ซ่อน
แสดง

เทคนิคอิ้ง Reading อ่านไม่หมดก็ทำได้ ตอนที่ 3 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#แอดมิชชั่น #admisison #ONET #GAT #reading #Eng #GAT2 #Passage #สอบ
หลายๆ คนคงรอตอนที่ 3 กันอยู่ต้องขอโทษด้วยครับพอดีๆ ยุ่งๆ วุ่นๆ เลยไม่ได้ลงต่อ แต่วันนี้ว่างแล้วครับ มาต่อกันเลยดีกว่า เนาะๆๆๆๆ
 
หลังจากผ่านไปแล้วสองกระทู้ก่อนหน้ากับซีรีส์ "เทคนิคอิ้ง Reading อ่านไม่หมดก็ทำได้" 
สำหรับกระทู้นี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่อง...
"ไล่สายตาผ่านๆ แต่อย่าอ่านทุกบรรทัด"
 
เทคนิคนี้จะเหมาะกับการหาคำตอบสำหรับคำถามที่ดูกว้างเหมือนจะต้องอ่านบทความทั้งหมดแล้วถึงตอบได้ แต่! อย่าเผลอลงมืออ่านทุกคำทุกบรรทัด ใช้การ ไล่สายตาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ลงมืออ่าน ไม่งั้นยาวแน่นอน 555
ตัวอย่างแรก
 

 
ข้อใดไม่ได้ถูกกล่าวว่าเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ?
ทำไงดีครับ...เอาแต่ละตัวเลือกไปไล่หาดูในบทความกันเลยครับ 
 
ตัวเลือกที่ 1. Genes เราจะพบที่ While some researchers search for the roots of obesity in our genes… ในบรรทัดแรก  ด้วยความที่มันเป็น roots of obesity ข้อแรกนี่ก็เลยเป็นสาเหตุ 
 
ตัวเลือกที่ 2. A virus ก็จะไปเจออยู่ที่ We are not saying all obesity is caused by a virus….. ในย่อหน้าที่ 3 แปลว่าเราไม่ได้บอกว่าโรคเบาหวานจะเกิดจากไวรัสทั้งหมด หมายความว่ามันก็เกิดจากไวรัสบ้างถูกมั้ยครับ ข้อนี้ก็เป็นสาเหตุอีกเช่นกัน
 
ตัวเลือกที่ 3. A vaccine เราจะไปเจออยู่ที่บรรทัดสุดท้ายว่า the next step would be to develop a vaccine เราคงพอจะเดาได้นะครับว่าวัคซีนนี้เอามาแก้ไวรัส เพราะงั้นวัคซีนไม่ได้เป็นสาเหตุของเบาหวานแน่นอน เพราะงั้นข้อนี้แหละครับคือคำตอบสำหรับโจทย์ของเรา
 
ตัวเลือกที่ 4. ส่วน Lifestyle ที่จริงเราไม่เจอคำนี้ในบทความด้วยซ้ำ แต่มันมีคำว่า ...and habits all play a role ที่แปลว่า ...และนิสัย ทั้งหมดมีบทบาท ซึ่งมันต่อเนื่องจากตรงที่ We are not saying all obesity is caused by a virus ซึ่งนิสัยหรือ habits นี้เองที่มันสามารถหมายถึง lifestyle ได้ เพราะฉะนั้นข้อนี้ก็เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานด้วย
  
ตอบข้อ 3. นั่นแหละถูกแล้วจ้า
 
********************
 
บางทีตัวเลือกก็โผล่มาเป็นประโยคๆ ไม่ใช่มาคำเดี่ยวๆ แบบตัวอย่างก่อนหน้า เราก็อาจต้องดูประธาน กริยา (และ/หรือกรรม) ของประโยคในตัวเลือก แล้วนำไปไล่สายตาหาในบทความว่าปรากฏตรงไหนบ้าง จากนั้นพิจารณาจากประโยคที่คำนั้นปรากฏเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
 
ลองดูตัวอย่างกันสักหน่อยครับ
 

 
ซึ่งจากบทความนี้ในข้อสอบ O-NET ภาษาอังกฤษปี 2554 มีคำถามที่น่าสนใจคือ
 

 
ผู้เขียนระบุไว้ว่า....?
เอาละมาลองหาคำตอบกันดูครับ
 
ตัวเลือกที่ 1. คำที่น่าเอาไปไล่สายตาหาในบทความมากๆ เลยคือประธานครับ punishment และอีกคำคือ killing พอเราไล่สายตาหาก็จะสะดุดที่บรรทัดที่ 8 ซึ่งมีคำว่า killing อยู่ใน "The blame is much less severe than killing with any other weapon" ดูน่าจะใช่คำตอบเนอะ แต่อย่าเพิ่งชะล้าใจเพราะในบทความยังใช้แค่คำว่า blame = กล่าวโทษ/ตำหนิ ยังไม่ถึงกับ punishment ลองเช็คต่ออีกสัก 2-3 บรรทัดหน่อยเพื่อความชัวร์ ไล่สายตาลงมาปุ้บก็จะเจอ murder…….maximum penalty is life imprisonment การฆาตกรรม.....โทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต และบรรทัดต่อมาก็จะเจอ when the weapon is a car…………go virtually unpunished เมื่ออาวุธคือรถ.....เหมือนไม่ได้รับโทษ ความตรงนี้สอดคล้องกับตัวเลือกที่ 1 ว่า The punishment for killing…… more severe than ….. in a car crash.
 
ตัวเลือกที่ 2. เจอคำตอบแล้วนี่! ยังจะดูข้อนี้อีกหรอ โอเค...แล้วแต่เลยครับ
คำที่น่าสนใจเอาไปหาคือคำกริยา "escape" ครับ ไปลองไล่สายตาดูครับว่ามีคำที่หมายถึงการหลบหนีมั้ย (อาจเป็นคำอื่นที่ใกล้เคียงกับ escape ก็ได้) ซึ่งเราจะเจอคำว่า fled แปลว่าหนี/วิ่งหนีในบรรทัดที่ 4 ใน The driver of that car fled the scene ซึ่งก็เป็นแค่แคสนี้ปะ ไม่อาจไปสรุปได้ว่า "usually a careless driver……escapes punishment" ที่หมายถึงโดยปกติคนที่ขับรถไม่ระวัง.....จะหนีการลงโทษ แถมยังมีข้อมูลจากการพิจารณาตัวเลือกที่ 1. ด้วยว่า โทษจากความผิดในการขับรถมันเบามากชนิดแทบจะไม่ใช่การลงโทษ ดังนั้นปกติคนที่ขับแล้วชนก็คงไม่ค่อยหลบหนีเท่าไรหรอกเนาะ โทษมันจิ๊บๆ อะ ข้อนี้ผิดแหละ
 
ตัวเลือกที่ 3. คำที่น่าเอาไปหาคือคำว่า "drunk" เมานั่นแหละ และปรากฏว่าไม่เจอคำนี้ในบทความเลย งั้นข้ามไปครับ
 
ตัวเลือกที่ 4. คำที่น่าเอาไปหาคือ released unpunished ซึ่งพอเอาไปหาดูก็จะเจอแค่ unpunished ใน go virtually unpunished บรรทัดที่ 12 และไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่า released ปล่อยตัว แบบ unpunished ดังนั้นข้อนี้ก็ผิดเช่นกัน
 
********************

คำที่โผล่บ่อยๆ ซ้ำๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะสังเกตได้จากการไล่สายตาผ่านบทความ (ไม่นับ a an the is am are  บลาๆๆ นะ) ซึ่งคำนั้นก็มักจะมีความหมายสำคัญต่อบทความ เป็นประเด็นหลักของเรื่องบ้าง เป็นชื่อเรื่องบ้าง หรือเป็นชื่อบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและถูกนำมาอ้างในบทความบ้าง ดังนั้นการสังเกตคำที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็พอจะทำให้เราเดาใจความสำคัญของบทความ สิ่งที่อาจจะถูกถามในโจทย์ หรือที่มาของบทความได้
 
ตัวอย่างเช่น
 

คำถามคือ สโลแกนอะไรเหมาะสมกับสินค้านี้มากที่สุด
ลองไล่สายตาสิครับว่าคำว่าอะไรโผล่บ๊อยบ่อย…easy ใช่มั้ยครับ ตั้งแต่ย่อหน้าก็ easy เต็มเลย แล้วมีตัวเลือกที่มี easy เยอะๆ มั้ยครับ
 
ตัวเลือกที่ 2. นั่นเองครับ Easy to make, easy to eat and easy to enjoy และดันไปตรงกับประโยคแรกของบทความ (โฆษณา) อันนี้ด้วย ไปกันได้จริงๆ 
 
สาเหตุที่การตั้งสโลแกนทำไมถึงหาคำที่ปรากฏบ่อยๆ ก็คือการเป็นสโลแกนต้องเป็นอะไรที่เป็นจุดเด่นของสินค้า ย้ำความสำคัญ สะดุดหูสะดุดตา หรือจำได้ ซึ่งการใส่คำว่า easy รัวๆ ก็จะได้ประโยชน์ทั้งในการย้ำความสำคัญและจำง่ายครับ 



ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านกันมาถึงตอนที่ 3 แล้ว
สำหรับตอนหน้าจะมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมอีก ติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบ
 
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป