/>

เทคนิคง่ายๆ ในการค้นหาตัวเองก่อนเลือกคณะในมหาวิทยาลัย [ยินดีให้แชร์]

วิว
#แอดมิชชั่น #รีวิว #เทคนิคการเรียน #ค้นหาตัวเอง
สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เราจะมาแชร์วิธีการค้นหาตัวเองก่อนที่จะเลือกคณะในมหาวิทยาลัยค่ะ  
ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนอะ

เทคนิคการค้นหาตัวเอง

          ตอนที่เราเรียน ม.ปลาย เชื่อเลยว่าจะต้องมีหลายคนแน่ๆ ที่เจอปัญหาเรื่องเป้าหมายในการเรียนในอนาคต ยิ่งช่วงเรากำลังจะขึ้น ม.5 ม.6 นะ อาชีพหลายๆ อาชีพ มันจะมาตีกันในหัวเราเยอะขึ้น อาทิเช่น ม.ต้น อยากเป็นหมอ ม.4 อยากเป็นทันตแพทย์ ม.5 เทอม 1 อยากเป็นอัยการ ม.5 เทอมสอง อยากเรียนนิเทศศาสตร์ ม.6 เทอม 1 อยากเป็นทูต ม.6 เทอม 2 อยากเป็นครู เอ้า! แล้วสรุปว่า นี่เราอยากเป็นอะไรกันแน่ แล้วแต่ละสายนะ คือมันไม่ได้ไปทางเดียวกันเลย หนึ่งในบุคคลที่สับสนในตัวเองเหล่านั้นคือเราเองค่ะ!

          เอาล่ะ การที่เราจะเลือกคณะในมหาวิทยาลัยเนี่ย มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงว่า นอกจากเราจะเรียนได้แล้ว เราจะต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต ต้องพิจารณาดีๆ และตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน ก่อนอื่นเราต้องหาเวลาว่างสักชั่วโมงเพื่อตัวเอง ในการทำสิ่งต่อไปนี้

1.  หยิบกระดาษมา 1 แผ่น ตีตารางเป็นสองช่อง ลิสต์รายการสิ่งที่เราอยากเป็นและอยากทำในอนาคต ส่วนอีกช่องให้ลิสต์คณะที่เราอยากเรียนทั้งหมด แบบนี้

พอลองลิสต์ออกมาคร่าวๆ อันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ เราอาจจะลิสต์สิ่งที่อยากทำมามากกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่เราเลยค่ะ เอาตามที่ใจเราต้องการมากที่สุด

2.  พอลิสต์ได้แล้ว ให้พิจารณาทีละคณะว่า แต่ละคณะที่เราเลือก มันสามารถตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำในอนาคตได้มากน้อยขนาดไหน เราขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบกันดูนะคะ

คณะนิเทศศาสตร์ พอทำงานเสร็จคิดว่า เราอาจจะมีเวลาดูแลครอบครัวบ้าง หากเรียนในสายเกี่ยวกับโทรทัศน์วิทยุ เราก็สามารถเป็นพิธีกรได้นะ หรือถ้าเป็นไปได้ถ้ามีรายการเป็นของตัวเอง ก็น่าลองทำรายการท่องเที่ยวนะ เป็นอานิสงค์ในการไปเที่ยวรอบโลกของเราได้ด้วย

    

ส่วนอันนี้เป็นของคณะศึกษาศาสตร์ ตัวอย่างการคิดก็อย่างเช่น ถ้าเราเป็นครู เราจะมีเวลาว่างในช่วงปิดเทอมบ้าง หรือ เวลาว่างตอนเย็นหลังจากสอนมาดูแลครอบครัว ถ้ามีวันหยุดหลายๆวัน เราก็สามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้นะ อยากเป็นพิธีกร อยากจัดค่าย เราสามารถช่วยโรงเรียนในการจัดค่ายให้กับเด็กๆ ก็ได้นะ ถ้าเราเรียนสายวิทย์มา แล้วโอเคกับมันเราสามารถเป็นครูวิทย์แล้วจัดกิจกรรมแลปก็โอเคนะ และเรายังสามารถปลูกฝังเด็กได้หลายๆ อย่างในทางที่ดี

enlightened แต่ทั้งนี้เราต้องพิจารณาแต่ละคณะให้ถี่ถ้วนด้วยนะคะ ว่าโอกาสต่างๆ ในการทำงานเป็นอย่างไร รวมทั้งตัวเราเองก็ต้องมีความพยายาม ทำตามความฝันของเราให้ได้เช่นกัน มันจึงจะเกิดผล

 

3. นอกจากพิจารณาคณะจากสิ่งที่เราอยากจะทำในอนาคตแล้ว เราต้องหันกลับมาดูตัวของเราด้วยว่า อุปนิสัยของเราเป็นอย่างไร เหมาะกับคณะไหนที่เราอยากจะเรียนหรือไม่ หรือถ้ายังไม่แน่ใจเราสามารถเช็ค ลองทำแบบทดสอบอาชีพในอนาคตที่เหมาะสมกับเราดูก็ได้ว่า ตัวเราเหมาะที่จะเป็นอะไร มันเป็นอีกส่วนที่สามารถช่วยเราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเว็บเช่น

yes http://ez.eduzones.com/test/

yes http://www.trueplookpanya.com/true/quiz_holland_orientation.php

yes http://www.webythebrain.com/we-activities/career-test

yes https://www.doe.go.th/vgnew/ (อันนี้เข้าไปตรงรู้จักตนเองนะคะ)

เมื่อทำแบบทดสอบหลายๆ เว็บแล้วเมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว ถ้าเราลองเอามาเปรียบกัน ถ้าหลายๆ ผลจากหลายๆ เว็บตรงกัน นั่นหมายถึงสิ่งที่เราเหมาะสมที่จะเป็นตามอุปนิสัยเราค่ะ

 

4.นอกจากนี้อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การศึกษาหลักสูตรและวิชาที่เราต้องเจอในมหาวิทยาลัยค่ะ เป็นสิ่งที่เราควรจะเข้าไปดูก่อนจะเลือกคณะและสาขานั้น ว่าเราเรียนวิชานี้ไปไหวรึเปล่า เราชอบวิชาไหน สมมติว่าเราไม่ชอบและไม่ถนัดวิชาเคมีเลย อะไรก็ไม่รู้วิชานี้ ไม่ชอบตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม แต่ว่าเราดันไปเลือกสาขาที่เรียนเคมีหลายตัวมาก โอ้โห! แย่สิคะงานนี้ ระวังจะติด F เอาง่ายๆ น้า ทางที่ดีศึกษาไว้ก่อนจะเป็นการปลอดภัยที่สุดค่ะ ถ้าเลือกได้แล้วก็ไปต่อกันเลย!

5. หลังจากที่เราได้คณะแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ ตั้งเป้าหมายแล้วพุ่งชนเลยค่า!!!

 

     นี่เป็นเพียงวิธีการเลือกคณะของเราเองนะคะ ตอนนี้เรามั่นใจในคณะที่เรากำลังเลือกแล้ว ใครที่ยังไม่มีเป้าหมาย ก็มาลองทำตามกันได้ค่ะ หวังว่าขั้นตอนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆ คนนะคะ หรือใครที่มีวิธีที่แตกต่างก็มาแชร์กันได้ค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์กับน้องๆต่อไป smiley

 

 

         

 

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป