ผ่านร้อนผ่านหนาวกับ 4 ฤดูในฮาร์บิน มอสโคแห่งตะวันออก [ยินดีให้แชร์]

วิว
#_x0000_t75 #เรียนต่อนอก #คอร์สระยะสั้น #เรียนต่อต่างประเทศ #เรียนภาษา #เรียนภาษาจีน #ฮาร์บิน

          สวัสดีค่ะ อ้อมนะค้า (ยังจำกันได้อ้ะป่าววว ><) วันนี้จะกลับมาเล่าประสบการณ์ที่ได้มาเรียนภาษา ณ แดนมังกรตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานะค้า จากกระทู้ที่แล้ว (www.dek-d.com/board/view/3732424) เราได้เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ของที่นี่ (เน้นเรื่องกินเป็นหลัก -..-)  แต่ครั้งนี้จะขอเน้นเรื่องการเรียนการสอนเนอะ ว่าที่นี่เค้าเรียนกันยังไง เรียนอะไรกันบ้าง ล้ะมหาลัยจัดกิจกรรมสนุกๆอะไรบ้างให้พวกเรา พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ความหนาวแบบสุดขั้วหัวใจของเมืองฮาร์บิน (อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -30 องศาเซลเซียส) ความฟินของฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง และช่วงหน้าร้อนของเมืองนี้ที่อุณหภูมิพอๆกะบ้านเรา (ตอนช่วงหน้าฝน 555 --- ประมาณ 30 องศา) มาดูกันดีกว่าว่าเราอยู่ได้ยังงายยยยยย  

          ก่อนอื่นขอเท้าความสั้นๆก่อนเนอะว่าเราเรียนอยู่ที่ไหนอะไรยังไง

[รูปนี้ถ่ายจากห้องที่พักอยู่ ตึกข้างๆเป็นหอของเด็กจีน ป.โท ป.เอก หน้าหอจะเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ไว้นั่งชิลๆ ...ส่วนลานที่มีคนเยอะๆคือลานกีฬากลางแจ้ง มีทั้งสนามบาส สนามเทนนิสและสนามวอลเลย์]
 

          ตอนนี้เราเรียนภาษาอยู่ที่เมืองฮาร์บิน ณ มหาวิทยาลัย  Harbin Institute of Technology [哈尔滨工业大学 ] ที่นี่จะเปิดสอนตั้งแต่คลาสระดับต้น  (A, B, C, C+) ระดับกลาง (D, E) และระดับสูง (F, G) แต่ละคลาสก็จะมีเด็กนักเรียนประมาณ 15 คน (ยิ่งคลาสสูงเด็กยิ่งน้อย) ในแต่ละปีก็จะมีทั้งภาคการศึกษาระยะยาว และระยะสั้น แบ่งเป็น

          คอร์สระยะยาว (ประมาณ 4 เดือนครึ่ง) ภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณวันที่ 1 กันยายน - 20 ธันวาคม) และ ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงวันที่ 1 มีนาคม - 20มิถุนายน)

          คอร์สระยะสั้น (ประมาณ 1 เดือน)ภาคการศึกษาฤดูหนาว (ช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม) และภาคการศึกษาฤดูร้อน (ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม)

[เตรียมตัวมาฮาร์บิน : 

          ก่อนจะมาที่นี่เราขอคำปรึกษาจากพี่ๆเพจ study in harbin ซึ่งมีพี่คนไทยคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำและดำเนินการให้ฟรี เราให้พี่เค้าช่วยจัดการเรื่องกับทางมหาลัยให้ก่อน แล้วค่อยมาจ่ายค่าเรียนด้วยตัวเองตอนมาถึง พี่เอ็มช่วยดูแลทุกอย่างเลย ทั้งจองตั๋วเครื่องบิน (แบบตั๋วนักเรียนได้น้ำหนัก 46 กิโลกรัม)  ให้คำแนะนำเรื่องวีซ่าและการสมัครเรียน ตอนแรกก็แอบกังวลใจนะว่าจะโดนหลอกมั๊ย แต่คือตอนสมัครก็ไม่ได้จ่ายเงินเนอะ (คิดว่าคงไม่มีไรเสียหายหรอกเนอะ) ล้ะก็แค่รอรับเอกสารที่บ้าน โดยทางมหาลัยจะส่งมาให้ทาง DHL ซึ่งก่อนส่งพี่เค้าจะแจ้งเลข tracking number มาให้เราก่อนเลยตามเอกสาร พอได้เอกสารก็มั่นใจแล้วว่าไม่โดนหลอกแน่นอน อิอิ]

          วันแรกที่มาถึงพี่เอ็มก็มารับที่สนามบิน และพาเข้าหอ (หอพักนะจ้ะ ม้ะใช่เรืองหอ อิอิ --- มุกห้าบาทสิบบาทก็ยังจะเล่น 555) ตื่นเช้ามาวันแรกก็เริ่มทริปเลยจ้า  พี่เอ็มจะพาไปซื้อของใช้ที่จำเป็นก่อนหลังจากนั้น พาไปสอนการนั่งรถเมย์ รถไฟฟ้าใต้ดินและจะบอกว่าป้ายไหนมีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง ตอนมาแรกตื่นเต้นม๊วกๆ แต่ก็รู้สึกอุ่นใจนะ เหมือนมีพี่คอยดูแล

          เรามาเริ่มกันที่หน้าร้อนเนอะ ตอนเรามาถึง อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศา อากาศกำลังดี ช่วงนี้ดอกบานสวยมากกก
 

[ดอกไม้หน้าร้อน]

[บรรยากาศการละทะเบียนวันแรก คนแน่นม๊วกกก หลากหลายสัญชาติมากๆ มีทั้งหัวดำหัวทองละลานตาไปหมด  อิอิ ]
 

          การแบ่งคลาสในแต่ละชั้นเรียนก็จะแบ่งเป็น

          คลาสระดับต้น A, B, C, C+ (ใช้หนังสือ 汉语教程)

          โดยคลาสระดับ A จะเริ่มเรียนกันตั้งแต่พื้นฐาน ก.ไก่-ฮ.นกฮูก ...เอ้ย ไม่ใช่ ><  เริ่มเรียนตั้งแต่พื้นฐานพินยิน การออกเสียง คัดตัวอักษรจีน ฯลฯ วิชาที่เรียนก็จะมี 4 วิชาคือ วิชาเรียนรวม ..จะเน้นไวยากรณ์  (综合课) , วิชาการฟัง (听力课) , วิชาการพูด (口语课) และวิชาการอ่าน (阅读课) หนังสือที่เรียนก็หน้าตาเป็นแบบนี้....


[หนังสือเรียนคลาส A]

          คลาส  B ก็จะเรียนยากขึ้นมาอีกนิดนึง ในบทเรียนก็จะไม่มีพินอินให้อ่านล้ะ ตัวจีนล้วนๆ แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิดน้า คลาสนี้เป็นคลาสแรกที่เรามาเริ่มต้นเรียนที่นี่ แต่ตอนนั้นเรียนแบบ แทรกคอร์ส คือมาตอนช่วงปลายเดือนพฤษภาฯ (เค้าจะปิดเทอมกันล้ะ นี่เพิ่งมา - -’) ช่วงนั้นมาใหม่ๆ ก็ยังฟังคนจีนพูดไม่ค่อยออก ทักษะการฟังง่อยมาก แล้วคืออาจารย์พูดเร็วมากเว่อร์ ฟังไม่ค่อยจะทัน (อยากจิล้องหั้ยยย T^T) แต่อยู่ไปๆก็ปรับตัวได้เอง ^^ ซึ่งเลเวลการพูดของอารจารก็ขึ้นอยู่กับระดับชั้นยิ่งสูงยิ่งติดจรวด ซึ่งตอนแรกๆเราอาจฟังไม่ทันแต่ผ่านไปสองอาทิตเริ่มปรับตัวได้เอง

          โชคดีมากที่เรามาทันตอนช่วงกีฬาสีของที่นี่ เค้าให้นักเรียนต่างชาติเดินขบวนพาเหรดด้วย เราเลยได้เห็นบรรยากาศกีฬาสีของอาตี๋ อาหมวยกัน ^_^ บรรยากาศก็แทบไม่ต่างจากที่บ้านเรา
 

[กีฬาสีของพี่จีน]

          ผ่านไปประมาณสัปดาห์นึงมหาลัยก็พาไปปีนเขาที่ 帽儿山 วันนั้นอากาศดีมากๆ พวกเรานั่งรถกันไปตั้งแต่เช้า ประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงที่หมาย บรรยากาศดีมากอ่ะ ฤดูใบไม้ผลิดีอย่างนี้นี่เอง รอบตัวมีแต่ต้นไม้เขียวๆ ดอกไม้สีสันสดใส เห็นแล้วมันสดชื่นดีจัง *0* พอปีนเขาเหนื่อยแล้วก็แวะพักกินข้าวเที่ยงที่เตรียมกันมา ล้ะก็ลุยต่อ ! ความพีคคือตอนลงเขาเนี่ยแหละ คือลงแบบธรรมดาไม่ชอบ มันไม่เก๋ นั่งสไลเดอร์ดีกว่า เป็นไงล่ะ รู้เลย 5555 โคตรเสียวอ่ะ แต่สนุกนะ ^^

[สะพานวัดใจ คือสูงมากอ่ะ ตอนเดินบนนี้แล้วใจมันหวิวๆ]

[วิวสวยป้ะล้า ที่เห็นเป็นแท่งๆตั้งอยู่บนเขาอีกฟากนึงคือ กังหันลม]

[น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา แหวกว่ายประทุมมาอยู่ไหวไหว]
 

          พอช่วงปิดเทอมเราก็กลับไทยไป เพื่อเตรียมมาเรียนต่อที่นี่สำหรับปีนึง แต่ก่อนจะเริ่มเรียนคอร์สระยะยาวเราลงเรียนซัมเมอร์ก่อนเดือนนึง ก็ลงคอร์ส Bอีกเหมือนเดิมเพราะรู้สึกเทอมที่แล้วยังไม่ค่อยได้อะไรมากเท่าไหร่ เหมือนกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว

          คอร์สระยะสั้นของคลาส B จะเน้นทักษะการพูด เรียนแค่หนังสือ 口语课 (วิชาการพูด) คอร์สนี้เด็กเกาหลีจะเยอะเป็นพิเศษ อย่างเพื่อนในห้องเรามี 18 เป็นเกาหลีซะ 15 คน -0- นอกจากเรียนแล้ว เค้าก็จัดกิจกรรมให้เราทำเยอะมาก เช่น สอนทำเกี๊ยว พอทำเสร็จก็เอาเกี๊ยว (ที่คุณป้าแม่ครัวทำ) มานั่งกินด้วยกัน (...หน้าตาเกี๊ยวที่พวกเราห่อคงดูแย่เกินไป 555) นอกจากนั้นก็ยังมีสาธิตการทำอาหารพื้นถิ่นของที่นี่ด้วย เช่น กัวปาวโร่ว (锅包肉) อารมณ์ประมาณหมูชุบแป้งทอดราดด้วยน้ำจิ้มสามรส เปรี้ยวๆหวานๆ อีกเมนูนึงที่ชอบคือไก่น้ำแดง (大盘鸡) น่องไก่ชิ้นโตๆราดด้วยน้ำปรุงสูตรพิเศษ ไก่นี่เหมือนจะละลายในปาก มันนุ่มมากกก แฮปปี้ (เสียดายที่ไม่มีรูป T^T)

          นอกจากจะจัดกิจกรรมให้เราทำภายในมหาลัยแล้ว ก็ยังพาเราไปออกทริปด้วย ที่เราชอบที่สุดก็คือตอนไปที่ UNIT 731 หรือ 731 部队 ค่ายทดลองที่นำ “มนุษย์” มาทดลองทางชีวภาพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น การเอามีดมากรีดหน้าอกเชลย (โดยไม่ใช้ยาชาและยาสลบ) เพื่อดูการทำงานของหัวใจ คือมันแย่มาก มันหดหู่ไปหมด ออกมาแล้วก็จะรู้สึกอึนๆ เหมือนอยากจะร้อง แต่ก็ร้องไม่ออก


[ค่ายนรก โรงงานแห่งความตาย UNIT731]
 

          อีกที่นึงมหาลัยพาไปก็คือที่ “พิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเมืองฮาร์บิน” (哈尔滨啤酒博物馆) ไปดูประวัติความแป็นมาว่ากว่าจะมาเป็นเบียร์ฮาร์บินนี่มันไปไงมาไง ดูขั้นตอนการผลิตเบียร์ (ตอนเดินผ่านนี่หอมกลิ่นข้าวที่เอามาหมักเบียร์มาก) สุดท้ายก็มีเบียร์สดให้กิน (อร่อยมั้ยไม่รู้ เพราะไม่ได้กิน ><)

[เบียร์ที่มีต้นกำเนิดมาแล้วกว่าร้อยปี : เบียร์ฮาร์บิน]
 

          ด้วยความที่ช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูร้อน อากาศอบอุ่นกำลังดี  มหาลัยเลยจัดทริปให้พวกเราไปปิกนิคกันที่ เกาะพระอาทิตย์หรือ 太阳岛 แต่ละคนก็เตรียมอาหารกลางวันกันไปเอง (มหาลัยออกค่ารถและค่าเข้าเกาะให้ --- ถ้าไปเองต้องจ่ายค่าเข้าประมาณคนละ 30หยวน) ที่เกาะนั้นจะคล้ายๆกับสวนสาธารณะบวกกับสวนสนุกย่อมๆ มีสระน้ำขนาดใหญ่ให้ถีบเรือเป็ดได้ด้วย ธรรมชาติสวยมากๆ แฮปปี้ ซึ่งเกาะนี้ติดอันดับหนึ่งในสิบของเกาะในจีนที่มีวิวสวยงามและมีขนาดใหญ่ ซึ่งพอไปล้ะก็คิดว่าสวยมากจิงๆ นอกจากได้ชมวิวแล้ว ยังได้เล่นเครื่องเล่นอีก ดี๊ดี ตอนนั้นไปเล่นเฮอร์ริเคนกับพี่ๆคนไทยด้วย หนุกดี 5555 ล้ะก็ได้ไปดูโซนต่างๆที่เค้าเอาสัตว์เลี้ยงมาโชว์ เช่น พวกกวาง กระรอก หงส์ขาวและดำ




[เกาะพระอาทิตย์]

          เล่าที่เที่ยวไปเยอะเลย 555 มาดูกันดีกว่าว่าคลาสนี้เรียนอะไรกันบ้าง >< วิชาที่เรียนก็จะมี วิชาเรียนรวม [ทุกทักษะฟังพูดอ่านเขียน]   (综合课) , วิชาการฟัง (听力课) และวิชาการพูด (口语课)


[หนังสือเรียนคลาส B]


          คลาส C เราว่าหนังสือคลาสนี้มีความพีคสุด คือหนังสือเยอะมากกก (คิดว่าน่าจะเยอะสุดในบรรดาทุกคลาส) คลาสนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของคลาส B และคลาส C+ คือเอาหนังสืออย่างละครึ่งของทั้งสองคลาสมารวมกัน ป้ามมม เกิดเป็นโกโก้ครั้น 555 (ไม่ใช่ล้ะ - -)


[หนังสือเรียนคลาส C]


          คลาส C+ เป็นคลาสที่เค้าว่ากันว่ามีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่ วิชาที่เรียนก็เหมือนกันคลาส B เลย คือมี 综合课,听力课 และ 口语课  แต่จะเพิ่มระดับความยากขึ้นมาอีกนิด เพราะคำศัพท์ เนื้อหาที่เรียนในคลาสนี่ก็ค่อนข้างจะเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แบบเป็นพวกคำพื้นฐานที่คนจีนเค้าใช้กันซะส่วนใหญ่

 [บทเรียนในหนังสือหน้าตาประมาณนี้]

[สมุดที่จดไว้ก็หน้าตาประมาณนี้ ไม่ยากมาก คือถ้าเรียนจบคลาสนี้ก็สามารถสอบ HSK4 ผ่านแน่นอน]
 

          อาจารย์ก็สอนสนุกมาก เพื่อนในห้องก็น่ารักมากๆ ตอนเรียนคลาสนี้นี่มีความสุขมากจริงๆ แบบไม่อยากให้ปิดเทอมเลย สี่เดือนครึ่งที่ผ่านไปเหมือนผ่านมาแค่สี่วันเอง (ไม่ได้เว่อร์น้า รู้สึกแบบนั้นจริมๆ ทุกอย่างคือดีจิงๆ)

[รูปนี้ถ่ายตอนจัดบอร์ดห้องด้วยกัน เทอมนั้นหัวหน้าห้องเราคือรัสเซียที่ใส่แว่นข้างหน้า ส่วนรองหัวหน้าคือโอป้าข้างหลังนั้นเอง เด็กในห้องก็มี 20 คน มาจาก 5 ประเทศ ไทย เกาหลี รัสเซีย มองโกลเลีย และโปแลนด์]

[ปล.ขออนุญาตเบลอภาพนะค้า เคารพความเป็นส่วนตัวของคนในรูปเนอะ เพราะเค้าไม่อยากเปิดเผยตัวตน]
 

          เอาล่ะ! เริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ช่วงประมาณเดือนตุลาคมฮาร์บินก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งความฟินของช่วงนี้ก็คือ ทั้งเมืองจะเป็นสีเหลืองและพื้นก็จะเต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงโรยตามกาลเวลา ใบไม้จะเริ่มทิ้งใบบอกลากิ่งก้านเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำและอาหารเอาไว้ใช้ในหน้าหนาว (พี่กิ่งก้านจ้า เจอกันใหม่ปีหน้าน้า) บอกได้คำเดียวว่า ความเหงากำลังมาเยือนแย้ววว อุณหภูมิช่วงนี้ประมาณเลขตัวเดียว หรือบางวันก็อาจจะเกินสิบองศา

[ช่วงกลางๆเทอมใบไม้ร่วงมหาวิทยาลัยพาไปสวนสัตว์ของเมือง (哈尔滨东北森林动物园)คนที่ไม่อยากนั่งรถเข้าไปก็ต้องเดินนาจา มันคือการเดินที่ไม่รู้ว่าจุดหมายยังอีกไกลแค่ไหน แล้วเรากำลังเดินไปหาอะไร คือสวนสัตว์นี้มันกว้างมากจริงๆ เดินกันจนขาลากอ่ะวันนั้น]

[ที่นี่กว้างมากอ่ะ ต้นไม้เยอะมาก ตอนนั้นไปตอนช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วย ใบไม้กำลังผลัดใบพอดี ภูเขาเป็นสีส้มๆเหลืองๆทั้งลูกเลย ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเราเพราะอยู่ที่ไทยไม่เคยเห็น 555]

 [เธอคือนกหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ช่างงดงามเหลือเกินแม่น้องนาง (เว่อร์ - -)]


ตัดภาพกลับมาในเรื่องการเรียนต่อหลักจากไปเที่ยวกันมาพักใหญ่ >>>

[หลังจากสอบกลางภาคเสร็จ เค้าก็จัดการแข่งขันภาษาจีน โดยให้แต่ละห้องออกมาแสดงละคร เต้นและร้องเพลง ห้องไหนแสดงดี เข้าตากรรมการ ชนะเลิศ ก็รับไปเลยเงินสด 500 หยวน แต่ตอนนั้นของห้องเราได้แค่รางวัลชมเชย ได้มา 200 หยวน ก็เอาไปกินเลี้ยงห้องกัน เราว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากเลยนะ เพราะมันทำให้เราสนิทกะเพื่อนในห้องมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนภาษา ความคิดกัน ดีงาม]



          หน้าหนาวมาแล้ววววววว......วันนี้รู้สึกเหมือนเป็นวันที่รอคอยหลังจากที่รอลุ้นอยู่นานเพราะอุณหภูมิลดลงเร็วมากในแต่ละวัน จนมาถึงวันนี้ วันที่เรารอคอย  555 หิมะแรกของเมืองฮาร์บินและหิมะแรกของชีวิตเรานั้นมันช่าง.....

[หิมะตกล้าวววว เย่ๆๆ ตื่นเต้น >O<]

          ตอนกำลังจะเข้าหน้าหนาวพี่เอ็มก็พาเราไปซื้ออุปกรณ์กันหนาวและแนะนำร้านที่ขายถูกคุณภาพดี ได้เสื้อโค้ดสีเขียวของดิสนีย์มาตัวนึง หนามาก ใส่แล้วอุ๊น อุ่น ไม่แพงมากด้วย เอาละตอนนี้เราพร้อมแล้ว  ลุย+++

[เล่นปาหิมะครั้งแรกกับเพื่อนเกาหลีในห้อง ไม่คิดเลยว่ามันจะสนุกขนาดนี้ 5555 อากาศก็ไม่หนาวมากด้วย ดี๊ดี เพราะตอนนี้จัดเต็มมาก เล่นกันเหนื่อยแล้วก็ปั้นตุ๊กตาหิมะจิ๋วกันต่อ น่ารักที่สุด 555 ตอนหลังนี่มีมองโกลกับรัสเซียมาแจมด้วย ก็เลยแบ่งทีมกัน จากสงครามหิมะแบบเด็กๆก็เริ่มเล่นกันแรงขึ้น คือมองโกลเล่นแรงมากกก (ไม่น่าชวนมาเล่นเลย TOT) จะเอาโล่รึ ปามาทีนี่ช้ำเลย ใจเย็นๆนะคะขุ่นพี่ เล่นกันเบาๆก้อล่ายยย]

[เจ้าหญิงบอรามาสแห่งหอ 13 วันที่หิมะตกเยอะๆไม่รู้จะเอาไปทำไร คุณลุง คุณป้าที่หอก็รีบเปลี่ยนหิมะที่กองเต็มพื้นให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง]  


[รถไฟฉึกฉัก ปู้นๆ]
 

[พี่กระต่าย กะ คุณหมีน้อย]
 


[ทางเดินไปเรียน]

[หิมะจากขอบหน้าต่าง]

          อีกกิจกรรมนึงที่น่าสนใจของที่นี่ คือฤดูหนาวลานฟุตซอก็จะกลายเป็น ลานไอซ์สเกตที่เปิดให้นักเรียนในมหาลัยเข้าไปเล่นได้ฟรี (แต่ต้องจ่ายค่าเช่าร้องเท้าประมาณ 15 หยวน หรือ ถ้าซื้อมือสองก็จะมีหลายเกรดตั้งแต่ 40-80 หยวนซึ่งเป็นของนักเรียนจีนหรือต่างชาติที่มาจากเมืองที่ไม่มีหิมะ พอเรียนจบก็ขายต่อ)

[อีกกิจกรรมที่น่าสนใจคือกิจกรรม “BUDDY” หรือ 语伴儿 คือเค้าจะจับคู่ให้นักเรียนต่างชาติและนักเรียนจีนทำกิจกรรมร่วมกัน เล่นเกมสนุกๆ เป็นการผูกมิตรสนิทสนม 555 หลังจากจบกิจกรรมก็นัดไปกินค่งกินข้าวด้วยกัน ได้เพื่อนใหม่มาอี๊ก 555 ดี๊ดีย์]

         

 [เกือบลืมบอกไป ถ้าไปเข้าเรียนครบทุกคาบ โดยไม่สายไม่ขาด รับไปเลย 200 หยวนฟรีๆ อิอิ ห้องเราได้มา 3 คน เราก็เป็นหนึ่งในนั้น เก๋ป้ะล้า 555]

 
[หนังสือเรียนคลาส C+]

คลาสระดับกลาง D, E (ใช้หนังสือ 桥梁)

          คลาส D จะเพิ่มความยากขึ้นมาอีกคือมีวิชาการเขียน (写作课) และวิชาการอ่าน (阅读课) ส่วนวิชาการฟังและการพูดก็เอามารวมกัน (听说课) ส่วนวิชารวม (综合课) บทเรียนก็จะยาวและยากขึ้น คำศัพท์ก็ค่อนข้างจะทางการขึ้นมาหน่อย


[หนังสือเรียนคลาส D]

          คลาส E วิชาที่เรียนเหมือนกับคลาส D เลยแต่ D เรียนเล่ม 1 E เรียนเล่ม 2 ถึงเนื้อหาในบทเรียนจะยาก (ประมาณ HSK5&6) แต่เราก็ว่าบทเรียนในหนังสือสนุกนะ อย่างวิชา 综合อาจารย์จะชอบให้วิเคราะห์ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่อ่านจากเนื้อหาในบทเรียน เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ทำให้เรามองอะไรหลายด้านมากขึ้น  ส่วนวิชา 听说 อาจารย์จะชอบให้แสดงละครเล็กๆ คือแบ่งเป็นกลุ่ม 3-4 แล้วก็แสดงบทบาทสมมุติตามหัวข้อที่กำหนดให้ แต่ละคนแสดงกันจัดเต็มมาก กล้าพูด กล้าแสดงออก มีเพื่อนในห้องคนนึงมาจากโสมแดง คือเราอยากมอบออสก้าให้เค้ามาก 555 คุณลุงดูทุ่มเททุกครั้งที่แสดงอ่ะ 555 (//มอบโล่) คือเค้าเป็นคนพูดที่น่าฟังนะ ได้ข่าวว่าเค้าเป็นอาจารย์มหาลัยอยู่ที่เปียงยาง

[สำหรับใครที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีก็สามารถเข้าร่วมวงดนตรีของที่นี่ได้นะ อย่างเราเล่นเครื่องสายได้ เราก็เข้าไปจอยกะวงออเครสตร้าของที่นี่ ตอนนี้ในวงมีต่างชาติสองคนคือเรากะรัสเซียอีกคนนึง คือเด็กในวงนี้เล่นกันเก่งมากอ่ะ แบบเด็กส่วนใหญ่ก็จะเรียนสายวิทย์กันทั้งนั้น พวกวิศวะ คอมพิวเตอร์ไรงี้ แต่ฝีมือนี่อย่างกะเรียนเอกดนตรี ยอมใจในความอัจฉริยะค่ะ]

 

[ถึงจะเรียนหนักแต่กิจกรรมเราก็ต้องไม่ทิ้ง]

[ข้อดีของการมาอยู่ในสังคมที่มีแต่คนเก่งคือมันจะทำให้เราขยันขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อให้ทันคนอื่น]

[สมุดจดบันทึกวิชา 综合]

[ถึงจะเหนื่อยแต่เราก็จะม่ายท้ออ อ่านวนไปค่ะ]


[หนังสือเรียนคลาส E]

 
          คลาสระดับสูง มี 2 คลาส F และ G ซึ่งเป็นคลาสที่จะเรียนเฉพาะทางมากขึ้น จะเพิ่มในเรื่องของการเรียนด้านวัฒนธรรม สถานการณ์ปัจจุบันของจีน การฟังหนังสือพิมพ์ ฯลฯ เพื่อเอาไปต่อยอดในสายงานด้านธุรกิจ หรือด้านอื่นๆเพิ่มขึ้น

          คลาส F ก็จะเรียนวิชารวมระดับสูง(高级综合 I)วิชาการพูด ระดับสูง(高级口语)วิชาการฟังหนังสือพิมพ์(新闻听力)วิชาสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ (国情) ชื่อแต่ละวิชานี่... โหดๆทั้งนั้น เราก็ยังเรียนไม่ถึงคลาสพวกนี้หรอกนะ แต่เคยได้ยินมาว่าส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการถกปัญหากันในห้องมากกว่า อื้มมมม สมแล้วที่เป็นไฮท์คลาส


[หนังสือเรียนคลาส F]

          คลาส G มีวิชารวมระดับสูง (高级综合 II)วิชาการฟังจากสถานการณ์จริง ระดับสูง (高级实况听力)วิชาการอ่าน ระดับสูง(高级阅读 I)วิชาการเขียน ระดับสูง (高级写作 I)วิชาวัฒนธรรมจีน(中国文化)วิชาการพูด ระดับสูง(高级口语 II)

[หนังสือเรียนคลาส G]

สุดท้ายนี้เรามากันที่ ฤดูใบไม้ผลินะค่ะ มาดูกันว่าใบไม้ผลิที่นี่สวยแค่ไหน  

           หลังจากได้มาเรียนที่นี่ก็ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่รอให้เราเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ การมาใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริง แต่มันก็ทำให้เรากล้าที่จะออกมาจากกรอบเดิมๆ และพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ที่นี่ก็เลยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเรา ถ้ากลับไทยไปคงคิดถึงทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นที่นี่แน่เลย (อยู่ดีๆก็พาดราม่าเฉย 5555)

          สำหรับใครที่อยากมาเรียนก็แอดไลน์หรือวีแชตมาถามได้น้า คนนี้เป็นพี่คนไทยที่มหาลัยมอบหมายให้เค้าดูแลนักเรียนไทยที่นี่ พี่เค้าเต็มใจให้คำปรึกษาฟรีไม่คิดเงินเนอะ มาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่กัน

          นี่ให้ไว้สำหรับคนที่อยากขอคำแนะน้า  ส่วนวันนี้เราขอตัวไปก่อนน้า แล้วเจอกันใหม่ในกระทู้หน้าเนอะ นี่ก็คิดอยู่จะเขียนไรดี ใครอยากให้เราเขียนอะไรก็คอมเม้นมาด้านล่างได้เลยน้า ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ  ^^


Line ID : Studyinharbin

WeChat ID : Pongsak01

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป