How to...นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ทุนเต็มจำนวน(Needy) +แชร์ประสบการณ์สุดพีค (ต่อ 2) [ยินดีให้แชร์]

วิว
#afs56 #AFS56 #afs57 #AFS57 #ทุนเต็มจำนวน #ทุนเต็ม #ทุนเรียนฟรี #ทุนการศึกษา #ทุนไปต่างประเทศ
ต่อจากกระทู้เเรก How to...นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ทุนเต็มจำนวน(Needy) +แชร์ประสบการณ์สุดพีค (1)  https://www.dek-d.com/board/view/3763512/

ด่านที่ 3 การทำ Portfolio
 และ การตรวจเยี่ยมบ้าน
      เรื่องพอร์ตนั้นเป็นอีกหนึ่งอย่างที่นักเรียนทุนเต็มจำนวนจะต้องทำส่งค่ะ เพราะเขาจะเน้นเรื่องความเป็นผู้นำ เป็นผู้มีจิตอาสา การเรียน การช่วยเหลือสังคม โดยต้องเตรียมหลักฐานประกอบในการขอรับทุน (แยกหลักฐานชุด ก และชุด ข ไม่ปะปนกัน) ดังนี้
ชุด ก
1. รูปถ่ายครอบครัวและบ้านของเยาวชนที่พำนักอยู่จริงตามสภาพจริง อย่างน้อย 2 ภาพ 
2. สำหรับนักเรียนที่ผู้ปกครองที่มีเงินเดือน จะต้องแนบสำเนาสลิปเงินเดือนของผู้ปกครอง 2 เดือนย้อนหลังนับตั้งแต่เดือนที่ยื่นหลักฐานการขอรับทุน หรือสำเนา ภงด.90 หรือ ภงด.91 หรือสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ในกรณี ที่รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์การเสียภาษี ให้ผู้อานวยการโรงเรียน หรือสถานศึกษารับรองโดยใช้แบบฟอร์มของเอเอฟเอส หรือของโรงเรียน 
 3. หนังสือรับรองความประพฤติ และเหตุผลสนับสนุนในการขอรับทุนของผู้สมัคร โดยใช้แบบฟอร์มของเอเอฟเอส หรือของโรงเรียน

ชุด ข    
         
แฟ้มสะสมผลงาน 1 เล่ม ที่จัดแยกเป็นหมวดหมู่อย่างมีระบบระเบียบ มีแบบสรุป หรือ สารบัญ เพื่อความสะดวกในการพิจารณา
ของคณะกรรมการโดยแสดงคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- ความขยันหมั่นเพียรในการเรียน                                          
 - ความเป็นผู้ประพฤติดี
- ความเสียสละต่อส่วนรวม 
- ความสามารถในการเผยแพร่ความเป็นไทย (เน้นอันนี้เป็นพิเศษเลยจ้า)
(ในกรณีที่เป็นเกียรติบัตร ประกาศนียบัตรหรือภาพถ่าย ให้ส่งมาเฉพาะสำเนาเท่านั้น)

***มีกิจกรรมอะไรใส่ไปให้หมดนะคะ ให้มีครบตามหัวข้อ พอร์ตดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่า***
            สำหรับความพีคของตัวเราเองนั้น เราลืมว่าจะต้องทำ เลยไม่ได้เตรียม สุดท้ายมานั่งอ่านระเบียบการอีกที เอ้า!! ซวยละ เหลือเวลา 1 วันในการส่งพอร์ตให้ครู เราก็นั่งปั่นน ปั่นแบบติดเทอร์โบเลย กลับมาถึงบ้าน 18.00 น. นั่งทำพอร์ตจนถึงตี 4.30 โชคดีที่มีรูปมีอะไรที่เคยเตรียมไว้บ้างแล้ว ก็ใส่ไปทุกอย่าง ได้นอนครึ่งชม.ก็ต้องไปโรงเรียนต่อ  แบบบบบบ! โอ้โหหเกือบไม่เสร็จ เกือบไม่ได้ส่งแล้ว 555555 คือมันพีคจริงๆสุดท้ายก็ได้ส่งพอร์ตครบทุกหัวข้อ ภายในเวลา 10 ชม. อื้อหือออออ 55555
 

ต่อมาเรื่องการตรวจเยี่ยมบ้าน  
        อันนี้คือคุณครูอาจารย์ระดับเขตก็จะมีการมาสัมภาษณ์เราที่บ้านเราเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวต่างๆนานา  ก็ปกติค่ะ เป็นกันเอง สุดท้ายคุณครูก็จะส่งพอร์ตและรายงานการเยี่ยมครอบครัวเราส่งให้กับศูนย์ใหญ่AFS ค่ะ
        สำหรับความพีคของเราอีกครั้ง คืออาจารย์เราไม่ทราบว่าทุนเต็มกับทุนทั่วไปจะประกาศผลกันคนละรอบ ตอนที่ประกาศทุนทั่วไปมันไม่มีชื่อเราอาจารย์เลยคิดว่าเราไม่ติด ก็เลยไม่ได้ดำเนินการส่งพอร์ตหรือเยี่ยมบ้าน สุดท้ายทางเอเอฟเอสเข้าโทรมาหาเราตอนเรียนอยู่ตอนแรกจะไม่รับสายด้วย ถ้าจำไม่ผิดเขาโทร2 ครั้ง เรามารับครั้งที่ 2 เขาบอกว่า  ‘ทำไมน้องไม่ส่งพอร์ตมาค่ะ นี่ของคนอื่นเขาส่งมาหมดแล้วยกเว้นของน้อง มีอะไรผิดพลาดหรือปล่าว’ ตอนนั้นเราตกใจมากช็อคคคไปเลย เพราะเราว่าเราส่งไปแล้ว  ทำไปทำมาเราก็ไปบอกอาจารย์ตอนนั้นนี่เครียดมากกลัวไม่ทัน อาจารย์เขายิ่งตกใจใหญ่รีบส่ง EMS ไปวันนั้นเลย แล้วเรื่องเยี่ยมบ้านของเราก็ส่งเลทไปทีหลัง  คือโชคดีมากที่เขาโทรมาบอกและยืดหยุ่นให้ และโชคดีมากที่อาจารย์ก็รีบดำเนินให้ทันที  คือเกือบส่งไปคัดเลือกไม่ทัน  แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ ด่านนี้ต้องกราบขอบพระคุณคุณครูโรงเรียนเรียนศรียาภัยจริงๆคะlaugh


ด่านที่ 4 การสอบสัมภาษณ์รอบประเทศกับ AFS ที่กทม.
           

                และแล้ววันประกาศผลก็มาถึง  แถ่นแท้นนนนน  !!!!

                
             เชรดดดดดด  คือติดแล้ว ดีใจที่สุดของที่สุดอะ  คือลุ้นมากๆจริงๆเพราะอุปสรรคเยอะมาก 
           ทางAFS ก็จะคัดนักเรียนที่สอบจากทั่วประเทศมาสัมภาษณ์รอบ final จำนวน 48 คน โดยไม่ได้เรียงตามลำดับแต่จะเรียงตามภาค แล้วเขาก็จะแจ้งรายระเอียด สถานที่ วันเวลา นัดหมายให้เราทราบ

       
         ในการสัมภาษณ์ก็จะแบ่งเป็นรอบเช้า-รอบบ่าย แต่ละรอบก็จะแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 6 คน ที่ต้องสอบสัมภาษณ์กลุ่มด้วยกัน  ในรอบนี้แหละที่เราจะต้องเตรียมความสามารถพิเศษไปให้พร้อม เตรียมใจให้พร้อม สมองก็เช่นกัน 5555 เพราะมันจะเข้มข้นดุเดือดจนเลือดพุ่ง (ไม่ใช่ละ –“) ก็แค่มันจะกดดันมากหน่อย

         เมื่อเริ่มกิจกรรมเขาก็จะให้เราเขียนเรียงความในหัวข้อ “เหตุผลที่รับทุน” ภายในเวลา 10 นาที ภาษาเป็นภาษาไทย-อังกฤษ ก็ได้ เราก็เลือกเขียนไทยสิ 5555  *ย้ำว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำในวันนี้ล้วนมีผลกับการคัดเลือก ดังนั้นต้องทำให้เต็มที่และดีที่สุด 
        ต่อไปก็จะทำกิจกรรมนันทนาการจากพี่ๆรีเทิร์นนีเพื่อให้เราหายตื่นเต้น แล้วก็เข้าเรื่องสัมภาษณ์  การสัมภาษณ์ก็จะแบ่งเป็น 2 รอบ คือ


         1.การสัมภาษณ์กลุ่ม
        จะบอกว่าอันนี้สนุกมากก เราจะได้อยู่ด้วยกันกับเพื่อนๆที่มาจากคนละจังหวัด มีสมาชิก 6 คนในกลุ่ม แล้วเขาจะให้เราร่วมกัน แสดงละครเรื่องหนึ่งโดยมีข้อแม้ว่าจะต้องมีคำที่เขากำหนดอยู่ในเรื่องด้วย ก็จะมีเวลาให้เราปรึกษากัน *จำไว้ว่าทุกช่วงเวลาคือคะแนนค่ะ ในช่วงปรึกษานี้ เราต้องมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด  กล้าที่จะออกความคิดเห็น กล้าคิด กล้าพูด แสดงออกถึงความเป็นผู้นำแต่ก็ต้องยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นในกลุ่ม แสดงออกถึงความร่าเริง ไม่เครียด สนุกสนานกับการวางแผน เป็นตัวของตัวเอง เมื่อถึงเวลาแสดงก็ต้อง แอคติ้งให้เต็มที่  ไม่ว่าจะได้รับบทใดๆก็ตาม ทำให้เต็มที่ ไม่ต้องเขินอาย ใส่ไหวพริบลงไปบ้าง ในการแสดง เข้ากับเพื่อนให้ได้ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้สวยค่ะ
          2.การสัมภาษณ์เดี่ยว
            รอบนี้เราจะต้องมีความมั่นใจในตัวเอง มีสติ ให้มากที่สุด เพราะกรรมการเขาจะโยนคำถามที่สร้างความกดดันเรา  หรือทำให้เรารู้สึกกลัว รู้สึกไม่มั่นใจ เพื่อจะทดสอบสภาวะทางใจของเราว่า เราจะยังควบคุมสถานการณ์ได้ดีแค่ไหน เราจึงต้องแสดงความมุ่งมั่นความตั้งใจของเราออกมาให้ได้แบบ100%   แต่....ไม่ต้องกลัวและไม่ต้องเครียดนะค่ะ 555  ให้ใช้วิธีคิดว่าเราแค่ไปเม้ามอยกัน  ชวนคุยง่ายๆ เราก็ให้เป็นตัวของตัวเองค่ะอย่าเฟค  ตอนแรกเขาก็จะให้แนะนำตัวก่อน แล้วก็ถามคำถาม
คำถามที่จำได้   เช่น
- เคยไปต่างประเทศไหม  
-อยากเรียนต่ออะไร ที่ไหน
-มีแฟนยัง  ถ้าเราบอกว่ามีเขาก็จะถามต่อ 5555
-รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้บ้าง 
-บอกคำคุณศัพท์ที่ใช่เรามา 3 พยางค์ เพราะอะไรถึงต้องเป็นคำนี้ 
-สีอะไรที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา เพราะอะไร 
***ทุกคำตอบกรรมการจะดูทัศนคติ ดูความคิดของเรา ดังนั้นความคิดบวกและทัศนคติที่ดีจะช่วยเราได้สุดๆค่ะ ***

        ในรอบนี้ความสามารถพิเศษเราคิดว่าสำคัญมากๆ เตรียมมาให้พร้อม ยิ่งจัดเต็มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมายิ่งดี ถ้าต้องใช้ดนตรีประกอบก็เตรียมดนตรีเตรียมใส่มือถือมาเลย  อยากโชว์อะไรก็เตรียมมา 
          
          สำหรับความพีคของเราในวันนั้นคือ มันตรงกับวันเกิดเราพอดีเลย แล้วกรรมการก็อวยพรให้ด้วย ><   ในตอนแสดงความสามารถอะ  เราเต้นระบำพรานกับร้องเพลงฉ่อย แล้วกรรมการก็ให้ร้องแบบสดๆชมกรรมการให้ฟังด้วย เรานี้แทบช็อคเพราะต้องคิดสดๆ  แต่แล้วก็ผ่านมาได้ 555 เราเองเตรียมจะรำโนราให้กรรมการดูอีกชุด แต่กรรมการบอกเราว่า “พอแล้วๆลูก แค่นี้ก็ดูรู้ว่ามีความสามารถแล้ว” แล้วเราก็บอกว่าเราจะโชว์อีกเพราะตั้งใจมาแล้ว เขาก็บอกว่า "ไม่เป็นไร ได้แล้วๆมานั่งลูกมานั่ง" เรานี้แบบเอ้า!!!ไอย๊ะ!! แล้วกัน 55555555555+
แล้วตอนตอบคำถามอะ  เราตอบยาวจนกรรมการเขาบอกว่าพอแล้วๆ  5555 ฮา 
ด่านนี้ขอบอกว่าเคล็ดลับ และวิธีคิดที่แม่เราสอนมาใช้ได้หมดเลยจริงๆ....รักแม่ที่ซู๊ดด


***กรรมการ 3 คน ต่อเรา 1 คน  จะเป็นพี่รีเทิร์นนี้ 1 คน แล้วก็อาจารย์ของ AFS 2 คน****
***ตอนแนะนำตัวจะเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นเขาอนุญาตให้พูดไทยได้หมดจ้า***

---------------------------------------------------------------------                                   
  
รอประกาศผลประมาณ 1 อาทิตย์
   

      
และแล้วก็ แถ่นแท้นนนนน!!!  ติดแล้วเว้ยเฮ้ยยย  !!  คือดีใจน้ำตาไหลจริงๆ


             ทางAFS ก็จะคัดเลือกเป็นตัวจริง 10 คน ตัวสำรองอีก 10 คน ในรุ่นเรามีทุนพิเศษด้วย  ก็นี่แหละจะคัดให้เหลือเป็นภาคละ 2 คน เรียงลำดับตามภาคไม่เรียงตามคะแนน
**ในแต่ละปีจำนวนนักเรียนตัวจริงจะไม่เท่ากันอาจจะน้อยกว่า หรือมากกว่า 10 คนขึ้นอยู่กับจำนวนทุนที่ได้ในปีนั้น ***

         แล้วก็จะมีทุนพิเศษของประเทศญี่ปุ่นที่เรียกว่า ทุน Marching J  ที่จะต้องมีคัดเลือกอีกที โดยรุ่นของเรา คนที่ได้ทุนนี้คือ สำรองที่ 5 พี่รัชกฤช ธัญจรัสพร จากสุพรรณบุรี ได้ไปประเทศญี่ปุ่น คนเดียวไปเลยจ้า ปรบมืออออ +++ 
----ทุกคนที่ผ่านมารอบนี้ได้นะเรายอมรับจริงๆ----


ด่านที่ 5 ปฐมนิเทศ
            เมื่อประกาศผลแล้วทั้งตัวจริงและตัวสำรองจะต้องมาปฐมนิเทศตามที่เขานัดไว้ ตัวจริงที่มาถึงรอบนี้แล้วคงไม่มีใครสละสิทธิ์แน่ๆ ส่วนตัวสำรองให้ไปรายงานตัวทุกคนนะ อย่าหมดหวังนะค่ะ เพราะเรามีโอกาสจะได้ทุนเช่นกัน อย่านอยอย่าน้อยใจแต่ต้องสู้กันต่อไป  
          รอบนี้ก็จะมีการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ แนะนำวิธีการทำเอกสารอย่างละเอียด และสุดท้ายจะเป็นการแชร์ประสบการณ์จากพี่ๆรีเทิรืนนีที่เคยไปแลกเปลี่ยนมาแล้ว เราชอบมากๆ



ด่านที่ 6 ทำเอกสารนานาชาติ
        หลังจากนั้นเราก็ต้องเตรียมเอกสารนานาชาติ เพื่อการคัดเลือกประเทศอุปถัมภ์+ โฮสกันต่อไป   ขั้นตอนนี้จะยุ่งยากสักหน่อยเพราะต้องเตรียมเอกสารหลายอย่าง  โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัดแบบเรานี่  ขึ้น-ลง กรุงเทพเป็นว่าเล่นเลย วิธีทำเขาจะมีบอกในหนังสือคู่มือที่ได้มาในวันปฐมนิเทศค่ะ 
         ความพีคและอุปสรรคของเรานั้น ก็มีอีกจ้า เอกสารทรานสคริปต์ ของเราไปไม่ถึงมือเอเอฟเอสหรือไปแล้วหายยังไงสักอย่างนี่แหละ  แล้วพี่เขาก็โทรมาบอกว่า "เอกสาร
ทรานสคริปต์ของน้องยังไม่ได้เลย ทางประเทศปลายทางเขาจะคอนเฟิร์มเเล้วแต่ก็ยังขาดเอกสารนี้ ให้น้องรีบส่งมาด้วยน้า"  เราก็แบบ หาาาา?? เพราะเราส่งไปนานแล้วอะ วันนั้นเราก็ติดค่ายที่กท.พอดี คราวนี้ก็ิธิบายให้พี่เขาฟัง แล้วเราก็รีบดำเนินการโทรไปหาให้ครูให้ญาติๆช่วยกันวุ่นไปหมดเลย และทุกอย่างก็เรียบร้อย
โล่งงงไป ด่านนี้ต้องกราบขอบพระคุณคุณครูปราณี ลุงสิทธิ์ ป้าอ้อย และลุงไก่บอกเลยว่าสุดๆ 
         แล้วก็ยังมีอีกเรื่องเกี่ยวกับเอกสารพี่่เขาโทรมาถามเรื่องสุขภาพ คือตอนที่เรากรอกน้ำหนักในใบสมัครอะ ช่วงนั้นน้ำหนักลดแล้วมันเลยดูน้อย พี่เขาเลยโทรมาว่า "ทางประเทศปลายทางเขาถามว่าน้องมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการกินหรือเปล่า หรือน้องเป็นโรคอะไรไหม ทำไมน้ำหนักมันน้อยจัง" เรานี้แบบ เป็นโรคคค? หาา? 555555555555555555555+  ฮากระจาย  "หนูแข็งเเรงดีค่ะ กินได้หมดทุกอย่าง เพียงแต่ว่ากินแล้วไม่อ้วนเฉยๆค่ะ"  เป็นไงลาา โดนเข้าแล้วไอแห้ง 
555555+

ด่านที่ 7 เราจะได้ไปประเทศไหนกันนะ
     
       ด่านนี้หละค่ะ ที่ต้องใช้คำว่า "อดทนอย่างสูงสุด"  เลยทีเดียว  เพราะเราจะต้องเจอกับคำว่า รอ รอ แล้วก็รอ รอแล้วก็รออีก เพื่อนเอยครูเอยก็ถามกันทุกวัน 'ได้ประเทศไหนหรอ' 'เอ้านานแบบนี้ไม่ได้ไปละมั้ง' ต่างๆนานา รอจนต้องสั่งตัวเองให้ลืม เช็คเมลกันทุกวัน บางทีก็หลอนไปเองว่าโทรศัพท์เข้า 555 นับวันแล้วนับวันเล่า 5555555 เพราะ ทาง AFS จะโทรมาบอกเราโดยตรง แล้วจะส่งอีเมลมาให้ทีหลัง  ในที่นี้ตัวเราเองจะไม่รู้ว่าเราได้ไปภาคพื้นไหน ไม่รู้ว่าต้องรอกี่เดือน จะรู้ก็ต่อเมื่อเขาประกาศมาค่ะ
 -- คนที่ไปภาคพื้นทวีปใต้ (เดินทางในช่วงเดือนมกราคม ถึง มีนาคม) ก็จะรอประเทศประมาณ 2 เดือน
-- คนที่ไปภาคพื้นทวีปเหนือ (เดินทางในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน ) ก็จะรอประเทศประมาณ
 6 เดือน  !!!!!!!!
      OMG  !!  มันนานมากก็จริง แต่ในวันที่รู้นั้น เราร้องไห้เลย ดีใจมากจริงๆ  555555
ในรุ่นเรา ประเทศที่ได้ไปก็เน้นที่แถบละตินอเมริกาค่ะ
ชิลี : 1คน , บราซิล : 2 คน, โบลิเวีย : 1 คน, โคลอมเบีย : 1 คน, ปารากวัย : 2 คน, ตุรกี : 1 คน, อินเดีย : 1คน  อเมริกา : 1 คน, และทุนพิเศษ ญี่ปุ่น 1 คน
       cheekyความพีคของเราอีกก็คือ เราจินตนาการไปแล้วว่า ...เราจะต้องได้ประเทศหนาวๆ จะมีหิมะตก เย็นๆ ชื่นฉ่ำใจ แม่กับน้องสาวเราไปเจอเสื้อกันหนาวสวยๆ เสื้อหนาวแฟชั่นก็เลยรีบซื้อมาฝากเลย แบบเออ เตรียมไว้ให้พร้อมไรงี้  พอประกาศออกมาได้ประเทศ "บราซิล" เท่านั้นแหละ ถึงกับ  กร๊ากก 
5555555555555555+ 
เอาไปไหนละคราวนี้  เก็บไว้ให้แม่ใส่ไปตัดยางแทนละกัน 5555

             ****ในแต่ละปีจะได้ประเทศไม่เหมือนกันน้า***




ด่านที่ 7 ฉันรักเธอ ค่าย AFSheart
                 โอโหยยย  จะบอกว่า นี่คือค่ายที่ดีที่สุดที่เคยเจอมาในชีวิต  มันดีมากจริงๆ  ได้เจอเพื่อนใหม่จากทั่วประเทศ ได้เจอพี่รีเทิร์นนี ที่น่ารักมากๆถึงมากที่สุด พี่ๆเขาคือสุดยอดจริงๆ ค่ายนี้ก็จะเตรียมความพร้อมในการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และภาษาพื้นฐานให้กับเรา เป็นเวลา  4 วัน 3 คืน ที่โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ สุพรรณบุรี ค่ายนี้จะทำให้เรารู้ว่า AFS ไม่ใช่แค่โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ AFS  คือครอบครัวที่อบอุ่น จริงๆค่ะ  ใครได้มาถึงรอบนี้ทุกคนจะต้องตกหลุ่มรักค่าย AFS อย่างจริงจัง.
 
 

ด่านที่ 8  ทำวีซ่ากันนนน
          ใกล้แล้ววว ใกล้จะได้ไปแล้ว ในรอบนี้คือการทำเอกสารวีซ่า  โดยทาง AFS จะส่งอีเมลวิธีการเตรียมเอกสารมาให้เราก็ต้องดำเนินการแล้วส่งเอกสารตามวันเวลาทีกำหนดจ้า  อันนี้เราก็ ขึ้น-ลง กรุงเทพบ่อยเหมือนกัน
        
   ความพีคของเราก็มีอีกเช่นเคยค่าา ช่วงที่มีเมลบอกว่าให้เราเตรียมเอกสารช่วงนั้นคือแม่เราโหมงานหนักมาก สุขภาพก็เลยเเย่และต้องเข้าโรงบาลผ่าตัดด่วน 
...แล้วคราวนี้ทำไงละ เราก็เลยต้องวางแผนทั้งหมดให้เป๊ะ ลิสรายละเอียดรายการวันเวลา สถานที่ เป็นข้อๆออกมาว่าต้องไปที่ไหนก่อนหลัง พอแม่ออกจากโรงพยาบาลปุ๊บ!!  เท่านั่นแหละ ลุยกันแบบสุดๆ 8 วันเต็มๆ ด่านนี้สงสารแม่ที่สุดเลย T_T รู้นะว่าร่างกายแม่ไม่ไหว แต่พอถามทีไรก็ไหวตลอด เลือดนักสู้ของแม่จงซึมซับเข้ามาหาข้าทุกหยดด้วยเทอญ สาาธุ _/\_
------------------------------------------------------------------------------------
    เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราก็... เตรียมตัวโบยบินกันเล้ยยยยย!
        ทั้งหมดนี้จะเป็นประสบการณ์การการสอบชิงทุนที่ข้าสนามสอบครั้งแรกและครั้งเดียวแต่สามารถพิชิตมันมาได้ เพราะมีความเชื่อที่ว่า
 “ถึงแม้คนเราจะมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน แต่ถ้าเราพยายามและมุ่งมั่นกับเป้าหมายอย่าง 100% จริง ทุกความฝันก็ประสบความสำเร็จได้”     
สู้ๆนะทุกคนนนน เย้!

> ขอบคุณเพื่อนๆ เอเอฟเอส นีดดี้รุ่น 56 ทุกคน heart ที่เป็นส่วนช่วยให้กระทู้นี้เสร็จสมบูรณ์ได้  *นิ้ง *ดิว *มาตา *รัชช่า *ฝ้าย *บุ๊ค *นาเรีย *ไหม *คิตตี้ 
>  ขอขอบพระคุณคุณครูโรงสอาดเผดิมวิทยา 
จังหวัดชุมพร ทุกท่าน ที่ให้วิชาความรู้ทั้งด้านวิชาการและส่งเสริมด้านกิจกรรมมากมาย ทั้งเกียติบัตร เหรียญและเข็มรางวัล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการพิจารณาทุนนี้
>ขอขอบคุณ
ท่านผอ.และคณะครูอาจารย์คุณครูอาจารย์โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร ทุกๆท่าน คุณครูปราณี กาลพัฒน์  ครูวิชุนันท์ พิบูลย์ ครูลี่ และคุณครูห้องทะเบียนที่ให้คำแนะนำสนับสนุนและช่วยเหลือเรื่องเอกสาร
>ขอบคุณ น้าเอ้ น้าเอก ป้าหวี ลุงด้วง 
ป้าปู ลุงจิน พี่ตอง(โนรา)ที่ช่วยเหลือเรื่องที่พักตอนไปกรุงเทพฯ
>ขอบคุณ 
ลุงไก่ ลุงสิทธ์ป้าอ้อย ที่คอยสนับสนุนเบื้องหลังทุกๆอย่างเมื่อเบลล์กับแม่ลำบาก
>ขอบคุณ พี่เก๋ ที่ช่วยแปลและทำเอกสารนานาชาติต้องมาอดหลับอดนอนกันแบบสุดๆ
>ขอบคุณ 
และ
ลูกศิษย์โนราของแม่ทุกๆคน ที่คอยให้กำลังใจตลอด
>ขอบคุณคุณครูโรงเรียนอนุบาลธรรมรัตน์ จังหวัดระนองและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านแม่มารี ทุกท่านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังลูกศิษย์คนนี้
> และสุดท้ายต้องขอขอบพระคุณคุณแม่  ที่ช่วยผลักดัน สนับสนุน ให้พลัง ให้คำสอน คอยอยู่เคียงข้างและผ่านความลำบากมาด้วยกันจนทำให้ตัวฉันมีทุกวันนี้ได้

                               [ศูนย์เอเอฟเอสเขตชุมพร โรงเรียนศรียาภัย]
>>> ขอบคุณโครงการมูลนิธิเอเอฟเอสที่มอบโอกาสให้กับเด็กทุนเต็มจำนวนทุกคนค่ะ heart  




 

 





 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

19 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป