ซ่อน
แสดง

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (มงบุโช) -- SPECIALIZED TRAINING COLLEGE -- Insider's Review [วิเคราะห์] [มีข้อสอบ] [ยินดีให้แชร์]

วิว

คำนำจากพี่อริน: กระทู้นี้เป็นอีกกระทู้หนึ่งในชุดแนะนำทุนรัฐบาลญี่ปุ่น หากใครยังไม่ได้อ่าน ลองกดเข้าไปเลยครับ
ป.ตรี: https://www.dek-d.com/board/view/3757837/
วิทยาลัยเทคโนโลยี: https://www.dek-d.com/board/view/3758869/

ข้อสอบเก่าตั้งแต่ปี 2006 ของทุนทุกประเภทเท่าที่รวบรวมไว้
http://japanesegovermentscholarshippapers.blogspot.com/2017/05/monbusho-past-papers-compilation-by.html

สำหรับกระทู้นี้ พี่ได้ชวนเพื่อนของพี่ที่เป็นนักเรียนทุนสาขานี้โดยตรงมาเขียนให้น้องๆนะครับ
หากน้องๆมีคำถาม รบกวนทิ้งไว้ในคอมเม้นนะครับ เพื่อนๆจะได้เห็นด้วย :D

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


แนะนำตัวก่อน

           สวัสดีค่า พี่ชื่อแพท เป็นนักเรียนรัฐบาลญี่ปุ่นปี2017 สาย Specialized Training College หรือสายอาชีพ หรืออีกชื่อนึงคือเซนมงนั่นเอง  เลือกเรียนเอกล่าม (Interpretation & Translation) และตอนนี้ก็กำลังเรียนภาษาปีแรกอยู่ที่ Bunka Institute of Language ที่โตเกียวค่ะ

         
         สำหรับน้องๆที่อยากสมัครสายนี้หลายคนก็คงยังมีคำถามในใจทั้งเรื่องการสอบ การเตรียมตัว ชีวิตการเรียน อะไรหลายๆอย่าง น้องๆหลายคนก็คงรู้จักการสอบทุนมงกันมาบ้าง วันนี้พี่เลยจะมาช่วยตอบคำถาม อธิบายเพิ่มเติมในส่วนของสายวิชาชีพ และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเตรียมตัวสอบของน้องๆให้  มาดูกันดีกว่า

 

ความพิเศษของสาย Specialized Training College !!!

 

ทำไมถึงสายวิชาชีพ?

สายอาชีพเป็นสายที่มีวิชาให้เลือกแบบเฉพาะเจาะจงมากๆ วิชาแต่ละวิชาส่วนใหญ่จะออกไปในเชิงปฏิบัติ ซึ่งสำหรับน้องๆที่มีความสามารถพิเศษหรืออยากเรียนสายวิชาที่มุ่งตรงไปกับอาชีพที่อยากเป็น หรือว่าอยากเรียนเฉพาะทางก่อนไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย สายนี้ยังมีทางเลือกอีกหลายอย่างรอน้องๆอยู่ค่ะ

 

ความแตกต่าง

อย่างแรกเลยคือ ระยะเวลาการเรียน

สายนี้เป็นสายที่ใช้เวลาเรียนแค่ 2 ปีค่ะ ปีแรกจะเรียนปรับพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นก่อน 1 ปี หลังจากนั้นค่อยเรียนตามวิชาเอกของตัวเอง โดยรวมแล้วเป็น 3 ปีค่ะ

 

วุฒิการศึกษาที่ได้เมื่อเรียนจบแล้ว จะเป็นอนุปริญญาค่ะ

หลายคนอาจกังวลว่าจบสายนี้ไปได้แค่อนุปริญญาคงจะไม่พอ แต่ทุนนี้สามารถต่อในระดับปริญญาตรีได้ค่ะ โดยจะต่อเข้าไปเป็นนักศึกษาปี2หรือ3ของมหาวิทยาลัย และสามารถต่อทุนการศึกษาได้ด้วยหากน้องทำผลการเรียนได้ดี  หรือถ้าหากน้องคนไหนที่ไม่สนใจศึกษาเข้าต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็สามารถทำงานต่อที่ญี่ปุ่นได้สบายๆเลยค่ะ

 

 

มาต่อกันที่วิชาเอกต่างๆของสายนี้กันค่ะ ซึ่งนับเป็นสายที่มีสาขาที่แปลกแตกต่างให้เลือกตามความสามารถน้องๆเลยทีเดียว

 

 

 

การสอบ

 

ก่อนอื่น เรื่องการสมัครสอบ  การสมัครสอบของสายวิชาชีพจะมีขั้นตอนเหมือนของสายปริญญาตรีเลยค่ะ แต่ของสายอาชีพจะขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ (ระวังจำสลับกับของสถานทูตญี่ปุ่นนะคะ) อย่างเช่นเวลาส่งใบสมัครก็จะส่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการ รายละเอียดทุนสายนี้ก็จะอยู่ที่เว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการเช่นกันค่ะ

รายละเอียดทุนจากเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ: http://www.bic.moe.go.th/newth/index.php?option=com_k2&view=item&id=4745:mext-scholarship-for-the-academic-year-2018-9-5-2560&Itemid=271

 

คุณสมบัติในการสมัครสอบ

สัญชาติ: ไทย

อายุ: 17-21

เกรดเฉลี่ย: 3.00 ขึ้นไป

 

สอบข้อเขียน

วิชาที่ใช้ในการสอบข้อเขียน:

ไม่ว่าน้องจะเลือกเรียนเอกไหน วิชาที่สอบจะเหมือนกันหมดค่ะ

1.      English

2.      Mathematics

3.      Japanese (สอบก็ได้ไม่สอบก็ได้)

 

ข้อสอบเป็นคนละชุดกับปริญญาตรี แต่โดยรวมแล้วรูปแบบและขอบเขตเนื้อหาที่ใช้ในการสอบจะเหมือนกัน ถึงข้อสอบของสายวิชาชีพจะค่อนข้างง่ายกว่าแต่พี่แนะนำว่าน้องควรฝึกข้อสอบของทุกสายไว้จะดีสุดนะ

 

 

 

English

ขอยอมรับว่าภาษาอังกฤษโดยส่วนตัวแล้วพี่เป็นคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมา เลยฝึกทำแต่ตัวข้อสอบเก่าอย่างเดียวซะส่วนมากค่ะ555  พอฝึกทำไปเรื่อยๆก็จะชินกับตัวข้อสอบ แล้วก็จะเริ่มจำจุดได้ว่าคำไหนชอบออกซ้ำ ประโยคไหนเห็นบ่อยๆ นั่นเองแหละค่ะ

คำศัพท์ พี่แนะนำว่าควรฝึกของ SAT ไว้เพราะตัวคำศัพท์ของมงจะค่อนข้างง่ายกว่า เพราะอย่างงั้นอ่านของSATไว้จะครอบคลุมได้เยอะ ส่วนพาร์ท Reading สำหรับคนที่ทำข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอย่างเช่น IELTS / TOEFL ได้ดีก็จะไม่มีปัญหาเลยค่ะ

 

Mathematics

เช่นเคย สำหรับพี่การฝึกข้อสอบเก่าสำคัญที่สุดค่ะ เป็นคนที่ไม่เก่งเลขเลยอาจจะแนะนำมากไม่ได้ ฮาา  แต่อยากบอกว่าสำหรับใครที่คิดว่ามีข้อสอบเก่าให้ฝึกไม่พอ พี่แนะนำว่าใช้ข้อสอบ Mathematics ของการสอบ EJUช่วยได้ค่ะ รูปแบบการสอบจะคล้ายกันมากๆ หนังสือสอบEJUจะมีออกใหม่มาทุกปี หาซื้อได้ตามร้านหนังสือ Kinokuniya หรือไปยืมหนังสือที่สมาคมศิษย์เก่าญี่ปุ่น(OJSAT)ก็ได้เหมือนกันค่ะ


หน้าตาประมานนี้

 

 

 

 

Japanese

สำหรับวิชาภาษาญี่ปุ่น น้องๆที่ไม่มีพื้นฐานไม่ต้องเครียดไป เลือกที่จะไม่สอบก็ได้ แต่สำหรับคนที่มีพื้นฐานแล้วควรสอบไว้ดีกว่า สอบเอาไว้ไม่มีอะไรเสียหายเนอะ ข้อสอบจะแบ่งเป็น3พาร์ท เริ่มจากง่ายไปยาก ตอนที่พี่สอบตอนนั้นความรู้ยังประมาน N4 ก็ทำได้มั่นใจจริงๆอยู่แค่พาร์ทแรกเองค่ะ

 

สอบสัมภาษณ์

      เมื่อผ่านการสอบข้อเขียนก็จะเป็นการสอบสัมภาษณ์ ขอแนะนำว่าน้องๆที่สอบสายอาชีพควรทำ Portfolioปในวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ เพราะว่าสาขาที่ให้เลือกเรียนในสายนี้จะเป็นวิชาเชิงปฏิบัติ การมีผลงานหรือเกียรติบัตรแสดงความสามารถเอาไว้จะช่วยได้มากเลย  อยากบอกไว้ว่าน้องควรเริ่มวางแผนทำไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆนะ เพราะถ้ารอประกาศผลข้อเขียนก่อนอาจจะไม่ทันการเอา  ส่วนตอนสัมภาษณ์กรรมการแต่ละคนก็ใจดีไม่มีอะไรน่ากลัว เขาจะให้เวลาเราเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าห้องสัมภาษณ์ พกความมั่นใจเข้าไป ตอบอย่างเป็นธรรมชาติและแสดงให้เขาเห็นถึงความพยายามของเราที่อยากได้ทุนนี้ค่ะ

 

ส่งเอกสาร

    เมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์ น้องๆจะต้องกรอกเอกสารและส่งไปให้ทางญี่ปุ่นพิจารณาคัดเลือกน้อง เอกสารจะคล้ายๆกับตอนแรกที่สมัครก่อนสอบข้อเขียน แต่ครั้งนี้พี่ก็อยากให้น้องตั้งใจเขียนตอบคำถามให้ดีๆ แสดงความตั้งใจออกมาให้เต็มที่แต่อย่าลืมเขียนด้วยความจริงใจนะคะ  ในส่วนนี้พี่ขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อน เพราะเมื่อน้องสอบผ่านเข้าไปได้ ทางสถานทูตจะชี้แจงรายละเอียดอย่างครบถ้วนให้เองค่ะ

 

FAQ

 

Q: ไม่ได้เรียนสายอาชีพมา จะสามารถสอบของสายอาชีพได้มั้ย?

A: ได้ค่ะ นักเรียนม.6สายสามัญสามารถสอบได้เช่นกัน

 

Q: อยากจะขอทุนต่อปริญญาตรีหลังเรียนจบแล้ว ต้องทำยังไงบ้าง?

A:ที่สำคัญเลยคือน้องต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นให้ได้ด้วยตัวเอง และจะต้องมีผลการเรียนที่ดีในระหว่างที่เรียนสายวิชาชีพค่ะ โดยที่น้องจะต้องทำเกรดและเก็บหน่วยกิตให้ครบตามที่แต่ละสถาบันกำหนด ใครมีมหาวิทยาลัยในใจที่อยากเข้าก็หาข้อมูลเตรียมล่วงหน้าไว้นะ

 

 

ถึงเวลาแจกของแถมมมม

เว็บไซต์ดีๆสำหรับการไปเรียนต่อญี่ปุ่น

 

Professional Training College in Japan:

http://www.sgec.or.jp/ryuugakuguide/en/index.html

 

Japan Student Services Organization(JASSO):

http://www.jasso.go.jp/en/

 

Japan Study Support:

http://www.jpss.jp/en/

 

Study in Japan Comprehensive Guide:

http://www.studyjapan.go.jp/en/index.html

 

ที่พี่อธิบายมาอาจจะยังไม่ครบหมดที่น้องสงสัย ใครยังมีคำถามอะไรถามมาได้เลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็ได้ค่ะ ยินดีตอบทุกคำถาม555

 

สุดท้ายนี้ขอให้สู้ๆกันนะทุกคน แล้วเจอกัน
---------------------------------------------------------------------------------------
ทิ้งท้ายกันอีกครั้ง: มีคำถามขอให้คอมเม้นไว้ในนี้เลยนะ ทุกคนจะได้อ่านด้วยกันเนอะ ไม่ต้องอายนะครับ 555

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

18 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป