ซ่อน
แสดง

ทนไม่ไหวแล้วนะ !! จะกีดกันไปไหน กะอีแค่สายศิลป์สอบเข้าคณะสายวิทย์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#แอดมิชชั่น #dek61 #พยาบาลศาสตร์ #วิศวะ
เบื่อมาก กะอีแค่ เรียนอยู่สายศิลป์ไปสอบเข้าคณะทางวิทยาศาสตร์ อย่างพยาบาล วิศวะ เภสัช กีดกันซะอย่างกับอะไรดี ทีพวกสายวิทย์ จะเข้าคณะภาษา แทบจะปูพรมให้เข้า จะ2มาตรฐานไปไหน เด็กเค้าสอบเข้าไปได้แทนที่จะให้โอกาส นี่อะไร เด็กเค้าสอบเข้าไปได้ สอบสัมภาษณ์มาตัดสิทธิ์ ซะอย่างงั้น คือไร งง?? เม่าโกรธ 

แล้วถ้ามาบอกว่า "เรียนสายวิทย์มา เรียนวิทย์แทบตาย มาโดนเด็กสายศิลป์ที่ไปเรียนพิเศษข้างนอกมา แย่งที่ซะอย่างงั้น" 

แหม่ ทีพวกสายวิทย์ที่ ไปเรียนภาษาข้างนอกมา แล้วมาแย่งที่สายศิลป์ที่เรียนภาษามาแทบตายบ้างล่ะ ไม่เห็นจะกีดกันเลย

ในเมื่อเด็กสายศิลป์เค้าก็สอบได้ ก็ควรจะให้โอกาสเค้าหน่อยมั้ย ไม่ใช่มาตัดสิทธิ์เด็กที่เค้าอุตส่าห์สอบเข้ามาได้ เบื่ออออออออ
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ตลก55.
    Guest IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แล้วทำไมไม่เข้าสายวิทย์แต่แรกอ่ะ?


    ผู้ใหญ่หลายคนบอกถ้าไม่รู้จะเรียนไรก็เข้าสายวิทย์นะ มันเลือกได้หลายทางมากกว่า แล้วมันถูกไหมล่ะ

    ที่ไม่ยอมเข้าครั้งแรกเพราะกลัว เลข ฟิสิกส์ เคมี เลยเลือกไปเรียนสายอื่น แล้วพอทีนี้ตอนจะเข้ามหาลัยก็มาบ่นอ่อ


    ถ้าเปิดให้ทุกสายเข้าคณะที่เกี่ยวกับวิทย์ได้ก็คงไม่มีใครเรียนสายวิทย์หรอกเพราะมันมีวิชา ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี เลขเพิ่มกดเกรด แล้วใครเสียเปรียบอ่ะ ก็เด็กสายวิทย์มั้ย?

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    นิวเคลียร์
    Guest IP
    #12
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คุณคิดว่าเค้ากีดกัน แต่คุณไม่นึกถึงหลักความจริง ว่าคุณจะไหวไม เพราะคุณเรียนแค่พื้นฐาน คุณไม่เรียนเพิ่มเติม ถ้ารับเด็กสายศิลป์มามันก็จะเสียเวลาสอนใหม่ แล้วขนาดเรียนภายในห้องคุณยังบ่น บอกไม่ไหวบ้าง แล้วถ้าคุณไปเรียนจริงๆคุณไม่ต้องซิ่วไปเลยใหม่เลยหรอ ช่วยนึกถึงหลักความจริงด้วย


    และที่คุณบอกไม่รู้อนาคตว่าจะเรียนอะไร ที่ผู้ใหญ่พูดมันก็เรื่องจริง เลือกสายวิทย์ สอบได้มากกว่า คุณอย่าคิดว่าหัวโบราณ เพราะคำพูดสมัยก่อนมันจริงเสมอ ถ้ามันจะไม่พัฒนาก็ความคิดแบบคุณนั้นเเหละ

    ตอบกลับ

23 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ใจเย็นๆก่อน
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ใจเย็นๆก่อนเนาะ คือบางสาขาสายทางสุขภาพอ่ะ เช่น พยาบาล เภสัช เขาต้องการคนที่มีพื้นฐานวิทย์มาแน่นพอสมควรแล้ว และสามารถนำมาต่อยอดได้ตอนเรียนได้เลย คือเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เพราะทางคณะเขาต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว เราก็เข้าใจนะว่าสายศิลป์จะมาทางนี้มันไปไม่ได้ แต่วิทย์จะไปศิลป์ยังได้ มันก็ไม่แฟร์ แต่ถ้าแกใจรักสายสุขภาพ แกลองเลือกหมอผ่านทางกสพทดูละกัน เหมือนจะให้สายศิลป์สอบได้นะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      5555 ขอขำก่อนนะมันตลกแต่ก็เป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้า ประเทศอื่นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีแบ่งสาย ให้นร.เลือกลงเรียนเอง หรือก็มีแต่สามารถสอบเข้าได้หมด เราก็งงนะทำไมระบบการศึกษาไทยเป็นแบบนี้ คือแบบวัดที่คะแนนเข้า แต่ดันมีเกณฑ์ตรงนี้มากันเอาไว้ คือถ้าไม่เก่งจริงคะแนนก็คงยื่นไม่ติด มันก็แบบนี้แหละหลายมาตรฐาน เราก็ได้แต่บ่นๆถ้าจะแก้คงต้องให้รุ่นพวกเราๆที่มีเจตจำนงค์แข็งกล้าไปเป็นรัฐมนตรีแล้วเปลี่ยนระบบจริงๆ ถ้าไม่แก้กันตรงนั้นยังไงๆก็ต้องเป็นแบบนี้อีกนานแสนนาน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คงคิดว่ากลัวเข้าไปแล้วเรียนไม่ไหวอ่ะครับ หรือกลัวมีพื้นฐานที่ไม่ดีละมั้งครับ ถามว่าแล้วหมอเรียนยากกว่ายังได้เลย? ทำไมเหรอ? คิดว่าน่าจะเพราะค่านิยมหลายอย่างบวกกับขาดหมอเยอะกว่าอยู่ละมั้งครับเลยเปิดให้ และคงมีจำนวนไม่น้อยไปลงความเห็นให้เป็นหมอด้วยครับ ส่วนอาชีพอื่นไม่ได้บอกว่าไม่ยากหรือว่าคนน้อยครับ แต่แค่ค่านิยมไปทางหมอเยอะกว่าเท่านั้นเองครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      VVee
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พอเข้าใจความรู้สึกค่ะ เพราะเราก็เป็นเด็กศิลป์เหมือนกัน รู้สึกตัวเองพลาดมากๆที่ไม่เรียนวิทย์ทั้งๆที่คะแนนเรียนวิทย์ได้สบายๆ พอมาม.4ปลายๆจะขึ้นม.5เพิ่งมารู้ตัวว่าชอบวิทยาศาสตร์ ชอบมากๆอยากเรียนเภสัช หรือไม่ก็วิศวะ แต่ก็ย้ายไม่ได้แล้ว พอสอบpat2 pat3 ก็ทำคะแนนได้ดีกว่าเพื่อนวิทย์หลายๆคน ทั้งๆที่มีคะแนนอยู่ในมือรู้ว่าถ้ายื่นไปโอกาสติดสูงแต่ก็ยื่นไม่ได้ เราเสียใจมากๆเลยนะแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่ทำใจแหละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Teera
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แล้วทำไมไม่เรียนสายวิทย์ตั้งแต่ทีเเรกละครับ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #5-1

        พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ เด็กอยู่ม.3ใครจะรู้ละครับว่าตัวเองจะอยากเป็นอาชีพอะไรแบบแน่นอน ซึ่งส่วนใหญ่ที่เลือกม.ปลายก็เพราะเรียนต่อจบปริญญาตรี (ค่านิยมบ้านเราที่จบป.ตรีแล้วหางานได้เงินดี) บางคนก็พึ่งมารู้ว่าอยากเป็นหมอเอาม.6ก็มี บางคนสอบเพราะที่บ้านอยากให้เป็น คือบ้านเรามันตัดสินกันโต้งๆเลยว่าเห้ยเรียนม.ปลายดีกว่าเรียนปวช. เรียนสายวิทย์ดีกว่าสายศิลป์ บางคนก็อยากเรียนแพทย์มาตั้งแต่ต้น แต่พอเรียนไปเรียนมากลับอยากเรียนอักษร อย่างที่ปีนี้ที่มีคนจบนิเทศน์แล้วสอบได้หมอมศวเขาก็พึ่งอยากมาเป็นนะ ควรมองปัญหาให้กว้างๆไม่ใช่ว่าพิมพ์ให้มันจบไปที

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ตลก55.
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แล้วทำไมไม่เข้าสายวิทย์แต่แรกอ่ะ?


      ผู้ใหญ่หลายคนบอกถ้าไม่รู้จะเรียนไรก็เข้าสายวิทย์นะ มันเลือกได้หลายทางมากกว่า แล้วมันถูกไหมล่ะ

      ที่ไม่ยอมเข้าครั้งแรกเพราะกลัว เลข ฟิสิกส์ เคมี เลยเลือกไปเรียนสายอื่น แล้วพอทีนี้ตอนจะเข้ามหาลัยก็มาบ่นอ่อ


      ถ้าเปิดให้ทุกสายเข้าคณะที่เกี่ยวกับวิทย์ได้ก็คงไม่มีใครเรียนสายวิทย์หรอกเพราะมันมีวิชา ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี เลขเพิ่มกดเกรด แล้วใครเสียเปรียบอ่ะ ก็เด็กสายวิทย์มั้ย?

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        MakeItHappen
        Guest IP
        #6-1

        สยองจังความคิดนี้ ก็คิดแบบนี้แหละประเทศเลยเป็นแบบนี้ ควรจะแก้ปัญหาให้ถูกจุดด้วย ไม่ใช่ไปบอกเขาว่าให้ก้มหน้ารับความจริงแล้วไปว่าไปซ้ำเติมเขา ทำไมประเทศอื่นถึงสอบได้แบบไม่แบ่งสายละ ทำไมเขาวัดที่คะแนนสอบละ เข้ามหาลัยก็เริ่มใหม่กันหมด (แค่ว่ามีความรู้ม.ปลายเป็นทุนเดิม แต่ถ้าสอบเข้ามาได้แล้วก็แสดงว่าเขามีความรู้นี่ หรือจะบอกว่าเขามั่วข้อสอบแล้วเข้ามาได้? ตลก) แล้วที่บอกว่าทำไมไม่เลือกเรียนสายวิทย์ แค่เขาไม่ชอบไม่ได้บอกว่าเขาจะเป็นไม่ได้นิ แล้วความฝันคนเรามันก็เปลี่ยนได้เสมอ จะบอกว่าทุกคนฝันจะเป็นอะไรปุ้ปแล้วแน่วแน่ในการเป็นสิ่งนั้นเลยมันไม่ใช่นะ แล้วที่บอกให้เลือกตามผู้ใหญ่บอก นี่คือจะไม่ให้เด็กตั้งคำถามเลยหรอว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นไม่ได้ เหมือนอยากให้มันมีระบบนี้ไปเรื่อยๆไม่เปลี่ยนแปลง แล้วระบบการสอบในไทยนะมันตลกตรงที่วัดการสอบอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกลัวเด็กไม่ตั้งใจเรียน เลยเอาเกรดมาคิดเป็นคะแนนยื่น โอเน็ตที่ออกมาเพื่อวัดผลโรงเรียนครูก็บอกให้เด็กๆช่วยกันหน่อย แต่พอแกทแพท,9วิชาดันไม่สนใจปล่อยให้นักเรียนไปติวไปสอบกันเอง(แต่เดี๋ยวนี้หลายๆรร.ก็แก้โดยการจัดติวในชม.เรียน) ทั้งๆที่ควรจะเป็นการวัดที่ความสามารถไปเลย แต่ก็ทำไมได้ กลัวการติวข้อสอบจากติวเตอร์อีก ปล่อยข้อสอบพร้อมเฉลยไม่ได้ในหลายๆปีที่ผ่านมาเพราะดันออกข้อสอบผิด ข้อสอบที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ตรงหลักสูตร ทุกวันนี้มันต้องเปลี่ยนบ้างแล้วไม่ใช่จะยึดแต่แบบเดิมที่โคตรจะกีดกัน อย่างแพทย์กสพท.ที่ให้สายศิลป์สมัครได้ ทุกคณะควรเปิดให้ทุกสายสอบแล้วจริงๆ ถ้าสอบเข้าได้ก็ถือว่าเก่งพอแล้วสมควรแล้วไม่ใช่หรอที่จะมีสิทธิ์เรียน แต่จะเรียนจบไม่จบเป็นอีกเรื่อง // นี่ก็เห็นเพื่อนที่เรียนสายศิลป์ที่ไทย แต่พอไปเรียนต่อตปท.แล้วอยากเป็นวิศวะ ไปสอบเข้าได้เขาก็ยังได้เรียนเลย มันไม่ตลกหรอที่ระบบบ้านเราแบ่งเส้นชัดเจนเลยขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ จะข้ามเส้นไม่ได้ทั้งๆที่ศักยภาพมีพอๆกัน ???

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      บันบัน
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าอยากเข้าพวกสายสุขภาพ เเพทย์ ทันตะ เภสัช เเละสัตวเเพทย์ กสพท. เด็กสายศิลป์สอบได้นะคะ เห็นว่ามีเด็กสายศิลป์สอบได้หลายคนเหมือนกัน

      ส่วนรอบเเอดนี่ เราไม่รู้ว่าเขากำหนดสายในการเข้าคณะมั้ย แต่ว่าถ้าเงื่อนไขได้คะเเนนถึงลองยื่นดูมั้ยคะ พวกวิศวะไรงี้ เพราะว่าเท่าที่เรารู้คือเกิน 80% น่าจะสอบสัมภาษณ์ผ่านถ้าไม่มีอะไรที่ผิดปกติเกินไป

      อันที่จริงเพื่อนเราสายวิทย์สอบติดพวกบริหารเวลาสัมภาษณ์ก็โดนถามเหมือนกันนะว่าทำไมมาต่อคณะนี้ ประมาณมันไม่น่าใช่คณะที่สายวิทย์-คณิตจะเข้าต่อ หรือว่าเพื่อนเราอีกคนติดเศรษฐศาสตร์ ครูที่โรงเรียนถามงี้ ก็เหมือนแบบทำไมสายวิทย์คณิตทำไมถึงไปเลือกคณะนั้น

      ยังไงถ้าอยากเข้าจริงๆก็มีหนทางเนอะ อาจจะลำบากหน่อยแต่ถ้าบรรลุเป้าหมายก็ชื่นใจเนอะ


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนสอบเข้าอยากเข้า สมมุติว่าเข้าไปได้ จะเรียนไหวหรือเปล่าล่ะครับ ขนาดเด็กสายวิทย์บางคนเข้าคณะสายวิทย์ไปก็ยังมีซิ่วมีไทร์เรียนไม่ไหว สายศิลป์เข้าไปเขาจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณเรียนไหว


      ตอนม.2-ม.3 วิชาแนะแนวก็มี ไม่แน่ใจสมัยนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า และมีทุกโรงเรียนหรือเปล่า แต่สมัยผมเมื่อสัก 10 ปีที่แล้วนี่วิชาแนะแนวเรียนกันทุกอาทิตย์ ย้ำแล้วย้ำอีกให้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากเรียนอะไร ถ้าทางโรงเรียนไม่ได้จัดวิชานี้ให้ โทษโรงเรียนครับ ถ้าเขามีแต่ไม่ตั้งใจเรียนเอง หรือตั้งใจแต่ก็ยังไม่รู้เอง โทษตัวเองเลยครับ


      แน่ใจเหรอครับว่าประเทศอื่นเขาไม่มี ญี่ปุ่นมีนะครับแยกวิทย์-ศิลป์ ส่วนเยอรมัน ไม่ว่าสายไหนคุณก็ต้องเรียนชีวะ เคมี ฟิสิกส์ จะเอาแบบนั้นไหมครับ ถ้าทำแบบนั้นเดี๋ยวก็มีคนบอกว่าไม่อยากเรียน เรียนไปไม่ได้ใช้อีก ไม่รู้จะเอายังไงกัน


      ที่คนพูดว่าถ้าไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อ เรียนสายวิทย์ไว้ก่อน ก็เพราะมันกว้างกว่า ยากกว่า มีโอกาสที่วิชาที่เรียนไปจะไม่ได้ใช้มากกว่า เพราะลำบากมามากกว่าแบบนี้ เขาเลยมีสิทธิ์สอบได้มากกว่าไงครับ สายศิลป์ง่ายกว่า แต่มีไว้เพื่อคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เพื่อจะได้เน้นหนักด้านนั้นๆไปเลยโดยไม่ต้องแบ่งสมองมาเรียนอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ใช้ มันไม่ได้มีไว้เพื่อให้ง่ายครับ


      การที่สอบเข้าได้ ไม่ได้แปลว่าเข้าใจเนื้อหาวิชานั้นๆ จนสามารถต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัยได้นะครับ สายการแพทย์นี่ผมไม่ทราบ แต่วิศวะ ถ้าคุณไม่มีพื้นฐาน เรียนมาแค่เพื่อสอบ จำมาแต่สูตร ไม่เข้าใจพื้นฐานจริงๆ มีตายเอาง่ายๆครับ ถ้าจะถามว่าสอบได้ก็ต้องแปลว่ามีความรู้พอเรียนได้สิ ผมขอยกตัวอย่างวิชาภาษาอังกฤษในประเทศญี่ปุ่นครับ คะแนนโทอิคของเด็กมหาลัยดังๆนี่ 700-800 กันทั้งนั้น แต่ถามว่าพวกนี้พูดอังกฤษได้หรือเปล่า ใบ้กินครับ มันอ่านมาแค่เพื่อสอบ จำมาแต่วิธีทำโจทย์เป็นรูปแบบ ไม่ได้เข้าใจเนื้อหาจริงๆ คุณอาจจะบอกว่านี่มันวิชาอังกฤษมันก็ต้องท่องจำอยู่แล้ว แต่ผมบอกเลยครับ มันไม่ต่างกัน


      ทางเดินแต่ละอย่างมันสำคัญครับ เลือกให้ดี เรียนรู้ให้ดีก่อนละจะเลือก ไม่ใช่เห็นว่ายังเด็กไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก แล้วก็เลือกไปส่งๆ แล้วพอทำอะไรไม่ได้ก็มาโวยวายว่าเขาจำกัดสิทธิ์บอกว่าระบบไม่ดี ตลกครับ ความผิดตัวเองแท้ๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Eei38522
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ก็หน่วยกิตที่เก็บมามันไม่เท่ากันไง คนที่เรียนวิทย์คณิตต้องเรียนเยอะกว่า ทำให้การการบ้านที่ต้องทำมันก็ต้องมากกว่าสายศิลป์ มันเลยเหนื่อยกว่าสายศิลป์แล้วพออยู่ดีๆ จะให้เด็กสายศิลป์มามีสิทธิ์สอบด้วยมันก็ไม่โอป่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมก็สายศิลป์ครับ อยากเข้าวิศวะมาก รรผมเข้าวิทย์ยากครับ ผมไม่ตั้งใจเรียนตอนมต้น เกรดเลยแย่เลยเข้าไม่ได้ ก็ตามนั้นครับ ผมก็เลยเข้าสายศิลป์แต่ก็ยังคืดว่าเราอยสกเรียนวิศวะอยู่ จึงไปเรียนเพิ่มฟิกับเคมแล้วก็ต้องไปหาว่ามีวิศวะมไหนรับสายศิลป์บ้าง จนตอนนี้สอบติดแล้ว เรื่องการเรียนก็ต้องขยันกว่าคนอื่นหน่อยครับ สู้ๆครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สายวิทย์
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณเรียนเคมีฟิสิกส์ชีวะ แค่พื้นฐานไงครับ คุณไม่ได้เรียน ฟิสิกส์เคมีชีวะ 1-5 ไง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      นิวเคลียร์
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณคิดว่าเค้ากีดกัน แต่คุณไม่นึกถึงหลักความจริง ว่าคุณจะไหวไม เพราะคุณเรียนแค่พื้นฐาน คุณไม่เรียนเพิ่มเติม ถ้ารับเด็กสายศิลป์มามันก็จะเสียเวลาสอนใหม่ แล้วขนาดเรียนภายในห้องคุณยังบ่น บอกไม่ไหวบ้าง แล้วถ้าคุณไปเรียนจริงๆคุณไม่ต้องซิ่วไปเลยใหม่เลยหรอ ช่วยนึกถึงหลักความจริงด้วย


      และที่คุณบอกไม่รู้อนาคตว่าจะเรียนอะไร ที่ผู้ใหญ่พูดมันก็เรื่องจริง เลือกสายวิทย์ สอบได้มากกว่า คุณอย่าคิดว่าหัวโบราณ เพราะคำพูดสมัยก่อนมันจริงเสมอ ถ้ามันจะไม่พัฒนาก็ความคิดแบบคุณนั้นเเหละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาจริงๆสายศิลป์สอบคณะสายวิทย์ติดก็สมควรได้เข้าเรียนแล้วนะ ไม่เข้าใจว่าจะกีดกันทำไมเหมือนกัน


      หรือถ้ากลัวเรียนไม่ไหวก็กำหนดเปอร์เซ็นต์​ขั้นต่ำก็สิ้นเรื่องว่าคะแนนวิชานี้ๆห้ามต่ำกว่าเท่าไหร่ๆ


      คือถึงสายวิทย์จะเรียนวิชาเพิ่มเติมมาแต่มันก็ไม่ได้รับประกันว่าเข้าไปแล้วจะเรียนไหวรึปล่าว ในทางกลับกันสายศิลป์เข้าไปก็ไม่ได้แปลว่าจะเรียนไม่ได้นี่นา


      ขนาดกสพท.ยังเปิดให้สายไหนก็ได้มาสอบ เราก็ไม่เห็นว่าคณะอื่นจะมีความจำเป็นอะไรต้องกีดกันเลย


      ปล.เราสายวิทย์จ้า

      ปล2.สายวิทย์ สายศิลป์ยากกันคนละแบบ เรามาวิทย์เพราะเราไม่ชอบภาษา ก็ไม่เข้าใจว่าจะเกทับกันทำไมว่าสายอื่นเรียนอ่อนทำไม



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Gvdx
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราว่าไม่ควรจำกัดนะ ในเมื่อเราสอบคะแนนได้ดีจนเข้าได้ก็แปลว่าเรามีพื้นฐานดีในระดับที่สอบเข้าได้เเล้วนี่ สายวิทย์เรียนมากกว่าก็จริงเเต่สายศิลป์ก็ต้องไปขวนขวายเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะเพิ่มให้เท่าเด็กวิทย์ จนสอบติดเเค่นั้นเราก็ว่ามีพื้นฐานพอได้เเล้วนะ สายวิทย์มาสอบอักษรได้ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าเรียนไม่ได้เพราะไม่มีพื้นฐานภาษาทั้งๆที่ไม่ได้เรียนภาษาเหมือนสายศิลป์ ในเมื่อเขาสอบเข้ามาได้ก็น่าจะให้โอกาสดูนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      จากวิทย์สู่ศิลป์
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สยองจ๋าเลยความคิดแต่ละคน


      คือแบบเค้าเหมือนเสียเปรียบไง เค้าเรียนสิทน์หนัก ละสายศิลปฺมาสอบได้ เค้ารู้สึกเสียเปรียบ เพราะวิทย์เกรดฟิสิกส์มันฉุดเด็กลงเยอะ เลยเสียเปรัยบกับสายศิลปฺที่ไม่ได้เรียนแยกหลักพวกนี้


      ปล.ไม่ชอบคำที่ว่า ถ้าเป็นงี้กุเรียนสายศิลปฺไม่ดีกว่าหรอ


      มันเหมือนดูถูกว่าเด็กศิลปฺไม่เก่ง โง่บ้างไรบ้าง


      ค่านิยมไปทางวิทย์มากเพราะเปิดกว้าง แต่ดันปิดโอกาสสายอื่นศะงั้น


      พอมีโอกาส พวกที่เลือกวิทย์แต่แรกก็ไม่ปลื้มอีก


      เออเข้าใจที่ศิลป์เรียนวิทย์แค่พื้นฐาน แต่เวลาสอบเจ้า หรือเข้ามหาลัยได้แล้ว เด็กศิลป์จะต้องพยายามหนักมาก เพื่อให้ทันหัวเด็กวิทย์ที่มีพื้นวิทย์มาก่อน


      วิทย์ลำบากตอนนี้ข้างหน้าสบาย

      ศิลป์อาจจะสบายตอนนี้ แต่ภายหน้าก็หนัก


      ต่างฝ่ายต่างพยายามเหมือนกัน


      งั้นลองคิดกลับกันดิ


      ถ้าคณะสายศิลป์ไม่ให้วิทย์เข้าล่ะ คุณจะมาเรียกร้องขอโอกาส ขอความเท่าเทียมกันมั้ย


      ใจเข้าใจเรา


      อย่าเอาแต่โลภเอาแต่ได้ เอาเปรียบ


      ค่านิยมเมืองไทยด้านสายการเรียนนี้ควรหายไปสักที


      เลิกมองเด็กศิลป์อ่อนกว่าเด็กวิทย์สักที


      ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่องหรอก


      มีเสียมีต่างทั้งคู่


      ลองให้เด็กวิทย์มาเรียนดานภาษาทีีไม่ถนัดดูดิ คุณก็ต้องพยายามทำมันใหเได้ ก็เหมือยศิลปฺที่จะไปวิทย์ เค้าก็ต้องพยายามเหมือนกัน


      มันก็พยายามเหทือนกันหนิ


      บางคนบอกศิลป์สบาย วิทย์ลำบาก


      ไม่มีสายไหนสบายหรอก ทุกสายล้วนมีจุดเต็ง ตัวฉุดเกรดเด็กได้กันทั้งนั้น


      เอาเหอะ ลองคิดแบบกลับๆกันดู เผื่อจะคิดอะไรได้กันบ้าง


      อย่าทะเลาะเหอะ


      จบ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #15-1

        เป็นข้อเท็จจริงครับ ที่บางคนเลือกจะไปสายศิลป์ เพราะ "ขี้เกียจเรียนวิทย์" "วิทย์ยาก" "วิทย์หนัก" แม้แต่สมัยนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น เลยกลายเป็นภาพลักษณ์ว่าศิลป์เรียนอ่อนกว่า


        อีกอย่าง วิชาที่สายวิทย์เรียน ไม่ใช่วิชาที่จะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไปได้ และยังต้องเรียนวิชาเฉพาะทางนี่ถึงสามวิชา (ซึ่งปกติใช้แค่สอง ไม่รวมเลข) มันก็เลยดูว่ายาก ในขณะที่สายศิลป์เป็นวิชาที่ดูแล้วได้ใช้ในชีวิตประจำวัน คือภาษา ไม่ได้มีวิชาเฉพาะทาง พอไปเสริมกับอย่างแรก ก็เลยถูกมองว่าแบบนั้น


        ต้องเข้าใจก่อนครับว่าการดูถูกหรือการปรามาสนั้นมาจากอะไร


        ถ้าคณะสายศิลป์ไม่ให้วิทย์เข้า (ไม่รวมคณะกลางๆแบบเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ บัญชี ที่ทั้งสองสายเรียนวิชาที่ต้องใช้ทั้งคู่) แล้วเด็กวิทย์โวยวาย ผมก็จะพูดแบบนี้นี่แหละครับ เลือกมาเองตั้งแต่แรก พอไม่เข้าเกณฑ์จะมาโวยวายไม่ได้

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เสริมนิดนะคนที่บอกว่าต่างประเทศไม่แบ่งสายอ่ะ ก็จริงที่เขาไม่แบ่งสาย แต่เขาต้องวางแผนการเรียนล่วงหน้าสิ ถึงจะไม่แบ่งสาย แต่สมมติจะเรียนหมอ เขาก็มีกำหนดว่าต้องเรียนวิทย์มากี่ตัวผ่านมากี่หน่วยกิตถึงจะเรียนได้ ซึ่งต้องวางแผนล่วงหน้าถูกมั้ยตั้งแต่เข้าไฮสกูล ก็เหมือน กำลังขึ้น ม ปลายต้องกะไว้ล่วงหน้าว่าจะเรียนอะไรคร่าวๆ หน่วยกิตวิทย์กับศิลป์ต่างกันมากนะ โรงเรียนเราศิลป์จบด้วย 6 หน่วยกิต สายวิทย์ 31 คือเนื้อหาที่เรียนต่างกันมากนะ การที่จะให้ศิลป์เข้าไปเรียนวิทย์นี่มันยากพอตัว โดยเฉพาะศิลป์ภาษาเหมือนจะไม่ได้เรียนคณิตเพิ่มด้วย เนื้อหาต่างกันมาก เว้นแต่จะทำยังไงก็ได้ให้สายศิลป์เรียนวิทย์ครบตามจำนวนที่ต้องการ หรือไม่ประเทศไทยก็ไม่ต้องแบ่งวิทย์ ศิลป์ ส่วนจพให้เป็นแบบต่างประเทศนั้นยาก เพราะว่าความรับผิดชอบมันต่างกัน ถ้าอยากจะทำแบบนั้นต้องค่อยปรับ ถ้าเอาอย่างเขาเลยคิดว่าเละ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ตลกจังงงง
      Guest IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตลกกกก คนโพสจัง อิอิ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ความคิดส่วนตัว
      Guest IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าคิดว่าทำได้ ก็สอบสิจ้ะ เค้ามีแบบแผนการเรียนมาแล้ว ทำตามกฎกันหน่อย แค่นี้ยังโวยวาย อย่าไปเรียนเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      qwerty
      Guest IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าคุณเก่งจริงก็มีทางให้คุณเข้าคณะสายวิทย์ได้ครับ รับตรงวิศวะจุฬา รับตรงแพทย์ กสพท. สายศิลป์ก็มีสิทธิ์สอบได้ (สำหรับ dek60 นะ dek61 ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า) และมีอีกหลายมหาลัยครับ ลองหาข้อมูลดูนะ ส่วนใหญ่จำกัดสายกันที่รอบแอดมิชชั่นมากกว่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เด็กสายวิทย์
      Guest IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตัวชี้วัดของวิชาสายวิทย์โดยเฉพาะวิชาวิทย์มีมากกว่าเรียนมาครอบคลุมมากกว่า เช่นสายศิลป์โรงเรียนเราเทอมนึงจะเรียนพื้นฐานของสายวิทย์แค่วิชาเดียวไม่เกิน3คาบต่อสัปดาห์ แต่สายวิทย์ยังคงต้องเรียนฟิสิกส์เคมีชีวะแบบบ้าบอคอแตกอาทิตย์ละ12คาบอยู่เลย หน่วยกิตสายวิทย์ก็มากกว่าเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องภาษาที่บอกว่าสายศิลป์เรียนแทบตาย ตรงนี้เรามองว่าเรื่องภาษาเป็นเรื่องความชอบส่วนตัว เราเรียนสายวิทย์ แต่เราก็เรียนญี่ปุ่นเสริมได้ ในทางกลับกันให้สายศิลป์ลองไปเสริมฟิสิกส์เคมีชีวะดาราศาสตร์ให้เท่าสายวิทย์มันก็คงเป็นไปได้ยากถูกป้ะ แล้วพวกสายวิทย์สุขภาพคิดว่าเขาใช้แค่วิทย์พื้นฐานหรอก็ไม่ใช่ สายวิทย์เราต่างกับสายศิลป์ตรงที่ไม่ต้องจำรูปไวยกรณ์รูปประโยคต่างๆ แต่เราต้องจำสูตร จำธาตุต่างๆ จำแบบจำลอง จำคนคิดคนประดิษฐ์ จำอวัยวะของคนตั้งแต่ชิ้นใหญ่ๆไปจนถึงสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าเซลล์ ไม่ใช่แค่ของคนนะของสัตว์เกือบทุกประเภท ยันต้นไม้ใบหญ้า คำศัพท์เฉพาะต่างๆที่ไม่รู้แม่งจะยาวไปไหนบางคำ แล้วทุกอย่างที่มีในหัวต้องพลิกแพงได้ ไม่ใช่แค่แปลงรูปแบบกิริยา3ช่อง แต่สูตรบางสูตรเปลี่ยนได้ไม่รู้กี่แบบ ตลอดจนความยาวคลื่นที่ไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไม และนั่นคือสิ่งที่ต้องใช้สำหรับคณะสายวิทย์ สายภาษาเรียนภาษาหนักไหมอันนี้ไม่รู้นะ แต่เอาตั้งแต่เรียนอังกฤษมาก็วนๆซ้ำๆอยู่เรื่องเดิม แต่เอาจริงๆถ้าตอนไปสมัครสายศิลป์เพราะกลัวคณิตหรือฟิสิกส์ก็ไม่ควรลงของสายวิทย์อยู่แล้ว เพราะไงมันก็หนีไม่พ้นหรอก ส่วนสายศิลป์ถ้าเก่งจริงๆเขาไม่มาแคร์หรอกว่าสายวิทย์จะไปแย่งที่เพราะไงสายวิทย์ที่เรียนเสริมมาถ้าวัดตามชม.แล้วสายศิลป์ที่เรียนภาษามาตั้งแต่ม.4ไงก็มีชม.เรียนที่มากกว่าอยู่แล้ว มันก็อยู่ที่ว่าใครจะขยันทบทวนมากกว่ากันแค่นั้นเอง

      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 23
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป