Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รีวิว สอบโควต้าเรียนดี ศิลปศาสตร์ ญี่ปุ่น ลาดกระบัง 60 #dek60 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek60 #KMITL #ศิลปศาสตร์ #เอกญี่ปุ่น #ลาดกระบัง
     สวัสดีค่ะ วันนี้เราเพิ่งไปสอบโควต้าเรียนดี 3.51 ศิลปศาสตร์ ม.ลาดกระบัง เอกภาษาญี่ปุ่นมา ซึ่งเราอยากจะแชร์แนวการสอบและก็สัมภาษณ์สำหรับรุ่นน้องต่อๆไป เพราะแนวสอบน้อยมาก ตอนเราไปก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหมือนกัน
ก่อนอื่น

     จะดูยังไงว่าเราจะสามารถสมัครโควต้านี้ได้ เราสามารถหาอ่านรายละเอียดได้ตามเว็บไซต์ของทางมหาลัยนะคะ แต่คร่าวๆก็คือ ต้องมีเกรดเฉลี่ย4เทอมมากกว่า 3.51 และขอบอกเลยว่าแบบฟอร์มต้องให้อาจารย์เซ็นหลายคนมากๆ ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์แนะแนว และผู้อำนวยการ ดังนั้นเราไม่ควรจะชะล่าใจนะ เพราะอาจจะส่งใบสมัครไม่ทันก็ได้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.enttrong.com/2802 )

     โควต้านี้จะแบ่งเป็นสองสาขา เอกอิ้ง และ เอกญี่ปุ่น โดยคนที่สอบเอกอิ้งก็แน่นอนว่าสอบอังกฤษ แต่เอกญี่ปุ่นสามารถเลือกได้ว่าจะสอบภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเราเลือกสอบเป็นภาษาญี่ปุ่นไป
 
     สำหรับการสอบขอเล่าให้ฝั่งของคนที่สอบญี่ปุ่นนะ ข้อสอบมี50ข้อ สอบ1ชั่วโมงค่ะ ของเราสอบ 9.30-10.30 ในห้องมีแอร์นะคะ ถ้าใครกลัวหนาวก็อย่าลืมเอาเสื้อไป อย่าลืมเตรียม2Bกับปากกาไปด้วย ***ห้ามลืมบัตรประชาชนเด็ดขาดนะคะ สำคัญมาก***

     ในส่วนตัวข้อสอบขอบอกว่ายากมากกก ยากมากถึงมากที่สุด ข้อสอบ10ข้อแรกจะเป็นคันจิ ตามด้วยไวยากรณ์และการอ่าน4เรื่อง ใครที่เรียนอะกิโกะหรือแค่มินนะ ขอบอกว่าต้องเสริมนะ เพราะถ้าให้เทียบนี่คือระดับ N2-N3เลย คันจินี่ยากจริง แล้วพอคันจิไม่ได้ก็แปลไม่ออกค่ะ พังทลาย5555

     ยกตัวอย่างคันจิที่ออกนะคะ 故障 , 伯父 , 庭園 , 捨てる , 警察 , 静か , 季節 , お客様 , 独身 จริงๆมียากกว่านี้ แต่เราก็อ่านไม่ออก เลยต้องขอข้ามไป

     พาร์ทไวยากรณ์จะมีทั้งเติมคำ เรียงประโยค หาคำเหมือน อันนี้ต้องอ่านเยอะๆเหมือนกันค่ะ เพราะยาก555 เราทำไม่ได้ก็เยอะ ทำไม่ทันอีกต่างหาก

     สำหรับพาร์ทอ่านจะมีราวๆ4ย่อหน้าค่ะ เยอะพอสมควรดังนั้นต้องบริหารเวลาดีนะคะ พาร์ทอ่านคันจิจะเยอะมากๆ (และอ่านไม่ออกด้วย) เรื่องก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แอบซับซ้อนนิดนึง ต้องฝึกอ่านคร่าวๆแล้วหาคีย์เวิร์ดไปตอบ ซึ่งจะช่วยได้มาก

     หลังสอบเสร็จทุกคนในห้องนี่มองหน้ากันแบบล่องลอยมาก จะยากอะไรขนาดนั้น555 กรรมการจะตรวจข้อสอบเลย และผลจะออกราวๆไม่เกินบ่ายโมงและสอบสัมภาษณ์บ่ายโมงครึ่ง (ตามกำหนดการ)

     ช่วงรอผลเป็นช่วงเวลาที่ทรมาณที่สุด เครียดมาก เพราะรู้สึกว่าทำข้อสอบไม่ได้ เดินวนไปวนมาอยู่ร้านกาแฟกับร้านหนังสือเนี่ยแหละค่ะ พอใกล้ๆบ่ายเราก็ไปยืนรอ มีคนตะโกนว่าประกาศแล้วตอนบ่ายตรง ทุกคนก็รีบวิ่งไปกันที่บอร์ดประกาศ ปรากฎว่าเอกอิ้งค่ะ เอกญี่ปุ่นยังตรวจไม่เสร็จ ทำไงได้ละคะ รอวนไปค่ะ555

     เป็นบรรยากาศที่ลุ้นมาก ทุกคนรวมอยู่จุดเดียวและจ้องทุกครั้งที่มีคนถือกระดาษเดินผ่าน จนใบมาติด ปรากฎว่าเราผ่านค่ะ ร่วมกับเพื่อนอีก21ชีวิต ผ่านมาแบบงงมากๆเพราะตอนแรกคิดว่าจะกลับบ้านแล้วเพราะข้อสอบยากมาก เราทำไม่ได้ การประกาศผลของเอกญีปุ่นช้าไปเกือบครึ่งขั่วโมงค่ะ เลยเลื่อนการสัมภาษณ์เป็นบ่ายสองแทน
 
     สำหรับการสอบสัมภาษณ์เราไม่ได้เตรียมตัวในการตอบเลย แต่เตรียมพอร์ทไปเผื่อว่าต้องใช้ (ควรจะนำติดตัวไปด้วย) พอประกาศแล้วพี่ปี1จะเรียกไปรวมและพาเราไปในห้องนั่งรอสัมภาษณ์ ซึ่งพี่ๆใจดีมาก แนะนำน้องดีทุกอย่าง และพยายามทำให้น้องไม่เครียดตอนอยู่ในห้องรอ พอเพื่อนสัมภาษณ์เสร็จก็ถามแนวมาแบ่งคนหลังๆ แล้วก็บอกแนวของปีตัวเองด้วย

     ส่วนตัวก่อนสอบไม่เครียดเลย เพราะเราไปเจอเพื่อนในห้องสัมภาษณ์ คุยกันสนุกเหมือนไม่ได้มาสอบ เฮฮากันอยู่แค่นี้แหละ เพื่อนบอกให้ท่องชื่อมหาลัยเผื่อไปด้วย เราก็ท่องและนั่งเล่นต่อไปจนถึงคิวสอบ

     พี่เขาจะเรียกไปนั่งรอด้านหน้าห้องสัมภาษณ์ก่อนทีละสามคน แล้วพอคนในห้องสอบเสร็จก็ตามคิวเข้าไปค่ะ ในห้องสัมภาษณ์จะมีสามโต๊ะ ทุกโต๊ะจะมีอาจารย์ญี่ปุ่น 1 คน อาจารย์ไทยที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ 1 คน ก็เข้าไปนั่งแล้วยื่นใบสมัครกับพอร์ทให้เขาค่ะ โดยอาจารย์จะถามก่อนว่าเราเลือกสอบภาษาอะไร ก็จะถามคำถามตามภาษาที่เราเลือกสอบค่ะ

     ก่อนอื่นเขาจะให้เราแนะนำตัวก่อน สั้นๆก็ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวเขาจะถามเพิ่มอีกทีเอง แล้วก็เริ่มถามคำถามค่ะ นี่คือคำถามคร่าวๆเท่าที่เราจำได้นะคะ

เซ็นเซ : 
1. มาสอบยังไง มากับใคร
2. ครอบครัวมีกี่คน ใครบ้าง
3. เรียนภาษาญี่ปุ่นมากี่ปีแล้ว แล้วเคยสอบวัดระดับมั้ย ผ่านที่เท่าไหร่
4. ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น
5. เคยไปแลกเปลี่ยนใช่มั้ย กี่ครั้ง ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง อะไรสนุกที่สุดในการไปแลกเปลี่ยน แล้วไปแต่ละครั้งระยะเวลาเท่าไหร่  (เราเคยไปแลกเปลี่ยนค่ะ ใส่ไว้ในพอร์ท)
6. ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นตัวไหนที่สุด
7. ตอนไปอยู่ญี่ปุ่นลำบากมั้ย เรื่องอะไรบ้าง
8. ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่
9. ถ้าเรียนจบแล้วอยากทำงานเกี่ยวกับอะไร
10. อยากทำงานที่ไทยหรือญี่ปุ่น (เราตอบว่าอยากทำงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะ เขาเลยถาม)
     ตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ ถ้าไม่ได้จริงๆ หันไปหาอาจารย์ไทยค่ะ อาจารย์เขาจะช่วยค่ะ แต่บางทีเซ็นเซจะพูดเบาและเร็ว ต้องตั้งใจฟังมากๆ
 
อาจารย์ไทย : 
1. ทำกิจกรรมอะไรที่โรงเรียนบ้าง (ตัวนี้สามารถชี้ในพอร์ทไปด้วยเลยก็ได้นะคะ)
2. ทำไมได้เกรดพระพุทธน้อยจัง (เราโดนค่ะตอนดูใบเกรด เพราะเราได้คะแนนค่อนข้างน้อย จำหลักธรรมไม่ได้จริงๆ อาจารย์เขาขำใหญ่เลยค่ะ เขาบอกว่าวิชานี้ปกติเขาต้องได้เยอะกัน)
3. ไปแลกเปลี่ยนมา ชอบครั้งไหนมากที่สุด
4. รู้ข่าวการสมัครมาจากที่ไหน
5. ที่โรงเรียนมีอาจารย์ชาวญี่ปุ่นมั้ย แล้วใช้ตำราเล่มไหนเรียน
6. ถ้าเข้าที่นี่ได้ คาดหวังอะไรจากมหาลัยมั้ย (หมายถึง อยากให้เขาสอนอะไรเรา หรืออยากได้อะไรจากที่นี่)
7. รู้ภาษาเกาหลีด้วยหรอ (อยู่ในพอร์ทค่ะ เราตอบไปว่าอ่านออก เขียนได้ แต่ยังแปลไม่ออกค่ะ บอกไปเลยว่าเราชอบอปป้าค่ะ ต้องเรียนภาษาเพื่ออปป้า อาจารย์เลยขำแล้วหันไปเล่าให้เซ็นเซฟังด้วย ซึ่งก็ขำกันทั้งคู่ค่ะ)
     อาจารย์ไทยของเราถามภาษาไทยค่ะ แต่เพื่อนอีกคนโดนถามเป็นภาษาอังกฤษ ต้องเสี่ยงโชคเอา
 
     คำแนะนำในการสัมภาษณ์คืออย่าตื่นค่ะ ไม่ต้องไปเครียดมาก แค่ตอบคำถามตามสิ่งที่เราคิดว่าดี พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ ยิ่งเราเครียดหรือแสดงอาการไม่มั่นใจ อาจจะทำให้ผลสัมภาษณ์เราออกมาไม่ได้ก็ได้นะคะ แนะนำให้ร่าเริงเข้าไว้แต่ไม่ใช่บ้าไปเลยนะคะ555  

     ก่อนวันสอบก็ขอให้นอนให้พอ อ่านหนังสือก่อนสอบบ้างอย่าทำแบบเรา ทบทวนคันจิเยอะๆ ไม่รู้ว่าปีหน้าจะยังได้สอบโควต้าตัวนี้ไว้ แต่ขอแชร์ไว้เป็นประสบการณ์ของรุ่นน้องต่อๆไปค่ะ
   
     มีอะไรสงสัยก็ถามเราได้น้า เราจะพยายามตอบเท่าที่รู้นะคะ

 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

14 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป