ฮาร์บินไม่ได้ มีดีแค่หน้าหนาว [ยินดีให้แชร์]

วิว
หวัดดีทู้กคน เราชื่อมุ้ยนะอยากจะมาเล่าประสบการณ์ที่ได้มาฮาร์บิ้นให้ทุกคนฟังกัน 
ตอนนี้เราอยู่ที่ประเทศจีน เมืองฮาร์บิ้น เป็นที่ที่ใครก็อยากมาเรียนหรือมาเที่ยวกันเราเป็นคนนึงที่อยากมาเรียนที่นี่มากๆ เพราะเราอยากมาเห็นหิมะ อยากมาสัมผัสอากาศหนาวของเมืองนี้ว่าจะหนาวสักแค่ไหน หึๆ
นอกเรื่องมานานเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าทู้กคนนน 
ทำไมถึงอยากมาเรียนที่ฮาร์บิ้น??
ทำไมเราถึงอยากมาเรียนที่ฮาร์บิ้นอ่ะหรอ
 ตอนแรกอ่ะก็วางแผนไว้ก่อนปิดเทอมแล้วแหละว่าอยากมาเรียนที่นี่เพราะอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองและคิดว่าปิดเทอมแล้วไม่มีอะไรทำก็อยากหนีร้อนมาหาเย็นบ้าง  แต่พอคิดไปคิดมาดันติดสอบมาไม่ได้เลยต้องยกเลิกไปเลยจ้า ความคิดที่จะได้อยู่หนาวๆ ฮืออ ตอนนั้นก็คิดว่าก็ดีปิดเทอมจะได้อยู่กับแฟนบ้างไรบ้าง ไปก็คงคิดถึงนางไม่ไปก็ดีละ แต่พอวันนึงเปิดเฟสขึ้นมาดูเหมือนเจอสวรรค์อ่ะ เจอเพจอันนึงชื่อ studyinharbin เห็นรูปแล้วน่าเรียนมากเลยกดเข้าไปดูเลย รีบเข้าไปอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว พออ่านปุ๊บไลน์ถามพี่ที่ดูแลทันที ไลน์ถามแม่ถามน้องส่งรายละเอียดให้เรียบร้อยเลยว่าอยากไป จะไปให้ได้ ไปของพี่เค้าราคาไม่แพงจริงๆ ดูแล้วราคาราวๆ30,000-40,000 บาท รวมค่าตั๋ว ค่าหอ ค่าเรียน ค่าวีซ่าอะไรเรียบร้อยแล้ว และยังมีคอร์สเรียนระยะยาวจะอยู่ที่ 7300 หยวน หรือ36,500 บาท ค่าหออีก 600 หยวน หรือ 3,000 บาท ถูกจริงๆ พอเห็นแล้วถามเรื่องเรียนเรื่องกินเรื่องอยู่ทุกอย่าง  พอแม่กับน้องโอเครก็รีบตอบตกลงจะไปทันที พี่ที่ดูแลเรื่องการไปเรียนของเราดูแลดีจิงๆนะ ตอนเราจะไปทำเอกสารพี่เค้าให้คำปรึกษาทุกอย่างเลย. เวลามีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่เค้าได้ตลอดเลย คุยตอนแรกแล้วรู้สึกว่าพี่เค้าเฟรนลี่มากๆ ปรึกษาพี่เค้าได้ทุกเรื่องจริงๆ  เพจเฟสบุ๊คอันนี้ดีจริงๆนะ น้องๆสามารถเข้าไปดูได้เเลย เค้ามีข้อมูลบอกครบถ้วน จะมีค่าเงินบอกหมด น้องคำนวณเงินหยวนได้เลยว่าตรงกับที่บอกรึป่าวเรามีเวลาทำเอกสารทุกอย่างภายใน1 อาทิตย์ เป็นอะไรที่เครียดมาก เพราะเราลืมดูว่าพาสปอตจะหมดอายุแล้วเลยต้องไปทำใหม่ ตอนนั้นวุ่นมากกลัวจะทำวีซ่าไม่ทันแล้วอดไป แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี เราได้ไปจ้าาาา. พูดถึงตอนไปเลยละกันเนอะ 
การเตรียมเอกสารที่จะออกต่างประเทศต้องเตรียมให้เรียบร้อย ที่ขาดไม่ได้คือพาสปอตและดูก่อนว่าพาสปอตหมดอายุตอนไหน พาสปอตจะอยู่ได้ 6 เดือนนับจากวันที่เรากลับ เราจะต้องเช็คให้ดีๆะอีกอย่างที่สำคัญก็คือวีซ่า ก่อนไปขอวีซ่าเราจะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเลยนะ เพระถ้าเอกสารไม่ครบทางกงสุลเค้าจะไม่ให้ทำเลย จะให้มาทำในวันถัดไป เราก็จะเสียเวลาไป 1 วันเลย ถ้าไม่อยากไปกงสุลน้องๆก็สามารถจ้างทำได้นะ ค่าจ้างทำประมาณ500 บาท แล้วก็บวกค่าวีซ่ามาตรฐานที่ทางกงสุลตั้งไว้เลย น้องๆสามารถเข้าไปดูค่าวีซ่าได้ในเน็ตเลยนะ ตรวจสอบเอกสารให้เรียบร้อยก่อนยื่นเอกสารนะคะ และถ้าน้องๆที่ิอายุไม่ถึง18ปีจะต้องขอเอกสารยินยอมการออกนอกประเทศที่เขต จะต้องให้พ่อและแม่ไปขอนะ เค้าออกกฏใหม่ ถ้าไม่มีเอกสารนี้น้องจะออกนอกประเทศไม่ได้นะ และน้องๆคนไหนที่จะมาเรียนที่ฮาร์บิ้น จะต้องมีพื้นฐานหน่อยนะไม่งั้นเค้าเห็นว่าถ้าอายุน้อยเกินไปแล้วมากันเองเค้าจะถามเราเป็นภาษาจีน เค้าจะดูว่าเราสามารถพูดสื่อสารกับเค้ารู้เรื่องมั้ย ถ้าน้องๆกลัวที่จะหลงทางน้องจะต้องเตรียมหนังสือ
ค่าครองชีพของที่ฮาร์บิ้นจะสูงกว่าไทยไม่มาก น้ำจะขวดละประมาณ 1-2 หยวน 5-10 บาท ข้าวโรงอาหารจะจานละประมาณ 7-10 หยวน 35-50 บาท แล้วแต่เราจะกิน ในมหาลัยจะมีร้านอาหารตามสั่งให้เราเลือกกินราคาจะประมาณ 10-20 หยวน 50-100 บาท แต่ถ้าซื้อพวกข้าวของเครื่องใช้จะราคาแพงหน่อยต่างกันไม่เท่าไหร่ เวลาซื้อของที่จีนสามารถต่อราคาได้เยอะมาก ถ้าเห็นของ 30 หยวนสามารถต่อได้ให้เหลือ 20-15 หยวนได้ แต่น้องๆต้องดูสถานที่นะว่าที่ไหนต่อได้ที่ไหนต่อไม่ได้ ตามตลาดสามารถต่อได้เลย
การเตรียมตัวก่อนมาฮาร์บิ้นก่อนเลย การเตรียมตัวมาฮาร์บิ้นเราต้องเตรียมตัวกันเป็นอย่างดี ต้องตรวจเช็คร่างกายอย่างดี เพราะอากาศที่เมืองนี้หนาวมาก ติดลบถึง30ก็มีมาแล้ว เราต้องเตรียมเสื้อผ้าหนาๆอุ่นๆ ให้เหมาะกับสภาพอากาศ
ก่อนเดินทางคือบอกแฟนกับแม่ก่อนเลยว่าไปถึงอาจจะยังติดต่อไม่ได้นะ จะได้คุยอีกวันนึงเพราะยังไม่ได้ซิม จะได้อีกวันนึงเพราะเราไปถึงก็ดึกแล้ว แต่โชคดีที่ข้างห้องเค้ามีwifiให้ใช้ก่อนเลยติดต่อได้เดิน

วันเดินทางของเราจะต้องต่อเครื่อง 3 ต่อ นั่งกันตูดแฉะไปเลย5555 เราไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ นั่งไปลงฉางชา ประมาณ3ชั่วโมง แล้วก็ไปรอต่อเครื่องอีก 2 ชั่วโมง ตอนต่อเครื่องเราจะต้องออกมาจากเกตและขึ้นลิฟท์ไปเช็คอินใหม่อีกรอบ คนไม่รู้ต้องสังเกตป้ายดีๆว่าต้องไปยัง หรือถามพนักงานก็ได้นะ ถ้าพูดจีนไม่ได้สปีคอิ้งใส่ไปเลยจ้า อันนี้คนไม่รู้จะต้องดูดีๆนะว่าจะไปลงไหนก่อนเพราะบางคนจะนึกถึงฉางชาแล้วจะไปถึงสนามบินฮาร์บิ้นเลย แต่ตอนเราไปจะต้องไปลงสนามบินเทียนจินก่อนแล้วค่อยไปฮาร์บิ้น ตอนลงจะมีพนักงานมารอข้างหน้าแล้วถามว่าจะไปฮาร์บิ้นต่อมั้ยถ้าไปเค้าจะแจกใบแดงๆยาวๆ 1 ใบแล้วให้เรารอประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วเค้าจะเรียกขึ้นเครื่องอีกรอบ ลงเครื่องแล้วห้ามไปไหนนะต้องฟังเค้าเรียกดีๆ พอถึงเวลาเค้าก็เรียกขึ้นเครื่อง นั่งไปอีก 2 ชั่วโมง วันนั้นก็ได้กินข้าวบนเครื่องไป 3 มื้อเลยจ้า ถึงฮาร์บิ้นประมาณสองทุ่ม ก็จะมีพี่ที่ดูแลมารับที่สนามบินเลย นั่งรถไปมหาลัยประมาณ 45 นาที 

แล้วเราก็เข้าไปดูหอพัก หอพักดีมากๆ มีข้าวของเครื่องใช้ครบหมด มีห้องครัวให้ทำกับข้าวกินเอง มีเครื่องซักผ้า ตู้กดน้ำร้อน รู้สึกสะดวกสบายมากๆ ตอนแรกคิดว่าหอจะมีแต่เพื่อนคนไทย แต่พอมาเจอเพื่อนต่างชาติ เยอะมากๆ มีหลายสัญชาติเลย มีทั้ง ไทย เกาหลี รัสเซีย อีกเยอะแยะที่มาเรียนที่นี่ รู้สึกทุกคนเฟรนลี่ดีด้วย

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

5 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป