยู่ที่กลางบ้าน และท่าทางเหมือนกำลังหลับ ทั้งๆ ที่ยืน แต่ไม่เป็นไร มันพร้อมจะรอเจ้านายของมันเสมอ
 
 
“บ้านหลังนี้เป็นของธนาคารแล้วครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทกล่าว พร้อมเดินนำคณะตรวจสอบที่ดินเข้าไปด้านในบ้านร้าง “เจ้าของไม่ยอมผ่อนบ้านหลังนี้ต่อ สัญญาก็ไม่ต่อเลย แถมเลยระยะเวลามา 5 ปีแล้วสิ เราคงทำการประเมิณแล้วยึดทรัพย์คืนธนาคาร”
“สภาพยังดีอยู่เลยนะคะ” หญิงสาวอีกคนเอ่ยสำทับ หลังก้าวย่างเข้าไปในบ้านร้าง
แล้วเมื่อกลุ่มคณะพวกเขาเข้าไปถึงกลางบ้าน พวกเขาก็ต้องร้องเสียงหลงกันทุกคน เพราะภาพที่เห็น
 
กระดูกมนุษย์คนหนึ่งห้อยติดคานบ้านที่ห้องโถง.... และกระดูกสุนัขตัวหนึ่งที่ยังคอยจงรักภักดีต่อเจ้านายเสมอ
 
จากใจผู้เขียน ต้องยอมรับกันก่อนว่า ร้างราจากงานเขียนเรื่องสั้นมานาน สนิมเกาะ มาก ถ้าอ่านกันแล้ว ขอฟังทัศนคติจากมุมของท่านผู้อ่านหน่อยนะเจ้าคะ พอดีอยากเขียนแนวมืดๆ ลองดู เพราะไม่ค่อยเห็นแนวนี้ในบ้านเมืองเราเท่าไหร่(ส่วนน้อยจะเห็นอยู่)

http://writer.dek-d.com/annya/writer/view.php?id=779043

ตามไปอ่านเรื่องสั้นๆ ของข้าพเจ้าได้ที่นี้เนอะ (แอบโปรโมท)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      สวัสดีค่ะเจ้าของกระทู้


      คุณกลับมาแล๊ววววว  คุณจะกลับมาเข้ามาประจำที่นี่ตลอดไป...หรือว่าคุณเพียงแวะเข้ามาเพื่อนำ...เหงา...มาฝากให้อ่านสนุกๆคะ


      แต่...ไม่ว่าคุณจะกลับเข้ามาในรูปแบบไหนเจ้าของเม้นต์นี้ก็อยากจะกล่าวคำว่า...ยินดีต้อนรับการกลับมาของคุณค่ะ


      เห็นๆตรงนี้แล้วหัวเราะหน้าหงายค่ะ55555...เกริ่นก่อนว่า เป็นมือใหม่(หน้าเก่ามาก)

      เป็นมือใหม่...คุณล้อเล่นแน่ๆ...รู้ว่าคุณล้อเล่นค่ะ...ดิฉันนะคะความจำดี ดีมากๆด้วยค่ะ รู้จักคุณเป็นอย่างดีและจำคุณได้เสมอแม้เวลาจะผันผ่านก็ตามที (ความทรงจำในสิ่งที่ดีๆนี้ให้พลังได้เป็นอย่างดีนะคะ)

      แท้จริงคุณคือ...ครู..หรือปรมาจารย์...แห่งการเขียนนะคะ (ทำไมต้องล้อเล่นด้วยเนอะ แต่ก็ดีนะคะบางครั้งทำให้คลายเครียดได้เป็นอย่างดีนะ)

      ที่นี่...นักเรียนหัดเขียนขี้อายยังคงนั่งหลังห้องหัดเรียนหัดเขียนอย่างตั้งใจและจดจ่อค่ะ...





      แม้ว่าครูจะไม่ว่างที่จะกลับมายืนหน้าห้องตะโกนปาวๆในทุกวัน...แต่เด็กนักเรียนคนขยัน  ขยันจริงนะคะ(แต่ในบางครั้งก็ขี้เกียจมากๆค่ะ555) ตั้งอกตั้งใจทำแบบฝึกหัดด้วยตัวเอง รอการกลับมาของครูค่ะ(การรอคอยนี้นะคะ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเจ้าตูบในเหงาของคุณได้เป็นอย่างดีเลย คืออาจจะคล้ายกันนะ5555)


      หน้าห้องเรียน...ห้องนี้...การสอน...หลักการเขียน...ใครนะ?ที่เคยยืนให้พลังและแนะนำหลักการต่างๆนานา...ใครคนนั้น...ไม่ใช่มือใหม่ค่ะ


      แต่คุณเป็นครูของดิฉันเอง555555



      ทักทายค่ะ เป็นส่วนตัวสุดๆเลยหน้าบอร์ดห้องนักเขียนนี้ (ขออภัยเพื่อนๆทุกๆคนด้วยค่ะ)



      เหงา กับ หมา  (หรือ เหงา)



      ถ้าอ่านกันแล้ว ขอฟังทัศนคติจากมุมของท่านผู้อ่านหน่อยนะเจ้าคะ



       อ่านแล้วนะคะ...แต่ยังไม่มีความกล้าพอที่จะช่วยออกความเห็นใดๆให้เห็นเป็นเรื่องราวและสาระที่จริงจังชัดเจนได้ สาเหตุเพราะตนเองนั้นไม่มีความสามารถค่ะ เพราะโดยปรกติคนที่ไม่เป็นงานนั้นหากจะต้องมาวิจารณ์งานหรือหากออกความเห็นออกไปจะทำให้คุณสับสนได้ค่ะ เกรงว่าจะทำให้งานนั้นเสียด้วยค่ะ(เข้าใจและยอมรับได้ในแบบนั้นค่ะ  หวังว่าวันหนึ่งจะมีความสามารถและโอกาสที่จะทำได้ค่ะ)


      แต่ชอบมากตรงที่...อ่าน  เหงา แล้วให้ความรู้สึกว่า...จำความเมื่อเป็นเด็กตัวเล็กๆในอดีตที่เคยนอนฟังพี่เลี้ยง หรือคุณแม่ หรือคุณยายเล่านิทานแฝงคติกล่อมให้นอนค่ะ (จริงนะคะ)


      นิทานแฝงคติสำหรับเด็กนั้นหลายๆเรื่องหรือบ่อยๆจะมีสัตว์เลี้ยงชนิดที่ใกล้ชิดกับคนมามีส่วน เช่น สุนัข แมว ม้า กระต่ายเป็นต้น เป็นความรักความผูกพันธ์ระหว่างสัตว์ซึ่งมีความรู้สึกต่อคนได้อย่างลึกซึ้งและมหัศจรรย์โดยธรรมชาติเป็นความจริงที่แปลกและให้ความรู้สึกละมุนละไม(ดีมากสำหรับเด็กๆ) ชอบมากค่ะ


      ขอบคุณสำหรับ...เหงา...เรื่องสั้น...ที่คุณนำมาลงให้อ่านนี้ค่ะ


      และ...ขอร่วมเป็นกำลังใจ...การเขียนเรื่องสั้นเรื่องต่อๆไปของคุณด้วยค่ะ


      อีกครั้ง...ขอกล่าวคำว่า...ยินดีต้อนรับการกลับมาของคุณค่ะ...

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #1-1
        เห็นเม้นต์แบบนี้อดใจไม่ได้ที่จะกลับมาตอบ ขอบคุณเจ้าค่ะที่จำกันได้ ในขณะที่สมาชิกหลายท่านเปลี่ยนแปลงไป มีคนใหม่ๆ เข้ามาอาจจะลืมเลือนนามปกรในเด็กดีข้าพเจ้าไปแล้ว แต่กระนั้นท่านยังอุตส่าห์จำข้าพเจ้าได้...



        ท่านอาจจะยกยอข้าพเจ้าจนล่องลอยจนเกินไป(เล่นให้ความรู้สึกเก่งกาจเหนือคนอื่น แต่หาไม่แล้วข้าพเจ้าก็ยังเป็นเพียงลูกศิษย์ของคนอื่น ที่นำความรู้ที่ได้รับมาอีกที มาบอกกล่าว) แต่แน่นอน ดังที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้



        "ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด" อาจารย์ทมยันตีก็นิยามไว้เลาๆ นี้ ข้าพเจ้าแค่ดัดแปลงให้เข้าใจง่าย หลังจากได้รับการบ่มสอนในสายอาชีพนี้อีกที



        และไม่มีบทความใดในโลกหล้านี้สมบูรณ์แบบ อันว่ากันว่า ลางเนื้อชอบลางยา



        แต่ถ้าจะเปรียบเปรยกับนิยายก็ประดุจดัง ขนม นม เนย บางคนชอบนม บางคนชอบเนย บางคนชอบขนม



        รสอร่อยในความชอบนั้นแตกต่างกัน.... นิยายก็คล้ายพวกนี้ล่ะเนอะ



        แต่จะว่าไป แม้ขนมบางอย่างเราจะไม่ชอบ แต่ก็พอจะรับรู้รสชาติภายในนั้น เค็ม หวาน ขม เผ็ด



        นั่นแหละ ทัศนคติของแต่ละคนต่อขนมหนึ่งชิ้น







        และความชอบบังคับกันไม่ได้...



        ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นเชฟอาหาร ได้เสิร์ฟเมนูเหงาให้ท่านชิม อาจจะไม่ใช่อาหารที่ท่านชอบ แต่ท่านน่าจะรู้รสชาติ



        หัวใจของคนเป็นพ่อครัว แค่อยากได้ยินว่าเครื่องปรุงพอดีหรือไม่ ก็เท่านั้นเจ้าค่ะ





        ขอบคุณสำหรับตำชื่นชม ข้าพเจ้าก็ไม่เคยลืมเหล่าบุคคลที่ได้รู้สึก+รู้จัก บนเส้นทางแห่งนี้





        ปัจฉิมลิขิตนี้ ขอทิ้งท้ายไว้ให้คิดกันเจ้าค่ะ ข้าพเจ้าใช้นามแฝงนี้ ไม่ปะปนกับนามปากกาอื่นของข้าพเจ้า เพื่อให้พวกท่าน วิเคราะห์รสชาติให้ข้าพเจ้าฟัง



        ไม่เห็นมีอะไรที่จะต้อง ไม่กล้าชิมเลย (คนเราเผ็ดก็บอกว่าเผ็ดตรงๆ สิเนอะ :D)





        แก้วที่รั่วอย่างข้าพเจ้านั้น ไม่เคยเติมเต็มด้านความรู้



        และแนวทางปณิธาน คงไม่แปรเปลี่ยนได้ง่าย ดังเช่นเจ้าตูบในเรื่องนี้



        ^^



        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ยินดีต้อนรับค่า คุณอัญยา  จำคุณได้เสมอค่ะ ^^


      คนที่เคยไปคอมเม้นท์ให้ในนิยายที่เราเขียน ดีใจมาก แบบว่า ระดับนักเขียนมืออาชีพมาคอมเม้นท์ให้นี่ ปลื้มสุด ๆ เลยค่ะ
      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #2-1
        ในเด็กดีนั้นกว้างใหญ่มากท่าน ข้าพเจ้าไม่เคยลืม หรอกนะ เจ้าชายหิมะ กับอีกเรื่องของท่านน่ะ แต่ด้วยเวลาแล้ว ก็คงต้องทำงานตนเองให้เสร็จก่อนที่จะไปเตร็ดเตร่อ่านงานชาวบ้านเขาได้





        ที่บอกว่าเด็กดีกว้างใหญ่นัก



        ท่านคงรู้ว่า มืออาชีพเต็มเด็กดีไปหมด.... และทุกคนเคยเป็นมือสมัครเล่นมาก่อน :D



        แล้วก็....



        ทุกคนเป็นนักอ่าน(ที่ขี้เกียจล็อกอินไปพิมพ์คอมเม้นต์)



        :D ข้าพเจ้าล่ะคนหนึ่งที่เป็นนักอ่านเงา...





        อยากบอกว่า แม้คอมเม้นต์มันไม่โผล่โผลงปรากฏแก่สายตา แต่มีคนอ่านงานต่างๆ ในเด็กดีแน่นอน



        "ลองจินตนาการความคิดเห็นพวกเขาเหล่านั้นดูสิ"



        อย่าถอยนะเจ้าคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ....



        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ไม่เหงาอย่างเดียว ทั้งเหงาทั้งเศร้าเลยครับ น่าสงสารทั้งน้องหมาทั้งคุณพ่อเลย
      ตอบกลับ
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป