ซ่อน
แสดง

รีวิวการอ่านหนังสืออย่างไรให้ "ติดหมอ" !!! (ฉบับเด็กตจว.) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek60 #ติดหมอ #เทคนิคการเรียน #การเรียน #admission60 #admission idol #doctor #นศพ #สอบติด #สอบติดรับตรง #อ่านหนังสือ
สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้นะคะ
 
        เรามาจากไอจี @yeongu_dek60 ค่ะ เราเป็น dek60 ที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ โครงการodod มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ
        เนื่องจากมีผู้ติดตามถามไดเรกมาเยอะมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเตรียมตัวสอบ การอ่านหนังสือ หนังสือที่อ่านมีอะไรบ้าง เรียนพิเศษที่ไหนบ้าง ฯลฯ เราเลยถือโอกาสนี้รวบทุกคำถามของทุกคนมาตั้งกระทู้นี้ค่ะ

 
ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะ นี้เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ
 
1.แนะนำตัว + ประวัติคร่าวๆ + ที่มาที่ไปของการเตรียมตัวสอบเข้าแพทย์
        สวัสดีค่ะ เราชื่อ เกรซ  เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะอยู่ สุราษฎร์ธานี ประวัติด้านการเรียนของเราเป็นเด็กที่อยู่ในระดับกลางๆนะคะ ไม่ได้อ่อนมากไม่ได้เก่งมากค่ะ
ตอนม.ต้นเราเป็นเด็กที่ติดเกมเอามากๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด ติดขนาดไหน ติดขนาด “เก็บตังเติมเกมเป็นหมื่นๆ” (ทำไปได้ยังไง) แล้วก็ติดการ์ตูนหนักมากๆ แล้วจุดเปลี่ยนชีวิตของเราค่ะคือ “การเบื่อเกม” 555+ (ง่ายไปมั้ย) มันเป็นเรื่องจริงค่ะทุกคน!!! เริ่มมาเปิดใจใช้ชีวิตใหม่ให้มีประโยชน์กับตนเองและครอบครัวมากขึ้นตอนขึ้นม.ปลายค่ะ และเราอยากสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ตั้งแต่เริ่มเข้าม.4 เลยค่ะ 
"ทำไมถึงอยากเป็นหมองั้นหรอ" สิ่งที่บันดาลให้เราตัดสินใจที่จะสอบเข้าคณะนี้เพราะว่าเราชอบเรียนวิชา คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ (ชอบมากที่สุดโดยเฉพาะชีวะ) และเป็นคนที่ไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษ มากเลยค่ะ เราก็เลยคิดว่า เอ้อ!! เราคงไปทางด้านภาษาไม่ได้แล้วแหละ เลยตัดคณะที่เป็นสายภาษาออกไปจากหัวหมดเลย และมาลองคิดดูว่าคณะที่เป็นสายวิทย์เนี้ย มันมีอะไรที่เราพอจะไปต่อไปบ้างนะ ซึ่งตัวเลือกก็มี แพทย์ ทันตะ เภสัช วิทยศาสตร์ ณ ตอนนั้นที่บ้านแอบเชียร์แพทย์เป็นพิเศษค่ะ แต่ที่บ้านไม่ได้บังคับนะคะว่าอยากจะให้เรียนอะไร เราก็เลยหาข้อมูลของ 3-4 คณะนี้ดูค่ะ ใช้เวลานานอยู่พอสมควร และประกอบกับเราเรียนพิเศษวิชาชีวะกับหมอบีมค่ะ (ไบโอบีม) แล้วน้าบีมอะชอบเปิดคลิปที่แบบเกี่ยวกับการผ่าตัดอะไรทำนองนี้ให้ดูบ่อยๆค่ะและน้าก็ชอบเล่าประสบการณ์ตอนเป็นนศพ.ให้ฟังบ่อยมากจนเริ่มติดใจ เราก็คิดว่าอาชีพนี้สนุกดีค่ะ (และแอบชอบเสื้อกาวน์ของหมออยู่ด้วยนิดนึง มันเท่ห์อ้าา >////<)
        อะ!! หลังจากเลือกเป้าหมายของตัวเองสำเร็จแล้ว เราต้องมาเก็บ achievement กันต่อค่ะ อารมณ์เหมือนเล่นเกมเนอะ สมมติว่าเป้าหมายของเราคือต้องเก็บเวลให้ "เลเวลตัน" ให้ได้ สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ ขยันตีมอน  ทำเควส ไปเรื่อยๆค่ะ และทุกอย่างมันต้องใช้ระยะเวลา นานแค่ไหนอยู่ที่เราทำบ่อยแค่ไหนค่ะ อะกลับมาต่อ...หลังจากเลือกเป้าหมายสำเร็จแล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อไปก็คือหาวิธีค่ะว่า .......
"เราจะเป็นหมอได้ยังไง"
       เราก็หาข้อมูลค่ะว่าเราจะสอบเข้าคณะนี้ได้ทางไหนบ้าง ที่รู้ๆมาก็จะมีรับตรงของหลายที่ (เช่นแพทย์บูรพา แพทย์แม่ฟ้าหลวง (มั้ง) อาจจะมีที่อื่นอีกนะคะแต่เราทราบแค่นี้) และก็สอบกสพท.ค่ะ และสำหรับเด็กต่างจังหวัดจะมีสอบแพทย์ cpird odod จะขอเกริ่นคร่าวๆนะค่ะว่า แพทย์ cpird odod เกณฑ์การคัดเลือกเป็นยังไง

       การสอบแพทย์ผ่านโครงการ CPRID และ ODOD แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นของตัวเอง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มค่ะ ได้แก่
1.ถ้าเป็นของจุฬา cprid odod จะใช้คะแนน gat-pat รอบแรก กสพท.พาร์ทจริยธรรม และก็สอบสัมภาษณ์ค่ะ
2.สอบตรง จัดสอบโดยคณะ / มหาลัย (ส่วนมากจะเป็นแบบนี้ค่ะ)
       และจังหวัดของเรามหาลัยที่รองรับคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ เราก็เลยตัดสินใจตั้งเป้าหมายที่2อีกครั้งก็คือเราต้องสอบติดแพทย์โครงการนี้ให้ได้เนื่องจากเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กต่างจังหวัดได้เรียนแพทย์ และที่สำคัญสามารถตัดคู่แข่งไปได้อีกมาก เพราะว่าเราแข่งกับเพื่อนๆแค่ 2-3 จังหวัดเท่านั้น
Odod สำหรับเด็กที่ทะเบียนบ้านอยู่นอกเมืองของจังหวัดนั้นๆค่ะ 
(ซึ่งเราทะเบียนบ้านอยู่นอกเมืองค่ะเลยลงโครงการ odod) 
Cprid สำหรับเด็กที่ทะเบียนบ้านอยู่ในเมืองของจังหวัดนั้นๆค่ะ
 
ปล.เด็กนอกเมืองสามารถเลือกได้นะคะว่าจะสอบ odod หรือ cprid ก็ได้ แต่เด็กในเมืองไม่สามารถเลือกโครงการ odod ได้ค่ะ
ปล2.ส่วนรายละเอียดการใช้ทุน2โครงการนี้จะแตกต่างกันค่ะ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก google ได้เองนะคะ ถ้าเขียนมากกว่านี้กระทู้จะยาวไปเนอะ
 
2.เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนไหน
       เริ่มอ่านแบบเรื่อยๆชิวๆตั้งแต่ม.4ค่ะ แต่เป็นการอ่านเพื่อสอบกลางภาค ปลายภาค สอบสอวน. อะไรทำนองนี้ค่ะ แต่เริ่มอ่านหนังสือสอบเข้าเริ่มจริงจรังตอน ปิดเทอมม.5-ม.6 ค่ะ

3.เรียนพิเศษที่ไหนบ้าง

 
4.ตลอด 1 วันเราทำอะไรบ้าง
จะแบ่งเป็นช่วงเวลานะคะ
ช่วงปิดเทอม ม.5-ม.6 เราตื่นนอน 6 โมงเช้าค่ะแล้วไปเรียนพิเศษ ตั้งแต่ 7 โมงถึง 1 ทุ่ม ช่วงเช้าเราเรียน ICU ช่วงบ่ายเรียน เคมีเอนทรานซ์ อ.อุ๊ ค่ะ ช่วงนี้แบบซมบี้มากกกกก เรียนเสร็จก็กลับบ้านค่ะ อาบน้ำ กินข้าว ทำภารกิจส่วนตัวให้เสร็จแล้ว ขึ้นห้องอ่านหนังสือประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ปิดเทอมสิ่งที่เราอ่านคือทบทวนที่เรียนและจดสรุปไปด้วยและทำการบ้านที่อาจารย์สั่ง
ช่วงเปิดเทอม เราตื่นนอน 7 โมง – 7 โมงครึ่งค่ะ (ตื่นสายทุกวัน555) แล้วก็เข้าโรงเรียนสาย ประมาน 8 โมง นิดๆโดนจับสายทุกวัน โชคดีค่ะที่บ้านเราอยู่ใกล้โรงเรียน เดินไปก็ถึง อยู่โรงเรียนเราก็เรียนไปค่ะ การบ้านที่อาจารย์สั่งเราจะพยายามทำให้เสร็จในคาบ หรือ ที่โรงเรียนเลย ว่างก็ทำอะค่ะ เลิกเรียนประมาน 4 โมงเย็นเราก็ไปเรียนพิเศษ เปิดเทอมนี้เราเรียนฟิสิกส์ v-series ของออนดีมานด์จนถึง2ทุ่ม คอร์สนี้เราเรียนมาเรื่อยๆตั้งแต่ม.5เทอม2แล้วค่ะเลยค่อยๆเก็บไปได้ กลับถึงบ้านก็อาบน้ำกินข้าวเหมือนเดิมค่ะ จะทำอะไรก็ทำ จนประมาณ 3 ทุ่ม - 3 ทุ่มครึ่ง เราจะขึ้นห้องอ่านหนังสือ เปิดเทอมจะต่างจากปิดเทอมนิดนึงคือเราจะเริ่มสลับอ่านกับทำโจทย์  อ่านทบทวนที่เรียนมาก่อนและช่วงหลังๆ(ก่อนนอน)จะทำโจทย์ เราจะอ่าน+ทำโจทย์ไปเรื่อยๆค่ะ ส่วนมากจะประมาน ตี 1-2 ก็เข้านอน
ก่อนสอบ 2 อาทิตย์ เป็นช่วงปิดเทอมเล็กค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราก็มีความรู้ทุกเรื่อง(เกือบ)แน่นแล้ว เราลงคอร์สอัพสกิลคณิต ฟิสิกส์ ของออนดีมานด์ มีกี่ชม.แล้วจำไม่ได้นะ เราก็นั้งเรียนอยู่ที่บ้านไปทั้งวันเลยค่ะ พอหยุดเรียนก็อ่านเคมี และอังกฤษที่สรุปเอาไว้ด้วย ทบทวน + หาโจทย์มาทำ (เคมีทำโจทย์คอร์สent อีกรอบค่ะ แต่ไม่ได้ทำครบหมดเหมือนครั้งแรกนะ) คอร์สอัพสกิลเป็นส่วนหนึ่งเลยที่ดีมากๆ พี่ๆจะทวนและสอนทำโจทย์ไปในคอร์สเดียวเลย 2 อาทิตย์นี้เราเลยพึ่งคอร์สนี้อย่างเดียวสำหรับวิชาคณิต ฟิสิกส์ เพราะ2วิชานี้มันเน้นทำโจทย์เนอะ มันดีมากกกก  (เหมือนที่เราอ่าน เราทำโจทย์มาด้วยตัวเอง มันจะช้าไปนิดนึงกว่าเราจะอ่านเฉลยเข้าใจ)  
ช่วงนี้เราเข้านอนตี3-4 แต่ตื่น เที่ยง 55555+ ช่วงนี้เป็นช่วงชิวๆค่ะ ก่อนสอบไม่อยากเครียดมาก เรียนไปกินขนมไป จนอ้วนเลย

5.แพทย์ธรรมศาสตร์ที่เราต้องสอบ สอบอะไรบ้าง
ปีของเราเป็นปีแรกค่ะ ที่โครงการรับตรงของธรรมศาสตร์เป็นระบบ TU STAR และการสอบเข้าแพทย์ Odod ของเรานั้นต้องใช้คะแนน TU STAR 05  ครั้งที่ 4 เท่านั้น (สอบวันที่ 15 ต.ค.) วิชาที่ต้องสอบมี
- ทักษะการคิด อ่านและเขียนอย่างมีวิจารณญาณ
- การสื่อสารโดยการใช้ภาษาอังกฤษ
- ความเท่าทันโลกสมัยใหม่
- คณิตศาสตร์ (สายวิทย์)
- ฟิสิกส์
- เคมี
- ชีวะ
ซึ่งมันไม่มีภาษาไทย และ สังคมแบบจ๋าๆ คือ ภาษาไทยจะไม่ออกพวก คำซ้ำ  คำซ้อน สังคมจะไม่ได้ออกศาสนาจ๋า อะไรทำนองนี้เราก็เลยอ่านไปน้อยมากกกๆๆๆ ในการสอบรอบนี้ และ odod ขอจังหวัดเรารับ 10 คนค่ะ รวมระนองด้วย 2 คน เป็น 12 คนค่ะ ซึ่งนั้นก็คือเราต้องแข่งกับคนต่างอำเภอทั้งจังหวัดให้ได้ตำแหน่ง 1 ใน 10 เท่านั้น!! เครียดอยู่แต่ก็ต้องสู้นะ T^T

6.การเตรียมตัวในแต่ละวิชา + หนังสือที่อ่านแต่ละวิชา
คณิตศาสตร์ เราเรียนพิเศษกับครูในจังหวัดของเราค่ะ และฝึกทำโจทย์จากชีทที่เรียนพิเศษ และซื้อหนังสือ15พ.ศ.มาทำเพิ่ม (แต่ทำได้นิดเดียว เนื่องจากทำในชีทที่เรียนพิเศษมากกว่า) วิชานี้เราเน้นทำโจทย์ทำแต่โจทย์เรียนรู้จากโจทย์ค่ะ ไม่ได้เจาะจงอ่านเนื้อหาอะไรมาก เวลาเราทำโจทย์จะมีหนังสือสรุปสูตร สรุปทุกอย่างเอาไว้เล่มนึงค่ะ ของ The brain เอาไว้เปิดหาสูตร หรือเนื้อหา วิธีคิดอะไรที่เราตกหล่นไป
 

เล่มที่1 เป็นหนังสืออัพสกิลที่ใช้เรียนก่อนสอบ 2 อาทิตย์
เล่มที่2 WE SUMMARY ของ The Brain สรุปสูตร
เล่มที่3 เป็นโจทย์ 15 พ.ศ.ที่เราทำไปแค่ 4-5 พ.ศ.เท่านั้นยากมาก TT"
ฟิสิกส์ เราเรียนฟิสิกส์พี่โหน่งมาตั้งแต่คอร์ส ม.4 เลยค่ะ แต่เรียนไม่ครบทุกคอร์สนะ ช่วงม.5ไม่ค่อยได้ไปเรียนพิเศษเท่าไหร่ อ่านเองมากกว่า หนังสืออื่นเราไม่ค่อยมีเลยค่ะ แต่แอบมีหนังสือฟิสิกส์ขนมหวานอยู่นะแต่ เรารู้สึกอ่านไปได้นิดเดียวเราไม่ค่อยชอบเพราะหนังสือพูดน้ำเยอะไปหน่อย อธิบายละเอียดมากเกินไป (แต่แล้วแต่คนชอบเนอะ) และก็เทคนิกเหมือนคณิตเลยค่ะเวลาทำโจทย์ไปข้อไหนไม่เข้าใจ อะไรที่เรายังติดอยู่จะมีสรุปสูตร 1 เล่มไว้คอยแก้จุดพลาดของเรา
  

1 อัพสกิลจ้า
2 คอร์ส v-series และ supermap

  
 
เคมี วิชานี้มอบมงให้แม่อุ๊คนเดียวเลยค่า  เราเรียนหมดทุกคอร์สเลย และหนังสืออื่นเราก็ไม่ได้ซื้อมาอ่านเพิ่มเลยค่ะ เลยแนะนำหนังสือเคมีไม่ค่อยได้เนอะ เราทำแบบฝึกหัดและอ่านเนื้อหาแค่ของอ.อุ๊อย่างเดียวเลย (มันดีมากจริงๆ) ปล.เราเรียนแบบDVDนะ
                                  
และนี้คือตัวอย่างสรุปเคมีของเราค่ะ
              
                          
              
ชีวะ วิชานี้หนังสือเยอะมากเลยค่ะ เราอ่านเล่มละ 2-3 รอบได้ (ถ้านับช่วงที่อ่านตอนม.4-ม.5) และเราเรียนพิเศษของไบโอบีมด้วย แต่ไม่ครบทุก opd นะ เราเรียนแค่ opd 1-4 ค่ะ มันมี 7 opd มั้ง แล้วเราก็ไปลง ICU เลย
                                   
                                   
 

ทริคเล็กๆของการอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเยอะๆนะคะ เราจะแปะโพสอิสของแต่ละหัวข้อไว้ หรือ ทั้งหน้าเราจะแปะโพสอิสไว้ประมาณ 1-2 แผ่น เวลากลับมาอ่านทบทวน เราจะอ่านแค่ในโพสอิสนี้
                                            " สิ่งที่ต้องเขียนลงไปคือสิ่งที่สำคัญและเจอบ่อยๆ "
เป็นการอ่านทบทวนหนังสือทั้งหน้า ภายในแค่ 1 แผ่นนั้นเอง


                                   
                                   
                                   
และนี้คือตัวอย่างสรุปชีวะของเราค่ะ

                                   
                                   
 
อังกฤษ อยากจะบอกว่าวิชานี้แล้วแต่บุญแต่กรรมของเราเลยค่ะ แงงงง เป็นวิชาที่เราอ่านน้อยที่สุดและคิดว่าจะใช้วิชาอื่นดึงเอา แต่กลับวิชานี้เป็นวิชาที่ดึงวิชาอื่นลงมาแบบน่าเกลียดมากกก T^T วิชานี้เราทำ ax 25 พ.ศ.ของพี่แนนค่ะ ซึ่งเราทำได้ประมาน 3 พ.ศ.เท่านั้นเอง แล้วก็ท่องศัพท์เอาค่ะ ศัพท์ 4 หน้าของอ.สมศรี และวิชานี้เป็นวิชาเดียวที่เราซื้อหนังสือมาเยอะแยะแต่อ่านได้ไม่ถึง 20 หน้า (อย่าเอาเป็นแบบอย่างนะ)

                     
                                        
วิชานี้เราเน้นศัพท์ค่ะที่เตรียมตัวสอบเตรียมศัพท์ไปอย่างเดียวเลย เลยอ่านหนังสือพวกนี้จะเป็นคำศัพท์ทั้งหมด เล่มที่ 2 เป็นเหมือนนิทาน พาสเซสสั้นๆและมีคำถาม 3 ข้อทุกๆพาสเซส ไว้ฝึก reading ได้ค่ะ
                                     
นี่ก็คือ AX25 สุดหนา และเราขอสารภาพว่าเราทำไปแค่ 3 พ.ศ.เอง มีความไม่ชอบอังกฤษ (ห้ามเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)

ต่อไปขอเกริ่นเรื่องของการอ่านวิชาภาษาไทยและสังคมก่อนนะคะ เราอ่าน2วิชานี้น้อยมากค่ะ อ่านผ่านๆเลยก็ว่าได้ เนื่องจากคะแนน TU STAR ออกไวมาก สอบวันที่ 15 คะแนนออกประมานวันที่ 26-27 ต.ค.ค่ะ เห็นคะแนนก็มั่นใจขึ้นมา50-60%ว่าน่าจะติด วิชาสังคมและภาษาไทยเลยอ่านแบบเบาๆเลยค่ะ (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอีกแล้ว)
สังคม เราอ่านแล้วเขียนสรุปไปด้วยค่ะ เราเลือกเรื่องอ่านค่ะ ว่าเรื่องไหนที่เราจะจำได้บ้างเราจะอ่านค่ะ แบบ เช่น ศาสนา ที่มีชื่ออะไรเยอะๆ ยากๆ เราจะข้ามเรื่องนี้ไปเลยค่ะ เราเลือกอ่านเรื่องภูมิศาสตร์ อะไรที่เป็นเหตุเป็นผลที่สามารถจำได้ง่ายๆก่อน และเขียนสรุปไปด้วยค่ะ (น้องๆใช้เทคนิคนี้สำหรับอ่านวิชาอื่นๆก็ได้นะคะ)
                                      
นี่คือหนังสือที่อ่าน อ่านผ่านๆค่ะ แต่มีรองรอยอ่านมาเยอะเพราะใช้อ่านสอบปลายภาค กลางภาคอยู่เสมอเหมือนกัน เล่มสุดท้ายเป็นคลังข้อสอบเราทำตอนใกล้สอบมากๆเลยทำไปแค่ 4 ชุด
 
ภาษาไทย เราทำโจทย์และอ่านเฉลยอย่างเดียวเลยค่ะวิชานี้ เพราะภาษาไทยในความคิดของเรา สามารถใช้เซ้นต์ในการทำข้อสอบได้ และทำไปดูเฉลยไปค่ะ

                                      

ความถนัดแพทย์ วิชานี้ไม่ได้ใช้สอบรอบรับตรงนะ แต่เราอ่านไปเผื่อๆ เผื่อไม่ติดรอบรับตรง เราลงคอร์สความถนัดของออนดีมานด์ค่ะ คือดีมากเลยโดยเฉพาะพาร์ทจริยธรรมพี่วิเวียร์สอนทริคหลักการและความจริงของแพทย์ว่าสถานการณ์นี้ อะไรที่สมควรจะตอบอะไรไม่สมควรอะไรอย่างงี้อะ อธิบายไม่ถูกแต่แบบดีมากๆส่วนพาร์ทอื่นๆ มีความรู้สึกว่าวันสอบยังไงก็ใช้เซนต์ของตัวเองทำข้อสอบอยู่ดี แต่ยังไงก็ได้โจทย์จากคอร์สนี้มาพอสมควรเลย

                           

 
จบแล้วค่า
ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านนะคะ อาจจะใช้ภาษาที่เข้าใจยากไปหน่อย แต่ที่เขียนมาเพื่ออยากแบ่งปันและเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนที่กำลังจะสอบเข้ามหาลัยกันนะคะ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรยังไงสามารถไดเรคมาถามเพิ่มเติมได้ที่ไอจี yeongu_dek60 นะคะ
นี้เป็นคะแนนที่ TU STAR ที่เราไปสอบมาทั้งหมด 3 รอบค่ะ 

       
 
คะแนนที่ใช้จริงๆคือ TU STAR รอบ4นะคะ เพิ่มเติมนิดนึงคือ รอบแรกที่เราไปสอบ เลขชุดกระดาษคำตอบชุดภาคบ่ายของเราไม่ตรงกับข้อสอบค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางม.แก้ไขให้หรือยัง แต่เราบอกกับผู้คุมสอบตั้งแต่วันที่นั้งสอบเลยค่ะว่าเลขชุดข้อสอบของเราไม่ตรงกับข้อสอบ เค้าบอกเดี๋ยวจะแก้ให้ แต่คะแนนออกมาเราไม่พอใจเท่าไหร่ซึ่งทั้งๆที่เราทำได้ แต่ไม่เป็นไรเนอะเราอาจจะสะเพร่าเองก็เป็นได้ เอาเป็นว่ารอบที่1 ไม่ใช่รอบจริงก็โอเคแล้วค่ะ

ปล.ถึงคะแนนจะไม่ได้มากมายอะไรนะคะ แต่ทั้งหมดนี้มาด้วยความพยายามของตัวเรา  เราพยายามทำมันด้วยตัวของเราเอง  และเราก็ได้ทำเต็มที่แล้ว แค่นี้เราก็ภูมิใจมากแล้วค่ะ :)
ปล2.ถ้าอยากเห็นสรุปเราเพิ่มเติม หรือ แต่ละวันเราอ่านอะไรบ้าง สามารถไปติดตามได้ที่ไอจีเลยนะคะyeongu_dek60 ค่า เราจะลงทุกวัน ช่วงที่เราอ่านหนังสือค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ บั๊ยบายยยยย :)
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

22 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป