/>

[รีวิว] ทำหมันน้องหมาฟรีที่เกือบตาย [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ทำหมันฟรี #สุนัข
สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะแชร์เรื่องราวของเราและน้องหมาให้ผู้ที่รักน้องหมา ได้อ่านเป็นอุทาหรณ์

เริ่มแรกหมู่บ้านของเรา มีประกาศว่า จะมีการทำหมันฟรีของหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดเอง คือคุณแม่มาบอก เราก็ถามบ้านใกล้เรือนเคียงว่าเขาเคยมาทำ(หมันฟรี)แบบนี้ให้ไหม แม่และเพื่อนบ้านก็บอกว่าเคย ก็ไม่เห็นเป็นอะไร
ทว่า... แจ็คพอตมาตกที่หมาเรา

เมื่อวันที่ 02/05/60 เรานำน้องหมาไปทำหมันดังกล่าว ซึ่งสถานที่ที่ทำคือสถานที่แบบเปิด เป็นศาลาประจำหมู่บ้าน
สิ่งที่เราสังเกต แต่ไม่ได้รู้สึกเอะใจ ก็คือเจ้าหน้าที่ เกือบทุกคนอยู่ในชุดนักศึกษา บางคนก็ชุดกาวน์ขาว
เรากรอกรายละเอียดก่อนทำหมัน และเซ็นยินยอมให้ทำหมัน ซึ่งการเซ็นในครั้งนี้นี่เอง ที่เราจะไม่สามารถร้องเรียนใดๆได้เลย หากว่าเกิดปัญหากับน้องหมา





ขั้นตอนการทำหมัน จะมีเจ้าหน้าที่มาฉีดยาให้ 2 เข็ม เข็มหนึ่งเป็นยาสลบ ส่วนอีกเข็มไม่แน่ใจค่ะ
จากนั้นน้องหมาสลบ ก็เข้าสู่ขั้นตอนทำหมันที่เราไม่กล้าไปยืนดูด้วยตาตัวเอง
แต่แอบเห็นโต๊ะข้างๆเป็นผู้ชายทำหมันให้หมาตัวผู้แบบเก้ๆกังๆ น้องหมายังรู้ตัว ร้องเจ็บตลอดแต่เขากระดิกตัวไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ที่เหมือนเป็นนักศึกษา ก็ไปเรียกอีกคนหนึ่งที่อาจจะเป็นอาจารย์หรือรุ่นพี่ให้มาดู เราดูได้แค่นั้น เราก็หันมาเพราะสงสาร sad

กลับมาต่อที่ลูกเรา เราไปดูอีกทีคือตอนที่น้องทำเสร็จ ถูกพามาวางบนผืนผ้าใบที่ใช้พักฟื้นสุนัข
ตอนนั้นเราถึงได้รู้ว่า น้องหมาของเราฟื้นแล้ว ฟื้นตั้งแต่ตอนเขาทำกันอยู่
ฟื้นแต่ยังสะลึมสะลือ พยายามจะลุกมาหาเราให้ได้ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็จับตัวไว้แล้วเช็ดแผลให้ ซึ่งเราก็ถามรายละเอียดว่ากี่วันจะตัดไหมได้แล้วตัดอย่างไร
จนท.ก็ตอบว่าให้ใช้กรรไกรตัดเล็บตัดออกได้เลย ถามไปอีกไม่กี่คำถาม เขาก็เร่งให้เรารีบพากลับบ้าน เพราะน้องฟื้นแล้วน้องจะดิ้น
ตอนที่พากลับเราอุ้มมาด้วยสองมือเลยค่ะ เพราะน้องไม่มีแรงเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ควบคุมตัวเองไม่ได้สักอย่างแม้แต่ลิ้นก็ห้อยลงมา นำลายไหลยืด
เรากลับไปถามอีกรอบว่ามียาให้น้องกินอีกไหม เขาก็บอกว่าฉีดให้แล้ว ไม่รู้ยาไรบ้าง แต่น้องยังร้องเจ็บเกือบทั้งคืน





น้องไม่ห่างเราเลย เขาไม่มีแรงแต่ก็ยังผงกหัวมาฟุบบนขาเรา ร้องหงิงๆ หอบหายใจแรง มีอาการผวาเหมือนกลัวจะถูกทิ้ง ถูกพาให้ไปเจ็บตัว (อีก) เป็นระยะ

คืนแรกน้องไม่กินอาหารอะไรเลย ไม่กินแม้แต่น้ำ

วันที่ 2 เริ่มดื่มน้ำและร้องฉี่ เราเลยต้องอุ้มไปค่ะ แต่พอน้องนั่งฉี่ปุ๊บก็ทรุดทับฉี่ไปเลย





วันที่ 3 น้องทานไก่ต้มหน่อยหนึ่ง กินน้ำเยอะเหมือนกระหายมาหลายวัน แต่ซึมมาตลอดตั้งแต่วันแรก เดินเองได้หน่อยก็ทรุดหันมามองแผล จะฉี่ทีก็โผเข้ากอดให้เรา (เหมือนเด็ก) อุ้มไปตลอด 





วันที่ 4 เราแกะผ้าพันแผลน้องออกเพราะอ่านในเน็ตว่าแผลจะได้แห้ง ซึ่งตอนนั้นเราเห็นว่าแผลค่อนข้างดีเลยค่ะ เหมือนจะสมานแล้ว มีแค่รอยต่อนิดเดียว จึงพันผ้าก็อซกันน้องเลียไว้รอบหนึ่ง
ทว่า...  พอเราเผลอน้องก็กัดไหมหลุดแล้วเราก็ได้เห็นว่ามีเลือดมีหนองซึมออกมาผ่านทางรูไหม เท่านั้นแหละ เราพาน้องไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เลยค่ะ (ก่อนไปน้องเริ่มทานไก่ต้มได้หน่อย)

พอคุณหมอลองกดๆดู แผลก็ฉีกออกมาพร้อมเลือดและหนองไหลเยิ้ม (เราไม่มีภาพบรรดาแผลให้ดูนะคะ เพราะใจไม่ค่อยกล้าแม้กระทั่งจะดูเองเลยค่ะ)
แถมลำไส้ทะลุ (เราเข้าใจว่าตอนทำหมัน เขาคงริ้อเครื่องในออกมาหามดลูก แล้วจับยัดเข้าไป แบบไม่เข้าที่เข้าทางคือเอียงไปทางใดทางหนึ่ง) คุณหมอโรง'บาลเลยสั่งแอดมิทตั้งแต่คืนนั้น

ซึ่งตอนซักประวัติแล้วคุณหมอรู้ว่าเราพาไปทำฟรีมา คุณหมอก็มีบ่นกับจนท.อีกคนนะคะ ว่า "ถ้างั้นเราจะไปเสียค่าเรียนวิชามาแพงๆทำไม แบบนี้ใครจะทำก็ได้งั้นสิ" เรานี่สะอึกเลยค่ะ แต่ก็ถูกของหมอ
อารมณ์ตอนนั้นก็โทษตัวเองเต็มๆอยู่แล้ว ว่าน้องก็อยู่ของน้องดีๆ เรานี่แหละสะเออะพาเขาไปเจ็บตัว (เพราะคิดว่าไหนๆก็มาถึงที่และคิดว่าประหยัดด้วย) เราเลยได้แต่ยินยอมรับการบ่นนั่น

วันที่ 5 น้องได้เข้าผ่าตัด จัดภายในให้เข้าที่เข้าทาง หมอแจ้งว่าน้องติดเชื้อ ดังนั้นจึงขอดูอาการสัก 2 - 3 วันว่าเชื้อตัวนี้เป็นชนิดไหน? รุนแรงไหม? ยาปฏิชีวนะที่ฉีดไปจะรักษะได้หรือเปล่า? 





เราไปเยี่ยมน้องตอนเย็น เพราะสอบถามได้ความว่า น้องน่าจะฟื้นจากยาสลบเวลาประมาณนี้
น้องยังเพลีย แต่เขาก็กระดิกหางให้เราเมื่อเห็นเรา น้องร้องครางหงิงๆ คงเพราะเจ็บ ต้องให้น้ำเกลือ (ตั้งแต่คืนแรก)
ทุกๆคืนทรมานมาก ห่วงเขา เพราะปกติเรานอนด้วยกันเลยค่ะ ห่างอย่างมากก็ไม่เกิน 2 - 3 ชั่วโมง แต่นี่ต้องข้ามวันข้ามคืนเลย crying

วันที่ 6 รอบเช้าเราไปเยี่ยม คุณพระ! น้องกระโดดได้แล้วค่ะ กระโดดแบบดีใจมากที่เห็นเรา กระโดดเหมือนเขาไม่เจ็บใดๆเลย กระโดดจนสายน้ำเกลือหลุดเลือดออก (ซึ่งเราพยายามห้ามแล้วนะ)
ป้อนน้ำให้ก็กิน ป้อนข้าวให้ก็กินหน่อยเดียว (ข้าวโรง'บาลเป็นอาหารกระป๋องพวกเนื้อบด)

รูปนี้ไปเยี่ยมตอนเย็น ตาน้องที่มองเราดูสดใสขึ้นไม่ดูซึมเหมือนหลายวันก่อน กลายเป็นเว้าวอนเราเหมือนอยากให้พากลับด้วย





วันที่ 7 ผู้ช่วยคุณหมอแนะนำให้พาน้องออกมาเดินเล่นก็ได้ ซึ่งเราก็ใส่สายจูงพาออกมาเดินบนริมทางเท้า
และพอเห็นดินเห็นหญ้าน้องก็ฉี่เลย ฉี่เหมือนก็อกแตก เหมือนเขาอั้นมาหลายวัน (น้องไม่ยอมฉี่ในกรง เพราะปกติน้องจะฉี่นอกบ้านค่ะ เขารู้เองไม่เคยสอน)
คุณหมอมาแจ้งว่าเขาดูปกติแล้ว เหลือแค่ยังไม่ค่อยทานอะไร ลองให้เราเอาอาหารที่เขาเคยชอบมาให้ทานได้ พอตอนเย็นเราเลยทำไก่ต้มไปให้ เนื้อไก่ฉีกครึ่งตัวเขากินหมดเลย
คุณหมอก็แจ้งว่า ถ้าพรุ่งนี้ผลเพาะเชื้อออก แล้วเชื้อไม่ดื้อยาก็กลับบ้านได้ ซึ่งวันนั้นลุ้นมาก





แล้ววันสุดท้ายก็มาถึง วันที่ 8 (09/05/60) สิบโมง เราไปเยี่ยม คุณหมอเดินมาบอกเองว่าเชื้อของน้องไม่ดื้อยา ยาปฏิชีวนะที่ให้ไปในตอนแรกได้ผล
โอ้! เรานี่อยากจะลุกขึ้นเต้นอือรือรองเลยค่ะ

แล้วนี่คือรูปล่าสุด น้องร่าเริงนะคะ เดินเหินได้ จะกระโดดหลายครั้งเวลาเจอญาติๆแต่เราก็คอยห้าม
พอเจอพื้นดินเขารีบพุ่งเข้าใส่ จะขุดดินแต่เราก็ห้ามอีก เพราะกลัวแผลฉีก เขาเลยนอนบนพื้นดินอย่างเดียว (คงคิดถึงพื้นดินมาก เพราะตอนอยู่โรง'บาลต้องนอนแต่ในกรง)
น้องยังต้องใส่กันเลียอยู่ ครบ 7 ถึงไปตัดไหม
น้องไม่ถ่ายเลยตั้งแต่วันแรก เราถามหมอว่าอันตรายไหม หมอบอกว่าเขาไม่กินไงก็เลยไม่ถ่าย มันไม่ได้อันตรายอะไร
แต่พอกลับมา เขาวิ่งเข้าสวน จุดที่เขาถ่ายบ่อยๆ แล้วถ่ายออกมามีลิ่มเลือดผสม เกาะกลุ่มเป็นก้อนๆ เราสงสัยเลยลองใช้กิ่งไม้เขี่ยดู ข้างในเป็นผุยผงอุจจาระแห้งๆเลยค่ะ ประมาณว่าไม่ได้ถ่ายมานาน แต่หลังจากนั้นก็ปกติ





แล้วนี่แหละค่ะ ประสบการณ์ทั้งหมด เราอยากจะฝากให้คนเลี้ยงหมา คิดไตร่ตรองก่อนพาน้องๆไปทำหมันนะคะ
ไม่ใช่ว่าทำหมันฟรีไม่ดี แต่ควรดูสถานที่ที่ทำด้วยว่ามันสะอาดไหม เพราะของลูกเรานี่คุณหมอบอกว่าที่ติดเชื้อเพราะอุปกรณ์ไม่สะอาด
ที่สำคัญพวกทำฟรีนี่ บางครั้งก็เอารังไข่หรือมดลูกออกให้เราไม่หมด (คือน้องยังจะมีอาการติด- แต่ท้องไม่ได้)
ต่อมาคือการดูแลแผลน้องค่ะ สำคัญมากคือห้ามให้น้องเลียแผลเด็ดขาด ห้ามกระโดด ห้ามใดๆก็แล้วแต่ที่จะเป็นความเสี่ยง ทำให้แผลเขาฉีก
หมั่นดูแล คอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
และถ้ามีอะไรผิดปกติ รีบพาไปหาหมอเลยค่ะ อย่ามัวแต่ตั้งกระทู้ถามหรือคอยค้นหาแต่อากู๋ เพราะเคสแต่ละเคสไม่เหมือนกัน ควรจะให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดู
ถึงไป แต่ผลสรุปว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ยังดีกว่า ปล่อยไว้ให้เป็นหนักนะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ ให้กับผู้ที่จะตัดสินใจพาน้องหมาไปทำหมัน ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

เผื่อมีคนอยากรู้ น้องหมาเราชื่อบุญหลงค่ะ (เพราะน้าเราเก็บได้บนถนน เราเลยเอามาเลี้ยง) เพศเมีย ตอนทำหมันนี่อายุครบ 6 เดือนพอดี
ยังมีน้องชายเขาอีกสองตัวที่ต้องโดนทำหมันเป็นรายต่อไปอยู่ คงต้องฝากคุณหมอที่โรง'บาลนี้นี่แหละ เข็ดแล้วกับความมักง่ายของตัวเอง indecision



สุดท้ายต้องขอบคุณคุณหมอ และผู้ช่วยคุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เลยค่ะ รักษาน้องได้จนเหมือนหายเป็นปลิดทิ้งเลย เป็นโชคดีในความโชคร้ายของตัวเองจริงๆ


 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

7 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป