#TheFaceThailandseason3 EP6 เมนเทอร์เกดตัวร้าย หรือแค่เล่นเกมเป็น แต่สวมบทตัวร้าย [ยินดีให้แชร์]

วิว
#TheFaceThailandseason3 EP6 เมนเทอร์เกดตัวร้าย หรือแค่เล่นเกมเป็น แต่สวมบทตัวร้าย #TeamMarsha #TeamLukkade #TeamBee

 

ละครตอนนี้ เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า มอนสเตอร์ได้ออกอาละวาดอีกแล้ว และคราวนี้นางทำได้ดีด้วยสิ เพี้ยนไปนิดเดียวที่ว่าปีศาจ ยังไงก็คือปีศาจ นางยังคงซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ในเกมที่เล่นเสมอ

 

พี่เกดทำแคมเปญชนะได้ทุกวิถีทาง แม้ว่าไม่เป็นไปตามกติกา แต่ยอมรับเลยว่างานออกมาดีจริงๆ ในขณะที่พี่เกดจ้องจะทุบ TeamMarsha มา 3 วีค แล้ว คำถามคือ… พี่เกดจะทุบจริง หรือมันเป็นเกม?

ก่อนเราจะหาคำตอบในคำถามข้อนี้ มาวิเคราะห์ทีละขั้นกันค่ะ



 

สกิลเมนเทอร์ อาจสวนทางกับ สกิลลูกทีม

 

สกิลเมนเทอร์ในตอนนี้ พี่เกดดูจะมีสกิลที่สูงกว่าเพื่อน อาจจะเฉียดๆกับพี่บีนิดหน่อย ซึ่งสกิลเมนเทอร์นั้นหมายถึงทั้งสกิลการทำแคมเปญ และการเล่นเกม ที่มีพลิกแพลงตลลอด ในขณะที่พี่ช่ามารั้งท้ายกว่าใคร เพราะพี่ช่าทำทุกอย่างด้วยความซื่อตรง
 

 


กลับกันที่ “ค่าเฉลี่ย” Trouble Maker ที่ทำให้ทีมไม่ชนะ กลับต่างออกไป
 

เริ่มจาก  #TeamMarsha ที่ลูกทีม 3 คนสุดท้ายของพี่ช่าสามารถเป็นไม้ตายได้หมด การเสียใครไป ก็ไม่เป็นผลดีของทีมทั้งนั้น


 

 

แต่ค่าเฉลี่ยของ #TeamLukkade มี Trouble Maker อยู่ 1 คน คือ มิ้นท์ ทำให้สกิลลูกทีม TeamLukkade มีเครดิตรองลงมาจาก TeamMarsha เพราะมี Trouble Maker อยู่เพียง  1 ใน 3 แต่สกิลเมนเทอร์ปังเป็นแต้มต่ออยู่แล้ว การจัดการกับปัญหาเพียง 1 เดียว ก็ไม่ยากอะไร อาจเปลี่ยนมาเป็นอาวุธได้ด้วยซ้ำ


 

 

ในขณะที่ #TeamBee เฉลี่ยแล้วแพ้เพราะลูกทีมไป 3 คนรวด คือ “ทับทิม บลอสซั่ม” ล่าสุดคนที่แม่คาดหวังอย่าง “เทีย” ก็มาทำพัง ค่าเฉลี่ยของ Trouble Maker ทีมบี จึงมากกว่า 50% แน่นอน

คราวนี้ก็หนักหน่อยนะ จะจัดการคน 5 คน แต่เวลาทำแคมเปญได้เท่ากับทีม 3 คน ยังไง? Double Trouble ได้เกิดเป็นหายนะกับ TeamBee แล้วค่าาาาา

ปล. แคมเปญล่าสุดถ้าทีมบีจัด pattern แบบทีมมาช่า คือเอาผู้ชายออกไป สเตจอาจจะไม่รกเท่านี้ก็ได้นะเออ!

ในส่วนของความคอนเซนเทรทนั้น มีแค่สกาย และข้าวที่เอาอยู่ ติดที่ว่าข้าวไม่สามารถโดดออกมาได้ แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม (จริงๆนางเก่งนะ ข้าวชนะมาสเตอร์คลาสบ่อยเลย)

 

__________________________________________________________





TeamBee กับความเป็นไฟท์เตอร์ที่หายไป

 

เห็นมั้ยคะว่า Trouble Maker ของ TeamBee มีมากที่สุด ลูกเยอะ เป็นอุปสรรคในการชนะ กลายเป็นภาพที่ควรปัง กลับพังลง เห็นชัดตั้งแต่ EP5 ที่ต้องตัดคนไปเป็น Backstage เพราะลูกเยอะ มันใส่เข้ามาไม่ไหวจริงๆ
 

 

 

สุดท้ายส่งผลต่อจิตใจเด็กๆแน่นอนค่ะ อาทิ “เทีย” ที่เริ่มจากความไม่มั่นใจใน EP4 มาจนถึง EP6 ที่คำว่า “กลัว” เพราะพี่บี ออกจากปากเทียอย่างชัดเจน และส่งผลต่อแคมเปญอย่างเห็นได้ชัด


 


ส่วนตัวคิดว่า TeamBee แต่ละคนคงรู้ตัวเองอยู่แล้วล่ะว่าทีมเรามันเหลือเยอะเกินไป ทำให้หลายคนเริ่มถอดใจกับการทำแคมเปญหรือเปล่า? คิดว่าตัวเองเป็นแค่ตัวหมาก มันเลยไม่มีแรงใจจะสู้ เหมือนนอนรอวันส่งเข้าห้องดำให้จบๆไป


 


 


ซึ่งจริงๆการที่พี่บีฝากใจไว้กับ "สกาย" อย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นทั้งผลดี และผลเสีย เมื่อเด็กๆไม่ฟังเมจเสจที่พี่บีพยายามส่งให้ ว่าพี่ต้องการแบบนี้นะ ดูสกายเป็นตัวอย่างสิ กลายเป็นลึกๆเริ่มมีกำแพง ก็หมดกันค่ะ แต่ถ้าเป็นไฟท์เตอร์ตัวจริง ก็ควรใช้โอกาสนี้ฝากความประทับใจไว้ในรายการบ้างนะ น่าเสียดายจัง
 

__________________________________________________________
 



 


@SSangloon

ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

 

ดูน้ำหนักความ Trouble Maker สิคะ ยังไงถ้าเป็นพี่เกด ก็จะตัด TeamMarsha ออก แล้วปล่อยให้เมนเทอร์บี ไปหัวหมุนกับการกระเตงลูกยั้วเยี้ยกันต่อไป เป็นกลยุทธ์ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวค่ะ

อีกประการหนึ่งก็คือ พี่ช่าส่งเด็กเข้ามาในห้องดำทีไร พี่ช่าส่งคนที่ทำดีเข้ามาตลอด หรือจริงๆพี่ช่ามี The Face ในใจอยู่แล้ว พี่ช่าเลยตัดสินใจอย่างนั้น?



 

 



ลูกค้าคือพระเจ้า “ถูกใจ” สำคัญกว่า “ถูกต้อง”

 

เรื่องนี้เราสามารถจับมามองในมุมของการทำงานได้เลยนะ เคยเป็นมั้ยเวลาลูกค้าบรีฟอย่าง แต่หน้างานอีกอย่าง บางทีเราก็แก้จนพอใจ ลูกค้าซื้อ แต่พอเรากลับมาดูงานที่เราทำไป อ่าวเฮ้ย! ไม่เหมือนที่บรีฟกันไว้นี่น่า แล้วไหงซื้อล่ะ?

 

โลกความจริงก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ การจะบอกว่าแบรนด์ทำผิดกฎก็ไม่ถูกนัก แต่อย่าลืมนะคะ ถ้าแบรนด์มาอยู่ในรายการสาธารณะแบบนี้แล้ว แบรนด์เองก็ต้องขายลูกค้าที่เป็นคนดูอีกทีเช่นกัน ผลตอบรับคือแบรนด์โดนด่าเละค่ะ
 

แต่บางทีแบรนด์อาจจะโอเคกับกระแสก็ได้นะ เพราะสิ่งที่โดนด่าไปเป็นแค่เหตุการณ์ในรายการ ไม่ได้เกี่ยวกับสินค้าเขาสักหน่อย แค่ผู้บริหารโดนด่านิดหน่อย กระทบแบรนด์เป็นดราม่าช่วงสั้นๆ แต่คนพูดชื่อ Guess กันทั่วบ้านทั่วเมือง คุ้มจะตายล่ะแหม!


 


ขอย้อนกลับไปดูตอนเก่าๆนิดนึง​ EP2 กรรมการบอกไม่ต้องมองกล้องก็ได้ แต่พอพี่ช่าไม่มองกล้องเลย กลายเป็นจุดอ่อนให้กรรมการไม่เลือก
EP3 ถูกบรีฟกันมาให้เหมือนเดินแบบ สุดท้ายเดินพรมแดง ป้าตือบรีฟคนละแบบ กันหมด แต่ทีมอื่นสามารถพลิกแพลงได้ทัน
 
ซึ่งทั้งหมดนี้ จริงๆ
มันเพราะทางผู้ใหญ่บรีฟงานลงมาไม่รู้เรื่องเองหรือเปล่า? แล้วกรรมก็ตกมาอยู่กับคนที่พยายามทำให้ถูกต้อง เป็นสิ่งที่เราเห็นได้ในทุกการทำงาน สังคมไทยส่วนใหญ่ก็อย่างนี้ล่ะค่ะ คนในวงการมักพูดว่า...
ต้องอยู่เป็นนะคะ!


 

__________________________________________________________

 

 

หรือจริงๆ สังคมไทยแค่ดัดจริต?

 

จริงๆแล้วใครจะรู้ เรื่องราวอาจจะกลับกันก็ได้นะ ถ้าเกมนี้เป็น TeamMarsha ที่ทำผิดกฎ แล้วชนะ คิดถึง TeamCris ซีซั่นที่แล้ว EP8 วีคที่ใส่รองเท้าของตัวเองมาเดินแบบบนน้ำ แล้วชนะ แถมยังมาเปลี่ยนกฎ จะสตีลลูกทีมคนอื่นซะอีกนั้น!!  แต่กลับไม่โดนกระแสด่าเท่าไร

 

หนำซ้ำยังถูกให้ท้ายว่า “ทีมอื่นก็โกง พอมาเป็น TeamCris ทำบ้าง ทำไมต้องด่า” ประมาณนี้ เอาล่ะสิ ตกลงสังคมไทยจะเอายังไงกันแน่? แต่คิดว่าพี่ช่าคงไม่ทำอะไรแบบนั้น เพราะพี่ช่าเล่นเกมอยู่ในกติกามาตลอด ทำให้พี่ช่าเสียเปรียบอย่างที่เห็น



 

บทสรุปของการ “เล่นเกม” อย่าง “เข้าใจเกม”

 

ซีซั่นนี้ผิดก็ที่ พี่เกดเป็นมอนสเตอร์ เป็นภาพลักษณ์ที่คนเกลียด อีกนั้นล่ะที่เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้ง พี่เกดทำหน้าที่ของเมนเทอร์ได้ดีเพื่อรายการในทุกบทบาท สิ่งที่พี่เกดทำมาทั้งหมด มันก็คือเกมนั้นล่ะค่ะ ติดที่ว่าตั้งใจเล่นเบอร์ใหญ่ เพื่อความดราม่า น่าหมันไส้ ตามคอนเซปรายการ ทำไงได้ฝั่งนั้นเขานิ่งมาก มันผิดคอนเซป กลายเป็นพี่เกดต้องลุกมาโวยวายเป็นคนบ้าซะงั้นล่ะ

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

7 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป